รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1353 ไม่จำเป็นต้องกังวลอันใด
บทที่ 1353 ไม่จำเป็นต้องกังวลอันใด
………………..
บทที่ 1353 ไม่จำเป็นต้องกังวลอันใด
ใครบ้างจะไม่ละอายใจ หากข่าวเผยแพร่ออกไป สิ่งมีชีวิตทั้งหมดไม่มีข้อยกเว้นในเขตศักราชล้างบางครั้งที่สองล้วนต้องละอายใจ มีใครที่ไหนสามารถครอบครองพลังอันแข็งแกร่งเช่นหลี่จิ่วเต้าได้ในเขตศักราชล้างบางครั้งแรกบ้าง
นี่เป็นกรณีที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ หลี่จิ่วเต้าไม่เพียงบรรลุถึงขอบเขตบ่อเกิดชีวิต ทว่ายังก้าวไปถึงขั้นไม่ต่ำต้อย อย่างน้อยก็เหนือกว่าขอบเขตบ่อเกิดชีวิตวรรณะสามแล้ว
ขอบเขตบ่อเกิดชีวิตวรรณะสาม กระทั่งในเขตศักราชล้างบางครั้งที่สองยังฝึกฝนได้ไม่ง่าย มีความเป็นไปได้อย่างยิ่งว่าเมื่อย่างกรายเข้าศักราชล้างบางครั้งที่สาม พวกเขาก็อาจจะยังไปไม่ถึงขอบเขตบ่อเกิดชีวิตวรรณะสาม
โม่ชิงคือตัวอย่างที่ดีที่สุด
เขาอยู่ขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางวรรณะเก้ามานานจนไม่อาจนับ ตั้งแต่ช่วงกลางของศักราชล้างบางมาแล้ว
แต่เขาก็ยังไม่อาจทะลวงข้ามขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางวรรณะเก้าได้
เขาฝึกตนจนถึงตอนนี้ เพิ่งก้าวสู่ช่วงปลายขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางวรรณะเก้า ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะเข้าสู่ขอบเขตบ่อเกิดชีวิตได้
อย่าได้มองว่าเขามาถึงช่วงปลายขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางวรรณะเก้าแล้ว ห่างจากการทะลวงไปขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางเพียงก้าวเดียว
เพราะหนึ่งก้าวนี้นับว่ายากเย็นอย่างถึงที่สุด ไม่รู้ว่ายามใดจะทะลวงผ่านได้ โม่ชิงไม่มีความหวังใดสำหรับศักราชล้างบางครั้งนี้แล้ว เขาหวังเพียงจะก้าวสู่ขอบเขตต่อไปได้ในศักราชหน้า
ใช่แล้ว เพียงหวังว่าจะบรรลุขอบเขตบ่อเกิดชีวิตได้ในศักราชหน้า
แม้ห่างเพียงหนึ่งเส้นด้ายกั้นก่อนจะทะลวงเข้าขอบเขตบ่อเกิดชีวิตได้ นั่นก็ยังนับว่ายากเย็นนัก เขาไม่มีความหวังใด ๆ อยู่เลย
แต่สำหรับหลี่จิ่วเต้าที่ยังไม่ผ่านศักราชล้างบางครั้งแรก ไม่ได้เข้ามาในเขตศักราชล้างบางครั้งที่สอง กลับครอบครองพลังขอบเขตอันน่าสะพรึงเช่นนี้แล้ว นับว่าชวนหวาดหวั่นโดยแท้ ทิ้งห่างผู้อยู่ในศักราชล้างบางครั้งที่สองไว้ข้างหลัง
อีกด้านหนึ่ง เฟิงอี้รู้สึกชาวาบไปทั้งร่าง นี่ไม่ใช่การต่อสู้ในระดับเดียวกันแล้ว ความต่างชั้นมีมากเกินไป ไม่มีหนทางต่อกรได้
เขาที่ใช้มหาวิชาออกมายังไม่อาจกระทั่งสร้างความเสียหายให้อีกฝ่าย ถูกหลี่จิ่วเต้าทำลายลงอย่างง่ายดาย ไม่อาจเทียบได้อย่างสมบูรณ์ สู้ต่อไปก็ไม่มีความหมายอันใด
“ดี”
หลี่จิ่วเต้าพยักหน้า ยุติการต่อสู้กับเฟิงอี้ ไม่จำเป็นต้องสู้แล้ว เฟิงอี้ไม่ใช่คู่ต่อกรของเขา ช่องว่างใหญ่เกินไป อีกทั้งเขายังพิสูจน์เรียบร้อยแล้วว่าพลังเหล่าสมบัติอยู่เหนือกว่าขอบเขตบ่อเกิดชีวิต
เขาอยู่ในเขตศักราชล้างบางครั้งที่สองมานานพอแล้ว สมควรแก่เวลาออกไป ไม่เช่นนั้นเขาคงถูกแดนต้นกำเนิดการฝึกตนขับไล่ออกไป
“ข้าจะรอการชุมนุมของพวกเราในเขตศักราชล้างบางครั้งที่สาม!”
