วันสิ้นโลก ฐานของฉันเปิดให้เช่า - บทที่ 94 พูดลับหลังต่อหน้าเจ้าตัว
บทที่ 94 พูดลับหลังต่อหน้าเจ้าตัว
หลังเลิกเรียน เมื่อเด็ก ๆ กลับกันหมดแล้ว เซี่ยงชุนหยวนก็ย้ายไปอีกห้องเรียนหนึ่งเพื่อเตรียมสอนผู้ใหญ่ตอนค่ำ แต่กลับพบว่าจิ่งเหมียนยังไม่กลับ
“ผู้จัดการฮวาว่างมากเลยสินะคะ ฉันเห็นน้องรั่วรั่วผู้ช่วยของคุณยุ่งจนเท้าแทบไม่ได้แตะพื้นทุกวัน คงช่วยแบ่งเบาภาระคุณได้มากทีเดียว” เธอพูดเป็นนัย ๆ ว่า ‘ฮวาเล่อเหยา’ ขี้เกียจทำงาน หลบเลี่ยงงาน
จิ่งเหมียนยิ้มราวกับไม่สนใจ “ก็เพื่อจะให้พวกเขาช่วยแบ่งเบางานไงคะถึงได้จ้างผู้ช่วย ไม่งั้นจะให้เจ้านายทำคนเดียวได้ยังไง”
เซี่ยงชุนหยวนโจมตีไม่สำเร็จอีกครั้ง
“ฉันมาตรวจงานของคุณครูเซี่ยงค่ะ ไม่งั้นก็คงไม่รู้ว่าคุณครูเซี่ยงไม่เปิดไฟให้เด็ก ๆ”
จิ่งเหมียนชื่นชมสีหน้าของเซี่ยงชุนหยวนที่กำลังจะระเบิดอารมณ์ออกมา “อ้อใช่ คุณครูเซี่ยงอยู่กับหานซินรุ่ยเพื่อนร่วมห้องเป็นยังไงบ้างคะ? ฉันได้ยินมาว่าเธอเป็นคุณหนูจากฐานอะไรสักอย่าง ถ้าอยู่ด้วยไม่สะดวก ฉันย้ายคุณไปห้องอื่นก็ได้นะคะ”
จิ่งเหมียนทำหน้าราวกับกำลังอวดว่าตัวเองมีอำนาจมาก และมีหน้ามีตาในลวี่อิน
เธอประสบความสำเร็จในการทำให้เซี่ยงชุนหยวนพูดอย่างเหน็บแนมว่า “ผู้จัดการฮวาคิดมากไปแล้วค่ะ ซินรุ่ยเป็นคนที่เข้ากับคนง่ายมาก ทั้งที่เป็นถึงหลานสาวของผู้บัญชาการฐาน แต่เธอก็ไม่ถือตัว ไม่หยิ่ง ทุกคนต่างก็รักเธอ”
“เธอเป็นหลานสาวของผู้บัญชาการฐานงั้นเหรอคะ”
เมื่อเห็นสีหน้าตกใจของ‘ฮวาเล่อเหยา’ เซี่ยงชุนหยวนก็พูดเป็นนัยว่า “ใช่ค่ะ บางคนร่ำรวยก็คู่ควรกับการอบรมสั่งสอนที่ดี แต่บางคนกลับไร้แก่นสาร มองเห็นเพียงผลประโยชน์ตรงหน้า ความมั่งคั่งชั่วคราวที่ไม่อาจคงอยู่ได้”
