รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1359 รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1359 รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
บทที่ 1359 รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
………………..
บทที่ 1359 รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
ยังไม่ทันเข้าไป เพียงยืนอยู่ด้านนอกแดนใจกลางต้นกำเนิดการฝึกตน หลี่จิ่วเต้าก็สัมผัสได้ถึงวิกฤตครั้งใหญ่หลวง หากเขาเข้าไปทั้งเช่นนั้น เกรงว่าจะเกิดเรื่องใหญ่ได้ง่ายดาย
ยามนี้เขาเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าต้องทำอย่างไร ดูเหมือนทำได้เพียงรอเท่านั้น ภายในใจบังเกิดความรู้สึกคลุมเครือ รู้สึกว่ารอหลังจากความทรงจำของเขาฟื้นคืนมาแล้วอาจจะเข้าไปได้
กาลเวลาไหลผ่านอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาก็ล่วงเลยไปหลายปี
ศักราชล้างบางครั้งนี้ได้สิ้นสุดลงแล้ว และเริ่มเข้าสู่ศักราชล้างบางครั้งใหม่ มิตินับล้านจำนวนไม่น้อยที่ไม่ถึงมาตรฐานถูกต้นกำเนิดการฝึกตนคัดออก เก็บคืนสสารฝึกฝนทั้งหมด ทำให้มิตินับล้านเหล่านี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการฝึกตนอีกต่อไป
มิตินับล้านที่พวกเขาอยู่ผ่านพ้นศักราชล้างบางครั้งนี้ไปได้สำเร็จ และเคลื่อนเข้าสู่เขตศักราชล้างบางครั้งที่สอง
ไร้สิ่งมีชีวิตใดอาจหาญมาหาเรื่องพวกเขา ตอนนี้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนรู้แล้วว่าหลี่จิ่วเต้าน่าสะพรึงมากเพียงใด ทั้งยังรู้ว่าเขามาจากมิตินับล้านแห่งนี้ ไฉนยังจะมีผู้กล้ามาสร้างปัญหาอีก มีแต่ต้องประจบเยินยอเสียด้วยซ้ำ
ระหว่างนี้เอง อาการ ‘ป่วย’ ของเจ้าหลวงก็กำเริบขึ้น เหตุการณ์เก่าย้อนกลับมา เริ่มพิฆาตคนรอบข้าง
ผู้ติดตามหลี่จิ่วเต้านั้นยังเกิดเรื่อง แต่ผู้อื่นที่เจ้าหลวงติดต่อด้วยล้วนถูกพิฆาตสิ้น นับว่าโชคร้ายมาก
“ย้อนรอยต้นกำเนิด!”
หลี่จิ่วเต้าลงมือด้วยตนเอง ดึงไหมลอกรัง*[1] ย้อนรอยหาต้นกำเนิดคำสาปบนร่างเจ้าหลวง และเขาเองก็ได้รู้ความจริงเข้า
ชาติก่อนเจ้าหลวงทรงพลังอย่างถึงที่สุด เป็นถึงยอดฝีมือที่รอดพ้นศักราชล้างบางหกครั้ง
ทว่าชาติก่อนเขาหาใช่คนดีแต่อย่างใด เพื่อแสวงหาความก้าวหน้าแล้ว เขาวางแผนสังหารบิดาบุญธรรมเพื่อแย่งชิงพลัง
เจ้าหลวงประสบความสำเร็จ แต่ต้องจ่ายราคามหาศาล เหลือเพียงเศษเสี้ยวร่องรอยและร่วงหล่นจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตนสู่มิติต้นกำเนิด
ส่วนบิดาบุญธรรมของเขา ได้ใช้พลังทั้งหมดก่อนตายสาปแช่งเจ้าหลวงให้โชคร้ายไปตลอดชีวิต ผู้ใดก็ตามที่ใกล้ชิดเขาล้วนต้องถูกพิฆาตสิ้น
เนื่องจากคนสาปเป็นบิดาบุญธรรม ดังนั้นคำสาปจึงยิ่งรุนแรงต่อผู้ที่เจ้าหลวงเรียกว่า ‘บิดาบุญธรรม’ คนผู้นั้นต้องถูกพิฆาตตายอย่างแน่นอน
หลี่จิ่วเต้าลบล้างความทรงจำชาติที่แล้วของเจ้าหลวง ปล่อยอดีตลอยล่องไปกับสายลม ให้ทุกสิ่งสลายหายไป ให้เจ้าหลวงเก็บรักษาชาติปัจจุบันเอาไว้จะดีกว่า
อยู่มาวันหนึ่ง สุยซินที่ออกไปเที่ยวเล่นกลับมาจากมิติต้นกำเนิด นางมาหาหลี่จิ่วเต้าพร้อมรอยยิ้ม พูดกับเขาอย่างมีเลศนัย
“เห็นผู้ใดกัน?”
