รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1340 หนึ่งเพลงฉิน ชำระจิตใจ
บทที่ 1340 หนึ่งเพลงฉิน ชำระจิตใจ
………………..
บทที่ 1340 หนึ่งเพลงฉิน ชำระจิตใจ
หลี่จิ่วเต้าแข็งแกร่งเกินไปจนพวกเขาสงสัยว่าอีกฝ่ายมาจากมิตินับล้านอันแข็งแกร่งแห่งอื่น เวยเทียน อวี้กู่ และยอดฝีมือคนอื่นต่างจับจ้องไปทางหลี่จิ่วเต้า หมายอยากได้ยินคำตอบ
น่าเสียดายที่ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามเหล่านั้น
“ถามอันใดมากมาย!”
หลี่จิ่วเต้าโจมตี คร้านจะพูดให้มากความ เพราะพูดมากไปก็ไร้ประโยชน์
“ถูกต้อง ถามอันใดมากมาย ถามไปเขาก็เป็นลูกเขยผู้ไร้เทียมทานของข้าอยู่ดี!”
สุยถานที่อยู่ด้านข้างตะโกนออกมา
“ท่านพ่อ หยุดพูดได้แล้ว!”
ใบหน้าสุยซินดำคล้ำ บิดาของนางหมกหมุ่นเกินไปแล้ว ดำดิ่งจนไม่อาจออกมาจากจินตนาการได้ นางรู้สึกอับอายยิ่งนัก!
ตู้ม!
เสียงดังสนั่นระเบิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า เวยเทียน อวี้กู่ และยอดฝีมือทั้งหมดต่างพุ่งเข้าปะทะกับหลี่จิ่วเต้าอย่างดุเดือด!
การต่อสู้นี้น่าสะพรึงอย่างแท้จริง!
พึงรู้ว่าเพื่อจัดการกับพวกสุยถาน ยอดฝีมือแทบทั้งมิติสังหารฟ้าถูกเกณฑ์ตัวมา นับเป็นขุมพลังอันน่าหวาดหวั่นแน่นอน
พวกอวี้กู่เองก็ไม่ได้ย่ำแย่ พลังแข็งแกร่งยิ่งกว่าพวกเฟิงข่งเสียด้วยซ้ำ
พวกเขาร่วมมือกันโจมตี พลังย่อมน่าพรั่นพรึงอย่างไม่ต้องสงสัย
น่าเสียดายที่พวกเขาเผชิญหน้ากับหลี่จิ่วเต้า!
ด้วยพลังสมบัติทั้งหมดในร่าง หลี่จิ่วเต้าทรงพลังอย่างยิ่งยวด กวาดล้างการโจมตีทั้งหมดด้วยการโบกมือ
ร่างเขาไร้ประกาย ไร้รัศมียอดฝีมือ ไร้ความพิเศษ ไม่แตกต่างจากปุถุชนทั่วไป แต่กลับน่าสะพรึงกลัวยิ่ง ต่อหน้าการโจมตีร่วมของเวยเทียน อวี้กู่ และเหล่ายอดฝีมือ เขายังคงมีท่าทางสบาย ๆ ไม่กดดันสักนิด
พวกเวยเทียนลงมืออย่างบ้าคลั่ง แต่กลับไม่อาจแตะผมสักเส้นของหลี่จิ่วเต้าได้
สุยซินมองหลี่จิ่วเต้าพลางขบคิด
นอกจากนี้ นางยังสงสัยในตัวตนหลี่จิ่วเต้ามากขึ้น อยากรู้ว่าเขาเป็นใครกันแน่ เหตุใดจึงแข็งแกร่งเพียงนี้?
ถึงขั้นสงสัยว่าหลี่จิ่วเต้ามาจากมิตินับล้านเดียวกันกับพวกนางหรือไม่!
