ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา - บทที่ 219 กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ!
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา
- บทที่ 219 กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ!
บทที่ 219
กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ!
“พี่สี่จะชอบสตรีปลายแถวเช่นนั้นได้อย่างไร? พี่รองอย่าได้พูดเหลวไหล”
หรงหยุนเฉิงไม่สบอารมณ์เมื่อได้ฟัง คนเก่งกาจอย่างพี่สี่ของเขาจะมีใจให้หญิงสาวชาวบ้านได้อย่างไร?
แม้นางเป็นคนมีความสามารถและก็เป็นหญิงแม่ลูกติดไม่มีหัวนอนปลายเท้า
เขาไม่อาจทนเห็นอีกฝ่ายพูดจาดูถูกพี่ชายที่เขาเทิดทูนได้
หรงเซิ่นไม่สนใจเขา กลับมองหน้าหรงสวินก่อนเอ่ย “ข้าขอแนะนำเจ้าหน่อยแล้วกัน พื้นเพของนางไม่ได้ดีนัก ต่อให้เจ้าชอบพอนางก็คงจะทำได้เพียงแต่งตั้งเป็นนางสนมเท่านั้น”
ทว่าในถ้อยคำของหรงเซิ่น กลับแสดงว่าเซียวหลีไม่คู่ควรแม้แต่จะเป็นนางสนม
หรงสวินยิ้มบาง มีหรือเขาจะไม่ทราบข่าวลือของหรงเซิ่นกับเซียวชิงเฉิง
“ข้าก็คิดว่าบุตรสาวของราชเลขาธิการเซียวเป็นหญิงที่พรั่งพร้อมทั้งความรู้ สง่างาม กิริยามารยาทอ่อนหวานนุ่มนวล หากหญิงคนนั้นยินยอมก็ปล่อยให้ข้าเป็นคนตัดสินใจเองเถิด!”
คำพูดของหรงสวินฟังดูราบเรียบ ทว่าหรงเซิ่นกลับร้อน ๆ หนาว ๆ เมื่อได้ยิน
เขาต้องการแต่งงานกับหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง
ช่างน่าเกลียดชังยิ่งนัก!
“พี่รอง ท่านดูสีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะ?”
หรงเซิ่นยกยิ้ม “ตระกูลเซียวไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานของเจ้า บางครั้งฝืนไปมีแต่จะทำร้ายทั้งเจ้าและผู้อื่นเสียเปล่า”
“เรื่องการแต่งงานเป็นการจัดการของเสด็จพ่อเสด็จแม่ การแต่งงานระหว่างข้ากับเซียวชิงเฉิงเป็นความต้องการของเสด็จพ่อ กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ ข้าเองก็ช่วยไม่ได้”
หรงเซิ่นยิ้มพลางตบมือราวกับคิดอะไรได้และกล่าวคำ “เช่นนั้นเจ้าก็ดูแลตนเองดี ๆ เถิด!”
หรงสวินพยักหน้า “อืม”
เมื่อหรงเซิ่นจากไป หรงหยุนเฉิงอดกลั้นความโกรธและเอ่ยขึ้น “คนหน้าเนื้อใจเสือ”
“พี่สี่ ท่านไม่ต้องฟังคำเขา จะให้ผู้อื่นมาทำให้การแต่งงานที่เสด็จพ่อลั่นวาจาไว้แล้วล้มเลิกได้อย่างไร? ตระกูลอวิ๋นกับตระกูลเซียวจะกล้าขัดบัญชาและไม่เคารพเชียวหรือ?”
เซียวชิงเฉิงดีเพียงไหน แต่พี่สี่ของเขาดีกว่ามาก มีหรือจะไม่คู่ควรกับนาง? สตรีมากมายแค่ไหนที่เฝ้าฝันจะได้แต่งงานกับพี่สี่ของเขา?
หรงหยุนเฉิงสบตามองแววตาน่าสงสัยของพี่ชาย ก่อนถามขึ้นอย่างหวั่นใจ “พี่สี่รูปงามแต่ทำหน้าเฉยชาอยู่ตลอด ย่อมถูกมองว่าเป็นคนก้าวร้าว หากมีภาพลักษณ์ที่อ่อนโยนคงไม่พ้นเป็นที่ปรารถนาของสตรีทั่วหล้า”
สิ่งที่เขาคิดใช่ไร้เหตุผล เมื่อห้าปีก่อนจิ้นอ๋องผู้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเทพเจ้าสงครามถือเป็นองค์ชายที่เหล่าสตรีในเมืองหลวงปรารถนา รวมถึงเซียวชิงเฉิงด้วย!
