ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา - บทที่ 224 ที่รกร้างนับไม่ถ้วน
บทที่ 224
ที่รกร้างนับไม่ถ้วน
“ทางราชสำนักอาจแจกจ่ายอาหารเยียวยาได้ไม่กี่มื้อ แต่ว่า…”
หากแต่ในอีกสิบวันเรื่อยไปถึงครึ่งเดือนให้หลังจะต้องมีผู้ประสบภัยอพยพมาเพิ่มอีกแน่ ถึงตอนนั้นคงจะมีผู้คนมากมาย ทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่จะควบคุมโรคระบาดไม่ได้ซึ่งยิ่งจะทำให้สถานการณ์เลวร้ายขึ้น…
“นายหญิงน้อยเซียว ดูแลตนเองด้วย!”
นายอำเภอเฉิงกำหมัดและเอ่ยขึ้น แม้เซียวหลีกับหรงสวินจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน ทว่าใครเล่าจะรู้ว่าต่อไปนางจะเข้าข้างเฮ่ออ๋องหรือไม่ หรือต่อให้หรงสวินขาหายดีแล้วเขาก็ยังบาดเจ็บที่มืออยู่ แล้วยังมีเรื่ององค์ชายสิบสี่อีกไม่ใช่หรือ?
ไม่ว่านางจะยืนอยู่ข้างใคร การมีความสัมพันธ์อันดีก็ไม่ใช่เรื่องผิด!
เซียวหลีพยักหน้า “ขอบคุณท่านมาก นายอำเภอเฉิง”
เขาขานรับ “อืม” ก่อนบอกกับทหารเฝ้ายาม “ต่อไปปล่อยให้รถม้าตระกูลเซียวผ่านเข้าไปได้เลย”
“ขอรับ ใต้เท้าเฉิง!”
อีกฝ่ายรับคำขันแข็ง และหันมองรถม้าที่ตกแต่งอย่างงดงามของเซียวหลี
“นายหญิงน้อยเซียว ตามสบาย ข้าขอตัวไปทำหน้าที่ต่อก่อน”
“ใต้เท้าเฉิง เดี๋ยวก่อน…”
เซียวหลีก้าวมาหาอีกฝ่าย “ใต้เท้าเฉิงบอกว่าไม่มีใครต้องการที่นารกร้างใช่หรือไม่ เช่นนั้นขายให้ข้าได้หรือไม่?”
“หมายถึงที่หมู่บ้านตระกูลเซียวหรือ?”
เซียวหลีพยักหน้า “ใช่แล้ว”
นายอำเภอเฉิงนึกแปลกใจ เซียวหลีซื้อป่าไผ่ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนนี้นางกลับขอซื้อที่นาร้างอีก
“มากเท่าไหร่หรือ?”
นางตอบ “ข้าขอซื้อทั้งหมด”
“ถึงจะเป็นที่รกร้างแต่ว่าก็ราคาไม่ถูกนัก”
เซียวหลียืนกราน “ข้ารู้”
เขาไม่รู้ว่านางคิดอะไรอยู่ แม้เห็นว่าการซื้อที่นาเป็นเรื่องไร้ประโยชน์ แต่ผู้หญิงฉลาดหลักแหลมอย่างเซียวหลีย่อมไม่ทำเรื่องที่ขาดทุนแน่นอน
“พื้นที่บริเวณสามเหลี่ยมระหว่างหมู่บ้านตระกูลจ้าวและหมู่บ้านตระกูลหวังเป็นที่นาใกล้ ๆ คฤหาสน์ตระกูลเซียวนี่?”
“ข้าต้องการที่ตรงนั้น!”
“เกลือ… มีที่ใดใกล้บ่อน้ำเกลือบ้างหรือไม่?”
เมื่อพูดถึงบ่อน้ำเกลือ นายอำเภอเฉิงลดเสียงเบา บ่อน้ำเกลือไม่ได้เปิดเป็นที่สาธารณะ ต่อให้มีคนคิดสงสัยก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น!
