รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1338 บิดาสุยซิน ‘หลี่จิ่วเต้ามองแล้วซื่อสัตย์และเชื่อถือได้!’
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1338 บิดาสุยซิน ‘หลี่จิ่วเต้ามองแล้วซื่อสัตย์และเชื่อถือได้!’
บทที่ 1338 บิดาสุยซิน ‘หลี่จิ่วเต้ามองแล้วซื่อสัตย์และเชื่อถือได้!’
………………..
บทที่ 1338 บิดาสุยซิน ‘หลี่จิ่วเต้ามองแล้วซื่อสัตย์และเชื่อถือได้!’
ด้วยพลังของสมบัติทั้งหลาย ทุกด้านของหลี่จิ่วเต้าเฉียบคมอย่างถึงที่สุด หากมีอันตรายใดย่างกรายเข้ามา เขาย่อมสัมผัสได้ล่วงหน้า
ทว่าการโจมตีของพวกเฟิงข่งกลับไม่ได้นำพาความรู้สึกอันตรายใดมาให้เขา
ขณะนั้นเอง เขารู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้น
“มาบรรเลงเพลงสวดศพกัน!”
สีหน้าเขาสงบนิ่ง หยิบปี่สั่วน่าออกมาเป่า
พริบตาที่เสียงปี่สั่วน่าดังขึ้น ปรากฏพลังอันน่าสะพรึงไร้ขอบเขต เสือทองคำขาวส่งเสียงครวญชวนหวาดหวั่น จมดิ่งลงไปในเสียงปี่สั่วน่าทันที ถูกครอบงำจนจมดิ่ง!
พวกเฟิงข่งเองก็ได้รับผลกระทบจากเสียงปี่สั่วน่าเช่นกัน!
พวกเขาทั้งหมดต่างหยุดร่างที่กำลังพุ่งไปเบื้องหน้า เสียงปี่สั่วน่าเจาะเข้าไปในส่วนลึกวิญญาณพวกเขาโดยตรง ทำให้พวกเขาอดน้ำตาไหลไม่ได้ เศร้าโศกอย่างถึงที่สุด คิดถึงยามคนใกล้ชิดต้องจากไป
กระดาษเงินกระดาษทองโปรยปรายลงจากฟ้า โลงศพลอยเข้ามาในครรลองจักษุ มหาค่ายกลกฎวิถีที่นี่ไม่ทำงาน ถูกสยบลงโดยสมบูรณ์
โฮก!
เสือทองคำขาวส่งเสียงคำรามยาว หลุดออกมาจากความโศกเศร้า ในใจมันยังคงมีความหวาดกลัว เหงื่อเย็นเยียบหลั่งริน หลี่จิ่วเต้าบรรเลงเพลงใดกัน น่าพรั่นพรึงเกินไปแล้ว ทำให้มันจมดิ่งโดยตรง แทบไร้หนทางออกจากความโศกเศร้าได้
เฟิงข่งและยอดฝีมือต่างระเบิดพลังออกมาสุดชีวิต ทยอยหลุดพ้นจากความโศกเศร้า พวกเขาต่างตื่นตะลึงและอดหวาดกลัวไม่ได้ ก่อนหน้านี้ประเมินหลี่จิ่วเต้าไว้สูงแล้ว แต่เห็นได้ชัดว่ายังคงต่ำเกินไป หลี่จิ่วเต้าแข็งแกร่งกว่าที่พวกเขาคาดเอาไว้!
