รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1341 ไม่เป็นไร พวกเราจะลงมือเอง
บทที่ 1341 ไม่เป็นไร พวกเราจะลงมือเอง
………………..
บทที่ 1341 ไม่เป็นไร พวกเราจะลงมือเอง
ศิลาขนาดมโหฬารตั้งตระหง่านอยู่ในฟ้าดิน จังหวะแห่งเต๋าบางอย่างแผ่ซ่านออกมา ทั้งหนักอึ้งและชวนสะท้าน
บนนั้นมีตราประทับมากมาย ถูกทิ้งไว้โดยมิตินับล้านต่าง ๆ ที่ถึงเกณฑ์
ด้านป้ายศิลาปราศจากสิ่งใด สงบราบรื่น มองไม่เห็นอันตรายสักนิด
“ยอดฝีมือจากมิตินับล้านมากมายเคยเกิดเรื่องที่นี่ โดยเฉพาะมิตินับล้านที่เพิ่งมาถึงแดนต้นกำเนิดการฝึกตน พวกเขายังไม่ค่อยรู้เรื่อง จึงเกิดเรื่องบ่อยกว่ามาก!”
สุยถานเอ่ยเสียงจริงจัง
เขากล่าวต่ออีกว่า “บรรดายอดฝีมือจากมิตินับล้านที่รอล่าเหยื่อไม่ใช่ภยันตรายใหญ่หลวงที่สุดในที่แห่งนี้แน่นอน อันตรายใหญ่หลวงที่สุดคือสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นที่อาศัยในแดนต้นกำเนิดการฝึกตน!”
มิตินับล้านที่อยากถึงเกณฑ์จำต้องทิ้งตราประทับบนศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนถึงใช้ได้ หาไม่แล้ว ต่อให้ตัวเองถึงเกณฑ์ ก็ไม่เป็นที่ยอมรับจากต้นกำเนิดการฝึกตน ต้องถูกล้างบางอยู่ดี
เรื่องนี้จึงเป็นผลให้สิ่งมีชีวิตท้องถิ่นในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนหมายตาที่นี่ กลืนกินยอดฝีมือที่มาทิ้งตราประทับเป็นอาหาร!
“มิตินับล้านที่ถึงเกณฑ์แล้วไม่น้อยเกิดเรื่องที่นี่! พวกเขามาอย่างปีติ หมายจะทิ้งตราประทับบนศิลาต้นกำเนิดการฝึกตน คลี่คลายอันตรายของมิติที่ตนอยู่ สุดท้าย พวกเขาไม่ทันได้ทิ้งตราประทับก็ถูกสิ่งมีชีวิตท้องถิ่นที่พำนักอยู่ที่นี่กินเข้าไปก่อน!”
สุยถานถอนหายใจ “นั่นเป็นยอดฝีมือที่บรรลุขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางแล้วเชียวนะ จบชีวิตลงง่าย ๆ ถูกกินทั้งเป็น!”
หลี่จิ่วเต้าได้ฟังแล้วอกสั่นขวัญแขวน แดนต้นกำเนิดการฝึกตนโหดร้ายเหลือแสนอย่างแท้จริง ลำพังถึงเกณฑ์แล้วยังไม่พอ!
“เพราะเหตุนี้ การจะผ่านพ้นศักราชล้างบางจึงไม่ง่ายเลย และมิตินับล้านที่รอดจากศักราชล้างบางไปได้ต่างไม่ธรรมดา น่าสยดสยองอย่างยิ่งยวด มีความสามารถกล้าแกร่ง หาไม่แล้วย่อมยากจะผ่านพ้น!”
สุยถานเอ่ย
“น่ากลัวถึงเพียงนี้เชียวหรือ?!”
สีหน้าสุยซินเปลี่ยนไปมหันต์ “พวกเราเปลี่ยนที่กันดีกว่า!”