เดิมทีมีที่ดินที่หรงสวินซื้อเป็นของขวัญให้นางอยู่ใกล้บ่อน้ำเกลือ พวกเขาเปิดที่บริเวณนั้นให้ชาวบ้านมาใช้ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ส่วนที่เหลือเป็นที่ดินที่มีปัญหาและไม่สามารถใช้ทำเกลือได้ ด้วยจะกระทบกับคุณภาพดินและผลผลิต เซียวหลีจึงปฏิเสธไป
เซียวหลีกับนายอำเภอเฉิงเดินทางไปยังที่ว่าการด้วยกัน และดำเนินการทำเรื่องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินจนกระทั่งช่วงเย็น
เซียวหลีกับเซียวจ้านขี่ม้าตัวเดียวกันและเดินทางกลับหมู่บ้านตระกูลเซียว พวกเขาได้ใบแสดงกรรมสิทธิ์เหนือที่ดินเหล่านั้น
“ยินดีกับนายหญิงน้อยเซียวด้วย ท่านช่างกล้าหาญและวิสัยทัศน์กว้างไกลยิ่งนัก”
นายอำเภอเฉิงขอบคุณนางที่ซื้อที่ดินไปด้วยเงินมหาศาล ในยามที่เงินท้องพระคลังขัดสน นางกลับมาช่วยไว้ได้ทันเวลา!
“ขอบคุณใต้เท้าเฉิงที่เป็นธุระให้ข้าด้วย”
เซียวหลีคิดตอบแทนเขา “ข้าได้ใต้เท้าเฉิงช่วยเอาไว้ ข้าต้องขอบคุณท่านมาก!”
เขานึกยินดีและรีบขานรับ “เป็นเกียรติของข้าที่ได้ช่วยท่าน!”
นางเอ่ย “หากมีผู้ประสบภัยจากปินโจว ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย แก่หรือเด็ก หรือจะมาทั้งครอบครัว ทั้งหมู่บ้าน ขอเพียงพวกเขายินดีจะทำงาน ให้พามาหาข้าที่หมู่บ้านตระกูลเซียวได้เลย”
นายอำเภอเฉิงเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเช่นนั้น “ท่าน… ซื้อที่ดินเพื่อพวกเขาหรือ?”
เซียวหลีคิดการใหญ่เกินไป หากนางไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้คงจะเกิดหายนะ
เรื่องการป้องกันและดูแลผู้ประสบภัย ไม่ใช่เพียงแค่เขา แต่นายอำเภอคนอื่นก็เป็นกังวลเรื่องอาหารการกินเช่นกัน แต่นางกลับกล่าววาจาเหมือนเป็นพระโพธิสัตว์มาโปรด!
ใครเล่าจะกล้ารับผู้ลี้ภัยกัน?
“ไม่ได้ทั้งหมดหรอก ข้าแค่ต้องการช่วยอย่างเต็มที่เท่านั้น”
“แต่ว่าคนมากมายขนาดนั้นต้องมีอาหารการกินเพียงพอ แม้ครอบครัวของท่านมีผลผลิตงอกงาม แต่จะมีพอกินได้นานแค่ไหน? จะช่วยเหลือได้สักกี่คนกัน?”
เซียวจ้านนึกเป็นห่วงเซียวหลีเช่นกัน เขาเอ่ยขึ้น “นายหญิงน้อย เรื่องนี้ต้องคิดให้ดี!”
“ถึงตอนนั้นก็ให้คนงานเลือกคนที่หน่วยก้านดีไปทำงาน เจ้าจะได้วางใจได้ ถึงอย่างไรก็ไม่ได้เป็นแค่การช่วยคนจน มีคนมากมายที่อดอยากไม่มีอาหารประทังชีพ!”
เซียวจ้านชื่นชมที่เซียวหลีเป็นคนใจดี แต่หากทำอย่างที่นางบอก ผู้ประสบภัยจะไม่แห่เข้ามาเต็มหมู่บ้านตระกูลเซียวหรือ?
เซียวหลีคิดช่วยแก้ไขปัญหาของนายอำเภอเฉิง
ทว่าหากไม่สามารถแก้ได้คงจะเกิดปัญหาใหม่แน่ ถึงอย่างไรที่นาเหล่านั้นก็ไม่สามารถปลูกพืชได้
“นายหญิงน้อยเซียว ข้าจะจดจำความเมตตาอันยิ่งใหญ่ของท่านไว้ขึ้นใจ สวรรค์ต้องอวยพรให้ท่านแน่ เช่นนั้นข้าจะแอบส่งผู้ประสบภัยไปหมู่บ้านตระกูลเซียวเท่าที่ท่านรับได้เท่านั้น! นอกจากนี้เราจะส่งคนไปดูแลความปลอดภัยของคฤหาสน์ เซียวให้ ท่านคิดว่าอย่างไร?”
