วันสิ้นโลก ฐานของฉันเปิดให้เช่า - บทที่ 91 บาดเจ็บสาหัส
บทที่ 91 บาดเจ็บสาหัส
หลิงจิ่วไม่สามารถหยั่งรู้พลังที่แท้จริงของหานซวงได้เลย
“เด็กคนนี้แข็งแกร่งขนาดนี้เลยเหรอ” ไฉเซียวจากทีมสำรวจอู่อันพูดด้วยความตกตะลึง
ประโยคนี้ของเขาแทนความรู้สึกของทุกคนได้เป็นอย่างดี
ผลึกน้ำแข็งแตกละเอียด หลิงจิ่วยอมรับความพ่ายแพ้
“หานซวง เธอปลุกพลังตอนอายุเท่าไหร่” เฉียวไห่ถามขึ้น
“เก้าขวบค่ะ”
ทุกคนต่างสูดหายใจ นี่มันเร็วมาก! พรสวรรค์ระดับไหนกันเนี่ย!
เฉียวไห่ที่รู้เรื่องภายในอยู่บ้างยิ่งรู้สึกดีใจ หานซวงได้ชื่อว่าเป็นผู้สืบทอดของจิ่งเหมียน!
เขามั่นใจว่าหานซวงจะกลายเป็นเทพสงครามหญิงในอนาคต นี่คือเด็กผู้หญิงที่จะสร้างความตกตะลึงให้กับโลกใบนี้!
ในเมื่อหลิงจิ่วไม่สามารถทำให้เห็นถึงระดับพลังของหานซวงได้ เฉียวไห่จึงเตรียมจะส่งคนต่อไปขึ้นไป
ทว่าอาส่านกลับเดินออกมาข้างหน้า “ฉันเอง”
แววตาของเขาฉายชัดถึงความกระหายใคร่ในการต่อสู้ เฉียวไห่พบว่าอาส่านนั้นคลั่งไคล้การต่อสู้จริง ๆ
เมื่อไรก็ตามที่ต้องต่อสู้ ความเฉื่อยชาแบบเดิม ๆ ของเขาก็จะหายไป กลายเป็นคนละคน
หวังอี้ยืนมองการต่อสู้ของอาส่านอย่างเงียบ ๆ เขาเคยเห็นอาส่านต่อสู้ในทีมทหารรับจ้างบ่อยครั้งที่สุด
อาส่านอายุประมาณยี่สิบต้น ๆ ผมสีทองดูเหมือนจะเป็นสีผมตามธรรมชาติ ถ้าไม่ทำตัวโง่ ๆ แบบนี้ก็ถือว่าหล่อใช้ได้
เขาชี้หน้าหานซวงแล้วพูดว่า “น้องสาวหานซวง ฉันไม่ปล่อยเธอแน่ จัดมาเต็มที่เลย!”
หานซวงเคยเห็นหลิงจิ่วถูกอาส่านรังแกมาแล้วหลายครั้ง เธอจึงพยักหน้าแล้วปล่อยพลังน้ำแข็งออกมาอย่างรวดเร็วกว่าครั้งก่อน ๆ
ในขณะเดียวกัน อาส่านก็เคลื่อนไหว ร่างกายของเขากลายเป็นเพียงแสงวาบก่อนจะไปปรากฏตัวในตำแหน่งถัดไป
เฉียวไห่ขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด เป็นเรื่องปกติที่อาส่านจะไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดที่มีในการต่อสู้ครั้งก่อน ๆ แต่จากความเร็วในตอนนี้ เขาอาจจะเร็วกว่าซอมบี้ครึ่งหน้าที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสงเสียอีก!
ร่างของเขาปรากฏขึ้นด้านหลังหานซวง แล้วเตะสูงไปที่ท้ายทอยของเธอ
หานซวงก้มหน้าลงต่ำอย่างรวดเร็วเพื่อหลบ พลังที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอาส่านทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัว!
อาส่านเอาจริง!
หากไม่ทุ่มเทเต็มที่ มีหวังตายแน่!