“เปล่าประโยชน์”
สุยถานกล่าว “สถานการณ์ในแต่ละศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนแทบไม่ต่างจากที่นี่ ใช่ว่าเปลี่ยนศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนแล้วจะจบ”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ยว่าอยากมาทิ้งตราประทับบนศิลาต้นกำเนิดการฝึกตน ลองดูว่าพอจะช่วยให้มิตินับล้านของพวกเขาผ่านเกณฑ์ได้หรือไม่ เขาไม่ได้ห้าม พาหลี่จิ่วเต้ามาที่นี่ด้วยจุดประสงค์อย่างที่เขาว่า ให้หลี่จิ่วเต้าได้เห็นความน่าสะพรึงและความโหดร้ายของที่นี่กับตา!
เขาไม่เคยคิดให้หลี่จิ่วเต้าทิ้งตราประทับบนศิลาต้นกำเนิดการฝึกตน
เพราะเขารู้ดีว่าแม้หลี่จิ่วเต้านั้นทรงพลัง แต่ก็ยากจะทิ้งตราประทับได้สำเร็จ ช่วยให้มิตินับล้านของพวกเขาผ่านเกณฑ์
ทั้งหมดนี้ยากเย็นเกินไป!
กระนั้น ความแข็งแกร่งของหลี่จิ่วเต้าก็ช่วยให้เขาเห็นความหวัง เขารู้สึกว่าหากอีกฝ่ายได้บำเพ็ญตนในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนสักระยะ ภายหน้ามีโอกาสสูงที่จะประทับตราบนศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนสำเร็จ ช่วยให้มิตินับล้านของพวกเขาถึงเกณฑ์ และหลีกเลี่ยงไม่ให้ถูกล้างบาง
“พวกเรารอดูอยู่ที่นี่เถิด”
สุยถานเอ่ย “มิตินับล้านที่ผ่านพ้นศักราชล้างบางมาครั้งหนึ่งแล้วมีจำนวนคณานับเกินไป บัดนี้ถึงระยะสุดท้ายของศักราชล้างบางแล้ว ต้องมีมิตินับล้านไม่น้อยยอมเสี่ยง หรืออาจถึงเกณฑ์แล้วจึงมาประทับตราที่นี่”
“ได้!”
หลี่จิ่วเต้าพยักหน้า สงบใจรอคอยอยู่ที่นี่
…
ขณะเดียวกัน กู่เจียเดินตามเส้นทางปลอดภัยจนมาถึงมิตินับล้าน
“ไม่ได้กลับมากี่ปีแล้วนะ…”
เขาเป็นเฉกเช่นทูตตนนั้นที่กลับมา สะท้อนใจเหลือแสน ถึงอย่างไร พวกเขาก็ต่อสู้ในมิตินับล้านแห่งนี้มานานนับกาล วัยเยาว์ของพวกเขา ความทรงจำเลือดร้อนของพวกเขาล้วนอยู่ในมิตินับล้านแห่งนี้
เขามีรูปร่างสูงใหญ่องอาจ คนทั้งคนหล่อเหลารูปงาม อยู่ในวัยกลางคน กาลเวลาไม่อาจทิ้งร่องรอยบนตัวเขา
กาลเวลาผันเปลี่ยนเร็วเกินไป เขาก็เคยองอาจมาดมั่น เป็นยอดฝีมือสะท้านโลกา กำราบมิตินับล้านได้ทั้งหมดอย่างไร้เทียมทาน ก้าวเดินอยู่ในมิตินับล้าน สร้างชื่อระบือนาม
“บัดนี้น่ากลัวว่าไม่มีผู้ใดจำข้าได้แล้ว…”
เขาถอนหายใจ ให้ความรู้สึกคล้ายวีรบุรุษร่วงโรย เขาในอดีตก็เคยเปี่ยมคุณธรรม ยอมหักไม่ยอมงอ ชิงชังความชั่วร้ายทั้งปวง ทนเห็นเรื่องอยุติธรรมไม่ได้ ไม่รู้ว่ากำจัดภยันตรายของมิตินับล้านไปตั้งเท่าใด
“อนิจจา ผู้ฆ่าปีศาจลงท้ายก็เป็นปีศาจเสียเอง…”
เขานึกจนใจและนึกเจ็บใจ ทว่าทั้งหมดล้วนเปล่าประโยชน์ เขาไม่อยากตาย ไม่อยากถูกล้างบางไปพร้อมมิตินับล้าน กลายเป็นปุถุชน สุดท้ายก็ตายด้วยความชรา
บัดนี้เขาจำต้องทำสิ่งที่เขาเคยเกลียดที่สุด ไม่อยากทำที่สุด!
