วันสิ้นโลก ฐานของฉันเปิดให้เช่า - บทที่ 93 แสร้งเป็นฮวาเล่อเหยา
บทที่ 93 แสร้งเป็นฮวาเล่อเหยา
เถียนอวิ๋นอวิ๋นถ่ายรูปเสร็จแล้วก็เอามาให้จิ่งเหมียนดู ในกล้องมีรูปถ่ายของสำนักงานที่สว่างไสว รูปโรงอาหารที่มีอาหารน่ากินจนเหมือนกลิ่นจะลอยออกมาจากหน้าจอ รวมถึงร้านค้าที่มีราคาถูกจนคนนอกต้องอิจฉา และรูปถ่ายการตกแต่งภายในของห้องพักแบบต่าง ๆ ในเขตที่พักอาศัย ทั้งยังมีภาพพาโนรามาของฐานลวี่อิน
“ไม่เลวเลย!” จิ่งเหมียนพอใจมาก “ขั้นตอนต่อไปก็คือการถ่ายวิดีโอแนะนำฐาน”
เถียนอวิ๋นอวิ๋น “ฉันมีข้อเสนอค่ะ พวกเราสามารถถ่ายทำในมุมมองของผู้เช่าคนหนึ่งได้ค่ะ ถ่ายทำกิจวัตรประจำวันของเขาตั้งแต่เช้าจรดเย็น ควรเป็นพนักงานของลวี่อินจะดีที่สุด แบบนี้ก็สามารถแนะนำฐานและทำให้ผู้ชมรู้สึกมีส่วนร่วมไปด้วยได้”
จิ่งเหมียนพูดว่า “ไอเดียนี้เยี่ยมมาก เธอมีคนที่จะถ่ายทำในใจแล้วหรือยัง”
“ฉันอยากถ่ายทำคุณยายไป๋ ผู้สูงอายุเป็นกลุ่มคนเปราะบาง ถ้าพวกท่านใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในลวี่อิน คลิปวิดีโอนี้จะมีพลังมากขึ้น”
“ไม่มีปัญหา ฉันคิดว่าคุณยายยินดีช่วยอยู่แล้ว!”
ว่าแล้วจิ่งเหมียนก็มอบหมายงานนี้ให้เถียนอวิ๋นอวิ๋นไปจัดการ
เมื่อกลับถึงห้องทำงาน จิ่งเหมียนก็สั่งหลานหวาว่า “เร็ว ๆ นี้ต้องซื้อรถใหม่เพิ่ม”
“รั่วรั่ว เธอคัดเลือกผู้เช่าเสร็จหรือยัง”
ตู้รั่วรั่วตอบว่า “ยังค่ะ ขอเวลาอีกหนึ่งคืน พรุ่งนี้เช้าฉันจะส่งรายชื่อให้แน่นอน”
“ครั้งนี้ห้องว่างเป็นห้องเดี่ยวกับห้องคู่ ง่ายกว่าห้องพักรวมกับห้องพักครอบครัวเยอะเลยนะ รั่วรั่ว เธอต้องพัฒนาเรื่องประสิทธิภาพในการทำงานแล้ว”
จิ่งเหมียนไม่ค่อยพอใจนัก ความเร็วขนาดนี้ยังไม่เท่ากับตอนที่ฮวาเล่อเหยาเพิ่งเข้ามาทำงานที่ลวี่อินเลย
ตู้รั่วรั่วก้มหน้ายอมรับว่าจะพยายาม แต่ในใจกลับรู้สึกน้อยใจเล็ก ๆ ใคร ๆ ก็บอกว่างานที่ลวี่อินสบาย เงินดี ที่แท้ก็ไม่ใช่อย่างนั้น โฆษณาเกินจริงมีอยู่ทุกที่จริง ๆ
“ช่วงนี้หานซินรุ่ยยังก่อเรื่องวุ่นวายอะไรอีกไหม”
ฮวาเล่อเหยาตอบ “คุณยายบอกว่าช่วงนี้เธอขยันขันแข็งมากเลย เวลาผู้เช่าลงมาข้างล่างก็จะเห็นเธอกำลังทำความสะอาดอยู่ทุกวัน หลายคนชมว่าเธอไม่มีท่าทางเป็นคุณหนูเอาแต่ใจ แถมยังน่ารักน่าเอ็นดูอีกด้วย”
จิ่งเหมียนขมวดคิ้ว เธอไม่เคยป่าวประกาศฐานะของหานซินรุ่ยที่ลวี่อินเลยสักครั้ง “แล้วทุกคนรู้ได้ยังไงว่าเธอเป็นคุณหนู”
“ฉันว่าเธอคงพูดเองนั่นแหละ” ฮวาเล่อเหยาแลบลิ้น “แล้วอีกอย่าง ทุกวันเวลาไปและกลับจากที่ทำงาน คนอื่นก็เห็นเธอกำลังทำความสะอาดอยู่ตลอด มันดูจงใจเกินไปไหม ราวกับว่าเธอทำงานหนักมาทั้งวันอย่างนั้นแหละ แต่จริง ๆ แล้วทุกคนที่นี่ก็มีมารยาทดีกันหมด บริเวณส่วนกลางไม่ได้สกปรกเลอะเทอะอะไรมากมาย”