ชั่วพริบตา หานซวงเบิกตากว้าง ดวงตาฉายแววสีฟ้าเย็นยะเยือก ปลดปล่อยพลังเต็มที่
พายุน้ำแข็งพวยพุ่งออกจากร่างของเธอ กระจายไปทุกทิศทุกทาง
กลุ่มคนที่กำลังชมการต่อสู้อยู่เส้นผมปลิวสะบัด ใบหน้าถูกปกคลุมด้วยเกล็ดน้ำแข็งบาง ๆ
เหล่าผู้รักษาความปลอดภัยทั่วไปต่างหนาวสั่น ตัวแข็งจนสั่นไม่หยุด อุณหภูมิสูงเกือบห้าสิบองศาเซลเซียสรอบบริเวณลดฮวบลงจนถึงศูนย์องศาในพริบตา
หลังจากหลบการโจมตีด้วยขา หานซวงก็ควบคุมให้แท่งน้ำแข็งบนพื้นพุ่งโจมตีอาส่าน ในขณะเดียวกัน เหนือหัวก็มีน้ำแข็งแหลมคมพุ่งลงมาจากด้านบน
อาส่านเห็นว่าไม่มีทางหนีจึงหายตัวไปอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงเส้นแสงจาง ๆ น้ำแข็งพุ่งลงมาโดยไร้เป้าหมาย ชนเข้ากับหนามน้ำแข็งบนพื้น เกิดเป็นเสียงน้ำแข็งแตกดังลั่น
ทันทีที่อาส่านปรากฏตัวขึ้น ณ ตำแหน่งใหม่ พื้นน้ำแข็งที่เขาเหยียบลงไปก็มีแท่งน้ำแข็งพุ่งโจมตีขึ้นมา
หานซวงไม่จำเป็นต้องใช้สายตาจับการเคลื่อนไหวของอาส่าน เพราะเกล็ดน้ำแข็งขนาดเล็กที่ล่องลอยอยู่เต็มอากาศจะส่งข้อมูลตำแหน่งของอาส่านมาให้เธอโดยตรง ซึ่งเร็วกว่าการมองเห็นด้วยตาเปล่ามาก!
ไม่รู้ว่าเมื่อไรที่เหนือหัวของเขาได้ก่อตัวเป็นภูเขาน้ำแข็งขนาดมหึมา และพุ่งเข้าใส่เขาอย่างไร้ความปรานี
อาส่านเองก็ไม่กล้าประมาทเช่นกัน เขาปลดปล่อยคมมีดแสงขนาดใหญ่กว่าสองเมตรออกมาผ่าภูเขาน้ำแข็งออกเป็นสองส่วน แม้ร่างกายจะถูกห่อหุ้มด้วยแสงสีทองจนมองไม่เห็นรูปร่างที่แท้จริง แต่กลับให้ความรู้สึกแหลมคมอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
ทันใดนั้นลำแสงนั้นก็พุ่งตรงไปที่หานซวง!
เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!
กำแพงน้ำแข็งหนาสามชั้นที่หานซวงสร้างขึ้นในชั่วพริบตา ถูกคมมีดแสงที่พุ่งเข้าใส่ราวกับลูกศรจากอาส่านเจาะทะลุเป็นรู! คมมีดของเขาแทงทะลุผ่านหน้าท้องของหานซวงไป!
คมมีดถูกดึงออกจากร่างของหานซวงโดยพลัน ร่างกายของหานซวงอ่อนแรงลงในเสี้ยววินาทีนั้นจนเกือบจะล้มลงไป
หลิงจิ่วเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง อาส่านไม่เคยลงมือหนักขนาดนี้ตอนที่สู้กับเขา! ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายยังเป็นผู้หญิงด้วย
แต่หานซวงไม่ได้ล้มลงไป เธอใช้พลังแช่แข็งห้ามเลือดที่บาดแผลของตัวเอง ทนความเจ็บปวดและโจมตีต่อไป
เหล่าชายฉกรรจ์ที่เฝ้ามองอยู่รู้สึกจนใจ พวกเขานึกไม่ถึงว่าหานซวงจะเข้มแข็งได้ถึงขนาดนี้
ความดื้อรั้นเช่นนี้… คนที่ไม่เคยได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก่อนไม่อาจทำได้ หานซวงเป็นเด็กกำพร้า เธอถูกบังคับให้กินยาระงับพลังพิเศษเป็นประจำ คงจะต้องลำบากมากแน่ ๆ
ตอนที่จิ่งเหมียนพาเธอออกมาจากสถานประมูล พลังของเธอแทบจะไม่เหลือแล้ว
พวกเขามองเฉียวไห่อย่างลังเลว่าจะให้หยุดการต่อสู้ดีไหม แต่เฉียวไห่เห็นว่าหานซวงไม่มีท่าทีว่าจะยอมแพ้แม้แต่น้อย
เธอระเบิดพลังความเย็นที่แข็งแกร่งที่สุดออกมา หานซวงตระหนักได้ว่าแม้ว่าอาส่านจะมีพลังแสง ซึ่งทะลุทะลวงและโจมตีได้อย่างรุนแรง แต่เขาก็ไม่สามารถเปลี่ยนตัวเองเป็นแสงได้ ร่างกายของเขายังคงเป็นเลือดเนื้อ
ตราบใดที่เขายังกล้าเข้ามาใกล้เธอ เขาจะต้องถูกแช่แข็งแน่นอน!