นั่นคือสังเวยสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในมิตินับล้าน!
“ผู้ใดไม่ทำเพื่อตนเอง สวรรค์ย่อมลงทัณฑ์ อีกอย่างอายุขัยของปุถุชนสั้นเกินไป ซ้ำส่วนใหญ่เป็นความเจ็บปวด ช่วงเวลาสุขสันต์มีจำกัด ทันทีที่ถูกล้างบางจักสูญเสียสสารฝึกฝนทั้งหมด มิตินับล้านจักหมดความวิเศษ กลายเป็นพวกดาษดื่น แก่ตายไปกับกาลเวลาที่เลยผ่าน แทนที่จะเป็นเช่นนี้ มิสู้ตายไปทั้งอย่างนี้”
เขาสงบใจ สายตาแน่วแน่ขึ้น ยามนี้มีเพียงสังเวยสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในมิตินับล้านเท่านั้น ไม่เหลือหนทางใดอีก
“ฉินตง เจ้าอยู่ที่ใด”
เขานำเปลือกหอยอันหนึ่งออกมาติดต่อฉินตง หรือก็คือทูตผู้จุติลงมา
หลังออกจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตน มาถึงมิตินับล้าน เขาสามารถติดต่อฉินตงได้แล้ว
ในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนไม่อาจติดต่อกับมิตินับล้าน นี่ก็เป็นสาเหตุหลักที่เขาต้องถ่อมาจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตน
“หืม?”
เขาขมวดคิ้วน้อย ๆ เนื่องจากไม่ได้รับการตอบกลับจากฉินตง
“เขาอยู่ในมิติต้นกำเนิดหรือ”
เขาพึมพำกับตัวเอง
มิติต้นกำเนิดฟื้นสภาพรุนแรง รากฐานปะทุ พลังน่าครั่นคร้ามปรากฏออกมาคณานับ หากฉินตงอยู่ในมิติต้นกำเนิด เขาคงติดต่อไม่ได้
“เช่นนั้นลองติดต่อวิหารดูแล้วกัน”
เขาเริ่มติดต่อเจ้าวิหารหลักแห่งวิหารโบราณลึกลับ หมายจะถามข่าวของฉินตง
ทว่า เรื่องที่เขาคาดไม่ถึงคือเจ้าวิหารหลักก็ติดต่อไม่ได้เช่นกัน!
“อยู่ในมิติต้นกำเนิดเหมือนกันหรือ”
เขาขมวดคิ้วมุ่นยิ่งขึ้น รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี ติดต่อฉินตงและเจ้าวิหารหลักไม่ได้ ทำให้รู้สึกว่าอาจเกิดเรื่องกับพวกเขาแล้ว
“เกิดเรื่องแล้วจริงด้วย!”
สายตาเขาเย็นเยียบ คลี่แผ่ญาณสัมผัสปกคลุมมิตินับล้าน ไม่นานนักก็ได้คำตอบ
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉินตงกันแน่ แต่เขารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับวิหารโบราณลึกลับ
ยามวิหารโบราณลึกลับรับคำสั่งรวบรวมมิตินับล้านเข้าด้วยกัน ใครบางคนบุกไปถึงวิหารโบราณลึกลับ สังหารเจ้าวิหารหลัก โค่นล้มวิหารโบราณลึกลับจนราบคาบ
“ระหว่างนี้ รวมถึงในภายหลัง ฉินตงไม่เคยโผล่หัว!”
เขาขมวดคิ้วมุ่น ตระหนักได้ว่าฉินตงก็อาจเกิดเรื่องแล้วเช่นกัน
หากฉินตงไม่ได้เกิดเรื่อง ไม่มีทางไม่ปรากฏตัว ไม่เคลื่อนไหวสักนิด
“ที่สุดท้ายที่เขาไปคือมิติต้นกำเนิด เคยเชื้อเชิญผู้ที่ได้รับการสืบสานมาชุมนุมอย่างเปิดเผย ทว่าไม่มีผู้ใดรู้ว่าเหล่าผู้ที่ได้รับการสืบสานได้ไปหาฉินตงหรือไม่…”
เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ความลับ มีสิ่งมีชีวิตวิพากษ์วิจารณ์กันมากมายในมิตินับล้าน ญาณสัมผัสของเขาคลี่แผ่มิตินับล้าน ไม่นานนักก็ทราบข่าวนี้
“น่าสนใจนี่!”