ในมิตินับล้านของพวกเขา มิติต้นกำเนิดคือมิติที่แข็งแกร่งที่สุด ปราชญ์อาวุโสส่วนใหญ่ล้วนมาจากมิติต้นกำเนิด
เนื่องจากเป็นสถานที่ที่เหล่าปราชญ์อาวุโสถือกำเนิด มิติแห่งนั้นจึงถูกเรียกว่ามิติต้นกำเนิด
และเป็นเพราะปราชญ์อาวุโสเหล่านั้นออกจากมิติต้นกำเนิด ทำให้มิติต้นกำเนิดแห้งขอดลง รากฐานสลายหายไป หลังจากเหล่าปราชญ์อาวุโสสิ้นชีพในสนามรบ ร่างศพจึงหวนกลับคืนมิติต้นกำเนิด มอบพลังกลับคืนให้มิติต้นกำเนิดได้หล่อเลี้ยงผู้แข็งแกร่งกว่าเดิมออกมา
แต่มิติต้นกำเนิดแห้งขอดมากเกินไป การฟื้นฟูไม่ได้ง่ายดายปานนั้น ยามนี้มิติต้นกำเนิดเพิ่งแสดงสัญญาณการฟื้นตัว
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ไม่ต้องพูดถึงการให้กำเนิดผู้แข็งแกร่งเช่นหลี่จิ่วเต้าเลย กระทั่งหล่อเลี้ยงให้คนเข้าสู่ขอบเขตบ่อเกิดหยินยังเป็นเรื่องยาก!
แต่สุดท้ายกลับมีผู้แข็งแกร่งเช่นหลี่จิ่วเต้าโผล่ออกมา นี่ทำให้นางคิดว่าเขาอาจมาจากมิตินับล้านอื่น ไม่ได้มาจากมิตินับล้านเดียวกับพวกตน
“เช่นนี้ไม่ดีแน่!”
สุยซินขมวดคิ้วเรียว หวังอย่างยิ่งว่าหลี่จิ่วเต้าจะเป็นคนมิตินับล้านเดียวกับพวกนาง เขาลึกลับไม่อาจหยั่งถึง หากกล่าวถึงผู้นำพามิตินับล้านของพวกเขาให้รอดพ้นจากวิกฤตการคัดออก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหน้าที่นั้นต้องตกเป็นของหลี่จิ่วเต้า
หลี่จิ่วเต้าคือความหวังใหญ่ที่สุด มีความเป็นไปได้ที่จะไปถึงขอบเขตบ่อเกิดหยินหยาง และเข้าสู่ขอบเขตบ่อเกิดชีวิต
เมื่อหลี่จิ่วเต้าบรรลุขอบเขตบ่อเกิดชีวิต มิตินับล้านของพวกเขาก็จะไม่ถูกคัดออก
ศักราชล้างบางครั้งแรก มีผู้หนึ่งก้าวขึ้นสู่ขอบเขตบ่อเกิดชีวิต นั่นนับว่ารอดพ้นจากการถูกคัดออกแล้ว
ทว่าตอนนี้ดูเหมือนความหวังมีโอกาสพังทลายลง!
เนื่องจากมีความเป็นไปได้สูงที่หลี่จิ่วเต้าไม่ได้อยู่ฝั่งพวกนาง แต่มาจากมิตินับล้านอื่น!
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังต่อเนื่อง หลี่จิ่วเต้ายังคงเพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ ระหว่างนั้นยอดฝีมือคนแล้วคนเล่าก็ถูกสยบ ได้รับบาดเจ็บหนัก สูญเสียความสามารถในการต่อสู้
“ไป…อั่ก!”
“ไปเร็ว!”
เวยเทียน อวี้กู่ และยอดฝีมือคนอื่นต่างวิ่งหนีสุดชีวิตอย่างไม่ลังเล
หลี่จิ่วเต้าเหนือชั้นมากกว่าพวกเขาเกินไป ไม่ใช่ผู้ที่พวกเขาสามารถต่อกรได้ หากยังไม่จากไป ต้องถูกชายหนุ่มจัดการจนหมดสิ้นแน่!
นี่ทำให้พวกเขาไม่เต็มใจอย่างถึงที่สุด เห็นได้ชัดว่าพวกเขาใกล้จะประสบความสำเร็จแล้ว ทว่าหลี่จิ่วเต้ากลับโผล่มากะทันหัน ทำให้แผนการพวกเขาล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เช่นนี้พวกเขาจะเต็มใจได้อย่างไร!