เฟิงอี้กล่าวด้วยอารมณ์มากมาย
เขาเชื่อว่าหลี่จิ่วเต้าจะผ่านไปถึงศักราชล้างบางครั้งที่สามได้แน่นอน ส่วนพวกเขาเองก็ไม่จำเป็นต้องกังวล เพราะพวกเขาบรรลุมาตรฐานแล้ว
แน่นอน อาศัยเพียงแค่พวกเขาย่อมไม่ได้ พลังของพวกเขายังห่างไกลจากมาตรฐานเกินไป
มิตินับล้านของพวกเขาทรงพลัง ภายในมียอดฝีมือจำนวนมาก แต่ละคนอยู่ระดับสูงล้ำ บรรลุมาตรฐานเรียบร้อย ทำให้พวกเขาสามารถผ่านพ้นศักราชล้างบางครั้งที่สองไปได้
หลังศักราชล้างบางครั้งนี้จบลง พวกเขาจะไปยังเขตศักราชล้างบางครั้งที่สาม
“ตกลง”
หลี่จิ่วเต้าจากไป กลับมายังมิตินับล้านของเขาในเขตศักราชล้างบางครั้งแรก
“เป็นอย่างไรบ้าง?”
เมื่อสุยซินเห็นหลี่จิ่วเต้ากลับมาก็รีบถามทันที
“ไม่มีปัญหา พวกเราไปศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนได้”
หลี่จิ่วเต้ายิ้ม ตอนนี้ต่อให้มีสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นเฝ้าศิลาต้นกำเนิดการฝึกตน เขาก็ไม่กลัว ไม่มีอันใดให้ต้องกลัว เขามั่นใจว่าตนเองสามารถสยบสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นได้
“แน่ใจหรือว่าไม่มีปัญหา? เจ้าอยู่ขอบเขตบ่อเกิดชีวิตแล้ว?”
บิดาสุยซินถามอย่างตื่นเต้น
หากไม่มีปัญหาจริง เขาคงถอนหายใจอย่างโล่งอกได้แล้ว
แม้พวกเขายังต้องเผชิญกับศักราชล้างบางครั้งต่อไป ทว่าศักราชล้างบางทุกครั้งก็ยาวนานเป็นอย่างยิ่ง นี่ทำให้เขามีความสุขมาก
“พลังถึงแล้ว แต่ไม่รู้ว่าแดนต้นกำเนิดการฝึกตนจะยอมรับหรือไม่”
หลี่จิ่วเต้าส่ายหัว “แต่ไม่ยอมรับก็ไม่เป็นอันใด ปัญหาไม่ใหญ่นัก ยังแก้ไขได้ ไม่ต้องกังวลมากเกินไป”
หากไม่ยอมรับเขา เช่นนั้นก็ให้พวกซีเข้ามายังแดนต้นกำเนิดการฝึกตน พวกซีไม่เหมือนเขา เป็นผู้ฝึกตนที่แท้จริง แดนฝึกตนต้องยอมรับในพลังของพวกซีแน่
เขาเพียงแค่ต้องหาวิธีทำให้สามคนในหมู่พวกซีเข้าสู่ขอบเขตบ่อเกิดหยินหยาง
นี่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่เกินไป เขาทำให้พวกซีแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็วได้แน่
“ไป ไปลองศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนเถิด”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ย ออกเดินทางไปที่ศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนกับสุยซินและสุยถานทันที
“ไม่จำเป็นต้องปกปิดลมหายใจ เพียงแค่ตรงเข้าไป”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ยอย่างสงบนิ่ง คำพูดเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ ไม่กลัวยอดฝีมือจากมิตินับล้านต่าง ๆ ที่รอซุ่มโจมตี
เหล่ายอดฝีมือมิตินับล้านแม้แข็งแกร่งก็ยังมีความสามารถจำกัด ไม่ได้แข็งแกร่งจนเกินไป และไม่มีทางอยู่ขอบเขตบ่อเกิดชีวิต
แต่ถึงมีผู้อยู่ขอบเขตบ่อเกิดชีวิต สำหรับเขาก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่โต ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงเหล่าผู้ไปไม่ถึงขอบเขตบ่อเกิดชีวิตเลย
ดังนั้นเขาจึงบอกให้สุยซินกับสุยถานเข้าไปโดยไม่ต้องปิดบังลมหายใจ
“ตกลง!”
