รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1352 ไม่ว่าอย่างไร มวยทหารก็ช่วยจัดการได้
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1352 ไม่ว่าอย่างไร มวยทหารก็ช่วยจัดการได้
บทที่ 1352 ไม่ว่าอย่างไร มวยทหารก็ช่วยจัดการได้
………………..
บทที่ 1352 ไม่ว่าอย่างไร มวยทหารก็ช่วยจัดการได้
เฟิงอี้ สมคำงดงามประหนึ่งหยก สง่างามเหนือฝุ่นธุลี แต่หลังเขาเริ่มต่อสู้กับหลี่จิ่วเต้าก็พลันเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน องอาจไร้เทียมทาน ราวมังกรทะยาน คล้ายพยัคฆ์กระโจน ดุร้ายอย่างถึงที่สุด!
เขารู้ชัดแจ้งว่าหลี่จิ่วเต้าไม่ธรรมดา มีโอกาสแข็งแกร่งกว่ามาก เขาไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย ใช้พลังทั้งหมดสำแดงมหาวิชามากมายออกมาไม่หยุด!
มหาวิชาเหล่านี้ไม่ได้มาจากมิตินับล้านที่เขาอยู่ แต่มากจากในแดนต้นกำเนิดการฝึกตน
บางครั้งจะมีสิ่งของร่วงหล่นมาจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตน อาจเป็นโอสถ วิชาคาถา หรืออาจเป็นสมบัติวัตถุน่าอัศจรรย์ทุกประเภท
ของเหล่านั้นปรากฏขึ้นที่ใดไม่มีใครรู้แน่ชัด ทว่าของเหล่านี้ไม่อาจได้รับมาด้วยโชค
ทุกครั้งที่ของร่วงหล่นจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตน ดึงดูดยอดฝีมือจำนวนนับไม่ถ้วนให้เข้ามาแย่งชิง ในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนโหดร้ายอย่างแท้จริง ไม่มีสิ่งที่เรียกว่าโชค หากต้องการได้รับบางสิ่ง จำต้องมีความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง
หากไม่มีความแข็งแกร่งที่แท้จริงก็มีโอกาสอย่างมากที่จะไม่ได้รับสิ่งใดเลยจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตน
มหาวิชาที่เฟิงอี้สำแดงออกมา ก็ร่วงหล่นมาจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตน
แน่นอน นี่ไม่ใช่มหาวิชาสมบูรณ์ แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น
เขาอยู่ขอบเขตบ่อเกิดชีวิตวรรณะสอง สำหรับสิ่งมีชีวิตในศักราชล้างบางครั้งแรกแล้ว นับว่าเป็นขอบเขตไม่ต่ำต้อย ตรงกันข้ามกลับสูงล้ำยิ่ง แต่ในเขตศักราชล้างบางครั้งที่สอง ความแข็งแกร่งของเขาไม่อาจถือเป็นสิ่งใดได้เลย
แม้เขาจะไม่ได้อยู่ล่างสุด และยุคศักราชล้างบางครั้งที่สองก็ยังมีสิ่งมีชีวิตในขอบเขตบ่อเกิดชีวิตวรรณะสอง แต่ก็ไม่ต่างจากปลายแถวมากนัก มีตัวตนจำนวนมากที่อยู่ในขอบเขตบ่อเกิดชีวิตวรรณะสอง
พวกเขาไปถึงระดับสูงล้ำในขอบเขตบ่อเกิดชีวิตแล้ว มีกระทั่งขอบเขตบ่อเกิดชีวิตวรรณะเก้า แม้ไม่อาจกล่าวว่าพบเห็นได้ทุกหนแห่ง แต่ก็มีอยู่ไม่น้อย
