ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา - บทที่ 227 จดหมายจากนายน้อย
บทที่ 227
จดหมายจากนายน้อย
ช่วงเย็นเซียวจ้านเข้ามารายงานว่าจัดหาที่พัก เสื้อผ้า และอาหารให้ทุกคนเรียบร้อยแล้ว
ทำให้บ้านพักข้างโรงงานเต็ม
เซียวหลีให้คนไปเชิญเซียวเหวินไฉมาหา เพื่อทั้งสามคนจะได้ปรึกษาหารือกัน
เซียวจ้านถึงได้เข้าใจว่าเซียวเหวินไฉคงรู้ว่านางต้องการทำสิ่งใด เซียวหลีบอกให้หวังไฉ่เตี๋ยไปบอกเซวี่ยหนิงจัดเตรียมอาหารเอาไว้
ลานบ้านเต็มไปด้วยโต๊ะเก้าอี้ วันนี้จะมีการต้อนรับคนงานใหม่ตามคำสั่งของเซียวหลี
นอกจากหลีจงที่ไปดูแลเล้าหมูคอกวัวที่บ้านเก่า บริวารทั้งหมดมารวมตัวกันที่นี่
ขณะคนครัวนำอาหารออกมา บรรยากาศครื้นเครงขึ้นเรื่อย ๆ น้ำแกงซี่โครงหมูและขาหมูตรงหน้าชวนให้น้ำลายสอ และยังมีอาหารอีกหลายจานที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน
“นายหญิงน้อย อาหารพร้อมแล้วเจ้าค่ะ”
เซวี่ยหนิงมารายงาน
เซียวหลีขานรับก่อนส่งเซียวเยี่ยนอุ้ม และลุกขึ้นมองผู้คนมากมายอยู่นาน
“ทุกคน ในเมื่อได้เข้าบ้านตระกูลเซียวแล้ว ถือว่าเป็นคนตระกูลเซียว”
“ข้าเซียวหลี เป็นเจ้านายของพวกเจ้า ยินดีอย่างยิ่งที่ได้อยู่ร่วมกันพวกเจ้า”
“ท่าทางของข้าอาจแตกต่างกับนายคนก่อน ๆ ของพวกเจ้า”
“แต่ในเวลาเดียวกันข้าก็ให้เกียรติพวกเจ้า หวังว่าทุกคนจะช่วยรักษาสืบต่อให้บ้านตระกูลเซียวอยู่ไปได้อีกนาน”
“หากบ้านตระกูลเซียวเจริญรุ่งเรือง พวกเจ้าจะได้มีอยู่มีกินไม่ขาด ข้าคิดว่าทุกคนคงรู้ข้อนี้ดี หากจับได้ว่าทำผิดจะไม่ให้โอกาสอีก จะได้รับบทลงโทษตั้งแต่สถานเบาไปจนสถานหนัก ตั้งแต่การขายทิ้งไปจนขั้นรุนแรง ไม่คิดเก็บคนเสเพลเอาไว้”
เซียวหลีเอ่ยทั้งนึกตะขิดตะขวงในใจ หากแต่ในยุคปัจจุบันชนชั้นแตกต่างไม่ชัดเจน ทั้งยังมีเรื่องของกฎหมายและสิทธิแรงงาน
ดังนั้นนางจึงต้องระมัดระวังคำพูดรุนแรงของผู้เป็นนาย มีบริวารมากมายขนาดนี้ จึงไม่มีทางที่จะไม่มีการกำหนดกฎเกณฑ์
“ข้าไม่ได้คาดหวังสูงนัก เพียงตั้งใจทำงานของเจ้าให้ดี ห้ามแพร่งพรายเรื่องของตระกูลเซียวให้คนภายนอกรู้ ทำได้หรือไม่?”
