วันสิ้นโลก ฐานของฉันเปิดให้เช่า - บทที่ 90 พลังที่แท้จริงของหานซวง
บทที่ 90 พลังที่แท้จริงของหานซวง
เธอผลักประตูห้องรักษาความปลอดภัยออก กวาดตามองทุกคนในห้อง เธอต้องแสดงความมุ่งมั่นอย่างผู้นำฐานเพื่อปลุกขวัญกำลังใจทุกคน จึงจะสามารถนำพาลวี่อินก้าวไปข้างหน้าในกระแสโลกาวินาศนี้ได้อย่างต่อเนื่อง
เธอพูดเสียงดัง “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้รักษาความปลอดภัยของลวี่อินทุกคนต้องฝึกฝนอย่างเข้มงวดตามแผนที่หัวหน้าเฉียวไห่กำหนดไว้”
“สุ่ยเยียนนั้นโชคดี แต่เราทุกคนอาจจะไม่ได้โชคดีแบบนั้นเสมอไป พวกเรานั้นเติบโตมาในยุคสมัยที่ต้องพบเจอกับความเสียใจมากมาย แต่พวกเราจะต้องไม่ยอมแพ้ สิ่งเดียวที่จะสามารถป้องกันไม่ให้โศกนาฏกรรมเกิดขึ้นได้ก็คือการที่พวกเราทุกคนนั้นแข็งแกร่งขึ้น”
“ในอนาคตยังมีภัยพิบัติที่อันตรายมากกว่านี้รออยู่ การที่พวกคุณทุกคนสะสมพลังในตอนนี้ ก็เพื่อเป็นหลักประกันให้กับตัวเองในอนาคต”
เฉียวไห่มองไปยังร่างกายบอบบางของหญิงสาว แต่กลับสัมผัสได้ถึงความเฉียบคมที่เกินวัย บารมีอันแข็งแกร่งของผู้นำเริ่มปรากฏให้เห็นในตัวเธอแล้ว
สมาชิกที่เพิ่งย้ายมาจากทีมอู่อันต่างก็รู้สึกเลื่อมใสในตัวผู้นำคนใหม่ ในตอนแรก พวกเขาแค่ต้องการหนีจากฉีเฟิงที่ไม่น่าไว้วางใจ และมองหาสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า แต่ตอนนี้พวกเขากลับรู้สึกถึงความสามัคคีกันมากขึ้น
จิ่งเหมียนรู้สึกปลาบปลื้มใจที่ได้เห็นทุกคนมีสีหน้ามุ่งมั่นและเปี่ยมไปด้วยพลัง
ทันใดนั้นหานซวงก็เดินเข้ามา จ้องมองไปที่จิ่งเหมียนด้วยแววตามุ่งมั่น “พี่เหมียน ฉันขอสมัครเข้าร่วมทีมรักษาความปลอดภัยด้วยค่ะ!”
สีหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตั้งใจจริง
เดิมทีจิ่งเหมียนก็ตั้งใจจะให้หานซวงเข้าร่วมทีมรักษาความปลอดภัยอยู่แล้ว เพียงแต่ก่อนหน้านี้เธออยากให้หานซวงได้พักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายเสียก่อน
ในเมื่อตอนนี้หานซวงเป็นฝ่ายร้องขอ จิ่งเหมียนจึงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ
เมื่อเรามีสิ่งที่ล้ำค่าในชีวิต เราถึงจะเข้าใจว่าการปกป้องสิ่งนั้นสำคัญเพียงใด
จิ่งเหมียนรู้ดีว่าหานซวงจะต้องกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งมากในอนาคตอย่างแน่นอน
เมื่อเธอออกไป ก็ได้พบกับลุงหลี่ที่กำลังปลูกต้นไม้อยู่บริเวณที่พักอาศัย ลุงหลี่เป็นคนดูแลต้นไม้ทั้งหมดในฐานเพียงคนเดียว
จิ่งเหมียนสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อรวบรวมพลัง เธอปล่อยพลังงานสีเขียวออกมาห่อหุ้มเมล็ดพันธุ์และต้นกล้าที่ลุงหลี่เพิ่งปลูกไว้ ทำให้ต้นไม้เหล่านั้นเติบโตอย่างรวดเร็ว
เธอเหลือพลังไว้เล็กน้อยเพื่อป้องกันตัวเองเป็นลม ก่อนหน้านี้เธอค้นพบว่าการใช้พลังจนหมด จะช่วยให้แหล่งกำเนิดพลังในร่างกายผลิตพลังใหม่ได้มากขึ้นและเร็วขึ้น ถือเป็นวิธีฝึกฝนพลังที่ดีวิธีหนึ่ง
คนที่ต่อสู้โดยใช้พลังบ่อย ๆ มักจะใช้พลังจนหมด ซึ่งเป็นการเค้นขีดจำกัดของตัวเอง ทำให้สามารถกักเก็บพลังได้มากขึ้นในภายหลัง
ลุงหลี่เดินกลับมาที่สวนหน้าอาคาร เขาขยี้ตาด้วยความตกใจ นี่เขาตาฝาดไปหรือเปล่า ต้นกล้าพวกนี้โตเร็วอย่างเหลือเชื่อ!