ในตอนนั้นเขาไม่ได้ชอบพอเซียวชิงเฉิง อัครมหาเสนาบดีอวิ๋นกลับเสนอหน้ามาเสนอการแต่งงานครั้งนี้ ด้วยชาติตระกูลที่ดี องค์จักรพรรดิจึงเห็นด้วยทำให้หรงสวินไม่อาจคัดค้านได้
หากแต่ในภายหลัง…
ความทรงจำในอดีตยังคงชัดเจนในใจ โชคชะตาช่างโหดร้าย ไม่ต้องเอ่ยถึงท่าทีของตระกูลอวิ๋นและตระกูลเซียว แม้แต่เซียวชิงเฉิงเองยังหมางเมินต่อเขา
พวกเขาไม่แม้แต่จะทักทายเมื่อได้พบกัน
“พี่สี่?”
หรงหยุนเฉิงก้าวไปหาพี่ชาย “ท่านคิดอะไรอยู่หรือ?”
หรงสวินส่ายหน้า พลันนึกถึงที่เซียวหลีมักเรียกเขาว่าคนหน้าตาย เขาทำหน้าเฉยชาเกินไปจริงหรือ?
“เฉยชาหรือ? ควรอ่อนโยนกว่านี้หรือ?”
หรงสวินถามขึ้น “ข้าทำหน้าเย็นชาดูน่ากลัวจริงหรือ?”
ทั้งคู่ตั้งท่าจะเดินออกไปจากโถงงานเลี้ยง
หรงหยุนเฉิงไม่รีรอ แสร้งลูบแขนทำหนาวสั่น “ใช่ เย็นชายิ่งนัก!”
หรงสวินยืนนิ่งและหันมองหน้าน้องชายพร้อมรอยยิ้มแข็ง ๆ “ฮ่าฮ่า แบบนี้พอใช้ได้ไหม?”
หรงหยุนเฉิงงุนงงด้วยไม่เคยชิน “พี่สี่ ท่านเป็นอะไรไป?”
“ข้ามีปัญหาจริง ๆ หรือ?”
หรงหยุนเฉิงเอ่ย “รอยยิ้มท่านน่ากลัวนัก แล้วท่านก็พูดเรื่อง “แปลก” มากมายกับข้าแบบที่ไม่เคยทำมาก่อนด้วย”
หรงสวินยกยิ้มมุมปาก สายลมพัดลอดใต้เท้าก่อนเขาจะเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
“อ๊ะ พี่สี่ ท่านยังไม่ได้ตอบเลยว่าท่านชอบหญิงสาวชาวบ้านคนนั้นจริงหรือไม่?”
หรงสวินหันหลังไปบอกอีกฝ่าย “ใครจะดูถูกนางอย่างไรก็ได้ แต่ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าทำแบบนั้นเด็ดขาด”
แน่นอนว่าเขารักน้องชายคนนี้ แม้จะไม่ได้เป็นพี่น้องโดยสายเลือดแต่ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน!
ดังนั้นเขาจึงไม่คิดปิดบังอีกฝ่ายเรื่องความรู้สึกของตนที่มีต่อเซียวหลี
“เจ้ารู้เอาไว้แก่ใจก็พอ อย่าเปิดเผยให้ผู้อื่นรู้”
“อืม… ข้ารับทราบ…”
หรงหยุนเฉิงเบิกตากว้างด้วยความเหลือเชื่อ!”
เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติตั้งแต่ครั้งก่อนที่ได้พบหรงสวิน แต่ครั้งนี้ดูท่าว่าจะเป็นเรื่องใหญ่
สำหรับผู้ชายเถรตรงอย่างหรงสวินผู้ไม่รู้จักความอ่อนโยน เขาจะตกหลุมรักผู้หญิงได้จริงหรือ?
ทั้งนางยังเป็นหญิงสามัญชน
ซ้ำเป็นหญิงแม่ลูกติดอีกต่างหาก
หรงหยุนเฉิงอดคิดไม่ได้ว่าอาจเป็นเพราะหรงสวินคงไม่เคยพานพบสตรีคนไหนทั้งที่อายุมากถึงขนาดนี้ เขาถึงได้ติดอกติดใจผู้หญิงที่มีพื้นเพเช่นนั้น?
ถึงอย่างไรการมีลูกติดก่อนแต่งก็ไม่ใช่เรื่องสามัญสำหรับผู้หญิง!