“ซินรุ่ยนั้นสูงส่ง แล้วยังมีความขยันหมั่นเพียรใฝ่เรียนรู้ มีความจริงใจเช่นนี้ ต่อไปเจ้านายจิ่งจะต้องลบอคติและความหวาดระแวงที่มีต่อเธออย่างแน่นอน ซินรุ่ยเป็นคนที่จะก้าวหน้าไปได้ไกล ในอนาคตต้องได้เป็นภรรยาของผู้บริหารใหญ่ของฐานแน่”
‘ฮวาเล่อเหยา’ พูดอย่างรู้สึกผิด “ไม่นึกเลยว่าเธอจะไม่ธรรมดาขนาดนี้ เธอสนิทกับคุณมากเหรอคะ” เธอทำท่าทางเหมือนรู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ทำท่าทีไม่ดีกับเซี่ยงชุนหยวน
“พวกเรามีความชอบที่ตรงกันน่ะค่ะ” ในที่สุดเซี่ยงชุนหยวนก็เผยความภูมิใจออกมาเล็กน้อย ทำสีหน้าเหมือนกับว่า ‘รู้แล้วสินะว่าต้องมาเอาใจฉัน สายไปแล้ว’
‘ฮวาเล่อเหยา’ ถูกยั่วจนของขึ้นเล็กน้อย เยาะเย้ยว่า “คุณบอกว่าสนิทก็สนิทอย่างนั้นสิ! ฉันจะบอกให้นะว่าที่จริงแล้วหานซินรุ่ยก็ดีกับทุกคน คุณแค่คิดไปเองว่าตัวเองพิเศษคนเดียว”
เซี่ยงชุนหยวนถูกกระตุ้นจนหลุดปากพูดความลับออกมา “อีกไม่นานซินรุ่ยก็จะได้เป็นสะใภ้ของตระกูลอันแล้ว แบบนี้ยังจะบอกว่าเป็นแค่เพื่อนธรรมดาได้อีกเหรอคะ”
“คุณแน่ใจเหรอ”
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของ ‘ฮวาเล่อเหยา’ เซี่ยงชุนหยวนรู้สึกพอใจมาก
“คุณไม่ได้รู้จักกับหานซินรุ่ยมาก่อนใช่ไหม? พวกคุณเพิ่งอยู่ด้วยกันแค่ไม่กี่วันเอง!”
“มีคำว่าถูกชะตาตั้งแต่แรกพบ และอีกคำว่าเสียดายที่ไม่ได้พบกันเร็วกว่านี้” หลังจากโต้เถียงกับ ‘ฮวาเล่อเหยา’ มานาน ในที่สุดเซี่ยงชุนหยวนก็ชนะ เธอเดินออกจากห้องเรียนไปกินอาหารเย็นด้วยท่าทางภาคภูมิใจ
ในห้องเรียนเหลือเพียงจิ่งเหมียนคนเดียว ถูกชะตาตั้งแต่แรกพบ? เสียดายที่ไม่ได้พบกันเร็วกว่านี้? ถุยเถอะ!
หานซินรุ่ยอายุสิบเจ็ด ส่วนเซี่ยงชุนหยวนอายุราวสามสิบเจ็ดแล้ว ด้วยนิสัยของหานซินรุ่ย เธอจะเปิดใจกับเซี่ยงชุนหยวนในเวลาแค่ไม่กี่วันได้อย่างไร? หลอกผีหรือไง!