เขาหรี่ตากึ่งหนึ่ง “ผู้ที่ได้รับการสืบสานจากปราชญ์อาวุโสเก่งกาจถึงปานนั้นเชียวหรือ ฆ่าได้แม้กระทั่งฉินตง!”
เห็นได้ชัดว่าบรรดาผู้ที่ได้รับการสืบสานไปพบฉินตงแล้ว และฉินตงก็ถูกคนเหล่านี้ปลิดชีพลง!
หาไม่แล้ว ฉินตงไม่มีทางไร้ข่าวคราวอันใดในภายหลัง
“เช่นนั้นให้ข้าไปประมือกับเหล่าผู้ที่ได้รับการสืบสานจากปราชญ์อาวุโสหน่อยแล้วกัน!”
เขามีสีหน้าเฉยเมย ก้าวเดียวก็มาถึงมิติต้นกำเนิด มั่นใจในความสามารถตนเองเต็มร้อย มิได้หวั่นเกรงผู้ที่ได้รับการสืบสานเหล่านี้
มิติต้นกำเนิดฟื้นสภาพรุนแรง ญาณสัมผัสของเขาได้รับผลกระทบมหันต์เช่นกัน ไม่อาจคลี่แผ่อย่างมีประสิทธิภาพ บริเวณที่ปกคลุมออกไปมีจำกัด
“ช้าเกินไปอยู่ดี หากฟื้นสภาพไวกว่านี้ ไม่แน่ว่าจะไม่มีผู้ที่แข็งแกร่งกว่านี้ถือกำเนิด!”
เขาออกความเห็น
ต้องรู้ว่าในอดีต มิติต้นกำเนิดนั้นสุดยอดอย่างแท้จริง เคยมีปราชญ์อาวุโสทรงพลังขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางผู้หนึ่ง ยามนี้รากฐานมิติต้นกำเนิดกำลังฟื้นสภาพในทุก ๆ ด้าน ขอเพียงให้เวลาสักหน่อย ไม่แน่ว่าอาจมียอดฝีมือขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางถือกำเนิดขึ้นอีกครั้ง
“น่าเสียดายที่หมดเวลาแล้ว ศักราชล้างบางเข้าสู่ระยะสุดท้าย ซ้ำพวกเรายังบูชายัญบ่อยเกินไป ไม่อาจประวิงเวลาได้อีกแล้ว”
เขาส่ายหน้า นี่ก็เป็นสาเหตุหลักที่พวกเขาเลือกถอดใจ
ขืนยังไม่ถอดใจไปขออาศัยมิติอื่น ภายหลังอยากทำแบบนี้ก็คงไม่เหลือเวลาและโอกาส
จากนั้นเขาออกโรงกำราบสิ่งมีชีวิตมหาศาล ให้สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นถ่ายทอดวาจาของเขา เขาต้องการพบผู้ที่ได้รับการสืบสานจากปราชญ์อาวุโส
วิหารโบราณลึกลับถูกล้มล้างไปแล้ว หากเขาอยากส่งข่าวก็มีแต่ต้องทำเช่นนี้ ฝากสิ่งมีชีวิตตนอื่นทำหน้าที่
ไม่นานนัก เสียงของเขาก็ดังออกไปในอาณาจักรต่าง ๆ ของมิติต้นกำเนิด เขาเชื้อเชิญผู้ที่ได้รับการสืบสานมาพบปะสักครา
“มีคนลงมาอีกแล้วหรือ?!”