“รับทราบขอรับ”
“ดังกว่านี้อีก”
“รับทราบขอรับ”
เซียวหลีพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนดึงเซียวจ้านมา “เรื่องภายในบ้าน นอกจากข้าแล้ว ให้ทำตามคำสั่งของหัวหน้าเซียว”
เซียวจ้านไม่ถ่อมตน เขายืดอกและขึ้นกล่าวเล็กน้อย เอ่ยถึงแต่เรื่องสำคัญก่อนขอความร่วมมือก่อนหยุดพูดเพียงเท่านั้น
ยังไม่ทันได้ทานข้าว ทุกคนก็ต่างสั่นกลัว
“ท่านแม่ วันนี้ท่านพูดจาน่ากลัวจัง”
เซียวเป่าเอ๋อเอียงหน้ากระซิบเซียวหลี
เซียวหลีลูบศีรษะลูกชาย “หากมีคนมากก็ต้องมีกฎ ไม่อย่างนั้นจะเกิดความวุ่นวายได้”
เซียวหลีมองหน้าหยวนหรงซึ่งอยู่ท่ามกลางผู้คนและเอ่ยเสียงเรียบ
เซียวจ้านแนะนำนางหลังกลับมาถึงหมู่บ้านตระกูลเซียว เซียวหลีจึงเรียกหยวนหรงมาพบในช่วงที่เขาไปจัดการเรื่องที่พักของข้ารับใช้คนใหม่
หยวนหรงผู้นี้สายตาหลักแหลม เพียงได้พูดคุยกับ เซียวหลีไม่กี่คำก็ดูออกว่าอีกฝ่ายเป็นคนดี เป็นเจ้านายที่น่าเคารพ
หยวนหรงแนะนำว่าหากมีบริวารมากมาย ควรให้ความเมตตาและชื่นชมให้เท่าเทียมกัน และควรสร้างกฎเกณฑ์ให้ทุกคนปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
ในทางกลับกันผู้เป็นนายควรมีความเห็นอกเห็นใจข้ารับใช้ แสดงความเด็ดเดี่ยวเมื่อเกิดเหตุร้ายแรง คำพูดของนางจึงจะน่าเกรงขาม
หยวนหรงยิ้มบางพลางค้อมศีรษะคำนับให้นาง
“เรื่องคนเฝ้ายามข้าจะเป็นคนจัดการเอง ส่วนเรื่องคนงาน เดี๋ยวข้าจะพาไปเจอกับหลีจงหลังมื้อเย็น”
“ส่วนเรื่องภายในบ้านหยวนหรงจะเป็นคนดูแล หากมีอะไรก็ถามได้”
หยวนหรงลุกขึ้นคำนับให้เซียวจ้าน เซียวหลี และคนอื่น ๆ “ข้าน้อย ขอบคุณมากเจ้าค่ะ”
หลังจากนั้น บริวารหญิงหลายคนได้เห็นหน้าหยวนหรงซึ่งมาทำหน้าที่แทนหงซ่าน
หลังเอ่ยทักทายและทำความเข้าใจร่วมกัน เซียวหลีจึงประกาศให้เริ่มทานอาหารได้
ทุกคนต่างรู้แก่ใจว่าเมื่อขายตนเองมาเป็นทาสย่อมสูญเสียอิสระไป
สิ่งที่พวกเขาต้องทำคือตั้งใจทำงาน ไม่ทำเรื่องผิดพลาด และไม่คิดหักหลังผู้เป็นนาย
หลังมื้ออาหาร ข้ารับใช้บ้างแยกย้ายไปเก็บกวาดโต๊ะเก้าอี้ บ้างไปฝึกงานที่บ้านเก่า บ้างกลับไปพักผ่อนที่โรงงานเพื่อรอเริ่มงานในวันรุ่งขึ้น
“เซียวหลี ฮูหยินใหญ่เรียกเจ้าน่ะ”
นางควรอธิบายเรื่องนี้ให้นางหวังฟัง
นางหวังส่งสีหน้าเป็นกังวลเมื่อนางมาถึง “อาหลี เจ้าซื้อคนมามากมายขนาดนี้ หากหาเลี้ยงไม่ได้จะทำอย่างไร?”
เซียวเป่าเอ๋อมีท่าทีไม่ต่างกับเซียวเยี่ยนคล้ายบอกว่าถึงยามนั้นจะทำอย่างไร?
เซียวหลีก้าวไปรินชาให้นางหวัง “ลูกจัดการได้ ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วง”
นางหวังจะไม่เป็นห่วงได้อย่างไร?