“แล้วก็นะ เธอเอาแต่บอกทุกคนว่าเธอชื่นชมคุณมาก อยากเรียนรู้จากคุณตลอดเวลาเลย ถึงขั้นย้ายจากฐานอวิ๋นชางมาที่ลวี่อิน”
ฮวาเล่อเหยามองไปรอบ ๆ “ฉันพูดแล้วคุณอย่าโกรธนะพี่เหมียน ตอนนี้เริ่มมีคนพูดกันบ้างแล้วว่าพี่เหมียนใจแคบ ตั้งใจทำเย็นชาใส่หานซินรุ่ย ทำให้ความตั้งใจของคุณหนูสูญเปล่า”
จิ่งเหมียนถาม “ใครพูดแบบนั้นบ้าง”
ฮวาเล่อเหยาครุ่นคิด “น่าจะเป็นคนในหอพักอาคารหนึ่ง ทั้งสองหอพักเชื่อมต่อกัน สิ่งที่เธอมีอิทธิพลมากที่สุดก็คือความคิดของคนหนุ่มสาวเหล่านั้น”
“ซ่งหย่ากับจูหมิ่นก็พักอยู่อาคารหนึ่งสินะ” จิ่งเหมียนครุ่นคิด “ให้พวกเธอคอยสังเกตหน่อยว่าใครที่ไปมาหาสู่กับหานซินรุ่ยบ้าง”
ฮวาเล่อเหยาจดลงสมุด
จิ่งเหมียนมองดวงอาทิตย์ตกดินนอกหน้าต่าง ได้เวลาไปพบเซี่ยงชุนหยวนแล้ว
เธอจึงลุกขึ้นไปที่อาคารส่วนกลาง เดินทางมาถึงหน้าห้องเรียนด้านซ้ายมือบนชั้นสอง
แสงแดดสีเหลืองอ่อนส่องกระทบร่างของหญิงวัยกลางคน เกิดเป็นเงาทอดยาว เธอกำลังเขียนอะไรบางอย่างบนกระดานดำ ด้านล่างมีเด็ก ๆ นั่งอยู่ห้าคน อายุต่างกัน
ทันใดนั้นในห้องเรียนก็สว่างจ้าขึ้นมา ทั้งครูและนักเรียนต่างก็ตกตะลึง
ทุกคนหันไปมองจิ่งเหมียนที่ยืนอยู่ข้างประตู มือของเธอกดอยู่บนสวิตช์ไฟ
“เรียนต่อเถอะ คุณครูเซี่ยง จำไว้ว่าครั้งหน้าเปิดไฟด้วยนะคะ”
“ขอโทษนะ…คุณเป็นใครเหรอ?” เซี่ยงชุนหยวนถาม เธอมาที่ลวี่อินแล้วยังไม่เคยพบจิ่งเหมียน เธอเคยเจอแต่ตู้รั่วรั่วเท่านั้น
จิ่งเหมียนอ่านความไม่พอใจเล็กน้อยบนใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นได้
“ฉันเป็นใครมันเกี่ยวอะไรด้วยเหรอ?” จิ่งเหมียนรู้ดีว่าเธอเป็นคนแบบไหน จึงพูดด้วยน้ำเสียงไม่ดีนัก
แต่เซี่ยงชุนหยวนกลับพูดอย่างอ่อนโยนว่า “ในโลกหลังวันสิ้นโลก การผลิตไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องง่าย ฉันคิดว่าคุณคงไม่รู้หลักการผลิตไฟฟ้าสินะ? ค่าไฟฟ้าที่แพงนั้นไม่ได้มาลอย ๆ นะ”
“แม้ว่าลวี่อินจะยกเว้นค่าไฟฟ้าทั้งหมด แต่พวกเราไม่ควรสิ้นเปลือง ต้องรู้จักประหยัด การประหยัดต้องเริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ฉันคิดว่าถ้าเจ้าของลวี่อินเห็นก็คงจะดีใจนะ”
เธอมีกลิ่นอายของนักวิชาการ พูดช้า ๆ และน้ำเสียงสงบ ให้ความรู้สึกเหมือนครูที่ใจเย็นกำลังสอนเด็ก ๆ
ทำให้คนรู้สึกได้อย่างง่ายดายว่าเธอถูกต้อง และตัวเองกำลังดื้อดึง
จากที่จิ่งเหมียนรู้จักเซี่ยงชุนหยวน แม้เธอจะไม่พอใจก็จะไม่พูดตรง ๆ แต่จะพูดอ้อม ๆ เธออ้างว่าตัวเองเป็นคนมีความรู้ลึกซึ้ง ไม่เคยทะเลาะเสียงดังกับคนหยาบคาย
