รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1354 โกงเกินไปแล้ว
บทที่ 1354 โกงเกินไปแล้ว
………………..
บทที่ 1354 โกงเกินไปแล้ว
เดิมทีสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นทั้งหกต่างไร้เทียมทานในเขตศักราชล้างบางครั้งที่หนึ่ง ไร้ผู้ต่อกรใด อนิจจา หลังพบหลี่จิ่วเต้ากลับไม่มีความสามารถกระทั่งจะต่อสู้กลับเสียด้วยซ้ำ เพียงไม่นานก็ถูกชายหนุ่มสังหารทิ้ง
แต่คิด ๆ แล้วก็ปกติยิ่ง กระทั่งเฟิงอี้ที่อยู่ในขอบเขตบ่อเกิดชีวิตวรรณะสองยังไม่อาจต่อกรกับหลี่จิ่วเต้า เช่นนั้นสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นทั้งหกในขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางจะสู้หลี่จิ่วเต้าได้อย่างไร
“ทรงพลังนัก!”
สุยซินและสุยถานมองด้วยสายตาตกตะลึง
ในความคิดพวกเขา สิ่งมีชีวิตท้องถิ่นทั้งหกเป็นตัวตนไร้เทียมทาน และเพราะมีสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นทั้งหกอาศัยอยู่ที่นี่ พวกเขาจึงไม่มีความหวังในการทิ้งตราประทับเอาไว้บนศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนเลย
แต่หลี่จิ่วเต้ากลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่า ตัวตนไร้เทียมทานในสายตาพวกเขาอ่อนแอเป็นอย่างมากเมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่จิ่วเต้า ก็ถูกเขาสังหารทิ้งจนสิ้น!
นี่ทำให้สองพ่อลูกตื่นตะลึงจริง ๆ!
ขณะเดียวกัน ก็ทำให้ทั้งสองตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างมาก
หลี่จิ่วเต้าทรงพลังถึงเพียงนี้ ย่อมต้องอยู่เหนือขอบเขตบ่อเกิดชีวิตแล้วแน่ ๆ ในศักราชล้างบางครั้งแรกต้องการเพียงผู้เดียวไปถึงขอบเขตบ่อเกิดชีวิตเพื่อบรรลุมาตรฐาน จึงจะรอดพ้นจากวิกฤตการคัดออก
การรอดพ้นจากวิกฤตการคัดออก นี่เป็นสิ่งที่พวกเขาใฝ่ฝันมาตลอด เมื่อยามนี้ใกล้เป็นจริงแล้ว พวกเขาจะไม่ตื่นเต้นยินดีได้อย่างไร
“ยามนั้นข้ายังอยากให้ท่านพ่อสอนบทเรียนเขา เพราะรู้สึกว่าเขาวางมาดเกินไป แต่ตอนนี้ดูแล้ว…เหมือนเป็นข้าเองที่ไม่รู้ความ!”
สุยซินกล่าวด้วยอารมณ์มากมาย
ตอนนางเดินทางกับหลี่จิ่วเต้ามายังแดนต้นกำเนิดการฝึกตน นางไม่พอใจอีกฝ่ายมาก คิดว่าเขาวางท่าเกินไป จึงนึกอยากให้บิดาสั่งสอนบทเรียนแก่หลี่จิ่วเต้าให้เขาทำตัวดี ๆ สักหน่อย
มองจากตอนนี้แล้ว นางช่างไม่รู้ความและน่าขันเกินไปแล้ว
บิดานางไฉนจะสั่งสอนบทเรียนให้หลี่จิ่วเต้าได้ เพียงแค่อีกฝ่ายขยับนิ้วก็สยบบิดานางลงพื้นจนลุกไม่ได้แล้ว
“เจ้ายังคิดให้ข้าสั่งสอนเขาอีกหรือ? เจ้ามองข้าสูงเกินไปแล้ว!”