สุยซินกับสุยถานไม่เก็บซ่อนลมหายใจอีก ทั้งสองเชื่อใจในตัวหลี่จิ่วเต้า
พวกเขาได้ยินเรื่องการต่อสู้ของหลี่จิ่วเต้ามาแล้ว ภายในเขตศักราชล้างบางครั้งแรก หลี่จิ่วเต้าไร้เทียมทาน ไม่มีผู้ใดต่อกรได้ กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางวรรณะเจ็ดยังสู้ไม่ได้ ช่องว่างต่างกันมากเกินไป
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาย่อมมั่นใจในตัวหลี่จิ่วเต้าเต็มเปี่ยม
จากนั้นพวกเขาก็มุ่งไปข้างหน้า
ไปได้เพียงไม่ไกล เหล่ายอดฝีมือมิตินับล้านที่ซุ่มอยู่ก็ปรากฏตัวออกมา
นี่คือห้าร่างที่คุ้นเคย ก่อนหน้านี้เป็นพวกเขาที่ล่ายอดฝีมือมิติเก้ามณเฑียร พวกหลี่จิ่วเต้าได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดในยามนั้น
ยอดฝีมือมิติเก้ามณเฑียรมีสองคนที่บรรลุขอบเขตบ่อเกิดหยินหยาง ดังนั้นพวกเขาจึงมาที่นี่เพื่อลองดูว่าสามารถใช้ยอดฝีมือที่เหลือรวมความแข็งแกร่งเข้าด้วยกันและทิ้งตราประทับเอาไว้บนศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนได้หรือไม่
น่าเสียดาย พวกเขายังไม่ทันไปถึงศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนก็ถูกร่างทั้งห้าซุ่มโจมตีจนสิ้นชีพ
ตอนนี้ทั้งห้าร่างปรากฏขึ้นอีกครั้ง คิดล่าพวกหลี่จิ่วเต้าสามคน
“หือ มีเพียงสามคนเท่านั้น พวกเจ้าเข้าขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางกันหมดแล้วหรือ?”
ร่างหนึ่งเห็นว่าพวกหลี่จิ่วเต้ามาเพียงสามคนจึงคิดว่าพวกเขาเข้าสู่ขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางกันหมดแล้ว หากไม่ใช่เช่นนั้นการมาเพียงสามคนก็ไม่สมเหตุสมผล
อย่างไรเสียหากไม่ถึงขอบเขตบ่อเกิดหยินหยาง การมาเพียงสามคนย่อมไม่มีทางทิ้งตราประทับเอาไว้บนศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนได้
“กล้ามาที่นี่เพียงสามคน พวกเจ้าไร้เดียงสาเกินไปหรือไม่?”
เขาเยาะเย้ยต่อ “คิดว่าอยู่ขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางแล้วจะทิ้งตราประทับเอาไว้บนศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนได้สำเร็จ หลังจากนั้นวิกฤตการคัดออกก็จะคลี่คลายหรือ? อย่ามาทำให้ขำหน่อยเลย นี่ไม่มีทางเป็นไปได้ ไม่ต้องพูดถึงการฝ่าด่านพวกข้าไปเลย พวกเจ้าไม่มีทางทิ้งตราประทับเอาไว้บนศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนสำเร็จเสียด้วยซ้ำ”
ยอดฝีมืออีกสี่คนร่วมหัวเราะ
สิ่งมีชีวิตท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ทางศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนน่าสะพรึงยิ่ง กระทั่งหลายมิตินับล้านร่วมมือกันยังไม่อาจรับมือไหว ถูกกวาดล้างจนสิ้น หลี่จิ่วเต้ามีเพียงสามคนเท่านั้นยังกล้ามาที่นี่ นี่ราวกับส่งตัวเองมาตายชัด ๆ
“พวกเจ้าจะล่าพวกข้าหรือ?”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจวาจายอดฝีมือเหล่านี้
“ก็ไม่ได้โง่นี่ รู้ว่าพวกข้าต้องการทำสิ่งใด เช่นนั้นก็อย่าได้คิดต่อต้าน จะได้ทรมานน้อยลงหน่อย”
ยอดฝีมือผู้หนึ่งเอ่ยด้วยความหยิ่งผยอง
ฝั่งพวกเขาทั้งห้าคนล้วนเข้าสู่ขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางแล้ว ส่วนฝั่งหลี่จิ่วเต้ามีสามคน ความได้เปรียบย่อมอยู่ทางพวกเขา ทำให้พวกเขาผยองเป็นอย่างมาก
“เอาละ หากเป็นเช่นนี้ข้าเองก็ไม่ต้องสุภาพแต่อย่างใด”
หลี่จิ่วเต้าลงมือทันที ตบฝ่ามือไปทางยอดฝีมือทั้งห้า
ยอดฝีมือทั้งห้าอยู่ในขอบเขตใด อยู่เพียงขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางวรรณะหนึ่งแต่กลับกล้ามากระโดดโลดเต้นต่อหน้าเขา?