แต่ไม่เต็มใจไปก็ไร้ประโยชน์ เพราะพวกเขาไม่มีความหวังใดในการเอาชนะหลี่จิ่วเต้า อย่าว่าแต่สู้ให้ชนะเลย ตอนนี้คิดเพียงหนีให้รอดก็พอแล้ว
เนื่องจากความแข็งแกร่งที่หลี่จิ่วเต้าสำแดงออกมาน่าสะพรึงกลัวเกินไป คิดหลบหนีให้พ้นนับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย!
ความจริงพวกเขาคิดถูกแล้ว คิดหนีจากหลี่จิ่วเต้าไม่ใช่เรื่องง่าย พวกเขาเพิ่งแยกย้ายออกไป หลี่จิ่วเต้าก็ลงมือเรียบร้อย!
เพียงแค่คิด พลังอันไร้ขอบเขตก็ปรากฏขึ้น กักขังพวกเขาทั้งหมดเอาไว้ในทันที!
ทั้งหมดต่างถูกตรึงอยู่กับที่ ไม่อาจเคลื่อนไหวได้ ต่อให้ระเบิดออกมาอย่างไรก็ไม่ได้ผล ไม่อาจทำลายการกักขังของหลี่จิ่วเต้า
พวกเวยเทียนอดตื่นตระหนกไม่ได้ ดูจากพลังที่เผชิญในตอนนี้แล้ว หลี่จิ่วเต้าอย่างน้อยก็อยู่ขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางเต็มตัวแล้ว!
หากหลี่จิ่วเต้าไม่ได้อยู่ในขอบเขตบ่อเกิดหยินหยาง ย่อมไม่มีทางแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ กระทั่งขอบเขตบ่อเกิดหยางวรรณะเก้าก็ทำไม่ได้ ไม่มีทางกักขังพวกเขาทั้งหมดเอาไว้ง่าย ๆ เช่นนี้!
“ดูเสีย ข้าบอกแล้ว ภายใต้จินตนาการของข้า ลูกเขยข้าไร้เทียมทาน พวกเจ้าไม่มีทางต่อกรกับลูกเขยข้าได้!”
สุยถานหัวเราะยกใหญ่
เหล่ายอดฝีมือที่อยู่ด้านข้างเขาปาดเหงื่อ ขอร้องไม่ให้สุยถานพูดอันใดอีก
หากหลี่จิ่วเต้ามีใจให้สุยซินก็นับว่าดีไป แต่หากไม่ การเอ่ยเรียกลูกเขยอย่างตรงไปตรงไปมาของสุยถาน อาจยั่วยุให้หลี่จิ่วเต้าโกรธเอาได้!
หลี่จิ่วเต้าไม่ได้สังหารเวยเทียน อวี้กู่ และเหล่ายอดฝีมือ เพราะเขาไม่รู้ว่าตนเองไปถึงมาตรฐานหรือไม่ หากไม่ เขาก็อยากใช้พวกเวยเทียนเป็นเครื่องสังเวยยื้อเวลาให้มิตินับล้าน
เวยเทียน อวี้กู่ และเหล่ายอดฝีมือล้วนสมควรตาย โชคดีที่เขาแข็งแกร่งพอสยบคนทั้งหมด หากแข็งแกร่งไม่พอ พวกเวยเทียนย่อมไม่มีทางปล่อยเขาไป การสังเวยคนเหล่านี้ เขาหาได้รู้สึกแย่แต่อย่างใด
จากนั้นหลี่จิ่วเต้าก็หมุนตัวกลับไป
“ลูกเขยข้า ทำได้ยอดเยี่ยมนัก!”
สุยถานแย้มยิ้มพร้อมตบไหลหลี่จิ่วเต้า “เอาละ ตอนนี้ข้าตายได้โดยไร้ความเสียใจ ทุกสิ่งล้วนสมปรารถนาในภาพหลอนของข้าแล้ว!”
“ท่านลุง นี่ไม่ใช่ภาพหลอนของท่าน!”
หลี่จิ่วเต้าอับจนหนทาง เขาต่อสู้เสร็จแล้ว แต่สุยถานยังคงไม่ก้าวออกมา!