ในอาณาจักรหนึ่ง ต้าเต๋อได้ยินเสียงนี้ก็รีบกลับไปยังเมืองชิงซานโดยไม่ลังเล รอหารือวิธีรับมือกับผู้อื่น
นับแต่กำจัดฉินตงและเจ้าวิหารหลักไปเมื่อคราวก่อน พวกเขาได้รวมตัวกันแล้วกระจายตัวอีกครั้ง ตามหาอาวุธโบราณที่ปรากฏออกมาตามอาณาจักรต่าง ๆ ในแดนต้นกำเนิดการฝึกตน
ระยะหนึ่งผ่านไป พวกซีทยอยกันกลับถึงลานเล็กในเมืองชิงซาน
แดนต้นกำเนิดการฝึกตนส่งคนมาอีกคราถือเป็นเรื่องใหญ่ ไม่ใช่ผู้ที่พวกเขาจะรับมือได้ง่าย ๆ จำต้องหารือวิธีรับมือ
“วิหารโบราณลึกลับถูกพวกเราล้มล้างแล้ว ทูตถูกพวกเราฆ่าแล้ว วัวเขียวที่ทูตขี่มาถูกพวกเราย่างกินแล้ว บัดนี้ ผู้ที่มาจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตนยังกล้าเอ่ยชื่อตามหาพวกเรา เห็นได้ชัดว่าเขาทรงพลังอย่างยิ่ง มั่นใจในตัวเองเต็มร้อย!”
เมิ่งจีเอ่ยเสียงเข้ม
ผู้ที่มาครานี้ย่อมจัดการยากกว่าทูตตนนั้นแน่นอน
“ไม่เป็นไร พวกเราจะออกโรงเอง!”
หอกเหล็กเหินเข้ามา น้ำเสียงเจือแววมั่นใจ การต่อสู้กับทูตครานั้นทำให้มันเข้าใจว่าพวกมันแข็งแกร่งเพียงใด ต่อให้มีผู้ใดมาจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตนอีกก็ไม่ต้องกลัว
“ศาสตราวิเศษหกชิ้นกรีธาทัพ ผู้ใดกล้าเข้ามาต้องถูกฆ่าทั้งหมด!”
พัดเหินเข้ามา มั่นใจเต็มเปี่ยมเช่นกัน
คราวก่อนที่ฆ่าทูตผู้นั้น พวกมันไม่ทันได้ลงมือ มีเพียงหอกเหล็กเท่านั้นที่ลงมือ
หอกเหล็กผู้เดียวก็สังหารทูตตนนั้นได้ เป็นผลให้พวกมันมั่นใจเต็มเปี่ยม กล้าประมือกับผู้ที่มาจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตน
“เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดกันอีกแล้ว ไป!”
ซีเอ่ย รุดหน้าไปยังสถานที่ที่กู่เจียบอกพร้อมทุกคนและศาสตราวิเศษทั้งหก
ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึง
อาณาจักรนี้ถูกกู่เจียจัดแจงให้ไม่เหลือผู้ใด มีกู่เจียอยู่เพียงผู้เดียว เขากำลังจิบชาด้วยท่าทางผ่อนคลาย
“อย่าเพิ่งเอ่ยอันใด รอให้ข้าดื่มชาถ้วยนี้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน”
กู่เจียไม่ได้เหลียวแลพวกซี กำลังจัดแจงเครื่องน้ำชา
เขาไม่ใช่ผู้ที่ชอบดื่มชา ทว่าชาเหล่านี้ไม่เหมือนกัน นี่เป็นชาที่เขาได้มาจากแดนเกิด มีกลิ่นอายบ้านเกิดของเขา
แม้จะเอ่ยว่ากำลังจิบชา แท้จริงแล้วกำลังลิ้มรสบ้านเกิดมากกว่า ระลึกถึงช่วงเวลาที่เลือนหายไปในความทรงจำ
“โฮ่ง วางมาดใหญ่โตเสียจริง!”
“อามิ…ข้าต้าเต๋อฝอ ข้าต้าเต๋อฝอไร้เกศา ผู้ที่วางมาดเช่นนี้ แม้แต่ข้าต้าเต๋อฝอยังทนดูไม่ได้ อยากชูดาบธรรมะฟันคน!”
ต้าเต๋อเคาะมู่อวี๋อย่างบ้าคลั่ง
“โอ๊ย เจ็บ ๆๆ! เจ้าจงใจใช่หรือไม่ หยิบผิดอีกแล้ว ข้าไม่ใช่มู่อวี๋!”