ไม่ต้องพูดถึงขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางวรรณะหนึ่งเลย กระทั่งขอบเขตบ่อเกิดชีวิตวรรณะหนึ่งยังไม่อาจกระโดดโลดเต้นต่อหน้าเขาได้ ด้วยเหตุนี้ เพียงหนึ่งฝ่ามือก็สามารถตบอีกฝ่ายจนกระเด็นได้อย่างง่ายดาย
“ไยจึงแข็งแกร่งเพียงนี้!”
ยอดฝีมือทั้งห้าหวาดผวา ร่างกายสั่นสะท้านไม่หยุด วิญญาณใกล้บินหนีหาย
หลี่จิ่วเต้าสำแดงพลังน่าพรั่นพรึงอันไม่อาจจินตนาการออกมา เพียงแค่หนึ่งฝ่ามือก็ตบพวกเขาปลิวกระเด็น ทั้งห้าสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าฝั่งตนไม่มีทางเทียบได้ หากหลี่จิ่วเต้าต้องการสังหารพวกเขาก็ย่อมทำได้อย่างง่ายดาย
“ไปเถิด”
ชายหนุ่มเอ่ยกับสุยซินและสุยถาน ก่อนตรงไปยังศิลาต้นกำเนิดการฝึกตน ไม่สนใจยอดฝีมือทั้งห้าอีก
สังหารยอดฝีมือทั้งห้าไปก็ไม่มีประโยชน์ มิหนำซ้ำเขายังขี้เกียจเกินกว่าจะลงมือสังหาร
ทั้งสามมาถึงศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนอย่างรวดเร็ว หลี่จิ่วเต้ารู้ว่าที่นี่มีสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นอาศัยอยู่ ทั้งยังแข็งแกร่งน่าสะพรึงกลัวยิ่ง ครั้งก่อนหน้าที่ยอดฝีมือหลายมิตินับล้านร่วมมือกันยังไม่อาจต่อกร ถูกสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นกลืนกินจนหมดสิ้น
ยามนั้นหลี่จิ่วเต้าไม่มั่นใจว่าพลังเหล่าสมบัติแข็งแกร่งเพียงใด ในใจยังมีความว้าวุ่นอยู่เล็กน้อย แต่ตอนนี้เขามั่นใจแล้ว สีหน้าจึงสงบนิ่ง
ไม่มีอันใดให้ว้าวุ่น เขาเชื่อว่าพลังเหล่าสมบัติต้องสังหารสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นเหล่านี้ได้แน่
“มาแล้ว”
ชายหนุ่มว่า ดวงตาเปล่งประกายวาววับ สัมผัสได้ว่าสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นด้านหลังศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนกำลังพุ่งเข้ามาหา
หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่น ก็มีโอกาสอย่างมากที่จะถูกสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นกลืนลงไป ด้วยสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นตัวนี้ปรากฏตัวโดยไม่มีพลังใดเล็ดลอดออกมา ยากแก่การตรวจจับล่วงหน้า ทำให้คนตอบสนองไม่ทันการ
แต่สำหรับหลี่จิ่วเต้าแล้ว สิ่งมีชีวิตท้องถิ่นตัวนี้ยังห่างไกลจากคำว่าเพียงพอ เพราะเขาสัมผัสได้ตั้งแต่สิ่งมีชีวิตท้องถิ่นตัวนี้เคลื่อนไหว
เมื่อสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นพุ่งเข้ามา เขาก็ต่อยหมัดออกไป!