ความจริงปรากฏชัดแล้วว่า เซี่ยงชุนหยวนถูกหานซินรุ่ยซื้อตัวไปแล้ว แถมทั้งสองคนยังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันอีกด้วย ทำไมหานซินรุ่ยถึงยังกล้าพูดแบบนี้ออกมา ในเมื่ออันหลิงอวี่ปฏิเสธผู้บัญชาการหานและหานซินรุ่ยไปอย่างชัดเจนแล้ว
ดูจากประวัติของเซี่ยงชุนหยวนแล้ว ไม่น่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีจุดเชื่อมโยงกับหานซินรุ่ย
แต่การที่เซี่ยงชุนหยวนมาที่ลวี่อินย่อมต้องมีเป้าหมายอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นคงไม่จำเป็นต้องปิดบังเรื่องที่ทั้งคู่รู้จักกันมานานแล้ว
จิ่งเหมียนเดินออกมาจากอาคารส่วนกลาง ชาติที่แล้วคนสองคนที่เธอไว้ใจในบ้านตระกูลอันกลับร่วมมือกันหลอกลวงเธอ
ยอมสละเวลานานถึงสิบปีเพื่อหลอกลวงให้เธอตายใจ
จิ่งเหมียนแค่นหัวเราะ พวกแกนี่ช่างลำบากกันจริง ๆ
เซี่ยงชุนหยวนมาถึงโรงอาหารหลักของฐาน ต้องยอมรับเลยว่าอาหารของลวี่อินนั้นอร่อยเลิศ เธอไม่เคยกินอาหารที่ไหนอร่อยไปกว่าที่ลวี่อินอีกแล้ว แม้แต่อาหารที่บ้านตระกูลอันก็ยังสู้ไม่ได้
ถ้าลูกของเธออยู่เคียงข้าง เธอก็ขอใช้ชีวิตอยู่ที่ลวี่อิน สอนหนังสือไปเรื่อย ๆ แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
ภายในโรงอาหารมีผู้เช่าที่กระตือรือร้นทักทายเธอมากมาย พอรู้ว่าเธอเป็นครูก็ต่างให้ความเคารพนับถือ สุภาพกว่าผู้จัดการคนนั้นมาก
เมื่อเธอตอบสนองด้วยความอ่อนโยน ก็จะได้รับคำชมเชยจากทุกคน
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ เซี่ยงชุนหยวนกำลังเดินออกไปข้างนอก พลันเห็นมีคนหลายคนเดินออกมาจากสำนักงานทางด้านขวา
เซี่ยงชุนหยวนรู้มาบ้างว่าด้านนั้นไม่ใช่สำนักงานทั่วไป แต่เป็นห้องทำงานส่วนตัวของเจ้านายหรือห้องทำงานของผู้ช่วย สรุปคือเป็นสถานที่ที่เจ้านายมักจะปรากฏตัว
เธอเห็นตู้รั่วรั่วผู้ช่วยที่เธอรู้จักกำลังเดินตามหลังเด็กสาวคนหนึ่งพร้อมกับอธิบายอะไรบางอย่าง และมีผู้ช่วยอีกสองคนเดินตามหลังเด็กสาวคนนั้น
เรื่องนี้ชัดเจนมากแล้ว แม้แต่คนโง่ก็มองออกว่าเด็กสาวคนนั้นต้องเป็นจิ่งเหมียน เจ้าของลวี่อินแน่นอน
ถึงเวลากินข้าวแล้วยังยุ่งกับงานอยู่ สมกับที่มีแต่ผู้จัดการฮวาคนเดียวที่เอาแต่ขี้เกียจแล้วไปหาเรื่องเธอ!
คิดแบบนี้แล้วเท้าของเธอก็เดินไปหา ‘เจ้านายจิ่ง’
“งานสำคัญก็จริง แต่ก็อย่าลืมกินข้าวนะคะ ร่างกายเป็นทุนของการปฏิวัตินะคะ” เซี่ยงชุนหยวนพูดด้วยความอ่อนโยนและห่วงใย ประกอบกับท่าทางภูมิฐานวัยกลางคนของเธอทำให้คนรู้สึกชอบ
ฮวาเล่อเหยาปิดสมุดรายชื่อในมือ “คุณคือคุณครูเซี่ยงชุนหยวนที่เพิ่งมาใหม่ใช่ไหมคะ”
“ใช่ค่ะ” เธอยิ้ม “ฉันได้ยินมาตลอดว่าเจ้าของลวี่อินทำงานอย่างจริงจัง แม้อายุยังน้อยก็เป็นสตรีที่เก่งกาจในหมู่รุ่นเดียวกันแล้ว”
ฮวาเล่อเหยาฟังแล้วรู้สึกงง ๆ แต่ที่เธอพูดก็ถูก พี่เหมียนเป็นคนเก่งอยู่แล้ว ฮวาเล่อเหยาจึงพยักหน้าเห็นด้วย
“ฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมงานกับลวี่อิน ทุกคนกระตือรือร้นและขยันขันแข็งมาก ยกเว้นบางคนที่… ไม่ค่อย…” เสียงของเซี่ยงชุนหยวนขาดหายไป เหมือนนึกถึงใครบางคน แต่ก็ไม่อยากจะพูดชื่อออกมา
“ใครเหรอคะ” ฮวาเล่อเหยาถามตรง ๆ
ตู้รั่วรั่วที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เริ่มรู้สึกกังวล เธอจะโดนใส่ร้ายหรือเปล่านะ!
