ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา - บทที่ 228 แม้ข้าไม่มีใจให้ท่าน แต่ข้าก็ยังจะดื่มกับท่าน
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา
- บทที่ 228 แม้ข้าไม่มีใจให้ท่าน แต่ข้าก็ยังจะดื่มกับท่าน
บทที่ 228
แม้ข้าไม่มีใจให้ท่าน แต่ข้าก็ยังจะดื่มกับท่าน
“เจ้าช่างจมูกไวนัก”
อวี่เหวินชูกระโดดลงจากขื่อราวกับเป็นเทพเซียน
พรึ่บ…
พัดขาวในมือเขาพับปิดลง
เซียวหลีมองหน้าอวี่เหวินชู “ไม่คิดว่าบุกมาในห้องส่วนตัวของข้ามันไม่เหมาะสมบ้างหรือ?”
“เจ้าสนใจด้วยหรือ?”
“แน่นอน! มีสตรีคนใดไม่สนใจชื่อเสียงของตนเองบ้าง? หรือพี่อวี่เหวินดูถูกข้าเพราะประวัติของข้า?”
เซียวหลียกประเด็นมาให้อีกฝ่ายต้องสะอึก
อวี่เหวินชูรีบยกมือบอกปัด “ไม่เลย ไม่มีทาง ข้าเห็นอาหลีเป็นเพื่อนสนิท อย่าได้เข้าใจข้าผิด”
เซียวหลีหัวเราะ นางเพียงพูดเล่นหากแต่หน้าตาตื่นของเขาก็ชวนให้ขบขันไม่น้อย
“เจ้าหยอกข้าหรือ?”
นางกลอกตามอง “ที่ท่านบุกมาห้องข้าก็เป็นเรื่องจริง ท่านทำลายชื่อเสียงของข้า ข้าหยอกท่านตรงไหนกัน?”
เซียวหลีพลันนึกได้ว่าหากหรงสวินรู้เรื่องที่นางนอนเตียงเดียวกับอวี่เหวินชูแล้วจะโกรธหรือไม่? เขาจะทิ้งนางไปหรือไม่?
“แล้วเจ้าคิดอะไรอยู่หรือ?”
เซียวหลีส่ายหน้า หากนางเอ่ยถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้งจะไม่ทำให้อวี่เหวินชูยิ่งฝังใจหรือ?
“ไปกันเถิด เราไปหาอะไรกินกัน ดื่มสุรากันสักหน่อย”
อวี่เหวินชูเป็นลูกค้าน้ำมันถั่วเหลืองรายใหญ่ของนาง นางจึงไม่อาจปฏิเสธเขาได้
อวี่เหวินชูยิ้มเจื่อนสะดุ้งขึ้นทันที เดิมทีเขาตั้งใจจะทำให้เซียวหลีแปลกใจ ไม่ได้คิดจะทำให้นางตกใจกลัว!
เขาเดินตามนางพลางชมแสงจันทร์งดงามขณะพึมพำบทกลอนไปตลอดทาง
“นายน้อยอวี่เหวินช่างมีความสามารถ”
เซียวหลีพลันเอ่ยชมเขา
อวี่เหวินชูบอก “ไม่ว่าจะมีความสามารถแค่ไหนแต่ก็ดูเหมือนว่าสาวงามจะไม่สนใจ”
“ท่านดั้นด้นมาที่นี่เพื่อล้อเล่นกับข้าหรือ?”
เซียวหลีมองค้อนใส่เขาและถามขึ้น
“แน่นอนว่าไม่ใช่”
เขาตอบทันที
ทั้งคู่เข้าครัวก่อนจุดเทียน เซียวหลีสำรวจผักและเนื้อซึ่งเซวี่ยหนิงเตรียมไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ เซียวหลีเทน้ำมันลงกระทะผัดอาหารอีกไม่กี่จาน ก่อนนำไหเหล้าออกมา
“แค่ไหเดียวหรือ? พอกินหรือ?”
อวี่เหวินชูแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง
ทุกครั้งที่เขากับเซียวหลีกินเหล้าด้วยกัน อย่างน้อยต้องมีสองไหเป็นอย่างต่ำ
เซียวหลียกยิ้ม “แม้สุราจะรสชาติอร่อย แต่จะกินมากไม่ได้หรอกนะ มันทำลายสุขภาพทั้งหัวใจและตับ!”