ตอนที่เซียวเยี่ยนบอกว่าเซียวหลีซื้อคนกลับมาหลายสิบคน นางก็นึกเป็นกังวลตั้งแต่เมื่อบ่าย
“อาหลี เจ้ากำลังเล่นกับไฟ หากไม่ระวังอาจโดยไฟคลอกได้”
นางหวังเอ่ยเตือนลูกสาวด้วยความปวดใจ แต่เซียวหลีกลับยังยิ้มกว้างอย่างใจเย็น
“ยังจะมีหน้ามายิ้มอีก…”
“ท่านแม่ ข้ารู้ว่าท่านหวังดีต่อข้า แต่ข้ารู้สึกว่าคนที่มีความสามารถต้องไม่นึกถึงแต่ตนเอง แม้ข้าจะไม่ใช่คนที่มีความสามารถก็ตาม”
นางหวังดูเข้าใจดีแต่ยังสบตามองเซียวหลี “ตอนนี้เจ้าคิดการใหญ่ แม่ทำอะไรไม่ได้นอกจากขอให้สวรรค์อวยพรให้ครอบครัวเราโชคดีเท่านั้น”
เซียวหลียกยิ้มและเอ่ย “ข้ารู้”
หลังจากบอกลานางหวังและเซียวเยี่ยน เซียวเป่าเอ๋อจูงมือมารดาเดินออกมาและเอ่ยถาม “ท่านแม่ ท่านคิดว่าควรบอกท่านยายว่าท่านทำเพื่อบ้านเมืองหรือไม่? การนึกถึงบ้านเมืองก่อนครอบครัวเป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ?”
“ก็ไม่ต่างกันนักหรอก”
เซียวหลีมองหน้าลูกชายที่กระโดดโลดเต้นไปมา พลางนึกอุ่นใจที่เขาเข้าใจเรื่องนี้
เซียวเป่าเอ๋อได้ฟังพลันกระโดดมาตรงหน้านาง “ท่านแม่ เป่าเอ๋อคิดว่าท่านเหมือนท่านพ่อของข้าจริง ๆ นะ”
นางมองหน้าลูกชายอย่างงุนงงว่าเหตุใดเขาถึงได้เอ่ยเช่นนี้
“ท่านแม่ดูแลข้าด้วยความรักจากมารดา ให้กำเนิดข้า แต่ก็คอยสั่งสอนข้าเหมือนผู้เป็นบิดาด้วย”
“เจ้าคิดเช่นนั้นก็ดีแล้ว”
แม่ลูกหัวเราะก่อนไปอาบน้ำ เซียวหลีพาลูกชายเข้านอนและกลับไปนอนที่ห้องของตนเอง
“หงซ่าน? มายืนอยู่ที่นี่ทำไม? มีเรื่องอะไรหรือ?”
หงซ่านค้อมศีรษะคำนับรอหน้าประตูด้วยท่าทีแปลกตา
นางก้มหน้า “นายหญิงน้อย นายน้อยส่งจดหมายมาเจ้าค่ะ”
เซียวหลีหันมอง “จดหมายหรือ? ใครมาส่ง?”
“กลับไปแล้วเจ้าค่ะ”
เซียวหลีรับจดหมาย “เจ้าไปพักผ่อนเถิด”
หงซ่านรับคำก่อนเดินเข้าห้องเซียวเป่าเอ๋อไป ช่วงนี้นางกับฮว่าเชวี่ยพักอยู่ข้างห้องเซียวเป่าเอ๋อ ทั้งคู่ผลัดกันดูแลความปลอดภัยของเซียวเป่าเอ๋อ
เมื่อเข้ามาในห้อง เซียวหลีได้กลิ่นหอมจาง ๆ ที่คุ้นเคย
“กล้าเข้ามาในห้องส่วนตัวของสตรีได้อย่างไร?”
เซียวหลีสีหน้าเรียบเฉยก่อนนั่งลงรินชาจิบ
“อะไรกัน? ยังไม่ออกมาอีกหรือ? แม้จะซ่อนตัวอยู่แต่กลิ่นกายของท่านกลับหักหลัง ท่านอย่าได้ทำเรื่องให้ซับซ้อนจะดีกว่า”