สำหรับขอบเขตสูงล้ำอย่างขอบเขตบ่อเกิดชีวิต หนึ่งวรรณะแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะกล่าวว่า หนึ่งชั้นวรรณะห่างกันอีกฝั่ง สามารถถูกสังหารได้ด้วยเพียงการจาม
ดังนั้นในเขตศักราชล้างบางครั้งที่สอง เฟิงอี้ไม่นับเป็นสิ่งใดอย่างแท้จริง สามารถถูกสังหารได้อย่างง่ายดายในพริบตา
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เฟิงอี้ไฉนจะมีความสามารถพอได้รับมหาวิชาอันสมบูรณ์ ย่อมไม่มีทาง เขาเพียงได้แต่ดื่ม ‘น้ำแกงเหลือ’ คว้าเอาวิชาที่ไม่สมบูรณ์เหล่านี้มา
แม้จะเป็นวิชาที่ไม่สมบูรณ์ แต่สิ่งที่ร่วงหล่นออกมาจากต้นกำเนิดการฝึกตนล้วนสุดยอดทุกชิ้น
วิชาต่าง ๆ เป็นเช่นนี้ โอสถ ศาสตรา และวัสดุวิเศษทั้งหลายก็เป็นเช่นเดียวกัน
ส่วนสาเหตุที่ทำให้เกิดเป็นของไม่สมบูรณ์ ก็เพราะเกิดการแย่งชิงขึ้น ทุกครั้งหลังของร่วงหล่นออกมาจากต้นกำเนิดการฝึกตน ล้วนดึงดูดให้เกิดการแย่งชิงอันดุเดือดอย่างถึงที่สุด สิ่งของจำนวนมากแตกซ่านกระเซ็นด้วยเหตุนี้ กลายเป็นเศษไม่สมบูรณ์
ภายนอกจักรวาลดวงดารา มหาวิชาอันน่าสะพรึงกลัวระเบิดออก กฎวิถีอันไม่อาจจินตนาการได้ลอยวนเวียน ปรากฏเป็นนิมิตชวนน่าหวาดหวั่น แม้จะเป็นวิชาไม่สมบูรณ์ แต่ความแข็งแกร่งก็ประมาทไม่ได้ น่ากลัวยิ่งนัก!
เกล็ดเหมันต์ร่วงหล่นจากฟากฟ้าควบแน่นกลายเป็นน้ำแข็ง มองแล้วภายนอกจักรวาลดวงดาราประหนึ่งกลายเป็นอาณาจักรน้ำแข็ง ไอหนาวแผ่กระจายทำให้คนทนอยู่ไม่ได้
นี่เป็นเคล็ดแรกของมหาวิชาเหมันต์ จู่โจมเปิดนำหน้า!
เกล็ดเหมันต์ที่โปรยปรายดูละเอียดงดงาม แต่แท้จริงกลับน่าสะพรึงถึงที่สุด ภายในมีกฎวิถีเหมันต์อันเหนือชั้น ใครก็ตามที่สัมผัสเข้าจะถูกแช่แข็งทันที!
การแช่แข็งดังกล่าวไม่ได้ธรรมดาอย่างการส่งผลเพียงกายเนื้อเท่านั้น ทว่ากระทั่งดวงวิญญาณและพลังล้วนถูกแช่แข็งไปด้วย
หลี่จิ่วเต้าไม่ได้ใช้สมบัติใด เพียงเหยียดมือและเท้า ใช้มวยทหารออกมา
เขาไม่เคยฝึกตนหรือเรียกวิชาคาถาอันใด มีเพียงวิชามวยหลากหลายของปุถุชนธรรมดาเท่านั้น มวยทหารนี้เขาก็เรียนรู้มาจากตอนอยู่ดาวเคราะห์สีฟ้า
เทียบกับมวยไทเก๊กแล้ว มวยทหารที่มีทั้งหมัด เท้า จับทุ่ม และยังผสมผสานวิธีการต่อสู้อื่นเช่นมีด นับว่าดุดันกว่าเป็นอย่างมาก
เกล็ดหิมะที่ร่วงหล่นลงมาใสกระจ่าง นำพากฎวิถีเหมันต์อันน่าสะพรึงกลัว บดบังทั่วภายนอกจักรวาลดวงดารา
หลี่จิ่วเต้ามีพลังเหล่าสมบัติในร่าง มวยทหารธรรมดาหลังได้รับพลังเหล่าสมบัติก็แปรเปลี่ยนเป็นดุร้ายไร้เทียมทาน!