หลี่จิ่วเต้าที่กำลังตัดแต่งต้นไม้ใบหญ้าวางกรรไกรในมือลงหลังได้ยินสุยซินพูด เขาหันไปถามนางด้วยความสงสัย
“ข้าเห็นบรรพจารย์ฝูที่เจ้าพูดถึง!”
“เจ้าพบบรรพจารย์ฝูหรือ?!”
หลี่จิ่วเต้าตื่นตะลึง รีบถามออกมาว่า “ตอนนี้บรรพจารย์ฝูอยู่ที่ใด?”
“ข้าพาเขามาที่แดนต้นกำเนิดการฝึกตนแล้ว”
สุยซินกล่าว “ยามข้าเที่ยวเล่นอยู่ ได้พบกับบรรพจารย์ฝูโดยบังเอิญ แต่ดูเหมือนเขาจะแตกต่างจากที่เจ้าพูดอยู่บ้าง…”
“แตกต่างอย่างไร?” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว
“ความแข็งแกร่งของเขาไม่เหมือนที่เจ้าว่า”
แล้วสุยซินก็พาบรรพจารย์ฝูเข้ามา
“บรรพจารย์ฝู!”
หลังพบบรรพจารย์ฝู หลี่จิ่วเต้ารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก นี่คือบรรพจารย์ฝูอย่างไม่ต้องสงสัย รูปลักษณ์เหมือนกับบรรพจารย์ฝูที่เขาเคยพบมาก่อน
“อ๊า นายท่านอย่าได้ทำให้ข้าตกใจเลย!”
บรรพจารย์ฝูตัวสั่นเทา “ต่อหน้าท่าน ข้าจะกล้าเรียกตนเองว่าบรรพจารย์ได้อย่างไร ท่านเรียกข้าว่าเสี่ยวฝูเถิด!”
เพราะถูกหลี่จิ่วเต้าคิดถึงบ่อย ๆ บนร่างของเขาจึงมีพลังผลกรรมไร้ขีดจำกัด หลังจากนั้นก็ไม่เคยพ่ายแพ้อีกเลย ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจต่อกรกับเขาได้ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ไฉนเขาจะกล้าเรียกตนเองว่าบรรพจารย์อีก กระทั่งให้เป็นหลานยังไม่มีคุณสมบัติพอ!
“หืม?”
หลี่จิ่วเต้าขมวดคิ้ว นี่เหมือนกับที่สุยซินบอก บรรพจารย์ฝูแตกต่างจากที่เขาพูดมากเกินไป
“เจ้าคือบรรพจารย์ฝูตัวจริงหรือ?”
ชายหนุ่มถาม หัวคิ้วขมวดมุ่น คิดว่าบรรพจารย์ฝูที่อยู่เบื้องหน้าเขาอาจเป็นตัวปลอม บรรพจารย์ฝูตัวจริงจะเป็นเช่นนี้ได้อย่างไร บรรพจารย์ฝูตัวจริงนั้นเป็นตัวตนสูงส่งเหนือชั้น มีความสามารถเข้าไปกวาดล้างแดนใจกลางต้นกำเนิดการฝึกตนได้
“ข้าคือบรรพจารย์…ไม่สิ ข้าคือเสี่ยวฝู!”
เดิมทีเขาต้องการเอ่ยว่าบรรพจารย์ฝู แต่หลังจากนั้นก็ตอบสนองทันที รีบเปลี่ยนคำพูดตนเอง
“เจ้าแน่ใจนะ?”
หลี่จิ่วเต้าขมวดคิ้วมากกว่าเดิม “เจ้าลองบอกข้าถึงยามที่พบกันครั้งแรก”
“ตกลง!”
บรรพจารย์ฝูไม่กล้าลังเล รีบพูดรายละเอียดการพบกันครั้งแรกกับหลี่จิ่วเต้าออกมา กล่าวว่าสมบัติเหล่านั้นล้วนเป็นของไร้ประโยชน์ เขาเพียงอยากต้มตุ๋นหลี่จิ่วเต้าเท่านั้น
“อันใดนะ! ทั้งหมดล้วนเป็นของไร้ประโยชน์?!”