สุยซินกับสุยถานดูกังวลอย่างมาก
สองพ่อลูกรู้ว่าสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นแข็งแกร่งน่าหวาดกลัวมากเพียงใด ยามนั้นพวกเขาเห็นสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นกลืนกินเหล่ายอดฝีมือที่รวมตัวจากหลายมิตินับล้านลงไปอย่างชัดเจน
ทว่าพริบตาต่อมา พวกเขาก็ไม่กังวลอีกต่อไป ภายในแววตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
“แข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
สุยซินกลืนน้ำลาย ถูกพลังที่หลี่จิ่วเต้าสำแดงออกมาทำให้ตกตะลึง
หลี่จิ่วเต้าชวนให้คนขนหัวลุกโดยแท้ หมัดที่ชกออกไปสำแดงให้เห็นชัดเจน
สิ่งมีชีวิตท้องถิ่นถูกหมัดของหลี่จิ่วเต้าฉีกเป็นชิ้น ๆ!
ไม่สิ เอ่ยให้ชัดเจนคือ สิ่งมีชีวิตท้องถิ่นถูกสายลมจากหมัดหลี่จิ่วเต้าฉีกเป็นชิ้น ๆ!
พวกเขาเห็นชัดว่าหมัดของหลี่จิ่วเต้าไม่ได้สัมผัสกับสิ่งมีชีวิตท้องถิ่น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นต้องถูกลมหมัดของหลี่จิ่วเต้าฉีกออกเป็นชิ้น ๆ
“ไม่แปลกใจที่เขาบอกว่าไม่มีปัญหา ช่างแข็งแกร่งนัก!”
สุยซินทอดถอนใจ
“นี่ไม่นับเป็นสิ่งใด”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ยเสียงเบา
สิ่งมีชีวิตท้องถิ่นตนนี้อยู่เพียงขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางวรรณะเจ็ด ไฉนจะเป็นคู่มือเขาได้? ไม่มีทาง
โฮก!
ในตอนนั้นเอง มีเสียงคำรามอันน่าสะพรึงดังมาจากส่วนลึกด้านหลังศิลาต้นกำเนิดการฝึกตน ที่แห่งนี้ไม่ได้มีสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นตัวเดียว แต่ยังมีอีกจำนวนมาก
พวกมันมีทั้งหมดหกตัว ต่างมีลมหายใจน่าพรั่นพรึง เห็นได้ชัดว่าแข็งแกร่งยิ่งกว่าสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นก่อนหน้านี้มาก
พวกมันทั้งหมดอยู่ในขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางวรรณะแปด และหนึ่งวรรณะในขอบเขตนี้ก็แตกต่างกันเป็นอย่างมาก
“ไม่สำคัญ”
สีหน้าหลี่จิ่วเต้าสงบนิ่ง ไม่ต้องเอ่ยถึงสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นทั้งหกที่อยู่ในขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางเลย ต่อให้บรรลุขอบเขตบ่อเกิดชีวิตแล้ว เขาก็ไร้ความกริ่งเกรง มีความสามารถพอสังหารพวกมันแน่
จากนั้น ชายหนุ่มพุ่งไปเบื้องหน้า ต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นอย่างดุเดือด
เอ่อ ไม่สิ นี่ไม่อาจใช้คำว่าต่อสู้อย่างดุเดือดได้ เนื่องจากการต่อสู้อย่างดุเดือด ทั้งสองฝ่ายต้องมีพลังเท่ากัน
ทว่าการต่อสู้ระหว่างหลี่จิ่วเต้ากับสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นทั้งหกไม่ได้อยู่ในชั้นเดียวกันสักนิด เป็นเพียงการลงมือฝ่ายเดียว
หลี่จิ่วเต้าทุบตีสิ่งมีชีวิตทั้งหกอย่างรุนแรง!
สิ่งมีชีวิตท้องถิ่นทั้งหกไม่มีความสามารถพอจะต่อสู้กลับสักนิด ไม่ว่าจะระเบิดพลังออกมาเช่นใดก็ไม่อาจทำได้ ถูกหลี่จิ่วเต้ากดข่มไว้สิ้น!
ท่ามกลางม่านโลหิตสาดกระเซ็น สิ่งมีชีวิตท้องถิ่นทั้งหกถูกหลี่จิ่วเต้าสังหารทิ้งอย่างไม่มีข้อยกเว้น ช่องว่างนี้ใหญ่เกินไป ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันโดยสิ้นเชิง!