เขาชกหมัดจนเกิดสายลมไหวระเบิดออกมาอย่างแรง รอบตัวเขาทุกสิ่งไม่เหลือสิ่งใด กลายเป็นความว่างเปล่า เกล็ดเหมันต์ที่โปรยปรายลงมาถูกทำลายสิ้น
ในขณะนั้นเอง เสียงปังดังขึ้น เกิดเสียงระเบิดครั้งใหญ่ เกล็ดเหมันต์หยุดโปรยปราย รวมกันกลายเป็นหอกยาวเหมันต์เล่มหนึ่งพุ่งโจมตีใส่หลี่จิ่วเต้าอย่างดุร้าย
วิชาที่ร่วงหล่นมาจากต้นกำเนิดการฝึกตน แม้เป็นวิชาไม่สมบูรณ์ก็น่าสะพรึงกลัว ถึงขนาดไม่อาจจินตนาการได้ สามารถปรับตัวเองให้ต่อสู้ได้อย่างเต็มที่เพื่อสังหารศัตรู!
น่าเสียดาย ต่อหน้าหลี่จิ่วเต้า ไม่ว่าวิชานี้จะปรับเปลี่ยนการต่อสู้มากเพียงใดก็ไร้ผล ต่อให้หอกเหมันต์เร็วเหนือกว่าแสงก็ยังไม่ได้ผล ถูกหลี่จิ่วเต้าคว้าจับเอาไว้ได้โดยตรง!
ทันทีที่มือชายหนุ่มสัมผัสหอกเหมันต์เพียงเล็กน้อย หอกเหมันต์ก็แตกสลายไปสิ้น!
“แข็งแกร่งมาก!”
พวกจื่อฉยงที่มองอยู่อดตื่นตะลึงไม่ได้ วิชาเหมันต์นี้น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด ในบรรดาขอบเขตบ่อเกิดชีวิตวรรณะสอง ไม่มีผู้ใดหยุดยั้งได้ ทว่าต่อหน้าหลี่จิ่วเต้ากลับสูญเสียพลังทั้งหมดไปอย่างสิ้นเชิง
พวกเขาอดทอดถอนใจไม่ได้ หลี่จิ่วเต้าช่างท้าทายสวรรค์เหลือเกิน ในศักราชล้างบางครั้งแรก ไม่มียอดฝีมือคนใดมาถึงจุดนี้ได้ ไม่ต้องพูดถึงตอนนี้เลย อดีตที่ผ่านมาก็ยังไม่เคยมีมาก่อน
ไม่น่าแปลกใจเลยที่หลี่จิ่วเต้าดื่มสุราไปหลายถ้วยเพียงนั้นกลับยังไม่เมาสักนิด ขอบเขตของเขาสูงเกินไป แม้สุราจะมีฤทธิ์แรงมากสำหรับพวกเขา แต่สำหรับหลี่จิ่วเต้าแล้วสิ่งนี้อาจไม่ต่างจากน้ำเปล่า
ตู้ม!
นอกจักรวาลดวงดาราเกิดการระเบิดอย่างต่อเนื่อง ท้องฟ้าเหนือศีรษะหลี่จิ่วเต้าปรากฏทะเลอสนีบาตอันน่าสะพรึงขึ้น เคล็ดมหาวิชาลำดับที่สองของเฟิงอี้สำแดงออกมา รวบรวมพลังสังหาร!
นั่นคือสิ่งใด?
สายฟ้าด้านในทะเลอสนีบาตไม่ได้มีรูปลักษณ์เหมือนปกติทั่วไป แต่เป็นรูปร่างสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ทั้งเผ่ามนุษย์ อสูรร้าย หรือเผ่าต่าง!
พวกมันทั้งหมดล้วนน่ากลัวสะท้านฟ้า เปี่ยมด้วยพลังอันไม่อาจจินตนาการได้ พุ่งตรงออกมาจากทะเลอสนีบาตเพื่อล้อมสังหารหลี่จิ่วเต้า
เคล็ดวิชาสายฟ้าแข็งแกร่งกว่าเคล็ดวิชาเหมันต์ก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด ทุกรูปลักษณ์สายฟ้าไม่เพียงครอบครองพลังอันไม่ธรรมดา ทว่ายังสามารถใช้งานวิชาต่าง ๆ เพื่อระเบิดพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าออกมา
หลี่จิ่วเต้าเห็นฉากนี้ก็อดตื่นตาตื่นใจไม่ได้ วิชาผู้ฝึกตนช่างลึกล้ำไม่อาจคาดเดา น่าอัศจรรย์ใจนัก!