หลี่จิ่วเต้าเบิกตากว้าง ไม่คาดคิดโดยสิ้นเชิงว่าความจริงจะเป็นเช่นนี้!
คนตรงหน้าคือบรรพจารย์ฝูจริงโดยไม่ต้องสงสัย ไม่เช่นนั้นคงไม่มีทางอธิบายเหตุการณ์พบกันครั้งแรกอย่างละเอียดและแม่นยำแบบนี้ได้
สิ่งที่ทำให้เขาไม่คาดคิดโดยสิ้นเชิงคือเหล่าสมบัติที่เขาพึ่งพา ทั้งหมดล้วนเป็นของไร้ประโยชน์ ไม่มีพลังอันใด!
ไม่ต้องเอ่ยถึงเรื่องพลังอันใดเลย ของเหล่านี้แม้อยู่ในมือปุถุชนก็ยังไร้ประโยชน์
แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร?
เห็นได้ชัดว่าเขาอาศัยพลังเหล่าสมบัติสยบยอดฝีมือคนแล้วคนเล่า ทะลวงเข้าไปในแดนต้นกำเนิดการฝึกตน เช่นนั้นเหล่าสมบัติจะไร้ประโยชน์ได้อย่างไร?!
“เดี๋ยวก่อน หรือว่าเป็นร่างกายข้าที่ครอบครองพลังไร้ขีดจำกัด ของไร้ประโยชน์เหล่านี้เมื่ออยู่ในมือข้าแล้ว จึงกลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่เต็มไปด้วยพลังไม่อาจหยั่งถึง?”
สีหน้าหลี่จิ่วเต้าแปลกพิกล
หากของเหล่านี้ไร้ประโยชน์ ความจริงก็ควรเป็นอย่างที่เขาคิด เป็นเขาที่ทรงพลังมากเกินไปต่างหาก เพียงแต่เขาไม่รู้ตัว คิดว่าพลังทั้งหมดมาจากสมบัติล้ำค่า
จากนั้นเขาก็ลองวางสมบัติทั้งหมดไว้อีกด้าน
“ฝนมา!”
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเบา ทันใดนั้นท้องฟ้าสดใสก็กลายเป็นครึ้มฟ้าครึ้มฝน สายพิรุณโปรยปรายลงมาอย่างหนัก
บังเอิญหรือ?
เขายังไม่อยากจะเชื่อ
จากนั้นเขาเพียงคิดครั้งหนึ่ง ทั้งดินแดนต้นกำเนิดพลันหายลับไป เขากลับมายังเมืองชิงซาน
หลี่จิ่วเต้ายืนอยู่เหนือหมู่เมฆ ทอดสายตามองทั้งเมืองชิงซานด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
“เดิมทีข้าคิดว่าตนเองเป็นปุถุชนธรรมดา แต่กลับกลายเป็น…คนเหนือล้ำโลกหล้า?!”
ชายหนุ่มอดพูดออกมาไม่ได้
ครั้งนี้เขาไม่ได้ใช้งานพลังสมบัติใด ๆ แต่ยังคงดลบันดาลสิ่งที่คิดได้ เขาคิดอยากจะกลับไปเมืองชิงซานในพริบตา เขาก็กลับมาที่เมืองชิงซานในพริบตาจริง ๆ!
ยามนี้ไม่จำเป็นต้องสงสัยอันใดแล้ว เขาคิดว่าตนเองเป็นปุถุชนมาตลอด แต่ความจริงกลับเป็นบุคคลเหนือชั้น ครอบครองพลังไร้เทียมทานไม่อาจหยั่งถึง
สมบัติครอบครองพลังเหนือจินตนาการได้ก็เพราะอยู่ในมือของเขา!
เขาไม่ได้แข็งแกร่งเพราะสมบัติ แต่สมบัติแข็งแกร่งเพราะเขา!
‘นี่เป็นเพียงแค่สมบัติหรือ? ของอย่างอื่นเองก็เป็นเช่นเดียวกันหรือไม่?’
หลี่จิ่วเต้าครุ่นคิด ‘ของเล่นธรรมดาที่ข้ามอบให้พวกลั่วสุ่ย ครั้นผ่านมือของข้าจึงกลายเป็นสมบัติไปด้วยหรือ?’
หากเป็นเช่นนั้นก็เหนือความคาดหมายเกินไปแล้ว
[1] ดึงไหมลอกรัง (抽丝剥茧) หมายถึง ลอกไหมออกทีละชั้น เปรียบเทียบกับการค่อย ๆ วิเคราะห์พินิจรายละเอียดต่าง ๆ