บนใบหน้าพวกเขายังคงมีคราบน้ำตา นี่แทบเป็นไปไม่ได้เลย พวกเขาไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าตนเองไม่ได้ร้องไห้มานานเท่าใดแล้ว แต่หลี่จิ่วเต้าเพิ่งเล่นปี่สั่วน่า ความเศร้าโศกในใจทั้งหมดพลันถูกดึงดูดออกมา ภาพคนใกล้ชิดที่จากไปปรากฏขึ้นในหัวพวกเขา
ผู้แข็งแกร่งเช่นพวกเขา ภายในใจเองก็มีความโศกศัลย์ บนเส้นทางการฝึกตนยากยิ่งที่จะเดินได้อย่างราบรื่น คนใกล้ชิดจำนวนมากของพวกเขาไม่อาจก้าวเดินต่อจนสุดทางได้ ตายจากไประหว่างทาง
สิ่งนี้ทำให้พวกเขาโกรธอย่างถึงที่สุด เต็มไปด้วยจิตสังหารอันแรงกล้าต่อหลี่จิ่วเต้า
ความโศกเศร้าเหล่านั้นล้วนถูกพวกเขาฝังลงไปยังส่วนลึกสุดในจิตใจ เป็นความทรงจำที่พวกเขาไม่ต้องการสัมผัสมากที่สุด แต่ยามนี้กลับถูกหลี่จิ่วเต้าดึงออกมา ทำให้โทสะพลุ่งพล่านจนทนไม่ไหว!
“ตาย!”
พวกเขาคำราม สีหน้าดุร้าย จิตสังหารทบทวีกว่าก่อนหน้า พวกเขาจะทำให้หลี่จิ่วเต้าต้องชดใช้อย่างสาสม มีชีวิตอยู่ไม่สู้ตาย!
เสือทองคำขาวกระโจนไปข้างหน้า มันเป็นเผ่าต่าง ไม่ใช่สัตว์ร้าย ร่างกายถูกสร้างขึ้นจากแร่ฝึกตนอันแข็งแกร่ง ร่างกายถือได้ว่าเป็นสุดยอดศาสตรา
มันฉีกกระชากความว่างเปล่าด้วยจิตสังหารล้นฟ้า ร่างเสือทองคำขนาดยักษ์ทอประกายโลหะ คมเขี้ยวประหนึ่งใบมีด หมายกัดหลี่จิ่วเต้า!
เสียงปังดังขึ้น โลงศพพุ่งเข้าใส่ร่างมัน ทำให้มันวิงเวียนศีรษะ ภายในดวงตาคล้ายมีดวงดาราหมุนโคจร บนร่างปรากฏรอยแตกบริเวณที่ถูกโจมตี ของเหลวโลหะไหลออกมา
พวกเฟิงข่งเองก็เผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นเดียวกัน จิตสังหารพวกเขาล้นฟ้า ใช้พลังและวิชาอันแข็งแกร่งออกมา แต่ทุกคนกลับถูกโลงศพลอยมาปิดกั้นพลังทั้งหมดเอาไว้
สีหน้าพวกเขาแปรเปลี่ยนเป็นอย่างมาก รูม่านตาหดแคบลง หลี่จิ่วเต้าน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้? ทั้งบทเพลงที่เล่นออกมา และโลงศพที่สกัดกั้นการโจมตีทั้งหมดของพวกเขา
“ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนั้น!”
เฟิงข่งคำราม ร่างกายเปล่งแสงเจิดจ้ามากขึ้น เขาเรียกธงเปื้อนโลหิตออกมา ธงโบกสะบัดทำให้ทั้งฟ้าดินสั่นสะเทือน
จากนั้นเขาถือธงเปื้อนโลหิตพุ่งตรงไปเบื้องหน้า
“ธุลีสู่ธุลี ธรณีสู่ธรณี ความตายคือโชคชะตาของเจ้า อย่าได้ดิ้นรน!”
เสียงเก่าแก่ดังจากโลงศพ ทันใดนั้นฝาโลงพลันเปิดออก สองร่างเดินออกมาจากด้านใน หนึ่งขาวหนึ่งดำ กระบองไว้ทุกข์ในมือพุ่งใส่เฟิงข่ง
นี่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงโลงศพที่อยู่เบื้องหน้าเฟิ่งขง แต่เกิดขึ้นกับทุกโลงศพ ด้านในมีเสียงดังออกมา ก่อนฝาโลงจะเปิด เผยให้เห็นหนึ่งร่างขาวหนึ่งร่างดำถือกระบองไว้ทุกข์เหมือนกัน
ปี่สั่วน่าส่งศพ อิงตามความคิดหลี่จิ่วเต้า ทั้งกระดาษเงินกระดาษทอง โลงศพ และเฮยไป๋อู๋ฉางปรากฏตัว
ตู้ม!
เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง สงครามครั้งใหญ่เต็มรูปแบบปะทุขึ้น พวกเฟิงข่งต่างเข้าปะทะกับเฮยไป๋อู๋ฉาง
ยิ่งต่อสู้พวกเขายิ่งพรั่นพรึง เฮยไป๋อู๋ฉางน่าหวาดกลัวเกินไป การโจมตีหรือวิชาใดที่พวกเขาระเบิดออกมา กลับไม่อาจทำสิ่งใดกับเฮยไป๋อู๋ฉางได้ ถูกสกัดกั้นจนสลายหายไปอย่างง่ายดาย
สิ่งนี้ทำให้พวกเขาไม่อยากเชื่อ ในใจปรากฏความคิดอันน่ากลัว คิดว่าหลี่จิ่วเต้าอาจก้าวไปถึงขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางแล้ว!
หากไม่ใช่เช่นนั้น เขาคงไม่อาจน่ากลัวถึงขั้นนี้!
“ไป!”
พวกเขาไม่ลังเล ล้วนต้องการหนี หลี่จิ่วเต้าน่าสะพรึงเกินไป มองไม่เห็นความหวังในการเอาชนะเลยสักนิด หากยังอยู่ต่อ เกรงว่าพวกเขาได้แต่ถูกหลี่จิ่วเต้ากำราบอยู่ฝ่ายเดียวแล้ว
ทว่าพวกเขาทำไม่สำเร็จ ถูกเฮยไป๋อู๋ฉางจับยัดเข้าใส่โลง!
จากนั้นฝาโลงก็ปิดลง พวกเขาถูกขังเอาไว้ด้านใน!
ทั้งหมดพยายามระเบิดพลังออกมา ใช้พลังและวิชาจนหมดสิ้น หมายจะออกจากโลงศพให้ได้ แต่กลับไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง กระทั่งสั่นคลอนโลงศพยังทำไม่ได้!
พลังพิเศษที่ไหลเวียนด้านในโลงกวาดล้างพลังพวกเขาจนสิ้น สุดท้ายเมื่อฝาโลงเปิดออก พวกเขาต่างถูกโยนร่วงลงไปกองบนพื้น
นี่เป็นหลี่จิ่วเต้าที่ยอมปล่อย ไม่เช่นนั้นพวกเขาทั้งหมดต้องถูกพลังในโลงทำลายจนตายอย่างสมบูรณ์แล้ว
“ตามคาด ไม่มีภัยคุกคามหรือแรงกดดันใด”
หลี่จิ่วเต้าเก็บปี่สั่วน่า ไม่มีความรู้สึกกดดันหรือถูกคุกคาม พวกเฟิงข่งยังไม่ทันแตะต้องตัวเขาก็ถูกสยบลงอย่างสมบูรณ์
“หากรู้แต่แรกว่าพวกเจ้าอ่อนแอเพียงนี้ เหตุใดก่อนหน้านี้ข้าถึงต้องทำตัวยุ่งยากด้วยนะ บุกเข้าไปตรง ๆ ก็จบแล้ว”
หลี่จิ่วเต้าส่ายศีรษะ ก่อนหน้านี้เขายังกังวลว่าตนเองอาจต่อกรกับพวกเฟิงข่งไม่ได้ แต่แท้จริงแล้วพวกเฟิงข่งกลับอ่อนแอมาก
ถ้ารู้ตั้งแต่แรก ก่อนหน้านี้เขาคงไม่จำเป็นต้องทำเรื่องยุ่งยาก แต่จะพาสุยซินฝ่าเข้าไปโดยตรง
‘บรรพจารย์ฝูคือผู้ใดกัน? มีที่มาเช่นไร?’
