ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา - บทที่ 226 เจ้าต้องการพึ่งพาคนอื่นหรือ?
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา
- บทที่ 226 เจ้าต้องการพึ่งพาคนอื่นหรือ?
บทที่ 226
เจ้าต้องการพึ่งพาคนอื่นหรือ?
ทั้งสัญญาซื้อขาย เอกสารกรรมสิทธิ์ และใบรับรองถูกดำเนินการเสร็จสิ้นในคราวเดียว
เซียวหลีกับคนอื่น ๆ แวะซื้อของที่จำเป็น รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ขณะปล่อยให้พ่อค้าหลิวจัดการเรื่องรถม้า
พ่อค้าหลิวนำคนเกือบร้อยไปส่งที่หมู่บ้านตระกูลเซียว
ระหว่างทางที่ผ่าน เหล่าผู้อพยพต่างนึกอิจฉา อย่างน้อยทาสที่ถูกซื้อตัวไปพวกนี้ก็ยังมีอาหารและเสื้อผ้า หากเป็นไปได้ พวกเขาก็อยากจะลงชื่อยินยอมขายตัวได้ทุกเมื่อ
“ท่านแม่ ท่านทำการใหญ่นัก คนมากมายขนาดนี้ บ้านเราจะเลี้ยงได้หรือ?”
เซียวเป่าเอ๋อที่เพิ่งรู้ถึงกับอึ้ง ครอบครัวของเขาลืมตาอ้าปากและกลายเป็นคนร่ำรวยในหมู่บ้านได้ภายในไม่กี่เดือน คงไม่มีสิ่งใดเหลือเชื่อไปมากกว่านี้แล้ว
เซียวหลีหัวเราะ “งั้นเจ้าก็ต้องตั้งใจเล่าเรียน ต่อไปจะได้ช่วยเหลือคนมากมายได้”
เซียวเป่าเอ๋อมองค้อน “ข้าต้องใช้ชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นหรือ?”
เซียวหลีครุ่นคิด “หากเจ้าไม่ช่วยเหลือคนอื่น แล้วเจ้าต้องการพึ่งพาคนอื่นหรือ?”
นางมองหน้าลูกชาย ทำให้เขานึกขึ้นได้ทันที
หากเขาต้องพึ่งพาคนอื่น ความเป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียวคือการกลายเป็นทาสของตระกูลอื่น
เซียวเป่าเอ๋อพลันลุกขึ้นจนรถม้าโคลงเคลง เขาก้มหน้าให้มารดาอย่างว่าง่าย “เป่าเอ๋อเข้าใจที่ท่านแม่หมายถึงแล้ว”
เซียวหลีตั้งใจทำงานหาเงินเพื่อใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย
ท่าทีว่าง่ายของเซียวเป่าเอ๋อดูแปลกตา หงซ่านเอ่ยขึ้น “ท่านไม่ต้องกังวลไปหรอกเจ้าค่ะ นายน้อย เรามีอาหารตั้งมากมาย หลังปีใหม่ก็ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ”
เซียวเป่าเอ๋อขานรับ “อื้อ” สิ่งที่เขากังวลไม่ใช่เรื่องของอาหาร แต่เป็นภาระที่ท่านแม่ของเขาต้องแบกรับ เขาคงจะทนเรื่องนี้ไม่ได้แน่
เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ตระกูลเซียว เซียวจ้านไปจัดการกับข้ารับใช้ที่ซื้อตัวมา ในขณะที่เซียวหลีพาลูกชายแวะไปหานางหวัง
“อาหลี…”
เซียวเยี่ยนอยู่กับนางหวังที่ด้านหลังเรือน สีหน้าของนางดูกระตือรือร้นมากทีเดียว
“ท่านป้า…”
เซียวเป่าเอ๋อนึกสงสัย เซียวเยี่ยนมักหายไปทั้งวัน วันนี้นางอยู่บ้านถือว่าเป็นเรื่องแปลกไม่น้อย
เซียวเยี่ยนอุ้มหลานชายขึ้นและตั้งท่าจะหอมแก้มเขา แต่กลับถูกเด็กชายดันออก “ท่านป้า ข้าไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ เราทั้งคู่ต่างเพศกัน!”
เซียวเยี่ยนยิ้มกว้างหมายจะบังคับหอม “อะไรกัน ข้าเป็นป้าของเจ้าจะมาต่างเพศอะไรกัน?”