“อย่างไรก็ตาม มวยทหารสามารถทำลายทุกสิ่ง!”
หลี่จิ่วเต้าไร้ความกลัวเกรง มั่นใจในมวยทหารอย่างมาก
ไม่ หากกล่าวให้ถูก เขาเชื่อมั่นในพลังสมบัติต่างหาก
จนถึงตอนนี้ เขายังห่างไกลจากการใช้พลังทั้งหมด กระทั่งครึ่งหนึ่งก็ยังไม่ถึง เช่นนี้แล้วจะไม่ให้เขามั่นใจได้อย่างไร
อีกทั้งตอนนี้เขายังมั่นใจเต็มร้อยว่าพลังเหล่าสมบัติอยู่เหนือขอบเขตบ่อเกิดชีวิต หลังสู้กับเฟิงอี้แล้ว เขาจะออกจากเขตศักราชล้างบางครั้งที่สอง เนื่องจากไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ต่อแล้ว
เขาเพียงอยากแน่ใจว่าพลังเหล่าสมบัติอยู่เหนือขอบเขตบ่อเกิดชีวิตเท่านั้น
นอกจากนี้เขายังไม่อาจอยู่นานได้ ผู้ไม่เคยผ่านถึงศักราชล้างบางครั้งที่สอง ไม่อาจอยู่ในเขตนี้ได้นานนัก
แดนต้นกำเนิดการฝึกตนโหดเหี้ยมยิ่ง ไม่ยอมให้ผู้ไม่ผ่านถึงศักราชล้างบางครั้งที่สองสามารถเพลิดเพลินกับผลประโยชน์ของเขตศักราชล้างบางครั้งที่สอง
อีกทั้งผู้อยู่ในศักราชล้างบางครั้งที่หนึ่งไม่อาจขอความช่วยเหลือจากผู้อยู่ในศักราชล้างบางครั้งที่สองได้เช่นกัน การข้ามไปยังเขตศักราชล้างบางครั้งที่สองเต็มไปด้วยข้อกำจัดมากมาย
ผู้ที่อยู่ในศักราชล้างบางครั้งแรกจำเป็นต้องพึ่งพาตนเองอย่างเดียว
ครั้นมวยทหารถูกพลังสมบัติหนุนเสริมก็แปรเปลี่ยนเป็นดุร้ายอย่างถึงที่สุด หลี่จิ่วเต้าปะทะกับสิ่งมีชีวิตสายฟ้าอย่างดุเดือด ทุกหมัดทุกท่าไม่มีสิ่งมีชีวิตสายฟ้าใดสามารถสกัดกั้นได้!
เสียงดังสนั่นหวั่นไหว มหาวิชาเคล็ดที่สามของเฟิงอี้ปรากฏ
นี่เป็นมหาวิชาทางจิต มองไม่เห็น สัมผัสไม่ได้ จู่โจมเข้าวิญญาณโดยตรง
งูเล็กสีแดงเข้มตัวหนึ่งปรากฏออกมา ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเนื้อ ไม่อาจรับรู้ด้วยประสาทสัมผัส พุ่งตรงไปทางหลี่จิ่วเต้าอย่างรวดเร็ว
งูเล็กตัวนี้เกิดจากเคล็ดวิชาที่สาม สามารถเข้าไปกัดวิญญาณคู่ต่อสู้ได้
จุดแข็งของเคล็ดวิชานี้คือไร้เสียงไร้ลมหายใจ สัมผัสได้ยาก กระทั่งพวกจื่อฉยงที่ชมการต่อสู้จากด้านข้างยังไม่อาจสังเกตเห็นได้
พวกเขามองไม่เห็นงูเล็กสีแดงเข้ม ทั้งยังไม่อาจสัมผัสได้ถึงตัวตน หากเปลี่ยนเป็นพวกเขาย่อมถูกโจมตีวิญญาณในพริบตาแน่นอน
แต่หลี่จิ่วเต้ากลับเห็นได้ชัดเจนยิ่ง
ดวงตาเขาทอประกาย ด้วยมีกฎวิถีบางอย่างไหลเวียนอยู่ด้านใน ทำให้เขาเห็นงูเล็กสีแดงเข้มชัดเจน
เสียงกัมปนาทสนั่นหวั่นไหว หลี่จิ่วเต้าชกหมัดออกไป หมายทำลายงูเล็กสีแดงเข้มทิ้ง สัญชาตญาณบอกเขาว่างูเล็กสีแดงเข้มน่ากลัวว่าสิ่งมีชีวิตสายฟ้า จำเป็นต้องกำจัดทิ้งก่อน
“หืม?”