เขาถอนหายใจ รำพึงถึงความแข็งแกร่งของบรรพจารย์ฝู สมบัติที่ทิ้งเอาไว้ให้เขานั้นทรงพลังเกินไปจริง ๆ กระทั่งยอดฝีมืออย่างพวกเฟิงข่งยังไม่อาจต่อกรได้ ถูกจัดการลงอย่างง่ายดาย
เขาเก็บงำอารมณ์ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาทอดถอนใจ เรื่องเร่งด่วนคือการทราบถึงสถานการณ์ของพวกบิดาสุยซิน
ที่เขาไม่ได้สังหารพวกเฟิงข่งก็เพราะอยากรู้เรื่องนี้
ชายหนุ่มค้นวิญญาณพวกเฟิงข่ง ตรวจสอบความทรงจำวิญญาณคนทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็รู้สถานการณ์ของพวกบิดาสุยซิน
“เกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ!”
สีหน้าเขาเคร่งขรึม บิดาสุยซินกับยอดฝีมือคนอื่นถูก ‘ขาย’ ไปแล้ว พวกอวี้กู่ร่วมมือกับยอดฝีมือมิติสังหารฟ้าเพื่อจัดการกับบิดาสุยซิน
นอกจากนี้เขายังได้รู้ถึงสถานการณ์อื่น ๆ อีกด้วย
“พวกเขาต้องการสังเวยสิ่งมีชีวิตมิตินับล้าน ดังนั้นจึงส่งทูตไปยังมิตินับล้าน แต่ทูตไม่มีการติดต่อกลับมา พวกเขาเลยส่งกู่เจียไปยังมิตินับล้านเพื่อดูว่าเหตุใดจึงล่าช้านัก”
หลังรู้เรื่องนี้ เขาพลันนึกถึงพวกซีขึ้นมาทันที หากมีใครในมิตินับล้านสามารถจัดการทูตได้ ย่อมต้องเป็นพวกซี
“ไม่เป็นอันใด จะไม่เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับพวกเขา กู่เจียสร้างปัญหาใดไม่ได้”
เขาออกจากที่นี่ไปรวมตัวกับสุยซิน ไม่กังวลถึงความปลอดภัยของพวกซี
หากเป็นก่อนหน้านี้เขาอาจจะกังวล แต่ตอนนี้เขาไม่กังวลสักนิด
สมบัติที่บรรพจารย์ฝูทิ้งเอาไว้ทรงพลังเกินไป เขาทิ้งสมบัติให้พวกซีหกชิ้น ด้วยสมบัติทั้งหก ไม่ต้องกล่าวถึงแค่กู่เจียคนเดียว ต่อให้มีกู่เจียสิบคนก็ไม่เพียงพอ ถูกกำหนดให้โดนสมบัติทั้งหกชิ้นจัดการได้อย่างง่ายดาย
เขากลับมาหาสุยซินอย่างรวดเร็ว หลังสุยซินเห็นเขากลับมา ความกังวลตึงเครียดทั้งหมดก็หายไป
นางกระโจนใส่หลี่จิ่วเต้าด้วยความตื่นเต้น
“อย่าขยับ บุรุษสตรีไม่ควรใกล้ชิด!”
ชายหนุ่มรีบหลบ “ข้ารู้ว่าตัวเองมีเสน่ห์มาก แต่หวังว่าเจ้าจะควบคุมตนเองได้!”
“หลงตัวเองให้น้อยลงเถิด!”
สุยซินถลึงตาใส่หลี่จิ่วเต้า เนื่องจากนางดีใจที่ได้เห็นเขากลับมาอย่างปลอดภัยจึงกระโจนใส่ ไม่ได้มีความชื่นชอบหรือมีเจตนาใดกับหลี่จิ่วเต้า
แต่หากกล่าวลึกลงไป นางไม่ยอมรับก็ไม่ได้ หลี่จิ่วเต้ามีเสน่ห์มากอย่างแท้จริง ในใจนางจึงเกิดระลอกคลื่นขึ้นมาบ้าง
“รู้สถานการณ์ชัดเจนแล้ว ไป พวกเราเดินทางไปคุยไป”
หลี่จิ่วเต้าพาสุยซินออกเดินทาง เร่งรีบไปยังตำแหน่งของพวกบิดาสุยซิน
ระหว่างทาง เขาอธิบายเรื่องราวทุกอย่างให้สุยซินฟัง
“ไม่ต้องกังวล เพียงบิดาเจ้าอดทนได้ ข้าย่อมช่วยเหลือบิดาเจ้าได้แน่!”