เซี่ยงชุนหยวนทำสีหน้าเหมือนยอมสละตัวเองเพื่อส่วนรวม แล้วพูดว่า “ผู้จัดการฮวาไงล่ะ!”
ทุกคนต่างตกใจ!
ตู้รั่วรั่วมึนงง นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย?
“บอกตามตรงเลยนะ ผู้จัดการฮวาใช้อำนาจในทางมิชอบ เธอเอาแต่เที่ยวเล่นไปวัน ๆ แล้วยังมายุ่งกับการสอนหนังสือของฉันอีก ทำตัวไม่สมกับที่เจ้านายไว้ใจเลย”
คำพูดของเซี่ยงชุนหยวนเหมือนโยนหินลงน้ำ ทำให้เกิดระลอกคลื่นเงียบ ๆ ซึ่งเป็นผลลัพธ์ที่เธอต้องการ
“ฉันเป็นแค่ครู อาจจะพูดจาตรงไปตรงมาไม่ค่อยรู้จักเลียแข้งเลียขาใคร แต่ฉันไม่กลัวที่จะขัดใจผู้จัดการฮวา สิ่งที่ควรพูดเพื่อลวี่อิน ฉันก็ต้องพูด ในเรื่องความรับผิดชอบและความสามารถ เธอไม่ควรอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการ” เธอพูดด้วยท่าทีองอาจกล้าหาญ ไม่เกรงกลัวอำนาจใด ๆ
ฮวาเล่อเหยารู้สึกเหมือนโดนฟ้าผ่า “นี่คุณเข้าใจสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาหรือเปล่า”
ลั่วชิงเทียน ‘โห กล้ามาก กล้ามาพูดต่อหน้าแบบนี้เลย?’
หลานหวาเหลือบมองสีหน้าของฮวาเล่อเหยาที่ดูเหมือนคนสมองเบลออย่างไม่อยากเชื่อ จนเกือบจะหลุดขำออกมา
ตู้รั่วรั่ว ‘ยัยนี่สมองมีปัญหาหรือเปล่า รับคนแบบนี้เข้ามา ทุกคนจะสงสัยในความสามารถในการทำงานของเธอแน่ ๆ’
หวังอี้ที่บังเอิญผ่านมาพอดี ทนไม่ไหวจึงถามขึ้นว่า “ผู้จัดการฮวาทำอะไรให้คุณครูเซี่ยงโกรธขนาดนี้ ถึงกับพูดว่าไม่คู่ควรออกมาได้”
“เอ่อ พวกคุณไม่รู้หรอกว่ากว่าลวี่อินจะมาถึงวันนี้ได้มันไม่ง่ายเลย” เซี่ยงชุนหยวนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องเรียนแบบเติมแต่งสีสัน “ฉันทำเพื่อลวี่อินแท้ ๆ แต่เธอกลับไม่เห็นใจ ซ้ำร้ายยังใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ไม่เห็นแก่หัวอกเจ้านายเลย ยังดีที่เห็นแก่ซินรุ่ย ฉันเลยไม่เอาเรื่อง ไม่งั้นฉันคงอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอก…”
ทุกคนเบิกตากว้าง