ทว่ากลับผิดไปจากที่คาดเดา หมัดที่ชกออกไปไม่อาจทำลายงูเล็กนั่นได้ ซ้ำยังทะลุผ่านไปโดยสิ้นเชิง
งูเล็กพุ่งตรงเข้าใส่หน้าผากของชายหนุ่ม
“โจมตีทางจิต?”
หลี่จิ่วเต้าเข้าใจในทันทีว่าเป็นการโจมตีแบบใด
อย่างไรเสียเขาในตอนนี้ก็แตกต่างจากเมื่อก่อน ระยะหลังอยู่ใกล้ชิดกับผู้ฝึกตนทำให้เข้าใจในวิชาต่าง ๆ ไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่ไม่รู้อันใดนัก
พริบตาต่อมา สัมผัสได้ว่างูเล็กสีแดงเข้มแทรกซึมเข้าไปในวิญญาณของเขา
“เช่นนั้นก็ให้มวยทหารวิญญาณจัดการ!”
หลี่จิ่วเต้ายิ้มเฉยชา ท่าทางผ่อนคลายไม่ตื่นตระหนก
ก็ไม่มีอันใดให้ตื่นตระหนกจริง ๆ หากวิญญาณถูกโจมตี พลังอันน่าสะพรึงของเหล่าสมบัติจะทำให้วิญญาณของเขาทรงพลังจนไม่อาจจินตนาการถึงได้
เพียงเขาคิด วิญญาณในรูปลักษณ์มนุษย์ตัวจิ๋วก็เริ่มเคลื่อนไหว ใช้มวยทหารเข้าต่อกรกับงูเล็กสีแดงเข้ม
งูเล็กสีแดงเข้มน่ากลัวมาก มันปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ต่อเนื่องในพริบตา เพิ่มความแข็งแกร่งไม่หยุด ทว่ายังคงไร้ประโยชน์อยู่ดี เพราะวิญญาณหลี่จิ่วเต้าใช้มวยทหารได้น่ากลัวยิ่งกว่า ทำให้งูเล็กสีแดงเข้มไม่อาจทำสิ่งใดได้ ถูกทำลายไปในเวลาไม่นาน
ขณะเดียวกัน ชายหนุ่มก็ระเบิดเหล่าสิ่งมีชีวิตสายฟ้า
ฟิ้ว!
เคล็ดวิชาลำดับที่สี่และห้าจู่โจมพร้อมกัน
มหาวิชาผนึกควบแน่นกลายเป็นโซ่เหล็ก ประหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศ พุ่งเข้าพัวพันหลี่จิ่วเต้า
ส่วนวิชากระบี่น่าหวาดกลัวยิ่งกว่า ควบแน่นกลายเป็นกระบี่ยักษ์อันแข็งแกร่งเกรียงไกร ตรงเข้าใส่ศีรษะของหลี่จิ่วเต้า
น่าเสียดาย ต่อหน้าหลี่จิ่วเต้าแล้ว มหาวิชาทั้งสองไม่ได้ผลแต่อย่างใด
โซ่เหล็กที่ควบแน่นจากมหาวิชาผนึกปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่ายากจะป้องกัน แต่กลับถูกหลี่จิ่วเต้าสัมผัสได้ล่วงหน้า
ภายใต้มวยทหาร โซ่ทั้งหมดถูกทำลายโดยไม่มีข้อยกเว้น
กระบี่ยักษ์ที่ควบแน่นจากวิชากระบี่พุ่งลงมา ทำลายจักรวาลดวงดาราด้านนอก แต่เมื่อเผชิญหน้ากับมวยทหารของหลี่จิ่วเต้ากลับล้มเหลวเช่นกัน ถูกระเบิดแทบในทันทีที่เข้าปะทะ!
