วันสิ้นโลก ฐานของฉันเปิดให้เช่า - บทที่ 99 จิ่งเหมียนตบหน้าหานซินรุ่ย
บทที่ 99 จิ่งเหมียนตบหน้าหานซินรุ่ย
ไม่นานทุกคนก็จะรู้ตัวตนที่แท้จริงของอันหลิงอวี่ ถึงตอนนั้นทายาทผู้สืบทอดตำแหน่งผู้ดูแลเขตอันติ้งหลงรักเจ้าของลวี่อิน แถมยังก่อเรื่องอื้อฉาวในสำนักงานของเธอ ไม่รู้ว่าจะถูกซุบซิบนินทากันขนาดไหน ยิ่งวันนี้หานซินรุ่ยแต่งตัวเหมือนจิ่งเหมียนไม่มีผิด ทั้งเสื้อผ้าและทรงผม คนที่มีหูตาก็มองออก คงจะเอาหานซินรุ่ยมาเป็นตัวแทนของเถ้าแก่จิ่งแน่ ๆ เดี๋ยวนี้ตระกูลผู้ดีมีเงินก็นิยมมีคนรักตัวแทนกันไม่ใช่เหรอ!
ทุกคนต่างพากันส่ายหน้า วงการนี้ช่างวุ่นวายจริง ๆ อย่ามาสร้างปัญหาให้เจ้านายของพวกเราเลย
คนที่มาร่วมงานเลี้ยงคืนนี้ส่วนใหญ่เป็นพนักงานของลวี่อิน และมีผู้เช่าบางส่วนที่สนิทกันมาด้วย เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก็คงจัดงานต่อไม่ได้แล้ว อีกอย่างทุกคนก็กินดื่มกันพอสมควรแล้ว
คนที่ควรกลับก็แยกย้ายกันกลับไปหมด
จิ่งเหมียนถอนหายใจแล้วพูดว่า “อันหลิงอวี่ คุณกำลังทำอะไรอยู่?”
อันหลิงอวี่กัดฟัน เธอไม่ได้เรียกเขาว่า ‘หลิงอวี่’ แต่เรียกทั้งชื่อและนามสกุล เธอคงโกรธและผิดหวังมากแน่ ๆ
“ผม…”
“คุณเข้ามาในลวี่อินได้ยังไง?” จิ่งเหมียนถาม
“หานซินรุ่ยเปิดประตูให้ผม”
จิ่งเหมียนหลับตาลง วันนี้ทีมรักษาความปลอดภัยเพิ่มจำนวนขึ้นและเริ่มเข้าเวรตลอดยีสิบสี่ชั่วโมงแล้ว แต่วันนี้เป็นข้อยกเว้น คิดว่าคงไม่มีใครมาอีกแล้ว แต่กลับถูกหานซินรุ่ยฉวยโอกาสหาช่องโหว่ซะได้
อันหลิงอวี่เข้าใจแล้วว่าตนเองถูกหานซินรุ่ยหลอก “เธอบอกว่าจริง ๆ แล้วคุณมีเหตุผล ความรู้สึกของคุณถูกเธอค้นพบโดยบังเอิญ ถ้าถามตรง ๆ คุณคงไม่พูดความจริง ถ้าอยากรู้ความจริงคืนนี้มาก็จะรู้ได้ เฮ้อ… ช่างเถอะ ไม่พูดแล้ว ผมหลงกลเธอ” เขาถามหานซินรุ่ยเสียงดุ “เธอให้ยาอะไรฉัน ถึงได้เห็นภาพหลอนสมจริงขนาดนี้!” เขาเกือบจะทำร้ายเด็กสาวคนนี้แล้ว!
หานซินรุ่ยที่แผนล้มเหลวไม่เป็นท่าและถูกทุกคนด่าทอซักถาม จึงโกรธขึ้นมา “นี่เป็นเรื่องระหว่างฉันกับอันหลิงอวี่ ก็ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นจริง ๆ ในสำนักงาน พวกคุณมีสิทธิ์อะไรมาขวางไม่ให้ฉันไป!”
“ในเมื่อเธอแอบอ้างชื่อฉันเพื่อหลอกคนมา และฉันก็เป็นเจ้านายเธอ ฉันย่อมมีสิทธิ์ถามเธอ!”
จิ่งเหมียนเดินเข้าไปตบหน้าหานซินรุ่ยเต็มแรง!
หานซินรุ่ยไม่อยากเชื่อ “ฉันถึงเป็นหลานสาวของผู้บัญชาการอวิ๋นชาง คุณกล้าตบฉันเหรอ?”