“ท่านป้าดูอารมณ์ดีจัง”
เซียวเป่าเอ๋อบอก
เซียวหลีเดินตามหลังพี่สาวที่อุ้มลูกชายของตนเอาไว้
“ใช่ อารมณ์ดีมาก”
“อาหลี ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า”
เซียวหลีถาม “เรื่องอะไรหรือ?”
“หากเจ้ามีเงินก็ตุนซื้อเสบียงเอาไว้ ต่อไปเจ้าต้องทำกำไรได้เป็นกอบเป็นกำแน่”
เซียวหลีหันมองพี่สาว “ช่วงนี้ที่ท่านออกไปแต่เช้าและกลับมาดึกดื่นก็เพราะเรื่องนี้เองหรือ?”
หวังไฉ่เตี๋ยรีบร้อนเข้ามารายงานบางอย่างให้เซียวหลีทราบ ทว่าเมื่อเห็นว่าเซียวเยี่ยนอยู่ด้วย นางก็ไม่กล้าพูดออกมา
“แล้วท่านก็ซื้อมาหรือ?”
เซียวหลีถาม
“ใช่ ข้าซื้อมาตั้งกว่า 600 ตำลึงเงิน โชคดีที่โกดังของเราใหญ่พอ”
เซียวเยี่ยนว่าขึ้นอย่างร่าเริง
ใช่แล้ว ด้วยสถานการณ์ภัยพิบัติในปินโจว ต่อไปอาหารจะเป็นสินค้าขาดตลาด ไม่ว่าจะสำหรับขุนนางหรือประชาชน
ทุกวันนี้ข้าวสารขึ้นราคาเป็นเท่าตัว ผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ที่บ้านมีไม่เพียงพอ ในขณะที่พายุกำลังก่อตัว หากไม่เตรียมการไว้ล่วงหน้า คงไม่พ้นลำบากในภายภาคหน้า
“บังเอิญจริง วันนี้ท่านแม่ก็ซื้ออาหารมามากเช่นกัน”
“จริงหรือ? เท่าไหร่?”
“เป็นพันตำลึงเงินเลย”
เซียวเยี่ยนยกนิ้วชื่นชม หลายวันที่ผ่านมานางสืบข่าวเพื่อหาช่องทางทำเงิน จึงได้รู้เรื่องภัยพิบัติที่ปินโจวและความขาดแคลนอาหารของท้องพระคลัง
ว่าแต่เซียวหลีรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?
หรงสวินกับเยี่ยเหลียงเฉินเป็นคนบอกหรือ?
หากแต่พวกเขาก็ไม่ได้เจอกันนานแล้ว
เซียวเยี่ยนวางหลานชายลงพื้น ก่อนกระซิบถามน้องสาว “เจ้ารู้เรื่องโรคระบาดที่ปินโจวด้วยหรือ?”
เซียวหลีพยักหน้า “นายอำเภอเฉิงเป็นคนบอกข้า”
“นึกไม่ถึงว่าเราสองคนจะคิดตรงกัน”
การเก็บตุนอาหารนับเป็นทางเลือกที่ดี ไม่ว่าจะที่ไหนเมื่อไร อาหารก็เป็นที่ต้องการของผู้คนเสมอ!
เซียวเป่าเอ๋อเงี่ยหูฟัง “โรคระบาดหรือ? ไม่น่าเล่า ท่านแม่ถึงได้ซื้อสมุนไพรมามากมาย ที่แท้กำลังเตรียมการอยู่เองหรอกหรือ?”
เซียวหลีเขกหัวลูกชาย “เจ้ารู้ด้วยหรือ?”
เด็กชายปั้นหน้าบึ้ง “ข้าไม่ใช่ลูกท่านหรืออย่างไร?”
เซียวเยี่ยนรู้สึกเพียงเซียวหลีไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป นางไม่ใช่น้องสาวคนโง่เง่าอย่างเมื่อก่อน
เพียงแค่ไม่อาจอธิบายได้ว่าเปลี่ยนไปอย่างไร
ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็ยังเป็นคนเดิม เพียงแต่เฉลียวฉลาดและมีความสามารถขึ้น ชวนให้นึกสงสัยแต่ไม่อาจหาคำตอบได้
หลังทักทายนางหวัง เซียวเยี่ยนพาเซียวเป่าเอ๋อไปเล่น เมื่อเซียวหลีกลับไปนางจึงเอ่ยถามหลานชาย “เป่าเอ๋อ ช่วงนี้แม่เจ้าวางแผนจะทำอะไรหรือ?”