“แข็งแกร่งนัก!”
“ตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้ เขาล้วนบดขยี้ทิ้งได้หมด!”
พวกจื่อฉยงตกตะลึงครั้งแล้วครั้งเล่า มหาวิชาที่เฟิงอี้ใช้ออกมาล้วนน่าหวาดกลัวและดุร้าย อนิจจา เมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่จิ่วเต้า มหาวิชาเหล่านั้นคล้ายสูญสิ้นพลังและความสามารถไป ถูกทำลายอย่างง่ายดาย
หลี่จิ่วเต้าน่าพรั่นพรึงเช่นนี้ ต้องอยู่อย่างน้อยขอบเขตบ่อเกิดชีวิตวรรณะสามขึ้นไป!
ไม่เช่นนั้นคงไม่ทรงพลังเพียงนี้
“ข้า…อับอายใจนัก!”
ใบหน้าโม่ชิงแดงก่ำ เอ่ยออกมาอย่างอับอาย “ข้าอยู่ในเขตศักราชล้างบางครั้งที่สองมานานเพียงนี้ สุดท้ายก็ยังไม่อาจเทียบผู้มาจากเขตศักราชล้างบางครั้งแรก! นี่มันน่าขายหน้าเกินไปแล้ว!”
สภาพแวดล้อมของเขตศักราชล้างบางครั้งที่สองดีกว่าเขตศักราชล้างบางครั้งแรกไม่รู้ตั้งเท่าใด แต่ตนกลับไม่อาจเทียบได้กับหลี่จิ่วเต้า ต่างชั้นไม่รู้มากเท่าใด!
ย้อนนึกถึงครั้งแรกที่พบหลี่จิ่วเต้า เขายิ่งอับอายกว่าเดิมจนทนไม่ไหว ยามนั้นประเมินอีกฝ่ายไว้ต่ำนัก ทั้งยังโอ้อวดสิ่งต่าง ๆ คิดดูแล้วช่างน่าขันเหลือเกิน เขาถือสิ่งใดมาดูแคลนหลี่จิ่วเต้ากัน มีสิ่งใดสูงส่งพอโอ้อวด เทียบกับอีกฝ่ายแล้วเขาอ่อนแอจนถูกละเลยได้โดยแท้
“ไม่เพียงเจ้าที่อับอาย ข้าเองก็อับอายมาก!”
จื่อฉยงก็อดกล่าวไม่ได้ รู้สึกอับอายไม่ต่างจากโม่ชิง นางกับหลี่จิ่วเต้าต่างชั้นเกินไป ไม่มีความหมายอันใดในสายตาอีกฝ่าย นางอาศัยและฝึกตนในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า แต่กลับไม่อาจเทียบได้กับผู้ที่มาจากสภาพแวดล้อมเลวร้ายกว่า เช่นนั้นจะไม่ให้อับอายได้อย่างไร น่าอับอายเกินไปแล้ว
“เฮ้อ ข้าเองก็เช่นกัน ขายหน้าจนทนไม่ไหว!”
“ข้าด้วย!”
ยอดฝีมือคนอื่นถอนหายใจด้วยความอับอายกันถ้วนหน้า นี่ขนาดหลี่จิ่วเต้ายังไม่ผ่านศักราชล้างบางครั้งแรก หากเขาผ่านศักราชล้างบางครั้งแรกจนเข้ามาฝึกฝนในเขตศักราชล้างบางครั้งที่สองได้ หลี่จิ่วเต้าจะต้องแข็งแกร่งน่าสะพรึงกว่านี้เป็นแน่
ถึงยามนั้น พวกเขาคงไม่อาจสัมผัสได้กระทั่งเงาของหลี่จิ่วเต้ากระมัง!