วันสิ้นโลก ฐานของฉันเปิดให้เช่า - บทที่ 100 หานซินรุ่ยแก่ชรา
บทที่ 100 หานซินรุ่ยแก่ชรา
หานซินรุ่ยจ้องมองมือของตัวเองด้วยความตื่นตะลึง ผิวหนังของเธอกลายเป็นหย่อนคล้อยและเหี่ยวย่น หลังจากจุดแสงสีเขียวมรกตหายไป
“ทำไมมือฉันถึงกลายเป็นแบบนี้! เธอทำอะไรกับฉัน จิ่งเหมียน!”
เส้นเลือดและเส้นเอ็นใต้ผิวหนังที่หย่อนคล้อยนูนขึ้น แม้กระทั่งจุดชราภาพก็ปรากฏขึ้น
“หยุดนะ! จิ่งเหมียน!” หานซินรุ่ยกรีดร้อง มือของเธอตอนนี้ดูเหมือนมือของหญิงชราอายุเก้าสิบปี!
การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบแม้กระทั่งต้นแขนของเธอ
“ดูสิ เธอกับฉันเข้ากันไม่ได้เลย ชาติที่แล้วจะแกล้งทำเป็นเพื่อนกับฉันไปทำไมหลายปี เธอคิดว่าฉันไม่รู้รึไงว่าเธอมีแผนอะไร?” จิ่งเหมียนจ้องมองหานซินรุ่ยอย่างเย็นชา “ถึงเธอไม่อยากพูด ฉันก็ฆ่าเธอได้ ถึงจะผิดก็ดีกว่าปล่อยไป ยังไงซะ เธอก็คิดไม่ดีกับฉันอยู่แล้ว ฆ่าไปก็ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไร”
พูดจบ จิ่งเหมียนก็ขยับนิ้วมือเพื่อควบคุมพลังพิเศษ จุดแสงพุ่งออกจากร่างของหานซินรุ่ยอีกครั้ง แต่คราวนี้มันมาจากบริเวณลำคอของเธอ
หานซินรุ่ยเอามือปิดคอตัวเองไว้ แต่มันก็ไม่ช่วยอะไรได้เลย
“แต่ถ้าฉันพูดไป ฉันก็ต้องตายอยู่ดี!” หานซินรุ่ยตะโกนออกมาด้วยความโกรธ เธอไม่เชื่อว่าจิ่งเหมียนจะไว้ชีวิตเธอหลังจากที่รู้ทุกอย่างแล้ว ในยุคสุดท้าย แม้แต่เด็กอายุไม่กี่ขวบก็ยังรู้จักความโหดร้าย
“ฉันสัญญากับเธอ ให้เธอมีชีวิตอยู่ไปอีกหลายปีก่อนจะตาย” จิ่งเหมียนกล่าวอย่างไม่แยแส
มันก็แค่การถูกกักขังอยู่ในลวี่อินไปจนแก่ตาย
“เธอไม่อยากเชื่อก็ได้ ฉันเลือกที่จะตายตอนนี้เลยก็ได้”
หานซินรุ่ยหลับตาลง เธอไม่มีทางเลือกแล้ว การมาที่ลวี่อินแห่งนี้คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุด!
“ฉันพูดเอง”
“แต่ฉันกลัวว่าเธอจะทนไม่ไหว ฮ่า ๆ ๆ!” หานซินรุ่ยหัวเราะออกมาอย่างกะทันหัน “มีคนมากมายที่ไม่อยากให้เธอมีชีวิตอยู่! อย่างเช่นแม่ของเธอ พี่สาวของเธอ เจียงปี้ฉุน! เจ็บปวดหัวใจไหมล่ะ! แม้แต่แม่ของเธอก็ยังอยากจะฆ่าเธอ!”
“ฉันให้ความมั่งคั่งกับพวกเขา สัญญากับพวกเขาว่าจะให้ไปใช้ชีวิตหรูหราที่สุดในฐานอวิ๋นชาง จากนั้นไป พวกเขาไม่จำเป็นต้องก้มหัวขอเงินทองจากเธออีกต่อไป ฉันไม่คิดเลยว่าแม่ของเธอจะตกลงง่ายขนาดนี้ ในวันเกิดเหตุ ฉันจงใจให้พวกเขาอยู่บ้าน ไม่ให้ไปกับทีมกู้ภัย ปล่อยให้พวกเขาเกลี้ยกล่อมให้เธอพาคนไปช่วย!”
“ฉันถ่วงเวลาอันหลิงอวี่ไว้ ทำให้เธอไม่มีเวลาอธิบายให้เขาฟังอย่างชัดเจนก่อนจะจากไป ผู้มีพลังพิเศษ ที่เธอพาไปล้วนเป็นคนของฉันทั้งนั้น ฉันสั่งให้พวกเขาพลัดหลงกับเธอโดยไม่คาดคิด ไม่นึกเลยว่าเธอจะเก่งกาจขนาดนี้ ถึงขนาดสามารถพาจางเพ่ยหรงและเจียงปี้ฉุนไปถึงคฤหาสน์ใหญ่ตระกูลอันได้”
“โชคดีที่เจียงปี้ฉุนนังบ้านั่นยังไม่ลืมภารกิจสำคัญ เตะเธอซะเดี้ยง ไม่น่าเชื่อเลยว่าขนาดเธอไม่เหลือแม้แต่กระดูก ก็ยังฟื้นคืนชีพได้อีก!”