“ข้าอุตส่าห์มาดื่มกับเจ้า แต่เจ้ากลับกลัวว่าจะทำลายสุขภาพอย่างนั้นหรือ?”
อวี่เหวินชูเอ่ยพลางรินสุราลงจอก
“ไม่ใช่เสียหน่อย แต่แค่ดื่มพอสร้างบรรยากาศก็พอไม่ใช่หรือ?”
เซียวหลีช่วยไม่ได้ ทำเพียงรอรับไหเหล้า
สัญชาตญาณนักดื่มผุดขึ้นในใจเมื่อเห็นอีกฝ่าย ถึงอย่างไรนอกจากอวี่เหวินชูแล้ว นางก็ไม่เคยพบใครที่คอแข็งพอจะสู้กับนาง
“ก็ไม่ต่างกันหรอกน่า”
อวี่เหวินชูนั่งลงก่อนกระดกจอกเหล้าขึ้นดื่ม
“นี่ สุรานี้แรงนัก”
เขานิ่วหน้าว่าขึ้นขณะรินเหล้า
ในที่สุดเซียวหลีก็ได้รู้ว่าเหตุใดอวี่เหวินชูถึงได้แวะมาดื่มเหล้ากับตน คงเป็นเพราะเขาอารมณ์ไม่ดีและต้องการระบายออกมา!
เมื่อเห็นเขาตั้งท่าจะดื่มจอกต่อมา เซียวหลีรีบห้ามเขา “นี่ เรากินกับแกล้มไปคุยไปดีกว่า แบบนี้ถึงจะดื่มกันได้อย่างสนุก!”
อวี่เหวินชูดันมือนางออก “หากไม่ได้เหล้ารองท้อง ข้าก็ไม่รู้จะเริ่มอย่างไร”
เซียวหลีนึกเห็นใจเมื่อเห็นท่าทีกลัดกลุ้มของอีกฝ่าย เหตุใดหนุ่มรูปงามอย่างเขาถึงได้ยึดติดขนาดนี้กัน?
หลังซดเหล้าไปสองจอก อวี่เหวินชูเอ่ยชวนชนจอกกับนาง “มา ดื่มกัน”
เขาออกปากเล่าระหว่างนั่งดื่มด้วยกัน “ช่วงนี้ข้ากลุ้มใจมาก คิดจะหาเวลามาดื่มกับเจ้าอยู่ ข้าคิดถึงเจ้าทั้งวันทั้งคืน จนแม้จะมีคนข้างกายที่ดีเพียงใดข้าก็ลืมว่าตนเองคืออวี่เหวินชู”
“โชคร้ายนักที่ข้ามองเพียงเจ้าและปฏิเสธการแต่งงานที่ที่บ้านจัดเตรียมไว้ให้ไปเสียทุกครั้ง”
เมื่อพูดถึงตอนนี้ เขาสบตามองนาง “เจ้าไม่ซาบซึ้งบ้างหรือ?”
เขาเห็นว่าอีกฝ่ายนิ่งเฉยเหมือนกำลังฟังเขาเล่านิทานอยู่
“ก็น่าซาบซึ้งไม่น้อย”
เซียวหลีเออออตามคำเขา ในใจครุ่นคิดว่าอวี่เหวินชูตั้งใจมาสารภาพรักกับตนเองหรือ?
“เพราะหรงสวินไม่อยู่ข้าเลยกล้ามาบอกเจ้า ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าจะเมินข้าแบบนี้”
เซียวหลีผายมือยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ แม้อวี่เหวินชูจะเป็นหนุ่มรูปงามผู้มั่งคั่งและทรงอำนาจ แต่นางก็ไม่ได้ชอบพอเขา ทั้งนางยังให้สัญญากับหรงสวินเอาไว้แล้ว
แค่ฝันถึงเขาก็ทำให้นางรู้สึกสุขใจ นางจึงไม่คิดใกล้ชิดชายอื่นอย่างแต่ก่อน
“อาหลี… ครอบครัวของข้าต้องการให้ข้าแต่งงาน แต่ว่าข้าไม่เต็มใจเลย เจ้ารู้หรือไม่?”
