ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา - บทที่ 220 ให้เป็นได้เพียงนางสนม
- Home
- All Mangas
- ทะลุมิติครานี้ ข้าขอเป็นเศรษฐีนีแห่งท้องนา
- บทที่ 220 ให้เป็นได้เพียงนางสนม
บทที่ 220
ให้เป็นได้เพียงนางสนม
“หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่ปินโจวฝนตกหนักทำให้ดินถล่ม น้ำไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรือน”
หรงเจินเอ่ยก่อนกางฎีกายื่นไปตรงหน้าหรงสวิน “แม้เงินถูกแบ่งสันปันส่วนไปบรรเทาทุกข์ด้านอาหาร แต่ไม่เพียงแต่ไม่ได้ผล ตอนนี้กลับเกิดโรคระบาด มีซากศพประชาชนเกลื่อนกลาดอยู่ทุกที่”
หรงสวินก้มหน้ามองฎีการายงานโรคระบาดที่ปินโจว
จากสถานการณ์ผู้ประสบภัยกลุ่มใหญ่จะมุ่งหน้าลงใต้หลั่งไหลมายังเมืองหลวงภายในครึ่งเดือน
“ยามนี้ท้องพระคลังขาดแคลน ผลผลิตที่สำรองเอาไว้ไม่เพียงพอ สถานการณ์เข้าขั้นคับขัน ข้าหวังให้เจ้าแจกจ่ายผลผลิตรอบนี้ให้กับประชาชนผู้ประสบภัย ป้องกันผู้ฉวยโอกาสค้ากำไรในยามที่บ้านเมืองประสบความยามลำบาก”
“เสด็จพ่อ ลูก…”
“สวินเอ๋อร์ ข้าคาดหวังในตัวเจ้ามาก”
หรงเจินเอ่ยพร้อมสบตามองหรงสวิน เมื่อคาดหวังสูงย่อมผิดหวังมากเช่นกัน
หรงเจินกล่าวหลังครุ่นคิดอยู่นาน “องค์ชายสิบสี่เห็นเจ้าเป็นแบบอย่าง แต่ว่าเขายังเหลาะแหละเกินไป ครั้งนี้ข้าจะให้เขาไปกับเจ้าด้วย หวังว่าเจ้าจะสั่งสอนเขาได้”
“พ่ะย่ะค่ะ”
หรงสวินสัมผัสได้ถึงความผิดหวังระคนรู้สึกผิดในใจของผู้เป็นบิดา
หากแต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น ถึงอย่างไรความรักของเสด็จพ่อของเขาก็เป็นดาบสองคม ยิ่งเป็นเช่นนี้สถานการณ์ก็ยิ่งเป็นอันตรายขึ้น
แม้คนมากมายจะสงสัยในอาการบาดเจ็บที่มือของเขา แต่อย่างน้อยก็บรรเทาความอันตรายลงได้บ้าง
“ผู้หญิงคนนั้น เจ้ามีใจให้นางจริงหรือ?”
หรงเจินถามขึ้นเสียงเรียบ
หรงสวินก้มหน้าไม่ได้ทั้งยอมรับและปฏิเสธในเวลาที่ยังไม่เหมาะสมเช่นนี้
เสด็จพ่อของเขามีนางสนมมากมาย มีบุตรชายหลายคน ต่อให้จะโปรดปรานเขามากเพียงไหน แต่เสด็จแม่ของเขาก็เป็นเพียงนางสนม
เขาเคยได้เห็นน้ำตาของนางและนางสนมคนอื่นมาหลายครั้งหลายครา
ดังนั้นไม่ว่าเขาจะเป็นเทพเจ้าสงครามผู้สูงส่งหรือคนพิการ เขาก็ไม่คิดจะแต่งภรรยาหลายคนหรือมีนางสนม
“เจ้าคงชอบนางจริง ๆ”
หรงเจินถามตอบด้วยตนเอง พู่กันในมือสั่นไหวก่อนเอ่ยขึ้น “ให้นางเป็นนางสนมเสีย!”
หรงสวินเป็นบุตรชายคนโปรดของเขา เขาเมินเฉยต่อความต่างชนชั้นและยอมรับมารดาของหรงสวินเข้าวังมาเป็นนางสนมตั้งแต่แรก
เขายอมให้หรงสวินมีคนรักได้ ทว่าตำแหน่งภรรยาเอกต้องเป็นของบุตรสาวราชเลขาธิการเซียวเท่านั้น!
หรงสวินไม่เอ่ยคัดค้าน
ถึงอย่างไรคำสัญญาที่เขาให้ไว้กับเซียวหลีก็กลายเป็นสิ่งฝังใจในชีวิตนาง
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อ”
หรงเจินขานรับ “อืม” ก่อนถามขึ้น “นางรักษามือของเจ้าไม่ได้หรือ?”