แม้แต่เมล็ดพันธุ์ดอกไม้บางชนิดที่เพิ่งปลูกไปเมื่อสองวันก่อนก็ยังแตกหน่อออกมาแล้ว! หรือว่าดินและน้ำที่นี่จะดีเป็นพิเศษ?
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร ลุงหลี่ก็ดีใจมาก เพราะทางใต้ของฐานอู่อันเป็นพื้นที่รกร้าง เขาเคยกังวลว่าต้นไม้จะไม่สามารถเติบโตที่นั่นได้
ไม่นานนัก ทีมรักษาความปลอดภัยก็ออกจากฐานมายังสวนหน้าอาคาร พวกเขาแบ่งเป็นสองกลุ่ม ได้แก่กลุ่มผู้มีพลังพิเศษและกลุ่มคนธรรมดา
การฝึกฝนของคนธรรมดานั้นแตกต่างจากผู้มีพลังพิเศษ ในฐานะที่เฉียวไห่เป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในที่นี้ จึงได้วางแผนการฝึกฝนอย่างละเอียดให้กับทุกคน
แผนการนี้ยังรวมถึงการเชิญอาส่านให้มาเป็นผู้ช่วยครูฝึก ซึ่งงานแบบนี้อาส่านมักจะชอบเข้ามามีส่วนร่วมเสมอ เขาเป็นคนนิสัยดี ชอบคบหาเพื่อน มีนิสัยขี้เล่นเล็กน้อยแต่แข็งแกร่ง บางครั้งเหยียนผิงก็ถูกเขาลากเข้ามาเป็นผู้ฝึกสอนด้วย
ส่วนหานซวงที่เพิ่งจะเข้าร่วม เฉียวไห่ยังไม่ได้วางแผนการฝึกฝนให้ เพราะเขายังไม่รู้ถึงระดับพลังที่แท้จริงของเธอ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ให้ทุกคนออกมาสังเกตการณ์ความแข็งแกร่งของหานซวง
เถ้าแก่จิ่งเคยบอกไว้ว่า หานซวงมีความสามารถที่แข็งแกร่งมาก
แต่ตอนที่เธอเพิ่งมาถึงลวี่อิน เธออ่อนเพลียจากการใช้พลังมากเกินไป ทำให้ไม่มีโอกาสได้เห็นฝีมือของหานซวงเลย
“หลิงจิ่ว นายขึ้นไปประลองกับหานซวงก่อน” เฉียวไห่สั่งลูกศิษย์เอกให้ขึ้นไป
หลิงจิ่วมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับหานซวง คือสิบห้าปีเท่ากัน หากจะระบุให้ชัดเจน หานซวงอายุมากกว่าหลิงจิ่วอยู่สองเดือน
ทั้งสองยืนห่างกันห้าเมตรโดยหันหน้าเข้าหากัน หลิงจิ่วรีบจัดท่าทางต่อสู้ที่เฉียวไห่และอาส่านเคยสอนไว้ ในขณะที่หานซวงตรงข้ามกลับไม่มีท่าทางอะไร เธอแค่ยืนตัวตรง
หลิงจิ่วเขยิบพุ่งเข้าหาหานซวงพร้อมกับใช้พลังพิเศษ เคียวขนาดใหญ่เปล่งประกายสีม่วงดำ รังสีสังหารที่กดข่มพลันปรากฏขึ้น!
เขาเขย่งปลายเท้าออกแรงกระโดดขึ้นกลางอากาศ เคียวที่ลอยอยู่เหนือศีรษะกำลังจะไปถึงตำแหน่งที่หานซวงยืนอยู่เพียงแค่เสี้ยววินาที
ก่อนหน้านี้ที่เขาเคยประมือกับอาจารย์และสู้กับไอ้โรคจิตอย่างอาส่านนั้น เขาต้องทุ่มสุดตัวทุกครั้ง คราวนี้จึงติดเป็นนิสัยว่าต้องใส่เต็มที่ตั้งแต่แรก ถ้าหากหานซวงยังไม่โต้กลับ คงโดนเคียวของเขาตัดหัวหลุดจากบ่าเป็นแน่
หลิงจิ่วที่อยู่กลางอากาศเผลอผ่อนแรงลงโดยไม่รู้ตัว
ทุกคนที่ยืนดูอยู่ข้าง ๆ พากันลุ้นจนเหงื่อซึม หัวใจแทบหยุดเต้น เฉียวไห่เองก็เตรียมพร้อมที่จะพุ่งตัวออกไปช่วยเหลือทุกเมื่อ
หรือว่าหานซวงซึ่งเป็นผู้หญิงจะไม่คุ้นเคยกับการต่อสู้ระยะประชิดที่ดุเดือดแบบนี้!
