วันสิ้นโลก ฐานของฉันเปิดให้เช่า - บทที่ 95 เซี่ยงชุนหยวนกลายเป็นหมากไร้ประโยชน์
- Home
- All Mangas
- วันสิ้นโลก ฐานของฉันเปิดให้เช่า
- บทที่ 95 เซี่ยงชุนหยวนกลายเป็นหมากไร้ประโยชน์
บทที่ 95 เซี่ยงชุนหยวนกลายเป็นหมากไร้ประโยชน์
“คุณบอกว่าเธอคือผู้จัดการฮวางั้นเหรอ” ฮวาเล่อเหยาเกือบจะเดาความจริงออกแล้ว
“หรือว่าเธอแอบอ้างกัน ไม่ใจกล้าเกินไปหน่อยเหรอ!” เซี่ยงชุนหยวนไม่เชื่อ
ฮวาเล่อเหยาทำสีหน้าเคร่งขรึม “สิ่งที่คุณพูดก็มีส่วนถูก ฉันสังเกตเห็นมานานแล้วว่าผู้จัดการฮวาคนนั้น… ไม่เอาไหน! ฉันชอบคนที่กล้าพูดความจริง ถ้าอย่างนั้นคุณคิดว่าใครเหมาะสมกับตำแหน่งผู้จัดการล่ะ”
เซี่ยงชุนหยวนรู้สึกถึงความไว้วางใจที่เจ้านายมีต่อเธอ การได้รับความไว้วางใจจากจิ่งเหมียนก็ไม่ได้ยากอย่างที่หานซินรุ่ยพูดไว้ ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาหลายปีในการแสดงละคร
“ตามความเห็นของฉัน รั่วรั่วก็ไม่เลวนะคะ ขยันและกระตือรือร้น”
“อย่า อย่า อย่า! ฉันสู้ผู้จัดการฮวาไม่ได้หรอก! คุณครูเซี่ยงอย่าพูดเหลวไหลสิคะ!” ตู้รั่วรั่วรีบโบกมือ พี่สาวอย่ามายุ่งกับฉันนะ!
เซี่ยงชุนหยวน “คุณดูสิ รั่วรั่วช่างถ่อมตัวจริง ๆ คุณยังไม่เคยเห็นท่าทางเผด็จการของผู้จัดการฮวาหรอก…”
ตู้รั่วรั่วอดไม่ได้ที่จะถาม “คุณครูเซี่ยง ฉันทำอะไรให้คุณโกรธเหรอคะ อย่ายกยอฉันจนเกินไปเลย!”
ตู้รั่วรั่วกำลังจะพูดต่อ แต่ถูกฮวาเล่อเหยาจ้องด้วยสายตาดุดันจนไม่กล้าพูดอีก
“จากที่คุณพูดเมื่อกี้ว่า ผู้จัดการฮวาไม่กล้ารังแกคุณอีกเพราะหานซินรุ่ย ผู้จัดการฮวาไม่น่าจะกลัวหานซินรุ่ยขนาดนั้นหรอกนะ?”