หรงสวินตอบ “ตอนนี้ยังไม่มีหนทางรักษาพ่ะย่ะค่ะ”
เขาบอกออกไปว่าตอนนี้เขาไม่มีทางเลือก!
“ปรองดองกับน้องสิบสี่ของเจ้าไว้ ภายภาคหน้า… “ ภายภาคหน้าเขาจะได้ขึ้นเป็นองค์จักรพรรดิและสามารถปกป้องหรงสวินได้!
บุตรชายทั้งสองเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน แต่กลับสนิทสนมกันตั้งแต่เด็กยิ่งกว่าพี่น้องแท้ ๆ
ดังนั้นหรงเจินจึงคิดเพียงว่าหากหรงสวินไม่อาจขึ้นเป็นองค์จักรพรรดิ อย่างน้อยยังเป็นรัฐบุรุษผู้เก่งกาจได้
“จะได้สนับสนุนส่งเสริมกันและกัน!”
หรงเจินยังคงหวังว่าสักวันหนึ่งหรงสวินจะหายเป็นปกติ!”
เทศกาลไหว้พระจันทร์จะมาถึงภายในอีกครึ่งเดือน หรงเจินเป็นกังวลเล็กน้อยว่าหญิงสาวที่รักษาขาของหรงสวินเป็นเช่นไร?
สตรีแปลกคนที่สามารถทำเกลือและปลูกข้าวได้งอกงาม…
หากไม่ใช่เพราะนางเป็นหญิงแม่ลูกติด?
“ข้าได้ยินมาว่าบุตรสาวของราชเลขาธิการเซียวมากความสามารถ ทั้งยังงดงามเกินใคร เจ้ากลับมาครั้งนี้ถือเป็นโอกาสเหมาะและฤกษ์ดีที่จะจัดพิธีสมรส”
“เสด็จพ่อ…”
หรงสวินพลันตื่นตระหนก “ลูกยังไม่ต้องการแต่งงาน พ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าลูกบ้า ปีนี้เจ้าอายุปาเข้าไป 25 ย่าง 26 ปีแล้ว ตอนข้าอายุเท่านี้เจ้าก็อายุได้ห้าหกขวบแล้ว!”
หรงเจินนึกไม่สบอารมณ์ “เมื่อก่อนเจ้าไม่เป็นที่พึงใจ ข้าจึงยอมให้เจ้าผ่อนผันมานานหลายปี”
“แต่บัดนี้ขาของเจ้าหายดีแล้ว ซ้ำเจ้ายังมีหญิงที่รัก เจ้าจะหาข้ออ้างใดมาหยุดข้าอีก?”
“ข้าไม่อนุญาตให้นางสนมเข้าวังก่อนบุตรสาวสกุลเซียวจะแต่งเข้าและมีลูกเด็ดขาด!”
สำหรับหรงเจินแล้ว การอนุญาตให้เซียวหลีเข้าวังถือเป็นของขวัญที่ยิ่งใหญ่!
ช่างเกินทนเหลือเกิน!
ทว่านอกจากจำใจฟังเฉย ๆ หรงสวินไม่อาจหาข้อโต้แย้งได้ ทำได้เพียงค่อย ๆ เดินหน้าไปทีละก้าวเท่านั้น
เขารู้นิสัยเซียวหลีและจำได้ขึ้นใจว่าตนจะไม่ผิดคำพูดกับนางเด็ดขาด
ตอนนี้ทำเช่นนี้ไปก่อนแล้วกัน!
บรรยากาศกลับกลายอึมครึมไปครู่หนึ่ง หรงเจินก้มหน้าลงเขียนบางอย่าง ก่อนยกมือไล่โดยไม่เงยหน้ามอง “สถานการณ์โรคระบาดรุนแรง ชักช้าไม่ได้ เราจะออกเดินทางกันพรุ่งนี้”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
หรงสวินหันหลังเดินออกไปขณะที่ผู้เป็นบิดาหยุดมือพลางเงยหน้ามองแผ่นหลังบุตรชายด้วยความเศร้าสร้อย
ไม่ว่าจะเป็นเพราะความรู้สึกของเขาที่มีต่อฮุ่ยเฟยหรือความเก่งกาจทั้งบู๊และบุ๋นของหรงสวิน เขาก็ยังคาดหวังกับ องค์ชายผู้นี้ไว้มากที่สุดเสมอ
หากแต่สวรรค์กลับไร้ตา ไม่ยุติธรรมกับหรงสวินครั้งแล้วครั้งเล่า
“ฝ่าบาท ดื่มชาและพักผ่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ การดูแลสุขภาพเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด!”