เหมือนตอนนี้ที่เซี่ยงชุนหยวนไม่พอใจจิ่งเหมียน จริง ๆ แล้วเธอคิดว่าการ ‘บอกให้เปิดไฟ’ เป็นการตำหนิเธอ และเธอกำลังสอนจิ่งเหมียนว่าเธอมีเหตุผลของเธอ ทั้งยังเป็นเหตุผลที่ถูกต้องและมีวิสัยทัศน์ ไม่ใช่ว่าเธอลืมเปิด
หมายความว่าจิ่งเหมียนพูดผิด
จิ่งเหมียนยิ้มอย่างอ่อนโยนพลางพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานแบบเดียวกับที่เซี่ยงชุนหยวนใช้ “สิ่งที่คุณครูเซี่ยงพูดมีเหตุผล แต่ไม่ได้ปรับให้เข้ากับสถานการณ์ โรงเรียนลวี่อินให้บริการไฟฟ้าฟรี แสดงว่าไม่ขาดแคลนไฟฟ้า การประหยัดไฟของคุณมากเกินไปอาจจะทำให้เด็ก ๆ เสียสายตาโดยใช่เหตุ”
เซี่ยงชุนหยวนเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย “ทุกอย่างไม่ควรมองแค่ภายนอก คุณจะรู้ได้ยังไงว่าโรงเรียนลวี่อินไม่ต้องการ บอกไม่ได้หรอกว่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้ในวันนี้อาจช่วยได้มากในอนาคต การเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันย่อมดีกว่า”
“ไม่จำเป็นต้องให้คุณครูเซี่ยงมาช่วยโรงเรียนลวี่อินประหยัดไฟฟ้าหรอกค่ะ สิ่งที่คุณครูควรวางแผนคือการสอนหนังสือและอบรมสั่งสอนเด็ก ๆ ให้ดี”
เซี่ยงชุนหยวนยกมือขึ้นเสยผมข้างแก้มเพื่อปกปิดอารมณ์ของเธอในตอนนี้ ความรู้ทางวัฒนธรรมที่เธอภาคภูมิใจ เมื่อใช้กับผู้หญิงตรงหน้ากลับเหมือนชกมวยเข้าไปในก้อนสำลี โจมตีอีกฝ่ายไม่เข้า แล้วยังสะท้อนกลับมาหาตัวเองอีก
ถ้าอีกฝ่ายโต้เถียงเสียงดัง เธอก็จะตราหน้าอีกฝ่ายไปเลยว่าเป็นคนหยาบคาย ไร้มารยาท ตอนนี้กลับถูกอีกฝ่ายเล่นงานจนทำอะไรไม่ถูก
แม้ว่าจะมีเด็ก ๆ มองอยู่ไม่กี่คน แต่เธอก็รู้สึกเสียหน้า
“ไม่ทราบว่าคุณทำงานตำแหน่งอะไรคะ ถึงกล้าพูดแทนเจ้านายว่าไม่ต้องประหยัดไฟ”
จิ่งเหมียนมองสีหน้าที่เริ่มจะทนไม่ไหวของเซี่ยงชุนหยวนแล้วยิ้มออกมาอย่างใจเย็น “ฉันคือฮวาเล่อเหยา ผู้จัดการของลวี่อิน เรื่องของเจ้านายฉันรู้ดีที่สุด ต่อไปนี้ถ้าฟ้ามืดแล้วคุณครูก็เปิดไฟเถอะ ทำตามที่ฉันบอกก็พอ!”
“คำพูดของคุณผู้จัดการ ฉันจะกล้าขัดได้ยังไงกัน” สีหน้าของเซี่ยงชุนหยวนเย็นชา น้ำเสียงมีแววประชดประชัน
“คุณครูเซี่ยงรีบสอนต่อเถอะค่ะ อย่านำอารมณ์มาลงที่ชั้นเรียน”
ถึงแม้เซี่ยงชุนหยวนจะมีความสามารถลึกล้ำเพียงใด ก็ยังอดไม่ได้ที่จะกลอกตาด้วยความโมโห คิดในใจว่า ‘ไอ้ผู้จัดการคนนี้ รอดูเถอะว่าพรุ่งนี้ฉันจะไปฟ้องเจ้านายยังไง!’ เธอไม่เชื่อหรอกว่าจะมีเจ้านายคนไหนไม่ชอบพนักงานแบบเธอที่คิดถึงแต่ผลประโยชน์ของเจ้านาย!
เซี่ยงชุนหยวนที่มองเห็นล่วงหน้าแล้วว่าเจ้านายจะไม่พอใจฮวาเล่อเหยา จึงรีบปรับอารมณ์และทำงานสอนที่เหลือให้เสร็จ
แม้ว่าพื้นฐานของเด็กทั้งห้าคนจะด้อยกว่าเด็ก ๆ ตระกูลอันมาก แต่ก็ดีที่มีทัศนคติที่จริงจัง