หลี่จิ่วเต้ากล่าวกับสุยซิน
ภายใต้การนำทางของหลี่จิ่วเต้า พวกเขามาถึงสถานที่ดังกล่าวอย่างรวดเร็ว
ที่นั่นเป็นเทือกเขาต่อเนื่อง ต้นใหญ่สูงใหญ่ตระหง่านตั้งเรียงราย ภูมิประเทศสลับซับซ้อน นี่คือสถานที่ที่พวกอวี้กู่และยอดฝีมือจากมิติสังหารฟ้าโจมตีพวกบิดาสุยซิน
“ใคร!”
พวกเขาเพิ่งมาถึงเทือกเขาก็ได้พบกับยอดฝีมือผู้หนึ่ง
“เจ้าคือ…สุยซิน!”
ยอดฝีมือคนนั้นจำสุยซินได้พลันตกตะลึง คาดไม่ถึงว่าสุยซินจะมาปรากฏตัวที่นี่
ใช่แล้ว เขาเป็นหนึ่งในยอดฝีมือผู้ถอดใจ รับหน้าที่ปิดล้อมสถานที่แห่งนี้
พวกบิดาสุยซินรับมือได้ยากอย่างแท้จริง แม้ถูกซุ่มโจมตี แต่ก็ยังรอดพ้นเงื้อมมือ ซ่อนตัวอยู่ในเทือกเขา
แน่นอนว่าการหลบซ่อนนี้ถูกกำหนดให้ยื้อเวลาได้ไม่นาน เนื่องจากเทือกเขาแห่งนี้ได้ถูกปิดล้อมเอาไว้นานแล้ว เมื่อพวกบิดาสุยซินปรากฏขึ้นย่อมต้องถูกพบตัวทันทีแน่นอน
สุยซินตื่นตะลึงพรึงเพริด หลี่จิ่วเต้าทรงพลังยิ่ง ยอดฝีมือผู้นั้นอยู่ปลายขอบเขตบ่อเกิดหยางวรรณะห้า แต่เมื่อเผชิญหน้ากับหลี่จิ่วเต้ากลับถูกสังหารในพริบตา ไม่ทันได้แม้แต่กรีดร้องออกมาก่อนตาย!
ชายหนุ่มลงมือสังหารยอดฝีมืออย่างเด็ดขาดและเงียบเชียบ ด้วยไม่ต้องการสร้างการเคลื่อนไหวดึงดูดความสนใจจากยอดฝีมือคนอื่น ๆ
“เอาละ ไม่จำเป็นต้องกังวล พวกบิดาของเจ้าแม้ได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ยังไม่ตาย”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ยพร้อมถอนหายใจอย่างโล่งอก นับว่ายังไม่สายเกินไป บิดาสุยซินกับคนอื่น ๆ ยังไม่ตาย
ยามนี้เขากระจ่างชัดแล้วว่าเหล่าสมบัติทรงพลังเพียงใด หลังมาถึงที่นี่จึงเปิดสัมผัสตรวจสอบสถานการณ์ในเทือกเขาตอนนี้ เขาสัมผัสได้ถึงตำแหน่งของพวกบิดาสุยซินอย่างชัดเจน ยืนยันได้ว่าพวกเขายังไม่ตาย
“จริงหรือ?!” สุยซินตื่นเต้นมาก ปล่อยวางความกังวลใจส่วนสุดท้ายลงในที่สุด
นางกลัวว่าจะมาถึงช้าเกินไป บิดานางไม่อาจทนอยู่ต่อไปได้
ตอนนี้พวกบิดานางยังไม่ตาย เพียงแค่นี้นางก็โล่งใจแล้ว หลี่จิ่วเต้าทรงพลังหาที่เปรียบมิได้ แข็งแกร่งพอจัดการกับพวกอวี้กู่และยอดฝีมือจากมิติสังหารฟ้า
“ไป ข้าจะพาเจ้าไปหาบิดาเจ้า!”
หลี่จิ่วเต้าพาสุยซินเข้าไปยังเทือกเขา มาถึงสถานที่บิดาสุยซินและยอดฝีมือคนอื่นซ่อนตัวอยู่
“ซินเอ๋อร์!”