เซี่ยงชุนหยวนทำหน้าเหมือน ‘คุณไม่รู้หรอก’ แล้วฟ้อง “ซินรุ่ยมีฐานะดีและชอบช่วยเหลือคนอื่น เพิ่งมาไม่กี่วันก็มีคนชื่นชอบเธอมากกว่าผู้จัดการฮวาแล้ว ทุกคนบอกว่าการให้ซินรุ่ยเป็นพนักงานทำความสะอาดเป็นความคิดของผู้จัดการฮวา ก็เพราะกลัวจะถูกแทนที่ แต่ฉันยังคงคิดว่าตำแหน่งผู้จัดการควรเป็นของคนที่มีความสามารถ”
ทุกคนมองเซี่ยงชุนหยวนด้วยสายตาที่ซับซ้อน ทั้งตกใจ สงสัย และสงสาร
“ดูเหมือนว่าการให้เธอเป็นพนักงานทำความสะอาดดูแลอาคารหนึ่งนั้นจะเป็นการเสียของจริง ๆ”
เสียงเยาะเย้ยดังมาจากข้างหลัง เมื่อเซี่ยงชุนหยวนหันกลับไปก็เห็น ‘ฮวาเล่อเหยา’ เดินเข้ามา
“ซินรุ่ยเรียนจบสูง การให้เป็นคนทำความสะอาดมันดูไม่เหมาะสมไปหน่อยนะคะ”
‘ฮวาเล่อเหยา’ พยักหน้า “ใช่เลย! งั้นให้เธอทำความสะอาดอาคารสี่ อาคารหลัก และอาคารส่วนกลางไปเลย จะได้ไม่มีเวลาว่างไปตัดสินแทนคนอื่น ลวี่อินแห่งนี้จะมีเรื่องอะไรให้น่าตัดสินนักเชียว”
เซี่ยงชุนหยวนมองเธออย่างประหลาดใจ ต่อหน้าเจ้านายยังกล้าแสดงท่าทางก้าวร้าวแบบนี้ ซินรุ่ยประเมินคู่ต่อสู้ต่ำไปแล้ว
“ผู้จัดการฮวา แบบนี้มันไม่ค่อยเหมาะสมหรือเปล่าคะ คุณไม่ฟังความเห็นของเจ้านายจิ่งหน่อยเหรอคะ”
จิ่งเหมียนหัวเราะพรืด มองไปที่ฮวาเล่อเหยา “เจ้านายคะ คุณว่าไง”
ฮวาเล่อเหยา “แค่ก ๆ เอาตามที่คุณว่านั่นแหละ”
เซี่ยงชุนหยวนได้แต่มองฮวาเล่อเหยาอย่างจนใจ ไม่เคยเห็นเจ้านายคนไหนยอมลูกน้องขนาดนี้มาก่อน!
“คุณครูเซี่ยง คลาสเรียนผู้ใหญ่ตอนเย็นใกล้จะเริ่มแล้ว รีบกลับอาคารส่วนกลางเถอะค่ะ” ฮวาเล่อเหยาเอ่ยเร่ง
เซี่ยงชุนหยวนจำใจต้องจากไป คาดว่ากำแพงระหว่างผู้จัดการฮวาและเจ้านายจิ่งคงเริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว พอแค่นี้ก่อน อย่าโลภมาก
หลังจากที่เซี่ยงชุนหยวนจากไป ฮวาเล่อเหยาก็รีบวิ่งมาหาจิ่งเหมียนพลางระบายความอัดอั้นตันใจ “แหม บอกว่าอย่านินทาลับหลัง แต่การพูดต่อหน้าแบบนี้ก็รู้สึกแย่เหมือนกันนะ!”