สุยถานถลึงตามอง ลูกสาวเขาถึงกับกล้าคิดเช่นนี้ ด้วยพลังน้อยนิดของเขา ไฉนจะเพียงพอ สะกิดหลี่จิ่วเต้าให้คันยังไม่ได้เสียด้วยซ้ำ
สุยซินหัวเราะคิกคัก “ท่านพ่อ ไปเถิด ข้าเชื่อว่าท่านสั่งสอนเขาได้!”
“เจ้าลูกไม่รักดี เจ้ากลัวพ่อไม่ตายหรือไร!”
สุยถานมองสุยซินด้วยสายตาเคร่งขรึม ตอนนี้สุยซินยังคิดให้เขาสั่งสอนหลี่จิ่วเต้าอีก ล้อเล่นหรือไร ไม่ว่าจะแค้นเคืองบิดาเพียงใดก็ไม่อาจขุดหลุมใส่กันเช่นนี้ได้!
“ฮ่า ๆ!”
สุยซินหัวเราะออกมา นางย่อมรู้ว่าบิดาตนเองต่อกรหลี่จิ่วเต้าไม่ได้ นางเพียงหยอกล้อเล่นเท่านั้น ไม่ได้คิดให้เขาสั่งสอนหลี่จิ่วเต้าจริง ๆ
เพราะนั่นไม่มีทางเป็นไปได้
“ไป ไปดูว่าทิ้งตราประทับได้หรือไม่”
หลี่จิ่วเต้ามุ่งไปยังศิลาต้นกำเนิดการฝึกตน เตรียมทิ้งตราประทับเอาไว้ด้านบน
สุยซินและสุยถานพลันตึงเครียดขึ้นมา กังวลว่าหลี่จิ่วเต้าจะทิ้งตราประทับเอาไว้ได้หรือไม่
พวกเขาไม่กังวลเรื่องพลังของหลี่จิ่วเต้า ด้วยความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายย่อมทิ้งตราประทับเอาไว้ได้ ทำให้มิติของพวกเขาบรรลุถึงมาตรฐาน หนีออกจากวิกฤตการคัดออกได้
ทว่า สิ่งที่พวกเขากังวลคือการที่หลี่จิ่วเต้าไม่อาจทิ้งตราประทับไว้ได้
เนื่องจากหลี่จิ่วเต้าบอกพวกเขาว่าสถานการณ์ตนเองพิเศษ พลังในตัวมีที่มาจากบรรพจารย์ฝู และบรรพจารย์ฝูก็มีโอกาสอย่างมากที่จะมาจากมิตินับล้านแห่งอื่น
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หลี่จิ่วเต้ามีโอกาสสูงที่ไม่อาจทิ้งตราประทับไว้ได้
ตัวชายหนุ่มเองก็ไม่อาจตอบได้
เขาไม่เคยฝึกตน ตอนนี้ก็ยังเป็นปุถุชนผู้หนึ่ง พลังทั้งหมดมาจากสมบัติที่บรรพจารย์ฝูมอบให้ หากกล่าวว่าเขาจะทิ้งตราประทับเอาไว้บนศิลาต้นกำเนิดการฝึกตน ควรกล่าวว่าเขาจะทิ้งพลังสมบัติประทับบนศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนดีกว่า
เหล่าสมบัติมาจากบรรพจารย์ฝู ส่วนบรรพจารย์ฝูก็น่าจะมาจากมิตินับล้านอื่น ทำให้ไม่รู้ว่าแดนต้นกำเนิดการฝึกตนจะยอมรับเขาหรือไม่
หลี่จิ่วเต้าสูดลมหายใจเข้าลึก เตรียมพร้อมลงมือ
ไม่ว่าจะได้หรือไม่ เขาก็ต้องลองดู
ชายหนุ่มโคจรพลังสมบัติมาบนฝ่ามือ จากนั้นก็วางฝ่ามือลงไปบนศิลาต้นกำเนิดการฝึกตน
สุยซินกับสุยถานเริ่มกังวลมากขึ้น ไม่กล้าหายใจหรือกะพริบตา ด้วยกลัวพลาดบางสิ่งไป
ตู้ม!