บิดาสุยซินมีรูปลักษณ์วัยกลางคน ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยบาดแผล ตอนนี้เลือดยังคงไหลไม่หยุด ชวนให้คนมองแล้วสยดสยอง
หลังจากเขาเห็นสุยซิน น้ำตาพลันไหลออกมาทันที ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอสุยซินที่นี่
“ท่านพ่อ!”
สุยซินตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด ตรงไปกอดท่านพ่อเอาไว้อย่างเร่งรีบ
“ข้าอาการหนักเกินไปแล้ว นี่เป็นภาพหลอนก่อนตายของข้าหรือ? หากเป็นเช่นนี้ก็ไม่เลว!”
บิดาสุยซินพร่ำเพ้อ ระหว่างพูดเลือดก็ไหลออกจากปากไม่หยุด เขาไม่คิดว่าจะได้เห็นสุยซินตัวจริง นี่จะเป็นไปได้อย่างไร? ไม่ว่าคิดเช่นใด สุยซินก็ไม่มีทางปรากฏตัวที่นี่!
เขาคิดว่านี่เป็นภาพหลอนก่อนตาย สุยซินไม่ใช่ตัวจริง แต่เกิดขึ้นจากจินตนาการของเขา
“ท่านพ่อ ไม่นะ!”
สุ่ยซินร้องไห้ “นี่ไม่ใช่ภาพหลอนของท่าน เป็นข้าเอง เป็นซินเอ๋อร์จริง ๆ! ข้ามาช่วยพวกท่านแล้ว!”
“แม้เหมือนจริงนัก แต่จินตนาการก็เป็นเพียงภาพลวงตา”
บิดาสุยซินหัวเราะเสียงโศกเศร้า “ก่อนตาย มนุษย์มักมีภาพหลอนอันไม่สมจริง เหมือนเช่นตอนนี้ ข้าถึงกับจินตนาการว่าซินเอ๋อร์มาช่วยพวกเรา…”
สุยซินกล่าวว่ามาช่วยพวกเขา นี่ยิ่งทำให้เขามั่นใจมากขึ้นว่าเป็นเพียงภาพหลอน
หากไม่ใช่ภาพหลอน เช่นนั้นสุยซินจะเอ่ยวาจาเช่นนี้ได้อย่างไร?
สุยซินไม่ได้บรรลุถึงขอบเขตบ่อเกิดหยางเสียด้วยซ้ำ มีสิ่งใดช่วยเหลือพวกเขาได้กัน? ไม่มีทางเป็นไปได้ นี่เป็นเพียงภาพหลอนของเขาเท่านั้น
“หือ? เหตุใดจึงยังมีอีกคนอยู่”
บิดาสุยซินมองหลี่จิ่วเต้า จากนั้นก็หัวเราะออกมา “นี่เป็นภาพหลอนอย่างแน่นอน ข้าฝันมาตลอดว่าเจ้าจะได้เจอบุรุษที่ดี ในจินตนาการก่อนตายยังปรากฏภาพที่ข้าอยากเห็นที่สุด!”
เขามองหลี่จิ่วเต้าขึ้นลง เอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ใช้ได้ ๆ จินตนาการของข้าไม่เลวเลย บุรุษผู้นี้ดูแล้วซื่อสัตย์และเชื่อถือได้ ซินเอ๋อร์มีสามีเช่นนี้ ข้าก็ตายอย่างสงบแล้ว”
ซื่อสัตย์และเชื่อถือได้?!
หลี่จิ่วเต้าได้ยินการประเมินจากบิดาสุยซินพลันพูดไม่ออก นี่กำลังบอกว่าเขาอัปลักษณ์หรือ?
ภายใต้สถานการณ์ปกติ ต่อหน้าบุรุษลักษณ์ หาข้อดีไม่พบ จึงมักใช้คำว่าซื่อสัตย์และเชื่อถือได้มาบรรยาย
ดูเหมือนบิดาสุยซินจะคิดว่าเขาอัปลักษณ์ ถึงได้ใช้คำว่าซื่อสัตย์และเชื่อถือได้มาปลอบใจตนเอง
………………..