และแล้วอาส่านก็ถอยกลับไป การต่อสู้ระยะประชิดของเขาเก่งกาจมาก แม้ว่าจะสามารถหยุดยั้งการจู่โจมของอาส่านได้ในระยะเวลาสั้น ๆ แต่เธอกลับต้องใช้พลังอย่างมาก หากเป็นแบบนี้ต่อไป อีกไม่นานเธอก็คงจะต้องพ่ายแพ้
ในขณะที่หานซวงคิดว่าตัวเองสามารถหยุดอาส่านได้แล้ว เขาก็ยกแขนขึ้นมาเล็งไปที่เธอ ปลายนิ้วของเขาเปล่งประกายแสงเจิดจ้า
หานซวงขนลุกซู่ไปทั่วร่าง เธอหลุดปากออกไปโดยไม่รู้ตัวว่า “ฉันยอมแพ้!”
เมื่อเห็นแสงนั้น เธอไม่รู้ว่ามันเป็นการโจมตีแบบไหน แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่าหากถูกโจมตีด้วยแสงนี้ เธอต้องตายแน่!
เขาหยุดชะงัก ไม่โจมตีต่อ เหมือนกำลังให้โอกาสเธอได้พูด บางทีเขาอาจจะกำลังทดสอบไหวพริบในการต่อสู้ของเธอ หานซวงรู้ดีว่าอาส่านจะไม่ฆ่าเธอ
ที่แท้เขาไม่จำเป็นต้องเข้าใกล้ก็สามารถใช้พลังพิเศษโจมตีผู้อื่นได้ แต่เขากลับชอบการต่อสู้ระยะประชิด
เขาช่างคลั่งไคล้การต่อสู้เสียจริง หวังอี้แอบวิจารณ์อาส่านในใจ ไม่แปลกที่ตระกูลหงจะถูกฆ่าล้างบางในคืนเดียว
พวกเขาเป็นอันธพาลครองเมืองในเขตควานตงมานานหลายปี ถ้าฆ่าง่าย ๆ ตระกูลฮวากับตระกูลเซียวคงไม่ปล่อยให้พวกมันเหิมเกริมมาจนถึงทุกวันนี้หรอก
อาส่านเป็นผู้มีพลังพิเศษระดับสี่ ตอนนี้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างเห็นพ้องต้องกัน
“คลื่นลูกหลังซัดสาดคลื่นลูกหน้า” ไฉเซียวถอนหายใจ “เด็กรุ่นใหม่นี่แข็งแกร่งจริง ๆ”
ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น แม้แต่เฉียวไห่ก็ยังรู้สึกกดดัน เขาติดอยู่ที่จุดสูงสุดของระดับสาม ไม่สามารถทะลวงผ่านได้ พลังของเขายังไปไม่ถึงระดับถัดไป
ฐานอู่อันมีประชากรมากกว่าสามหมื่นคน มีเพียงฮวาอี้เคอคนเดียวเท่านั้นที่เป็นผู้มีพลังพิเศษระดับสี่ ชัดเจนว่าการเลื่อนระดับของผู้มีพลังพิเศษนั้นยากเพียงใด
แต่ตอนนี้เขตปกครองตนเองแห่งใหม่นี้มีอย่างน้อยสองคนแล้ว
“ไม่ต้องสงสัยเลย หานซวงเป็นผู้มีพลังพิเศษระดับสาม” เฉียวไห่ก็แปลกใจกับข้อสรุปของตัวเอง
“ดูจากพลังพิเศษที่เธอปล่อยออกมา เธอน่าจะอยู่ในระดับต้น ๆ อาส่านบังคับให้หานซวงแสดงพลังทั้งหมดออกมาแล้ว”
อาส่านเก็บพลังพิเศษแล้วเดินไปหาหานซวง “ฉันจะพาเธอไปหาจิ่งเหมียน เธอยังไหวอยู่ใช่ไหม?”
เขามองออกว่าหานซวงไม่ใช่ดอกไม้ในเรือนกระจก คงต้องเคยบาดเจ็บมาไม่น้อย เขาถึงกล้าที่จะทำให้หานซวงบาดเจ็บสาหัส
หานซวงพยักหน้า ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอได้รับบาดเจ็บแบบนี้
“ฉันจะแบกเธอนะ” อาส่านหันหลังและย่อตัวลงอย่างเต็มใจ
หานซวงลังเลเล็กน้อย แต่ก็ขึ้นขี่หลังเขาในที่สุด
อาส่านกลายเป็นเงาแสงและหายไปจากจุดเดิม