ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา - บทที่ 218 แทบประคองมือเขียนไม่ไหว
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา
- บทที่ 218 แทบประคองมือเขียนไม่ไหว
บทที่ 218
แทบประคองมือเขียนไม่ไหว
“ไม่ต้องห่วงข้าหรอก!”
เมื่อคิดได้เช่นนั้น หรงเซิ่นใจชื้นขึ้นมาก เขานึกไม่ถึงว่าหรงสวินจะมีคนรักได้
หรงสวินรินสุราก่อนยกจอกขึ้นกระดกดื่ม และกล่าวเสียงดังกับหรงหยุนเฉิง “น้องสิบสี่ มาดื่มกันเถิด”
อีกฝ่ายท่าทีงุนงงทว่าก็ยินดีนัก “พี่สี่ ข้ามีจอกของข้า แค่รินก็พอ”
หรงสวินยกมือห้าม “ไม่ได้”
หรงสวินเอื้อมมือขวาหยิบจอกสุราท่ามกลางการจับจ้องของทุกคน จอกสุราร่วงหล่น หากแต่หรงสวินตาเร็วรีบเตะขาออกไปรับจอกสุราตั้งตรงบนหลังเท้าของเขา
องค์จักรพรรดิออกหน้าเอ่ยชื่นชมหลังความเงียบก่อตัวขึ้นชั่วครู่ “สวินเอ๋อร์ เยี่ยมมาก!”
“พี่สี่น่าทึ่งมาก!”
“ทักษะของน้องสี่ยอดเยี่ยมมาก”
คำชื่นชมดังขึ้นไม่หยุด ก่อนทุกคนจะค่อย ๆ รู้สึกว่าเกิดความผิดปกติขึ้นกับหรงสวิน
มือขวาของเขาสั่นเทา ขณะที่สายตาจ้องมองราวกับต้องการหยิบจอกเหล้าขึ้นมา หากแต่กลับไม่ไหวติง
“พี่สี่?”
หรงหยุนเฉิงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของหรงสวินเช่นกัน เขาจึงร้องเรียกอีกฝ่าย
หรงสวินพลันได้สติก่อนความอับอายเกินทนจะผุดขึ้น
“ท่านเป็นอะไรไป? ทำไมถึงได้มือสั่นเช่นนี้?”
ครั้งก่อนที่ได้พบหรงสวิน เขายังไม่เห็นว่ามือของอีกฝ่ายจะมีอาการผิดปกติ?
มือของหรงสวินคงไม่ได้เป็นอะไรหรอกใช่ไหม?
ดูเหมือนว่าหรงสวินจะดื่มด้วยมือซ้ายตลอดตั้งแต่มาถึง แม้สาวใช้จะนำน้ำแกงมาวาง เขาก็ยังใช้มือซ้ายยกซด
เมื่อนึกเช่นนี้ หรงหยุนเฉิงคิดว่าตนคงเสียสติไปแล้ว
พี่สี่ของเขาเป็นถึงเทพเจ้าสงครามแห่งอาณาจักรฉู หากไม่สามารถจับดาบได้จะเป็นเทพเจ้าสงครามได้อย่างไร?
“สวินเอ๋อร์…”
องค์จักรพรรดิเห็นทุกอย่างกับตาตนเอง เขานึกใจหายทันที
ทุกคนต่างคาดเดาว่าหรงสวินขาหายดีแล้ว แต่กลับสูญเสียความสามารถในการใช้มือหรือ?
หรงสวินออกแรงถือจอกสุราเต็มที่
“เสด็จพ่อ แม้ขาของลูกหายดีแล้ว แต่มือของข้ายังอ่อนแรง โดยเฉพาะมือขวาของข้าที่แทบประคองมือเขียนไม่ไหว”
ปึง…
หรงสวินไม่อาจแม้แต่ประคองพู่กันเขียน เขาจะไม่กลายเป็นคนไร้ค่าหรือ?
ทุกคนต่างนิ่งอึ้งและลอบยินดีในใจ
ทว่าหรงเซิ่นยังคงนึกตงิดใจ!
ไม่ใช่ครั้งแรกที่หรงสวินแสร้งป่วย ใครเล่าจะรับรองว่าเขาจะไม่เล่นแง่ตบตาว่าพิการอีก?”
“เป็นไปได้อย่างไร? เจ้าบาดเจ็บที่มือตั้งแต่เมื่อไหร่?”
องค์จักรพรรดิพลันใจหายราวกับถูกเยือกแข็ง เหตุใดเทพเจ้าถึงได้เล่นตลกกับลูกชายคนโปรดของเขาเช่นนี้?