เมื่อฝ่ามือของหลี่จิ่วเต้าวางลงบนศิลาต้นกำเนิดการฝึกตน ยามเสริมพลังลงไปเพื่อทิ้งตราประทับ ผลลัพธ์กลับมีเสียงดังสนั่นขึ้น ศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ
“นี่มันอันใดกัน?”
หลี่จิ่วเต้าตื่นตะลึง เขาคิดถึงความเป็นไปได้มากมาย แต่ไม่เคยคาดคิดถึงเรื่องนี้มาก่อน!
ศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ นี่มันอันใดกัน!
พึงรู้ว่าศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนมาจากต้นกำเนิดการฝึกตน เป็นตัวแทนเจตจำนงของต้นกำเนิดการฝึกตน รับหน้าที่ทดสอบว่ามิตินับล้านทั้งหลายถึงมาตรฐานหรือไม่
ศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนไม่มีทางพังทลายโดยง่าย แต่เช่นนี้มันหมายความว่าอย่างไรกัน?
ชายหนุ่มไม่เข้าใจเลยสักกระผีกเดียว
“ไม่รู้!”
สองพ่อลูกเบิกตากว้าง ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องนี้เช่นกัน
จิตสำนึกของเขาพวกเขาบอกว่าศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนไม่มีทางระเบิดได้ และพวกเขาก็ไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ
“เป็นเพราะเจ้าแข็งแกร่งเกินไปหรือไม่ เกินขีดจำกัดที่ศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนจะรับได้ ดังนั้นจึงระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ?”
สุยถานคาดเดา “แม้ศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนจะมาจากต้นกำเนิดการฝึกตน เป็นตัวแทนเจตจำนงต้นกำเนิดการฝึกตน แต่ศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนก็มีจำนวนมาก ศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนในเขตศักราชล้างบางครั้งแรกอาจไม่ได้แข็งแกร่งปานนั้น ส่วนศิลาต้นกำเนิดในเขตศักราชล้างบางครั้งที่สองอาจแข็งแกร่งกว่านี้หลายเท่า!”
เขาคิดว่าศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนคงมีขีดจำกัด และพลังอันน่าพรั่นพรึงของหลี่จิ่วเต้าก็เลยขีดจำกัดของศิลาต้นกำเนิดไปไกล ทำให้มันระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ
“นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ที่สำคัญคือพวกเราถึงมาตรฐานหรือยัง?”
หลี่จิ่วเต้าขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยออกมา
ศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนพังแล้วหรือไม่นั้น เขาล้วนไม่สนใจ ความคิดเขามีเพียงว่าพวกตนไปถึงมาตรฐานหรือยัง
“คงไม่”
สุยถานส่ายหัวกล่าวกับหลี่จิ่วเต้า “หากมิตินับล้านของพวกเราไปถึงมาตรฐาน ตราประทับมิติบนร่างพวกเราจะสลายหายไป เมื่อศักราชล้างบางครั้งใหม่เริ่มขึ้นจึงจะเกิดตราประทับอีกครั้ง”
ตราประทับมิตินับล้านบนร่างเขายังอยู่ ดังนั้นเขาจึงมั่นใจยิ่งว่ายังไม่ได้มาตรฐาน วิกฤตการคัดออกยังไม่ถูกขจัดไป
“ไม่ถึงมาตรฐานหรือ?”
หลี่จิ่วเต้าขมวดคิ้ว “โกงเกินไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ทำให้ศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนระเบิดเป็นเสี่ยง ๆ นี่พิสูจน์ว่าความแข็งแกร่งของข้าถึงมาตรฐานแล้ว เพียงแค่นี้ยังไม่พออีกหรือ?”
เขารู้สึกว่านี่มันโกงเกินไปแล้วจริง ๆ