เซียวหลีพยักหน้า “ท่านบอกมาก่อนหน้านี้แล้วไงเล่า”
นางเอ่ยขึ้นหลังตรองดู “ความรักต้องอาศัยการบ่มเพาะให้เบ่งบาน ท่านไม่ต้องกังวลเรื่องนี้หรอก”
ในยุคสมัยนี้มีผู้คนมากมายที่แต่งงานก่อนได้พบเจอหน้ากัน คำแนะนำของแม่สื่อแม่ชักถือว่าเป็นหนทางหลักในการแต่งงาน
อวี่เหวินชูจิบสุราก่อนว่าขึ้น “เจ้าทุ่มเทให้เขาและไม่คิดเผื่อใจเลยหรือ? ต่อให้เขาโกหกเจ้าเจ้าก็จะไม่โกรธหรือ?”
“หรงสวินจะโกหกข้าเรื่องอะไร?”
“เขายังไม่ได้บอกเรื่องตัวตนของเขากับเจ้าหรือ?”
เซียวหลีส่ายหน้า “เขาจะบอกข้าครั้งหน้าที่เจอกัน”
อวี่เหวินชูหัวเราะ “แล้วถ้าข้าเป็นคนบอกเจ้าเองล่ะ? บอกว่าเจ้ากับเขาสถานะต่างกันลิบลับ ผลจะเป็นอย่างไร?”
สถานะต่างกันหรือ?
เซียวหลีรับรู้ได้ว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดามานานแล้ว
ดังนั้นนางจึงเพียรพยายามทำงานหนักเพื่อเป็นเจ้าของธุรกิจให้คู่ควรกับหรงสวิน
ต่อให้เขาเป็นราชวงศ์หรือนายพลใหญ่ นางก็จะตั้งใจทำงานเพื่อสามารถเคียงคู่กับเขาให้ได้!
อวี่เหวินชูมองสีหน้าสงบนิ่งของอีกฝ่าย เขาพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
“ตลอดชีวิตของข้า ข้าขึ้นเขาลงห้วย กินดื่มเริงสำราญ ทำตามใจตนเอง นึกไม่ถึงว่าสุดท้ายจะมาวนเวียนอยู่ที่เขตเล็ก ๆ อย่างเหยียนฉิ่งแบบนี้”
อวี่เหวินชูอดขำเยาะเย้ยตัวเองไม่ได้ เขาอดไม่ได้จริง ๆ
“ข้าเคยเห็นสตรีมานักต่อนัก แต่เจ้าเป็นคนที่ไม่เหมือนใคร หากเจ้ามีใจให้ข้า ข้าก็พร้อมละทิ้งทุกอย่างเพื่อเจ้า”
หากเซียวหลีไม่ได้ใจรักมั่นและให้คำสัญญากับหรงสวินเอาไว้ นางก็ไม่รู้ว่าตนจะเผลอใจโผเข้าหาอ้อมแขนของอีกฝ่ายหรือไม่
อย่างไรเสียอวี่เหวินชูก็ทั้งรูปงามและร่ำรวย คนเราจะอยู่โดยไม่มีเงินได้อย่างไร?
“แม้ข้าไม่มีใจให้ท่าน แต่ข้าก็ยังจะดื่มกับท่าน”
เซียวหลีจิบเหล้าพลางคีบกับแกล้มกิน วันนี้นางระวังตัวไม่ให้เมาเป็นพิเศษ ด้วยเกรงว่าจะลงเอยด้วยการนอนเตียงเดียวกันกับเขาอย่างครั้งก่อนอีก
“เป็นได้เพียงเพื่อนสนิทหรือ?”
นางยิ้มและพยักหน้าให้ แม้อวี่เหวินชูจะดื่มไปสองจอกแล้วแต่เขาก็รู้ดีว่านางเห็นเขาเป็นเพียงเพื่อนเท่านั้น
เมื่อนึกถึงการแต่งงานที่ครอบครัวตระเตรียมให้ เขาก็อดจะหดหู่ใจไม่ได้ “จิ้นอ๋องอายุมากกว่าข้ายังไม่ถูกบีบให้แต่งงานเลย แต่ข้ากลับถูกบังคับแต่ง ไม่ยุติธรรม”
เซียวหลีคิดว่าอีกฝ่ายไม่สบอารมณ์และเมามากเกินไปถึงได้พูดเรื่องไร้สาระ นางจึงทำเพียงนั่งฟังเงียบ ๆ
“เอาเถิด อย่าพูดถึงเรื่องไม่น่ายินดีเลย ท่านกับข้ามาดื่มกันให้สบายใจเถิด”
อวี่เหวินชูรินสุราให้นาง “เจ้ากล้าหรือไม่?”