“ทุกอย่างจบลงแล้ว ยังจะโน้มน้าวข้าอีกหรือ?”
สุยถานเอ่ย “ความดื้อรั้นของข้าฝังลึกอย่างแท้จริง ถึงกับรวมเข้าในจินตนาการเช่นนี้ แม้ทุกอย่างจบลงแล้ว แต่ยังคงพยายามโน้มน้าวข้าไม่หยุด!”
“…”
หลี่จิ่วเต้าพูดไม่ออก สุยถานดื้อรั้นจริง ๆ!
“เอาละ ให้ข้าเล่นสักหนึ่งเพลง ปลุกท่านลุงให้ตื่นขึ้นเถิด”
ชายหนุ่มหยิบฉินอี๋อินออกมา เล่นเพลงที่สามารถชำระจิตใจได้
ด้วยพลังสมบัติในร่างของหลี่จิ่วเต้า บทเพลงที่เขาบรรเลงออกมาจึงอยู่ในระดับสูงสุด เชื่อว่าหลังจบเพลงแล้วย่อมชำระจิตใจให้กระจ่างใสได้
ภายใต้บทเพลงนี้ มีพลังไร้ลักษณ์แผ่ออกไป ดวงตาสุยถานสว่างขึ้นเรื่อย ๆ จิตใจกระจ่างใส ความคิดเกิดการเปลี่ยนแปลง
ความดื้อรั้นและยึดมั่นของเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว เขาเริ่มมองเห็นและพินิจทุกอย่าง หาได้เชื่อมั่นว่าเป็นภาพหลอนอีกต่อไป
สุดท้ายหลังหลี่จิ่วเต้าเล่นจบเพลง เขาก็ตระหนักรู้ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่คิดว่านี่เป็นภาพหลอนอีกต่อไป!
“ทุกสิ่งเป็นความจริง ไม่ใช่ภาพหลอน!”
ดวงตาสุยถานเปล่งประกาย เต็มไปด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าสุยซินจะได้พบกับผู้ทรงพลังเช่นหลี่จิ่วเต้า!
ขณะเดียวกัน เขาเองก็อดเขินอายไม่ได้ คิดถึงช่วงก่อนหน้านี้ที่เขาดำดิ่งคิดว่าเป็นเพียงภาพหลอน เอ่ยปากเรียกลูกเขยคำแล้วคำเล่า ช่างน่าอับอายเสียจริง!
“ขออภัย ก่อนหน้านี้ข้ายึดมั่นเกินไป คิดว่าทุกสิ่งเป็นภาพหลอนก่อนตายของข้า จึงไม่อาจก้าวออกมาได้ เอาแต่พูดเรื่องไร้สาระ!”
เขาขอโทษครั้งแล้วครั้งเล่า
“ไม่เป็นอันใด เปลี่ยนเป็นผู้อื่นก็อาจเป็นเช่นนี้ ข้าเข้าใจ” หลี่จิ่วเต้าว่า
สุยถานถลำลึกไม่อาจออกมาได้นับเป็นเรื่องปกติยิ่ง อย่างไรเสียก่อนหน้านี้เขาก็อยู่ในสภาพจวนเจียนใกล้ตาย การกลับฟื้นมาอย่างกะทันหันทำให้คนรู้สึกว่าทั้งหมดเป็นเพียงภาพหลอน
หากไม่ใช่เพราะเขาเล่นเพลงชำระจิตใจ การที่สุยถานจะหลุดพ้นออกมานับเป็นเรื่องยากอย่างแท้จริง สุยถานดื้อรั้นถึงเพียงนั้น เมื่อปักใจเชื่อแล้วก็ยากจะแปรเปลี่ยน
“ข้าขอถามเกี่ยวกับตัวตนที่มาของท่านได้หรือไม่?”