เซียวเป่าเอ๋อรู้ว่านางสงสัยและไม่คิดจะปิดบัง จึงตอบไปตามตรง “ท่านแม่กำลังจะสร้างโรงงานทำเกลือใหม่ อ๊ะ แล้วก็ซื้อคนงานมาอีก 82 คนด้วย”
“82 คน…”
เซียวเยี่ยนถึงกับตกตะลึง
“ใช่แล้ว แล้วยังซื้อป่าไผ่ที่หมู่บ้านตระกูลเซียว หมู่บ้านตระกูลหวัง และหมู่บ้านตระกูลจ้าว แถมซื้อที่ดินรกร้างระหว่างหมู่บ้านทั้งสามด้วย”
เด็กชายชี้ไปทางทิศตะวันออก
“ที่ดินหรือ? ทั้งหมดเลยหรือ?”
คนฟังยิ่งตกใจ
เซียวหลีนำเงินรางวัลจากองค์จักรพรรดิคราวก่อนมาใช้ ไม่เช่นนั้นคงซื้อของมากมายขนาดนี้ในคราวเดียวไม่ได้ไม่ใช่หรือ?
เซียวเป่าเอ๋อยิ้มร่าและเกี่ยวก้อยกับป้าตนเอง “ท่านป้า ท่านสงสัยว่าท่านแม่เอาเงินมาจากไหนมากมายใช่หรือไม่?”
นางพยักหน้า “เจ้ารู้หรือ?”
เขาเอ่ย “อื้อ” “เพราะไม่มีเงินถึงขอจากท่านอาอวี่เหวิน”
“อวี่เหวินชูเจ้าของฉู่ฉู่หลิวเซียวน่ะหรือ? ทำไมเขาต้องให้เงินแม่เจ้าด้วย?”
เซียวเป่าเอ๋อยิ้มโดยไม่พูดอะไร ท่านป้าคงลืมไปชั่วขณะ เพราะว่าแม่ของเขาขายน้ำมันถั่วเหลืองให้อวี่เหวินชูไม่ใช่หรือ?
นอกจากนี้องค์จักรพรรดิยังมอบรางวัลให้แม่ของเขาอีก 5,000 ตำลึงทอง
อีกทั้งเดิมทีแม่ของเขาก็มีเงินอยู่ในมืออย่างน้อย 6,000 ถึง 7,000 ตำลึงเงินอยู่แล้ว
หากแต่เขาไม่ต้องการพูดถึงเรื่องเหล่านี้ ยิ่งพูดก็มีแต่จะยิ่งวุ่นวาย
เขากลัวว่าท่านป้าจะกลับไปติดพนันอีกครั้ง หากนางขโมยตั๋วเงินไปเล่นพนันจะทำอย่างไร?
เมื่อนึกได้เช่นนั้นเขาก็รู้สึกว่าจำเป็นต้องเตือนมารดา ต่อให้เขาไม่รู้ว่าแม่ของตนเก็บตั๋วเงินไว้ที่ใดก็ตาม
“เป่าเอ๋อ เจ้าหมายถึงอาอวี่เหวินให้เงินกับแม่เจ้า แล้วอาหรงเล่า? เขาได้ให้หรือไม่?”
“ท่านอาหรงหรือ? เขาดีกว่าอีก เขายอมหาเลี้ยงท่านแม่และข้า”
เซียวเยี่ยนนิ่งอึ้ง “ให้ตายเถอะ”
“อะไรหรือ ท่านป้า?”
เซียวเยี่ยนส่ายหน้า เดิมทีนางคิดว่าตนเองเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ถึงอย่างไรประสบการณ์ในหอนางโลมของนางก็ไม่เสียเปล่า
ทว่านึกไม่ถึงว่าน้องสาวของตนซึ่งดูใสซื่อไร้พิษภัยจะเหยียบเรือสองแคม ทั้งยังโชคดีที่เรือทั้งสองเป็นเรือใหญ่ เป็นถึงบุตรชายเศรษฐีทรงอำนาจ
เหตุใดนางถึงไม่เคยสังเกตเห็นเสน่ห์ของเซียวหลีกัน?