มารกระดูกตะโกนเสียงเคียดแค้น เจ้าต้าเต๋อเดนตาย จงใจเห็น ๆ หาไม่แล้วไยจึงหยิบผิดทุกครั้ง เคาะหัวมันประหนึ่งมู่อวี๋!
ไม้เคาะมู่อวี๋ไม่ธรรมดา หลี่จิ่วเต้าหลอมกับมือ มันถูกเคาะจนเจ็บปวดเหลือแสน มันช่างอับโชคนัก หลังถูกต้าเต๋อกำราบแล้วก็ต้องถูกไม้เคาะมู่อวี๋เคาะหัวอยู่บ่อยครั้ง!
ซ้ำต้าเต๋อยังอ้างว่าทำเพื่อมัน เพื่อกำจัดความมุ่งร้ายในตัวมัน ให้มันมีความดีมากขึ้น มีจิตใจบริสุทธิ์โอบอ้อมอารี
“มารกระดูก หยุดพูดได้แล้ว ติดตามข้ามาตั้งนาน เจ้ายังลบล้างความเป็นมารในตัวไม่ได้ มิอาจบรรลุธรรมอีกหรือ” ต้าเต๋อตำหนิ
เอาอีกแล้ว!
มารกระดูกหมดคำพูด มันอยากตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด ตายไปยังดีกว่าให้ต้าเต๋อใช้ไม้เคาะมู่อวี๋ทรมานอยู่เช่นนี้!
“มนุษย์ก็เป็นเช่นนี้ ดึงดันยากจะเปลี่ยนตัวเอง มันเป็นเช่นนี้ เจ้าเองก็ไม่ต่าง”
อ้ายฉานจ้องมองต้าเต๋ออย่างตัดพ้อ “ต้าเต๋อ ผ่านมาตั้งนานแล้ว เจ้ายังไม่รับรู้ความรักมั่นคงไม่แปรเปลี่ยนที่ข้ามีต่อเจ้าอีกหรือ เจ้ายังไม่มีความคิดครองคู่กับข้าอีกหรือ”
พี่สาว เลิกพูดเสียทีได้หรือไม่?!
มารกระดูกได้ยินวาจาที่อ้ายฉานกล่าวแล้วน้ำตาพลันไหลพราก
เพราะทุกครั้งที่อ้ายฉานเอ่ยเช่นนี้ ผู้ที่ต้องโชคร้ายเป็นมันเสมอ!
ป๊อก!
ตามคาด ลมหายใจต่อมา ต้าเต๋อใช้ไม้เคาะมู่อวี๋เคาะศีรษะมารกระดูกอย่างบ้าคลั่ง เคาะไปสวดมนต์ไป ใช้เสียงสวดมนต์ปกปิดทำเหมือนเขาไม่ได้ยินที่อ้ายฉานกล่าว
“เฮ้อ มันเป็นเช่นนี้ เขาก็เป็นเช่นนี้ เจ้าก็ไม่ต่างไม่ใช่หรือ”
จู้จื่อมองมารกระดูกแล้วมองต้าเต๋อ สุดท้ายหันมองอ้ายฉาน ถอนหายใจพลางเอ่ย “ความรักที่ข้ามีต่อเจ้ายิ่งมั่นคงไม่ผันแปร เจ้าไม่เคยคิดครองคู่กับข้าบ้างหรือ”
รักสามเส้าเดนตายนี่ เริ่ม…อีกแล้ว!
ด้านข้าง พวกซีต่างปวดหัวกันหมด อ้ายฉาน ต้าเต๋อ จู้จื่อ สามคนนี้หัวรั้นไม่แพ้กัน ดื้อดึงกันถ้วนหน้า ความรักช่างทรมานยิ่งนัก!
“เรื่องบ้าอะไรกัน!”
อีกด้าน กู่เจียขมวดคิ้ว นี่มันเรื่องอะไรกัน เขาฟังแล้วยังอยากอัดคน หมดอารมณ์จิบชา!
อ้ายฉาน ต้าเต๋อ จู้จื่อ ความสัมพันธ์ของสามคนนี้ยุ่งเหยิงเกินไปแล้ว!
………………..