สุยถานเอ่ยถามหลี่จิ่วเต้าด้วยสีหน้าจริงจัง
หลังจากเขาถาม สุยซินและยอดฝีมือคนอื่นพลันตึงเครียดขึ้นมา กลัวว่าหลี่จิ่วเต้าจะไม่ได้มาจากมิตินับล้านของตน แต่มาจากมิตินับล้านอื่น
“ข้าหรือ ข้าไม่มีตัวตนหรือที่มาอันใด เป็นเพียงปุถุชนธรรมดายิ่งผู้หนึ่ง” หลี่จิ่วเต้าเอ่ย
เขาอยู่ในมิตินับล้านแห่งนี้อย่างไม่ต้องสงสัย ตัวเขาทะลุมิติมาจากดาวเคราะห์สีฟ้า และดาวเคราะห์สีฟ้าก็อยู่ในมิตินับล้านแห่งนี้ ทว่าเขาไม่มั่นใจว่าจะช่วยเหลือมิตินับล้านให้รอดพ้นจากวิกฤตการคัดออกหรือไม่
อย่างไรเสียพลังที่เขาครอบครองก็ไม่ใช่ของตนเอง แต่มาจากเหล่าสมบัติ
ขณะเดียวกันก็ไม่รู้ด้วยว่าพลังของเหล่าสมบัติไปถึงมาตรฐานหรือไม่
นอกจากนี้ต่อให้พลังสมบัติถึงมาตรฐาน แต่จะนับว่าเป็นพลังของเขาหรือไม่
เพราะสุดท้ายพลังสมบัติก็มาจากบรรพจารย์ฝู และบรรพจารย์น่าจะไม่ได้อยู่ในมิตินับล้านแห่งนี้
สมบัติที่บรรพจารย์ฝูมอบให้พวกเขาทรงพลังถึงเพียงนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบรรพจารย์ฝูต้องทรงพลังยิ่งกว่า หากบรรพจารย์ฝูมาจากมิตินับล้านแห่งนี้ย่อมทำให้มิตินับล้านแห่งนี้ไปถึงมาตรฐานแล้ว
แต่ยามนี้มิตินับล้านกลับยังเผชิญหน้ากับวิกฤตการคัดออก แสดงให้เห็นว่าบรรพจารย์ฝูมีโอกาสอย่างมากที่จะไม่ได้มาจากมิตินับล้านแห่งนี้ แต่มาจากมิตินับล้านอื่น
หนทางเดียวที่จะพิสูจน์ได้คือการไปยังศิลาต้นกำเนิดการฝึกตน
“ไป พวกเราไปที่ศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนกัน ลองดูว่าสามารถทิ้งตราประทับไว้ได้หรือไม่”
หลี่จิ่วเต้ากล่าว เสนอให้ไปที่ศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนเพื่อลองดูก่อน
หลังได้ยินคำพูดของชายหนุ่มแล้ว พวกสุยถานอดตื่นเต้นไม่ได้ หลี่จิ่วเต้าจะพาพวกเขาไปลองศิลาต้นกำเนิด นี่หมายความว่าอีกฝ่ายมาจากมิตินับล้านของพวกเขา
หากไม่ใช่คนทางฝั่งพวกเขา เช่นนั้นก็ไม่มีความจำเป็นต้องไปลองเลย!
“เจ้าฝึกตนมาเช่นไร?”
ระหว่างทาง สุยซินอดถามหลี่จิ่วเต้าไม่ได้
หลี่จิ่วเต้าเป็นคนฝั่งพวกเขา นี่ทำให้นางสงสัยอย่างถึงที่สุด อยากรู้ว่าหลี่จิ่วเต้าฝึกตนจนถึงขอบเขตสูงล้ำเช่นนี้ได้อย่างไร
“ข้าไม่ได้ฝึกตน” หลี่จิ่วเต้าตอบ
เขาไม่ได้โกหกสุยซินและไม่ได้ตั้งใจเสแสร้งอันใด เพราะเขาไม่เคยฝึกตนจริง ๆ และมันก็เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด
“อ๊า! เจ้าต้องเป็นปราชญ์อาวุโสสักคนแน่!”
ได้ยินหลี่จิ่วเต้าเอ่ยว่าไม่ฝึกตน สุยซินก็นึกถึงปราชญ์อาวุโสขึ้นมาทันที!
นางคิดว่าเขาคือปราชญ์อาวุโสที่ยังไม่ตาย!