จิ่งเหมียนนั่งฟังหานซินรุ่ยพูดอย่างเงียบ ๆ ภารกิจในหัวของเธอดำเนินมาถึง 85% แล้ว
หานซินรุ่ยเปิดเผยความจริงแล้วรู้สึกโกรธแค้นอย่างมาก เธอเกิดใหม่มาพร้อมความทะเยอทะยานเต็มเปี่ยม แต่ยังไม่ทันได้แสดงฝีมือก็พ่ายแพ้ให้กับจิ่งเหมียนเสียก่อน ไพ่ดี ๆ ที่อยู่ในมือยังไม่ทันได้เล่นก็จบเกมเสียแล้ว!
เธอตะโกนด้วยความไม่พอใจว่า “เธอคิดว่าเซี่ยงชุนหยวนเป็นครูและเพื่อนที่ดี แต่เธอกลับนินทาเธอลับหลังตลอด ภรรยาใหญ่แสร้งทำเป็นใจดีมีเมตตา หวังน่าก็หยิ่งผยองจองหอง ส่วนภรรยาคนที่สี่ที่ฉลาดที่สุดก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าฉันไม่ได้หวังดีกับเธอ แต่เธอก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เธอไม่มีเพื่อนแท้หรอก! แม้แต่คนใกล้ชิดของเธอยังทรยศเลย!”
มีแค่อันหลิงอวี่คนโง่เขลานี่แหละที่รักเธอ! แต่ก็ต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ ต่อหน้าอันสยงเทา ไม่สามารถให้ความรักกับเธอได้อย่างเต็มที่! และไม่สามารถให้ตำแหน่งภรรยาแก่เธอได้! ฮ่า ๆ จิ่งเหมียน สวรรค์ให้เธอเกิดใหม่อีกครั้งคงเพราะเห็นว่าเธอน่าสงสารเกินไป! แต่ฉันต่างหากที่ได้ขึ้นเป็นภรรยาของผู้นำฐานอู่อัน!”
หานซินรุ่ยไม่ลังเลที่จะโกหกเพื่อยั่วยุจิ่งเหมียน เพราะอยากบรรเทาความแค้นในใจ
“หมดแล้วเหรอ?” จิ่งเหมียนถาม
หานซินรุ่ยมองจิ่งเหมียนอย่างประหลาดใจ “เธอไม่โกรธเหรอ?”
จิ่งเหมียนเห็นแถบความคืบหน้าขึ้นถึง 90% แล้วก็ไม่ขยับอีก จึงเร่งว่า “ไหนเธอลองคิดดูอีกทีสิว่ามีใครเกี่ยวข้องอีกบ้าง?”
“จิ่งเหมียน เธอบ้าไปแล้ว! เธออยากให้มีคนทำร้ายเธออีกกี่คนกัน!”
ดูเหมือนว่าหานซินรุ่ยจะรู้เพียงเท่านี้ จิ่งเหมียนจึงใช้พลังพิเศษของเธอ “ฉันมีอะไรต้องโกรธด้วยล่ะ ตัวการสำคัญก็อยู่ในมือฉันแล้ว เซี่ยงชุนหยวนฉันจะทำอะไรกับเธอก็ได้ตามใจชอบ เธอจะตายหรือไม่ก็แค่คำพูดของฉันเท่านั้น ส่วนพี่สาวและแม่ที่ดีของฉันก็แค่คนธรรมดา ที่ฉันปล่อยพวกเธอไว้ก็แค่อยากให้พวกเธอตายอย่างสมน้ำสมเนื้อ”
“ปีหน้าก็จะมีฝูงซอมบี้บุกแล้วไม่ใช่เหรอ เธอก็รู้ใช่ไหม ฮึ ๆ พวกเธอแทงหลังฉันยังไง ฉันก็จะเตะพวกเธอเข้าไปในฝูงซอมบี้แบบนั้น!”
หานซินรุ่ยมองจิ่งเหมียนราวกับคนละคน เมื่อเอ่ยถึงความแค้นที่ฝังลึกในใจ จิ่งเหมียนก็เหมือนปีศาจร้ายที่กลับมาจากขุมนรก!