ทุกคนพากันหัวเราะลั่น
“คุณครูเซี่ยงคนนี้สอนหนังสือจนโง่ไปแล้วหรือไง” หลานหวาเอ่ยถามอย่างไม่เกรงใจ
จิ่งเหมียนหัวเราะเบา ๆ คนที่ยังไม่รู้จักกันดีพอก็กล้ามายุแหย่ให้แตกแยกกันแล้ว ชาตินี้เซี่ยงชุนหยวนอยู่ในตระกูลอันไม่นาน ประสบการณ์การใช้ชีวิตยังไม่พอ ถูกเธอล่อให้เปิดเผยความสัมพันธ์กับหานซินรุ่ยในทันที รู้ตัวศัตรูแล้วก็จัดการได้ง่ายขึ้น
เซี่ยงชุนหยวนสอนจบวันนี้แล้วกลับมาที่หอพัก หานซินรุ่ยอาบน้ำเสร็จนอนอยู่บนเตียงแล้ว
เซี่ยงชุนหยวนรีบเล่าผลงานวันนี้ให้เธอฟังอย่างใจร้อน
“คุณหนู ฉันว่าคุณคิดมากไปแล้ว เจ้าของลวี่อินไม่ได้ยากเย็นอย่างที่คุณว่าหรอก วันนี้ฉันพบกับเธอและได้สร้างความไว้วางใจเบื้องต้นบ้างแล้ว”
“อ้อ?” หานซินรุ่ยพลิกตัวลุกขึ้น “เธอเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ? ฉันว่าจิ่งเหมียนระวังตัวไม่น้อยเลยนะ”
เซี่ยงชุนหยวนยิ้มอย่างมั่นใจ “ฉันก็อายุปูนนี้แล้วนะคะ”
“เล่ามาละเอียด ๆ ซิว่าเธอทำยังไง อย่าเติมแต่งนะ”
ขณะที่เซี่ยงชุนหยวนเล่า สีหน้าของหานซินรุ่ยก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดี ตอนที่เธอเจอฮวาเล่อเหยาที่หอเยว่พ่านครั้งหนึ่ง ไม่เหมือนคนที่มีนิสัยเผด็จการ และยังเชื่อฟังจิ่งเหมียนมาก ทำไมจู่ ๆ ถึงได้สนใจเซี่ยงชุนหยวนกัน
“เธอลองบอกฉันหน่อยสิว่าฮวาเล่อเหยาหน้าตาเป็นยังไง”
“ร่างกายบอบบาง ตาโต มีเสน่ห์ไม่น้อย” ถูกถามเช่นนี้ เซี่ยงชุนหยวนก็ออกอาการใจไม่ดี “มีปัญหาอะไรเหรอคะ” ถ้าหากเธอจำคนผิด ทำไมพวกผู้ช่วยถึงไม่ทักท้วงเลยล่ะ
พอได้ยินคำว่า ‘ร่างกายบอบบาง’ หานซินรุ่ยก็รู้แล้วว่าผิดแน่
แม้ฮวาเล่อเหยาจะไม่ถึงกับท้วม แต่ก็นับว่าห่างไกลจากคำว่ารูปร่างบอบบางอย่างสิ้นเชิง
ตรงกันข้ามกับจิ่งเหมียน…
“เธอคงจำคนผิดแล้วล่ะ ยัยโง่!”
“เป็นไปไม่ได้ พวกผู้ช่วยล้อมหน้าล้อมหลังเธอ แถมตอนที่ฉันชมจิ่งเหมียน เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธสักคำ” เซี่ยงชุนหยวนไม่ยอมรับว่าเป็นความผิดของตัวเอง
ติ๊ง!
สมาร์ตวอทช์ของทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมกัน
ในกลุ่มงานมีประกาศใหม่ : สหายหานซินรุ่ยเป็นผู้ที่มีความเอาใจใส่ในงานและเปี่ยมไปด้วยพลัง จึงมอบรางวัลให้เป็นผู้รับผิดชอบทำความสะอาดหอพักหญิงและหอพักครอบครัวจำนวนสี่หลัง รวมถึงอาคารหลักและอาคารส่วนกลาง เริ่มปฏิบัติหน้าที่พรุ่งนี้เป็นต้นไป
เซี่ยงชุนหยวนถึงกับตาค้าง คำสั่งนี้ถูกประกาศใช้จริง ๆ ไม่ใช่แค่พูดขู่เล่น ๆ
เมื่อนึกถึงท่าทางยอมแพ้ของหญิงสาวผิวขาวคนนั้น เซี่ยงชุนหยวนก็รู้สึกหน้ามืดจนแทบจะเป็นลม! เธอไม่เคยขายหน้าขนาดนี้มาก่อน
หญิงสาวที่เธอเข้าใจผิดว่าเป็นเจ้านาย คงจะเป็นผู้จัดการตัวจริงแน่ ๆ มีเหตุผลเดียวเท่านั้นที่เป็นไปได้
เธอกลับไปพูดแย่ ๆ ลับหลังคนอื่นต่อหน้าเขาแบบนั้น
ไม่แปลกใจเลยว่าตอนที่เธอสนับสนุนให้ตู้รั่วรั่วเป็นผู้จัดการ ตู้รั่วรั่วลนลานขนาดนั้น คิดจะช่วยตู้รั่วรั่ว กลับกลายเป็นทำเรื่องทั้งหมดพังไม่เป็นท่า เธออยากจะทุบพื้นดินให้มันแตกแล้วมุดลงไป ไม่ต้องการอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว พรุ่งนี้เธอจะออกจากบ้านได้อย่างไร เร็ว ๆ นี้เรื่องตลกเกี่ยวกับเธอคงจะแพร่สะพัดไปทั่ว
“เซี่ยงชุนหยวน! อธิบายมาเดี๋ยวนี้นะ ทำไมฉันถึงต้องทำความสะอาดเพิ่มขึ้นอีกหลายชั้นด้วย!” เธอไม่เชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับเซี่ยงชุนหยวน
เซี่ยงชุนหยวนจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดโดยละเอียด
เพียะ!