แต่ชั่วพริบตาต่อมา กำแพงน้ำแข็งก็ปรากฏขึ้นตรงจุดที่หลิงจิ่วโจมตีเข้าอย่างจัง เคียวฟาดลงไปจนกำแพงน้ำแข็งแตกกระจาย ทั้งหลิงจิ่วและหานซวงต่างก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
หานซวงตกใจในพลังทำลายล้างอันรุนแรงของเคียวหลิงจิ่ว!
ส่วนหลิงจิ่วก็ไม่แพ้กัน เขาอึ้งไปเลยที่หานซวงสามารถรวบรวมกำแพงน้ำแข็งหนาขนาดนั้นได้ในพริบตา พลังพิเศษของเธอช่างรวดเร็วเหลือเกิน!
ทว่าสิ่งที่หานซวงทำต่อจากนี้ต่างหาก ที่ทำให้ทุกคนถึงกับตะลึงงัน!
พื้นเบื้องล่างรอบ ๆ ตัวหานซวงกลายเป็นผืนน้ำแข็งกว้างใหญ่โดยพลัน
ทุกที่ที่มีผืนน้ำแข็งล้วนเป็นอาณาเขตของหานซวงทั้งนั้น แท่งน้ำแข็งแหลมคมสูงกว่าหนึ่งเมตรพุ่งขึ้นจากพื้นน้ำแข็งโจมตีหลิงจิ่วเป็นระลอก เขาต้องคอยหลบหลีกพร้อมกับใช้เคียวฟาดฟันไปด้วย!
ความคิดในตอนนี้ของหลิงจิ่วคือ ต้องรีบออกไปจากพื้นที่ที่มีน้ำแข็งให้ได้!
“อย่าขยับนะ หลิงจิ่ว!” เสียงเตือนอย่างร้อนรนของอาจารย์ดังขึ้น หลิงจิ่วเชื่อใจเฉียวไห่จึงหยุดชะงักทันที!
พอตั้งสติได้ เขาก็พบว่าด้านหลังของเขามีแท่งน้ำแข็งแหลมคมลอยล้อมอยู่เต็มไปหมด รอเพียงให้เขาเดินเข้าไปหา!
เมื่อครู่ถ้าเขาก้าวถอยหลังไปอีกเพียงก้าวเดียว ปลายแหลมของแท่งน้ำแข็งก็จะแทงทะลุท้ายทอยของเขาแล้ว!
หัวใจของหลิงจิ่วเต้นรัว มือเย็นเฉียบเหงื่อซึมออกมา
ขอบเขตของพื้นน้ำแข็งถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหลอกล่อเขา ให้เขาคิดว่านั่นคือระยะการโจมตีของหานซวง หากกระโดดออกไปข้างนอกได้ก็จะปลอดภัย
แต่แท้จริงแล้วระยะการโจมตีของหานซวงนั้นกว้างกว่านั้นมาก แท่งน้ำแข็งได้รออยู่ด้านหลังเขาแล้ว รอให้เขาเดินเข้าไปติดกับดัก
“วิชาควบคุมน้ำแข็งของแม่หนูนี่ช่างน่าทึ่งจริง ๆ!” อาส่านมองหานซวงด้วยสายตาเป็นประกาย
เฉียวไห่ก็รู้ว่าหานซวงไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว
การต่อสู้ใช้เวลาไม่ถึงสามสิบวินาทีก็บีบให้หลิงจิ่วเข้าสู่สถานการณ์คับขันและจบการต่อสู้
ความจริงอาจเป็นเพราะหานซวงยังไม่ได้ใช้พลังเต็มที่
เรื่องนี้เขาจะไม่บอกลูกศิษย์ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเสียกำลังใจ
แท่งน้ำแข็งขนาดใหญ่เหล่านั้นสามารถไล่ล่าหลิงจิ่วได้ แต่หานซวงกลับไม่ได้ควบคุมการเคลื่อนไหวของมัน รวมถึงการลดขนาดพื้นที่น้ำแข็งลงด้วย
อาจบอกได้ว่านี่เป็นกลยุทธ์การหลอกล่อของหานซวง หรือจะบอกว่าเธอไม่ได้ใช้พลังเต็มที่ก็ได้
ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อเธอเปิดอาณาจักรน้ำแข็งเต็มที่ ใครจะรู้ได้ว่าหลิงจิ่วจะไม่ถูกสังหารในทันที เขาจะมีที่ปลอดภัยให้ยืนได้ที่ไหนอีก
จากการที่เธอยืนอยู่กับที่อย่างใจเย็น เห็นได้ชัดว่าหานซวงยังไม่ได้ใช้ไม้ตายของเธอ