หรงสวินอธิบาย “ตอนที่รักษาขา หมอบอกว่าระบบไหลเวียนเลือดที่ขาไม่คล่องตัวพอ ทำให้ส่งผลกระทบถึงมือด้วย”
ว่ากันตามตรงแล้วหรงสวินไม่รู้ว่าตนเองพล่ามอะไรออกไปด้วยซ้ำ
หากแต่เขารู้ว่ามีบางคนยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น
องค์จักรพรรดิร้อนใจ รีบบอกให้หมอหลวงมาวินิจฉัยโรคและทำการรักษา
หมอหลวงเข้ามาตรวจแต่พบเพียงชีพจรเต้นผิดปกติ ดูเหมือนเส้นลมปราณจะได้รับการความเสียหาย
หมอหลวงหลายคนปรึกษาหารือและมีข้อสรุปร่วมกัน
เพียงแค่ไม่รู้ว่าจะเริ่มรักษาอย่างไร
หรงสวินได้รับบาดเจ็บตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน ทำให้มีโรคแฝงและไร้หนทางในการรักษา
“เป็นอย่างไรบ้าง?”
องค์จักรพรรดิลนลานถามขึ้น
หมอหลวงท่าทีอึกอักเล็กน้อยด้วยไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี
“มือของจิ้นอ๋องบาดเจ็บจริงพ่ะย่ะค่ะ เพียงแค่ตอนนี้ยังไม่อาจหาต้นเหตุได้พ่ะย่ะค่ะ”
คนฟังใจร่วงตกไปถึงตาตุ่ม สวรรค์ไม่ยุติธรรม แม้แต่บุตรชายคนโปรดของเขายังไม่ได้รับคำอวยพร
เขามองไปทางตำหนักบุปผาวสันต์ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหล่านางสนมไม่ได้ย่างกรายออกไปไหนนานหลายปีแล้ว
หมอหลวงที่กล่าวรายงานท่าทางตื่นกลัว ทำเอาไม่กล้าขยับตัวแม้แต่น้อย
“ฝ่าบาท ขาขององค์ชายสี่ยังรักษาหายได้ อาการบาดเจ็บที่มือย่อมไม่เป็นปัญหาเรื้อรังอย่างแน่นอนเพคะ”
อวิ๋นเฟยกล่าวปลอบใจ ทว่าในใจกลับนึกตะขิดตะขวงและเสียดาย ตอนนี้นางไม่เข้าใจสถานการณ์แล้วนางจะช่วยอย่างไรได้?
ต่อให้คนผู้นี้ไม่อาจประคองพู่กันได้ แต่หรงเซิ่นจะมีประโยชน์อย่างไร?
ทว่าอาณาจักรฉูจะมีองค์จักรพรรดิที่ไม่สามารถลงนามในราชโองการได้อย่างไร?
เขารูปลักษณ์เป็นเลิศ ทั้งเก่งกาจและฉลาดเฉลียว ช่ำชองทั้งบู๊และบุ๋น หากแต่โชคชะตากลับไม่เข้าข้าง เมื่อรักษาขาจนหายดีแล้วมือกลับใช้การไม่ได้
สวรรค์ช่างริษยาวีรบุรุษ!
เมื่อนึกได้เช่นนั้น อวิ๋นเฟยอดเป็นห่วงเซียวชิงเฉิงไม่ได้ หญิงงามที่เฉลียวฉลาดซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของตระกูลอวิ๋นและตระกูลเซียวจะคู่ควรกับคนพิการอย่างหรงสวินได้อย่างไร?
“อาจจะรักษาได้หรือ?”
องค์จักรพรรดิส่งสีหน้าเย็นชา ไม่มีใครล่วงรู้ถึงอารมณ์ของเขาได้
หมอหลวงเอ่ยขึ้น “กระหม่อมไร้ความสามารถ ทั้งยังไม่มียาที่รักษาได้”
“ไร้ความสามารถจริง ๆ นั่นแหละ พวกท่านมีกันตั้งหลายคนกลับไม่รู้ว่าจะรักษาอย่างไรอย่างนั้นหรือ?”