ซิวอี้เข้ามาพร้อมชาและรินให้อีกฝ่าย
หรงเจินถอนหายใจ พับฎีกาปิดลง ก่อนยกมือเท้าโต๊ะขึ้นกุมขมับ
“เมื่อห้าปีก่อนหมอหลวงบอกว่าขาของสวินเอ๋อร์ไม่มีทางรักษาให้หาย วันนี้พวกเขาก็บอกว่ามือของสวินเอ๋อร์ไม่มีทางรักษาเช่นเดิม”
เขาเอ่ยพลางยกถ้วยชาที่ซิวอี้รินให้ขึ้นเปิดฝาเป่าไล่ใบชาที่ลอยอยู่และยกจิบก่อนกล่าวขึ้น “ในเมื่อหญิงผู้นั้นสามารถรักษาขาของเขาได้ เหตุใดจะรักษามือให้หายอีกไม่ได้? “
“การแพทย์เป็นเรื่องซับซ้อน ต่อไปอาจมีผู้มีความสามารถสามารถรักษาจิ้นอ๋องได้ ที่ขาของจิ้นอ๋องหายดีได้ก็นับว่าเป็นปาฏิหาริย์ไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”
“ฝ่าบาททรงเป็นห่วงบ้านเมืองและราษฎร ดังนั้นต้องทรงรักษาพระวรกายให้มากพ่ะย่ะค่ะ!”
ซิวอี้ซึ่งอยู่ข้าง ๆ เอ่ยเตือน
หรงเจินหลับตาพลางสูดหายใจลึกและสงบใจลง “ในบรรดาบุตรชายทั้งหมด มีเพียงสวินเอ๋อร์และเฉิงเอ๋อร์ที่เหมือนข้าที่สุด”
ซิวอี้เพียงพยักหน้าเห็นด้วย เขาคอยติดตามหรงเจินมาหลายปีตั้งแต่ยังไม่ได้เป็นหัวหน้า เขาจึงรู้ดีว่าหรงเจินคาดหวังในตัวหรงสวินมากเพียงไหน
หากไม่ใช่เพราะเคราะห์ร้ายของหรงสวิน คงไม่มีใครแย่งชิงบัลลังก์ไปได้!
ซิวอี้ท่าทีงุนงง หรือคำพูดของหรงเจินจะมีความหมายอื่นกัน?
อาณาจักรฉูมีองค์ชายรัชทายาทอยู่แล้ว แต่คำพูดของหรงเจินเมื่อครู่ทำให้เขานึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา!
……
ณ ตำหนักจิ้นอ๋อง
“พี่สี่? เสด็จพ่อบอกให้ข้าตามท่านไปปินโจวจริงหรือ?”
หรงสวินพยักหน้า
“ดีเลย เรานำทหารไปเท่าไรดี? ต้องเกิดการประท้วงอย่างแน่นอน! จะปล่อยให้ขาดทหารไม่ได้”
หรงสวินมองหน้าน้องชาย “เตรียมสัมภาระหรือยัง? ยิ่งน้อยคนยิ่งดี”
หรงหยุนเฉิงพยักหน้า “เรียบร้อยแล้ว”
“พี่สี่… ข้ามีบางอย่างจะถามท่าน ไม่อย่างนั้นข้าคงไม่สบายใจ!”
หรงหยุนเฉิงยืนต่อหน้าหรงสวินซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ “เซียวหลี ท่านมีใจให้นางจริงหรือ? แม้ว่าข้าจะไม่เชื่อแต่นางก็ช่วยชีวิตและรักษาขาของท่านเอาไว้ การที่จะเกิดเป็นความรักใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!”
“เจ้าช่างสอดรู้สอดเห็นนัก ยามนี้ใช่เวลามาสนใจเรื่องนี้หรือ?”
“ทำไมเล่า? ว่าที่พี่สะใภ้ของข้าต้องเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลเซียวเท่านั้น แน่นอนว่าไม่ใช่เซียวหลีแต่เป็นเซียวชิงเฉิง หญิงที่ท่านหมั้นหมายด้วย”
หรงสวินยิ้มโดยไม่พูดสิ่งใด
“พี่สี่?”
“พี่สี่? ท่านยิ้มอะไร?”
หรงหยุนเฉิงงุนงงจึงถามย้ำ “แต่ข้าคงคิดมากเกินไป? อาจเป็นแค่ข่าวลือ?”
หรงสวินผลักน้องชายออก “เจ้าสนใจเรื่องในราชวงศ์และบ้านเมืองแทนที่จะมาซักไซ้เรื่องส่วนตัวของข้าเถิด!”
ยิ่งพูดถึงเซียวหลีและนึกถึงสิ่งที่องค์จักรพรรดิบอกในวันนี้ หรงสวินยิ่งกลัดกลุ้มกว่าเดิม!
หากเสด็จพ่อบังคับให้เขาแต่งงานจริง เขาจะทำอย่างไรดี?
อีกทั้งเขาจะดูแลเซียวหลีอย่างไรให้นางรักเขาหมดหัวใจ?
เขาจะเอาชนะใจเซียวเป่าเอ๋อให้ไว้ใจเขาเต็มที่ได้อย่างไร?