สายตาของหานซินรุ่ยเริ่มพร่ามัว มือเท้าอ่อนแรง ผมของเธอกลายเป็นสีดอกเลา หลังโก่งงอ เสียงที่เปล่งออกมาก็เปลี่ยนไป “จิ่งเหมียน… เธอไม่รักษาสัญญา เธอไม่ได้บอกว่าจะให้ฉันมีชีวิตอยู่ต่ออีกหลายปีเหรอ”
จิ่งเหมียนมองหญิงชราในชุดขาวตรงหน้า พลังวิเศษของเธอน่ากลัวเหลือเกิน
“ฉันพูดไว้แล้ว แค่เธอต้องใช้ชีวิตอย่างคนแก่ ๆ จะอยู่ได้อีกกี่ปีก็ขึ้นอยู่กับโชคชะตาของเธอแล้ว ใช้ชีวิตอย่างหญิงชราอยู่ในฐานลวี่อินไปตลอดชีวิตเถอะ”
เสียงตะโกนอย่างสิ้นหวังของหานซินรุ่ย เสียงแหบแห้งจนแทบจะทำให้คอแตก เธอก้มมองร่างกายที่เหี่ยวแห้งของตัวเองกับชุดที่ค่อย ๆ หลวมลง…
จากหญิงสาววัยแรกแย้มกลายเป็นหญิงชราอายุเก้าสิบ มันเจ็บปวดกว่าการฆ่าหานซินรุ่ยเสียอีก!
จิ่งเหมียนเดินออกจากห้องทำงาน แล้วบอกกับทุกคนว่าเรื่องทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ให้แยกย้ายกันกลับได้
ท่าทางของเธอเย็นชาเหมือนสวมเสื้อคลุมน้ำแข็ง ทำเอาฮวาเล่อเหยาที่กำลังจะเอ่ยปากพูดถึงกับเงียบเสียงลง
ค่ำคืนแห่งความสุขจบลงด้วยเรื่องวุ่นวาย
ทันใดนั้นเองหญิงชราท่าทางแก่หง่อมได้ก้าวเดินโซเซออกมาจากห้องทำงาน
ฮวาเล่อเหยามองเธอด้วยความตกตะลึง เพราะเธอสวมชุดเดรสของหานซินรุ่ย
ดูเหมือนเธอจะคิดอะไรบางอย่างออก แต่ก็รู้สึกว่ามันเหลือเชื่อเกินไป
เฉินย่าพอจะเข้าใจสถานการณ์ได้ทันที
จิ่งเหมียนรักษาไหล่ของอันหลิงอวี่อย่างลวก ๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้าว่า “คุณกลับไปก่อนเถอะ”
เขาก็ตกใจกับหญิงชราในชุดขาวเช่นกัน จิ่งเหมียนในตอนนี้ดูแตกต่างออกไปราวกับเป็นคนละคน เขาจึงเลือกที่จะไม่ซักถามอะไรในเวลานี้
“หานซวง พาเธอไปที่อาคารสาธารณะชั้นห้า เธอจะใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นตลอดไป”
นี่คือคุกที่จิ่งเหมียนเตรียมไว้ให้หานซินรุ่ยตลอดชีวิต
หานซินรุ่ยมองจิ่งเหมียนด้วยความเคียดแค้น หานซวงเอาสมาร์ตวอทช์ของเธอไปแล้ว ก่อนจะผลักเธอออกไปจากฐาน
สุดท้ายก็เหลือแค่เฉินย่ากับจิ่งเหมียนสองคน
“คุณมีอะไรอยากจะพูดหรือเปล่า”
จิ่งเหมียนเอนกายพิงโซฟาโดยไม่หันไปมองเฉินย่า เผยเพียงด้านหลังให้เขาเห็น
เฉินย่านั่งลงฉันข้าง ๆ เธอ ตอนนี้เธอกลับดูคล้ายกับเขาอยู่บ้าง
“เธอตายไปก็ไม่น่าเสียดาย คุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกแย่เพราะเธอหรอก”
“ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรเพราะหานซินรุ่ยสักหน่อย” จิ่งเหมียนตอบกลับอย่างหงอย ๆ
เฉินย่าไม่พูดพร่ำทำเพลง กอดจิ่งเหมียนไว้ในอ้อมแขน “แล้วคุณเป็นอะไร”
จิ่งเหมียนยังคงไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
เฉินย่าก้มลงจูบที่ริมฝีปากเรียบเฉยของเธอ “แปลกจัง ทำไมคุณไม่ยิ้มเลยล่ะ ก่อนหน้านี้เวลาจูบคุณก็มีความสุขดีนี่”
จิ่งเหมียนรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย “ดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ในใจคุณที่ตอนนี้โหดร้ายขนาดนี้ คุณไม่รู้สึกแปลกใจบ้างเหรอ”
เขามองทะลุจิ่งเหมียนราวกับมองกระจกใส “ไม่ว่าคุณจะเป็นแบบไหน คุณก็คือคนที่ผมเลือก”
“เฉินย่า พาฉันกลับห้องหน่อยสิ” เธอพูดขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เธอหลับตาลงในอ้อมกอดของเฉินย่า “วันนี้ฉันเหนื่อยมากเลย แม้แต่เดินยังไม่อยากเดินแล้ว”