“ฮ่า ๆ!” จิ่งเหมียนหัวเราะราวกับได้ยินเรื่องตลก “มีคำพูดว่าตีหมาต้องดูหน้าเจ้าของ แต่ปู่ของเธอยังต้องพูดดี ๆ กับฉัน ฉันจะสั่งสอนเธอต้องเกรงใจเขาด้วยเหรอ!”
คำดูถูกนี้ทำให้หานซินรุ่ยอับอายขายหน้า เธอมักโอ้อวดสถานะพิเศษของตนในลวี่อิน
“ถ้าเรื่องวันนี้ของเธอแพร่ออกไป ปู่ของเธอและทั้งครอบครัวจะต้องอับอายไปด้วย เธอคิดว่าจะมีใครเข้าข้างเธอเหรอ? เธอวางยาอันหลิงอวี่แล้วยังมาก่อเรื่องในสำนักงานของฉัน ยังไง? จะทำให้ฉันดูเหรอ?”
จิ่งเหมียนบีบคางของหานซินรุ่ย “เธอเห็นฉันไม่ทำอะไรเธอมาตลอดเลยกล้าลำพองใช่ไหม!”
“ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะออกไปจากลวี่อินก็ได้!” หานซินรุ่ยพูดด้วยความโมโห
“ออกไป?”
แววตาของ จิ่งเหมียน เปลี่ยนเป็นเย็นชาต่างจากที่เคย “เธอนี่คิดง่ายดีนะ”
“เธอจะทำอะไร!” หานซินรุ่ยตกใจ “ถ้าเธอกล้าทำอะไรฉัน คุณปู่ไม่ปล่อยเธอไปแน่ เธออยากเป็นศัตรูกับตระกูลอวิ๋นชางทั้งตระกูลหรือไง?”
“ลวี่อินในตอนนี้ ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว”
สิ่งที่เธอพยายามทำมาทั้งหมด มันสูญเปล่าอย่างนั้นเหรอ แค่ไม่ใช่ฐานระดับ A เข้ามาขัดขวาง เธอก็ไม่จำเป็นต้องสนใจอะไรแล้ว
ทันใดนั้น อาส่านก็เดินเข้ามาพร้อมกับแก้วไวน์ในมือ ยื่นให้จิ่งเหมียน “นี่ไง น่าจะใส่ยาลงไปในไวน์นี่แหละ แต่เป็นยาอะไร ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
จิ่งเหมียนแกว่งแก้วไวน์เบา ๆ เหลือน้ำไวน์ไว้ที่ก้นแก้วเพียงเล็กน้อย
แต่จิ่งเหมียนจำได้ว่านี่คือไวน์ขาว เธอคุ้นเคยดีเพราะนี่คือไวน์ที่อันหลิงอวี่ชอบดื่มมากที่สุดในชาติที่แล้ว
ทั้งร่างของจิ่งเหมียนเย็นยะเยือกราวกับก้อนน้ำแข็ง “พวกคุณออกไปให้หมดก่อน”
ทุกคนลังเลที่จะก้าวเท้า
“พี่เหมียน เธอจะไหวหรือถ้าอยู่คนเดียว? ถ้าหากหานซินรุ่ยใช้กลอุบายอะไร…”
“ไม่เป็นไร อย่าลืมสิว่าฉันก็เป็นผู้มีพลังพิเศษเหมือนกัน”
เมื่อจิ่งเหมียนพูดแบบนี้ ทุกคนก็ออกไปตามธรรมชาติ
“เฉินย่า คุณพาอันหลิงอวี่ออกไปด้วย”
เฉินย่าอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เห็นว่าจิ่งเหมียนมีท่าทีเด็ดเดี่ยวมาก จึงลากอันหลิงอวี่ออกไปทันที
ในห้องเหลือเพียงพวกเธอสองคน แม้จะยืนอยู่ใต้แสงไฟ แต่ร่างของจิ่งเหมียนกลับดูเหมือนมีเงามืดปกคลุม
หานซินรุ่ยถอยหลังไปสองก้าวพลางจ้องมองจิ่งเหมียนอย่างระแวดระวัง “เธอจะทำอะไร?”
จิ่งเหมียนถือแก้วไวน์แกว่งไปมาตรงหน้าเธอ ยิ้มอย่างมีเลศนัย “ทำไมถึงเลือกไวน์ขาว? หืม? เธอไม่เคยมาฐานอู่อันมาก่อน ยิ่งไม่เคยสนิทสนมกับอันหลิงอวี่ เขาชอบดื่มไวน์ขาวเป็นความลับที่ซ่อนไว้ลึกมาก อย่าว่าแต่เธอจะส่งสายลับมา แม้แต่ผู้ช่วยส่วนตัวของเขาก็ไม่มีทางรู้ข้อมูลนี้ แล้วเธอรู้ได้ยังไง?”