หรงหยุนเฉิงหมายมั่นไว้ในใจว่าจะพาพี่ชายกลับมาให้ได้ขณะมองแผ่นหลังอีกฝ่ายที่เดินห่างออกไป คุณหนูตระกูลเซียวไม่พึงใจในตัวเขาแล้วจะหาใครมาเทียบได้กัน?
น่าแค้นใจเหลือเกิน
ด้านหรงสวิน เยี่ยเหลียงเฉินมาหาเขาทันทีที่ก้าวออกมาจากโถงงานเลี้ยง
“จิ้นอ๋อง ซิวอี้มาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ!”
เสียงซิวอี้ดังขึ้นจากด้านหลังในจังหวะที่หรงสวินกับ เยี่ยเหลียงเฉินกำลังจะขึ้นรถม้า
“หัวหน้าซิวนี่เอง ว่าแต่มีเรื่องอะไรหรือ?”
ซิวอี้เป็นคนเจ้าแผนการ เขาอายุเท่านี้แต่สามารถไต่เต้าจนได้เป็นขันทีข้างกายองค์จักรพรรดิและกลายเป็นหัวหน้าขันที
ดูท่าคงจะมีสารพัดกลวิธี
มีคำกล่าวไว้ว่าท้าทายผู้ร้ายยังดีกว่าขันที เหล่านางสนมและองค์ชายทั้งหลายต่างก็เกรงอกเกรงใจซิวอี้
ซิวอี้มาถึงพร้อมสะบัดพู่ในมือ “ฝ่าบาทเรียกเข้าพบพ่ะย่ะค่ะ”
หรงสวินพยักหน้า “ท่างกงกงนำทางไปเถิด”
ซิวอี้ผายมือให้หรงสวินเดินนำหน้าไปก่อน
เมื่อหรงหยุนเฉิงออกมาเห็นหรงสวินและซิวอี้ เขารีบตามหลังไป “พี่สี่จะไปพบเสด็จพ่อหรือ?”
ทุกคนหยุดฝีเท้า ขณะหรงสวินพยักหน้ารับ “ใช่ อย่าได้กังวลไปเลย”
หรงหยุนเฉิงยิ้มพลางยกมือเกาแก้ม “ข้าจะไปกับพี่สี่ด้วย”
อย่างไรเสียเสด็จพ่อก็รับรู้ท่าทีของเขาที่มีต่อพี่ชายแล้ว และยังเป็นแบบนั้นมาตลอดหลายปี
“ไม่จำเป็นหรอก!”
ว่าจบหรงสวินก็เดินไป โดยมีซิวอี้และขันทีคนอื่น ๆ ติดตาม
หรงสวินไม่ใช่เด็ก เขาไม่ต้องให้ใครมาปกป้อง
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังรู้ดีว่าองค์จักรพรรดิไม่ได้หมางเมินต่อเขาจริง หากแต่รักและเป็นห่วงอยู่ลึก ๆ
หรงสวินครุ่นคิดไปตลอดทางว่าควรบอกความจริงกับบิดาดีหรือไม่?
ทว่าหากเขาบอกไปก็ไม่ต่างจากโกหกต่อหน้าทุกคน และมันจะเป็นความผิดมหันต์ที่กล้าหลอกลวงองค์จักรพรรดิ!
หรงเจินนั่งอ่านฎีกาในห้องทรงพระอักษร แม้หรงสวินเข้ามายืนอยู่นานแต่เขากลับไม่เงยหน้าขึ้นมอง
หรงสวินยืนรออย่างใจเย็น ขณะที่องค์จักรพรรดิอ่านฎีกาโดยไม่รีบร้อน
กระทั่งพระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้ายามอัสดง
แสงสุดท้ายส่องลอดเข้ามาให้ห้องทรงพระอักษร หรงเจินยกมือขึ้นบังแสงอาทิตย์ ขณะที่หรงสวินก้าวเอาตัวบังแสงให้เมื่อเห็นเช่นนั้น
หรงเจินถึงได้เงยหน้าขึ้นมองลูกชาย “เจ้ามารอนานแค่ไหนแล้ว?”
หรงสวินตอบ “สามชั่วโมงแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ฝ่ายบิดาตบโต๊ะ “มาฝนหมึกให้ข้าที”
เขารับคำแต่ไม่สามารถทำตามที่อีกฝ่ายบอกได้
หรงเจินมองมือสั่นเทาของเขาแล้วอดไม่สบายใจไม่ได้
ความรู้สึกเศร้าหมองแบบเมื่อครั้งที่หรงสวินขาบาดเจ็บผุดขึ้นกัดกินจิตใจของเขาทันที