หมู่บ้านตระกูลเซียวมีบ่อน้ำเกลือจึงมีทหารเฝ้ายามรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว เซียวหลีบอก “ขอบคุณท่านมาก ใต้เท้าเฉิง ข้ามีแผนอยู่แล้ว ท่านไม่ต้องเป็นห่วง หากข้าไม่สามารถช่วยใครได้ก็ค่อยให้พวกเขาช่วยเหลือตนเองแล้วกัน”
เห็นนางตัดสินใจแน่วแน่ เขาไม่คิดทักท้วงอีก ทำได้เพียงค้อมกายให้ “ขอบคุณท่านมาก!”
เมื่อดินถล่มพัดพาซากปรักหักพังมากับโรคระบาด ผู้ประสบภัยย่อมพยายามหนีจากพื้นที่กักกัน อีกไม่ช้าไม่นานต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นแน่
หลังออกจากที่ว่าการ เซียวหลีกับเซียวจ้านแวะทานอาหารก่อนมุ่งหน้าไปยังตลาดค้าทาส
“นายหญิงต้องการหาเด็กสาวหรือ?”
เซียวหลีนั่งลงจิบชาที่พ่อค้ายื่นให้ก่อนเอ่ยขึ้น “ข้าอยากได้คนที่แข็งแรง หากต่อสู้เป็นจะดีมาก”
เมื่อพ่อค้าหลิวได้ยินเขาจึงถามเพิ่มเติม “มีความต้องการอย่างอื่นหรือไม่?”
“เอาคนที่สุขภาพดีก็พอ”
เขารับทราบและบอก “เชิญนายหญิงทางนี้”
เซียวหลีเดินตามโดยมีเซียวจ้านตามประกบ พวกเขาเดินผ่านระเบียงด้านหลังอ้อมลงไปชั้นใต้ดินที่มีคนเฝ้ายามอยู่
พ่อค้าเปิดประตู เสียงฝีเท้ากึกก้องดังขึ้นพร้อมเสียงพูดคุยเซ็งแซ่จากบรรดาหญิงชายและเด็ก
“เงียบก่อน วันนี้โชคดีมีครอบครัวที่ดีมา หากได้รับเลือกถือว่าโชคดีนัก หากไม่ได้รับเลือกก็รอครั้งต่อไป อย่าได้ส่งเสียงโหวกเหวก!”
พ่อค้าหลิวสะบัดพู่ในมืออย่างแรง
ผู้คนมากมายถูกกักขังในกรง เนื้อตัวสกปรกมอมแมมไปหมด
ด้านหน้ามีชายกำยำยืนเฝ้า ทำให้ไม่มีใครกล้าส่งเสียงเมื่อมีคนเดินผ่าน
“พ่อค้าหลิว ท่านจะแนะนำใครให้เราหรือ?”
เซียวหลีมองคนที่ทั้งสนใจและเมินเฉย ขณะในใจเริ่มสงสัยว่าคนเหล่านี้จะภักดีจริง ๆ หรือ?
“คนพวกนี้ถูกครอบครัวขุนนางเฉดหัวมา ทุกคนมีความสามารถ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก!”
“หากมีความสามารถเหตุใดถึงโดนขายเล่า?”
ต้องเกิดเรื่องผิดพลาดอย่างแน่นอน!
“เจ้าก็คงรู้เรื่องอะไรมาบ้างใช่หรือไม่?”
พ่อค้าหลิวพลันเปลี่ยนเรื่อง เขามองหน้าเซียวจ้านก่อนเอ่ยขึ้น “ข้าคิดว่าเจ้าตายไปแล้วเสียอีก”
เดิมทีเซียวจ้านเคยอยู่ที่นี่แต่หลังจากนั้นเขาก็หนีไป ภายหลังได้ยินว่ามีคนซื้อตัวเพื่อช่วยเขาไว้ เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ พ่อค้าหลิวถึงได้รู้ว่าคนที่ช่วยอีกฝ่ายไว้คือเซียวหลี
เซียวจ้านพยักหน้าและนิ่งเงียบ
วันคืนที่เขารอคอยให้คนมาซื้อตัวยังฉายชัดในใจ!
เหตุที่เขาหลบหนีออกไปเพราะคนพวกนั้นจะพาตัวเขาไปทำงานที่เหมือง
เขาจึงต้องหนีออกมา โชคดีที่เขาได้พบกับเซียวหลี ไม่เช่นนั้น…
เขาคงไม่มีชีวิตรอดแล้ว
เซียวหลีพลันนึกถึงตอนที่นางช่วยเซียวจ้านเอาไว้ขึ้นมาทันที