“ใช่แล้ว เจ้าต้องเป็นปราชญ์อาวุโสที่บรรลุเข้าขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางแน่!”
สุยถานเองก็อดพูดไม่ได้
มิตินับล้านของพวกเขายังนับว่าไม่เลว ครั้งหนึ่งเคยมีปราชญ์อาวุโสก้าวขึ้นไปยังขอบเขตบ่อเกิดหยินหยาง น่าเสียดาย ปราชญ์อาวุโสท่านนั้นถูกมิตินับล้านอื่นสังหารและสังเวยไปแล้ว
แต่ฟังจากคำตอบของหลี่จิ่วเต้า เขาอาจเป็นปราชญ์อาวุโสที่เข้าสู่ขอบเขตบ่อเกิดหยินหยาง ปราชญ์ผู้นั้นไม่ได้ตายและถูกสังเวย บัดนี้ได้หวนกลับมาแล้ว
“ไม่ใช่ ข้าไม่ได้แก่เพียงนั้น ยังหนุ่มยังแน่น”
หลี่จิ่วเต้าหัวเราะ “เอาละ พวกเจ้าอย่าได้คาดเดาให้วุ่นวายเลย ข้าเพียงพบวาสนาการเปลี่ยนแปลง อืม มีผู้อาวุโสท่านหนึ่งมอบวาสนาการเปลี่ยนแปลงให้”
“บรรพจารย์ฝู?” สุยซินถาม
หลี่จิ่วเต้าเคยบอกนางเรื่องบรรพจารย์ฝู แต่ก็ไม่ได้พูดอันใดมากมายนัก
“อืม เป็นบรรพจารย์ฝู”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ย “แต่เรื่องเกี่ยวกับบรรพจารย์ฝู ข้าไม่ค่อยรู้มากนัก ไม่รู้ว่าบรรพจารย์ฝูเป็นผู้ใดและมีภูมิหลังอย่างไร”
สำหร้บเรื่องนี้เขาไม่รู้จริง ๆ บรรพจารย์ฝูลึกลับเกินไป และไม่ได้พูดอันใดกับเขามากนัก
ยามนี้ เรื่องของบรรพจารย์ฝู เขามีเพียงการคาดเดาเท่านั้น
“เข้าใจแล้ว”
สุยซินไม่ได้ถามอันใดอีก หลี่จิ่วเต้าเอ่ยปากถึงขนาดนี้แล้ว นางถามอีกย่อมไม่ได้รับคำตอบ มีเพียงแต่ทำให้รำคาญใจขึ้นมา
ใช้เวลาชั่วครู่ พวกเขาก็มาถึงศิลาต้นกำเนิดการฝึกตน
“ระวังตัวด้วย มีมิตินับล้านจำนวนมากดักซุ่มโจมตีอยู่ที่นี่!”
สุยถานกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “มาตรฐานที่ต้นกำเนิดการฝึกตนกำหนดชัดเจนมาก ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ไม่อาจทิ้งตราประทับเอาไว้ได้ แต่ด้วยเหตุนี้ จึงมีมิตินับล้านจำนวนมากที่ไม่เต็มใจ ต้องการมาลองทดสอบดูว่าทิ้งตราประทับเอาไว้ได้หรือไม่ โดยเหล่ายอดฝีมือทั้งหมดในมิตินับล้านจะรวมตัวกันถ่ายทอดพลังเข้าไปในร่างคนผู้หนึ่งให้ลองตราประทับดู”
ขอเพียงทิ้งตราประทับเอาไว้บนศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนได้ เช่นนั้นก็นับว่าผ่านแล้วและไม่ถูกคัดออก มิตินับล้านจำนวนมากจึงมาที่นี่เพื่อคิดลองหาวิธีต่าง ๆ
“นี่ทำให้มิตินับล้านบางส่วนเกิดความคิดอื่นขึ้นมา พวกเขาซุ่มรออยู่ที่นี่เพื่อออกล่าเหล่ายอดฝีมือที่ไปทดลอง”
สุยถานรู้สถานการณ์ดี
เขากล่าวว่านี่เป็นเพียงหนึ่งในอันตราย และยังมีสถานการณ์ที่อันตรายมากกว่านี้อยู่!
………………..