สิ้นคำ กลุ่มหมอหลวงทรุดลงคุกเข่าโดยพร้อมเพรียงกัน “กระหม่อมผิดไปแล้ว ขอทรงให้อภัยด้วย”
องค์จักรพรรดิเงยหน้ามองหรงสวินพร้อมแววสิ้นหวังในดวงตา
เมื่อห้าปีก่อนหรงเจินยังเคยเอ่ยกับหรงสวิน “เติบโตสำเร็จพรั่งพร้อม”
หรงสวินค้อมศีรษะนอบน้อมบอกลาบิดา ไม่ว่าหรงเจินจะย่างกรายผ่านไปที่ใดก็มีคนล้อมหน้าล้อมหลังก้มคำนับ
ท่าทีเฉยเมยต่อหรงสวินของเขาปรากฏสู่สายตาของทุกคนที่มองมาอย่างเย้ยหยัน
องค์จักรพรรดินีและนางสนมต่างตามออกไปด้วยท่าทีเรียบร้อย
“พี่สี่ เรายินดีที่ท่านขาหายดี ใครเล่าจะรู้ว่าจะมาบาดเจ็บที่มือ สวรรค์ช่างใจร้ายกับท่านนัก”
หรงหานก้าวมาพูดกับหรงสวินด้วยท่าทีเสียดาย
ชายพิการจะมาสู้กับองค์ชายรัชทายาทอย่างพี่ชายของเขาได้อย่างไร?
“น้องสี่ ดูแลตัวเองด้วย!”
“พี่สี่ ทำใจให้สบายเข้าไว้”
“น้องสี่ ข้าขอให้มือและขาของเจ้าหายดีในเร็ววัน!”
เหล่าองค์ชายต่างแสดงความเป็นห่วงและความเห็นของตน
งานเลี้ยงใหญ่ไม่ว่างเปล่า โดยเหลือผู้คนอยู่ไม่กี่คน
“น้องสี่ อีกไม่นานมือของเจ้าก็คงหายดีไม่ใช่หรือ? ขาของเจ้าก็เคยแทบบาดเจ็บสาหัส? ตอนนี้เจ้าก็ยืนหยัดได้อย่างสง่างามแล้วนี่?”
หรงเซิ่นเอ่ยทีเล่นทีจริง
หรงสวินเหลือบมองอีกฝ่าย “ผู้เคยตามหลังองค์ชายรัชทายาทกลับตัวในวันนี้? ช่างน่ายินดีนัก พี่รอง”
หรงเซิ่นยิ้มบางโดยยังรักษาท่าทีเอาไว้ได้
หากเขาไม่ตามองค์ชายรัชทายาทเพื่อวางแผน เขาจะโค่นหรงสวินผู้เป็นคนโปรดได้อย่างง่ายดายถึงเพียงนี้หรือ?
เมื่อก่อนเขาเคยคว้าชัยชนะมาได้ ในภายภาคหน้ามันก็จะตกเป็นของเขาอีกครั้ง
“พี่รองนี่เหลือเกินจริง ๆ ”
องค์ชายสิบสี่หรงหยุนเฉิงทนฟังไม่ได้อีกต่อไป
ต่อให้หรงสวินพิการถาวรก็จะเป็นพี่สี่ของเขาตลอดไป เป็นเทพเจ้าสงครามในใจของเขา ไม่มีใครสามารถแทนที่ได้
ใครบังอาจมาเย้ยหยันดูถูกถือว่าเป็นศัตรูของเขา
ต่อให้คนเหล่านั้นเป็นพี่น้องของเขาก็ตาม
ในราชวงศ์นอกจากหรงสวิน ไม่มีใครมอบความรักในฐานะพี่ชายให้กับเขา ความเป็นพี่น้องอันล้ำค่าคือสิ่งที่หรงหยุนเฉิงเทิดทูนมาตลอดชีวิต
หรงเซิ่นหัวเราะพลางตบบ่าเขา ก่อนเอ่ยขึ้น “น้องสิบสี่คอยปกป้องเจ้าอยู่เสมอ น่าอิจฉานัก”
หรงหยุนเฉิงกล่าว “พี่สี่กับพี่หกก็ตามพี่รองอยู่ตลอดไม่ใช่หรือ? นอกเสียจากพี่รองจะไม่เห็นพวกเขาเป็นพี่น้อง”
“จะเป็นเช่นนั้นไปได้อย่างไร?”
“เรื่องนี้มีเพียงพี่รองที่รู้อยู่แก่ใจ”
หรงเซิ่นกอดอกกวาดสายตามองก่อนว่าขึ้น “ในราชสำนักยากจะหาความเป็นพี่น้องที่จริงใจต่อกัน”
หรงสวินบอก “เหตุใดพี่รองถึงได้มองในแง่ร้ายเช่นนั้น?”
“ทุกคนไปหมดแล้ว พี่รองมีอะไรจะบอกกับข้าหรือไม่?”
หรงเซิ่นที่ดูนอบน้อมแท้จริงแล้วกลับทะเยอทะยาน หากจะบอกว่าเขายอมทำทุกอย่างเพื่อเป้าหมายของตนเองคงไม่เกินจริงนัก
“ไม่มีหรอก แต่… ข้าจะบอกว่าเจ้าก็อายุไม่น้อยแล้ว ข้าสงสัยว่าข่าวลือที่เจ้ามีใจให้เซียวหลีจริงหรือไม่?”