เซี่ยงชุนหยวนถูกตบจนเซไปข้างหนึ่ง
“ไร้ประโยชน์! ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่อง มีแต่ทำเรื่องให้มันแย่ลง!”
หานซินรุ่ยโกรธจนแทบจะระเบิด “ทำไมฉันถึงได้หาคนอย่างเธอมาทำงานด้วยเนี่ย พูดว่าเธอเป็นหมูก็ยังเหมือนดูถูกหมูเลย!”
ตัวหมากตัวนี้ใช้การไม่ได้แล้ว!
ชาติที่แล้วเซี่ยงชุนหยวนช่วยเหลือได้มากในการกำจัดจิ่งเหมียน แต่ตอนนี้เปิดเผยตัวเร็วเกินไป
“เธอกลายเป็นหมากตัวที่ใช้ไม่ได้แล้ว”
เซี่ยงชุนหยวนก้มหน้า เมื่อเทียบกับความอับอายที่ทำให้เธอไม่กล้าสู้หน้าเมื่อครู่ การดูถูกอย่างไร้ความปรานีในตอนนี้ทำให้เธอรู้สึกแย่กว่า
“พรุ่งนี้ลูกสองคนของเธอจะถูกไล่ออกจากโรงเรียนอวิ๋นชาง ส่วนโกศบรรจุอัฐิของสามีเธอจะถูกย้ายออกจากสุสานเกียรติยศ”
เซี่ยงชุนหยวนขาอ่อนเกือบจะคุกเข่าลง “คุณหนูอย่าทำแบบนี้เลยนะคะ! ฉันขอบคุณบุญคุณที่คุณช่วยชีวิตแม่ลูกของเราไว้ ตลอดหลายปีมานี้ฉันเชื่อฟังคำสั่งของคุณมาตลอด คุณสั่งให้ฉันทำอะไรฉันก็ทำ ฉันไม่เคยตั้งรกรากอยู่ที่ไหนเลย”
หานซินรุ่ยแสดงสีหน้าเย็นชา “ในเมื่อฉันมีบุญคุณกับเธอ เธอก็ควรรู้ว่าสิ่งที่เธอทำทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เธอควรทำ! ถ้าไม่ใช่เพราะเธอยังพอฟังคำสั่งและมีประโยชน์ ลูกของเธอจะมีคุณสมบัติเข้าเรียนที่โรงเรียนอวิ๋นชางและได้รับการศึกษาที่ดีที่สุดในฐานเหรอ? สามีของเธอจะมีคุณสมบัติเข้าสุสานเกียรติยศเหรอ? ตัวเองไม่มีคุณค่าอย่าไปโทษคนอื่น! ฉันทำดีกับเธอถึงที่สุดแล้ว! เธอควรขอบคุณที่ฉันเป็นเจ้านายที่มีเมตตา!”
เซี่ยงชุนหยวนร้อนใจจนขอบตาแดง ลูกคือชีวิตของเธอ!