จิ่งเหมียนคว้าคอของหานซินรุ่ย กดเธอติดผนัง ประสานสายตากับเธอ นัยน์ตาสีดำสนิททำให้หานซินรุ่ยรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก ราวกับถูกเหวนรกจ้องมอง
ทันใดนั้น จิ่งเหมียนก็เอ่ยประโยคหนึ่งที่ทำให้หานซินรุ่ยขนลุกซู่
“เพราะชาติที่แล้ว ฉันบอกเธองั้นสิ จริงไหม”
จิ่งเหมียนหัวเราะอย่างน่าขนลุก
หานซินรุ่ยรู้สึกราวกับตกลงไปในห้องน้ำแข็ง ตัวเธอสั่นเทาไปทั้งตัว “เธอ…เธอ!”
หานซินรุ่ยควบคุมตัวเองไม่ให้ตัวสั่นไม่ได้ เรื่องเหลือเชื่ออย่างการเกิดใหม่ ดันเกิดขึ้นกับคนสองคนได้
ที่แท้เธอก็ไม่ใช่คนที่ถูกเลือก งั้นเรื่องราวต่าง ๆ ในชาติที่แล้ว จิ่งเหมียนต้องจำได้แน่ ๆ ไม่แปลกใจเลยที่เธอรู้สึกได้ว่า เซี่ยงชุนหยวนดูแปลกไป
“ดูเหมือนเธอจะเฝ้าดูฉันมานานแล้วสินะ” หานซินรุ่ยรู้สึกเหมือนหมดสิ้นทุกอย่าง
“ใช่แล้ว ใครจะไปคิดว่า เสี่ยวลิ่วของพวกเราจะเก่งขนาดนี้”
จิ่งเหมียนคลายมือออก แสงสีเขียวมรกตจาง ๆ ได้เข้าไปในลำคอของหานซินรุ่ยตั้งแต่ตอนที่เธอไม่ทันได้สังเกตเห็นแล้ว
จิ่งเหมียนผ่อนคลายท่าทางลง นั่งลงบนเก้าอี้หนังนุ่ม ๆ “ตอนนี้เธอก็ตกมาอยู่ในกำมือของฉันแล้ว อย่าคิดดิ้นรนเลย ไม่มีประโยชน์หรอก บอกมาเถอะ ความตายของฉันในชาติที่แล้ว เกี่ยวข้องอะไรกับเธอหรือเปล่า”
ทันทีที่พูดจบ เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นในหัวของจิ่งเหมียน
[ติ๊ง! พบภารกิจซ่อนเร้น : ค้นหาความจริงเบื้องหลังความตายในชาติที่แล้ว!]
[รางวัล : ความลับของการเกิดใหม่]
[ความคืบหน้าปัจจุบัน : 30%]
จิ่งเหมียนนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอได้รับระบบมาแล้ว มันไม่ง่ายอย่างที่คิด แน่นอนว่าต้องเกี่ยวข้องกับการเกิดใหม่ของเธอ
แล้วหานซินรุ่ยจะมีระบบด้วยหรือไม่?
จิ่งเหมียนขมวดคิ้ว ดวงตาของเธอมองหานซินรุ่ยด้วยแววตาเยือกเย็น
ถ้าหากสถานการณ์ของหานซินรุ่ยเหมือนกับเธอจริง ๆ แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่มีระบบ แต่อนาคตไม่แน่ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่อาจกระตุ้นให้ระบบของเธอปรากฏขึ้นก็ได้
เรื่องนี้ชักช้าไม่ได้ มือของเธอจะต้องเปื้อนเลือดในที่สุด
หานซินรุ่ยทั้งงุนงงและโกรธ “ความตายของเธอ มันเป็นเพราะตัวเธอเอง เกี่ยวอะไรกับฉัน ชาตินี้ฉันแค่อยากแต่งงานกับอันหลิงอวี่ ฉันไม่อยากตกอยู่ในสภาพเดียวกับชาติที่แล้ว ที่ต้องอยู่คนเดียวอย่างโดดเดี่ยว ต้องใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงาของเธอ อย่าคิดมากไปหน่อยเลยนะ และอย่าโยนความผิดมาให้ฉัน!”
“เหอะ เสแสร้งเก่งนี่ ถ้าชาติที่แล้วเธอมีฝีมือการแสดงแบบนี้ ฉันก็คงไม่โดนหลอก”
มือเรียวสวยของจิ่งเหมียนสะบัดเบา ๆ บนฝ่ามือของหานซินรุ่ยก็ปรากฏแสงสีเขียวเล็ก ๆ ระยิบระยับเหมือนหิ่งห้อยบินไปหาจิ่งเหมียน
ถ้าเธอไม่ทำอะไรสักอย่าง หานซินรุ่ยคงไม่ยอมพูดแน่