รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1336 หลี่จิ่วเต้า 'ไม่ถูก มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล!'
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1336 หลี่จิ่วเต้า 'ไม่ถูก มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล!'
บทที่ 1336 หลี่จิ่วเต้า ‘ไม่ถูก มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล!’
………………..
บทที่ 1336 หลี่จิ่วเต้า ‘ไม่ถูก มีบางอย่างไม่ชอบมาพากล!’
เย่จินไม่ได้ไล่ตามออกมา ด้านหนึ่งเพราะเขารอบคอบกลัวเกิดเรื่อง อีกด้านเพราะสุยซินในยามนี้ไม่ได้ล่อตาล่อใจถึงเพียงนั้น
บิดาสุยซินและยอดฝีมืออื่น ๆ ถูกจัดการไปแล้ว พวกเขาไม่จำเป็นต้องหมายหัวสุยซินอีก และไม่จำเป็นต้องรีบร้อนจับกุมนาง
หากบิดาสุยซินและยอดฝีมืออื่น ๆ ยังไม่ถูกจัดการ สถานการณ์ย่อมไม่ใช่เช่นนี้แน่ ต่อให้เย่จินรู้ว่ามีอันตรายก็ต้องไล่ตามออกมาแน่นอน คิดหาทางจับกุมสุยซิน
เพราะหากบิดาสุยซินและยอดฝีมืออื่น ๆ ไม่ได้เป็นอะไรแล้วจับสุยซินไม่ได้ ปล่อยให้นางได้เจอบิดาและยอดฝีมืออื่น ๆ พวกเขาต้องจบเห่แน่
นี่เป็นสาเหตุหลักที่สุยซินหลอกล่อเย่จินออกมาไม่สำเร็จ
เวลานี้ไม่เหมือนกัน
ความลึกล้ำเกินหยั่งของหลี่จิ่วเต้าทำให้เย่จินหวาดหวั่น มิหนำซ้ำสุยซินยังกลับมาจากมิตินับล้าน ยิ่งเป็นผลให้เขาไม่กล้าชะล่าใจ ให้ความสำคัญกับสุยซินและหลี่จิ่วเต้าเป็นหนักหนา
หาไม่แล้ว เขาคงไม่ต้องรีบร้อนส่งข่าวบอกยอดฝีมือตนอื่น
ต่อให้สุยซินกลับจากมิตินับล้าน หลี่จิ่วเต้าลึกล้ำเกินหยั่งเขาก็ไม่ต้องเกรงกลัว ในพื้นที่นี้มีด่านป้องกันนานัปการ ขอเพียงเขาไม่ออกไปก็จะไม่เป็นอะไร
หลี่จิ่วเต้าจะลึกล้ำเกินหยั่งสักเพียงใดก็ไม่กล้าบุกเข้ามาแน่นอน ต่อให้บุกเข้ามา ด่านป้องกันนานัปการในพื้นที่ก็จะทำให้เขาได้เห็นดีแน่
แต่นึกไปว่าหลี่จิ่วเต้าอาจตามสุยซินมาจากมิตินับล้าน เขารู้สึกกลัวเหลือแสน นอกจากเส้นทางปลอดภัย ที่เหลือล้วนเป็นเส้นทางพิฆาต ฝ่าฟันผ่านเส้นทางพิฆาตเช่นนี้มาได้ บุรุษผู้นี้ย่อมไม่ธรรมดา แต่น่าสยดสยองถึงขีดสุด!
“สถานการณ์ชักไม่ปกติ บิดาของเจ้าไม่ได้อยู่ในนี้!”
หลี่จิ่วเต้าขมวดคิ้วมุ่น ส่งกระแสจิตหาสุยซิน “ข้าจับสัมผัสบิดาของเจ้าไม่ได้ รับรู้เพียงมียอดฝีมือจำนวนไม่น้อยกำลังมุ่งหน้ามา พวกเขาไม่ได้มาอย่างเป็นมิตร ต่างเป็นปฏิปักษ์!”
พวกเขาเผยตัวตนแล้ว ไม่จำเป็นต้องระวังตัวอีก หลี่จิ่วเต้าคลี่แผ่ญาณสัมผัสตรวจจับสถานการณ์ภายใน
ผลลัพธ์เกินจากที่เขาคาด
ก่อนหน้านี้ พวกเขาคิดว่าเย่จินและเหล่ายอดฝีมือผู้ถอดใจไม่กล้าไล่ตามออกมาอาจเพราะมีข้อจำกัดบางอย่าง จึงไม่อาจตามออกมาได้
ถึงอย่างไรเย่จินและเหล่ายอดฝีมือผู้ถอดใจต่างต้องการจับตัวสุยซินเพื่อใช้นางจัดการบิดาของนาง หลังได้พบสุยซิน เย่จินและเหล่ายอดฝีมือผู้ถอดใจเป็นต้องไล่ตามออกมา คิดหาสารพัดวิธีเพื่อจับกุมสุยซินแน่
แน่นอนว่ามีเงื่อนไขคือบิดาสุยซินไม่อยู่ในนี้
หากบิดาสุยซินอยู่ในนี้ เย่จินและเหล่ายอดฝีมือผู้ถอดใจย่อมไม่กล้าไล่ตามออกมาทั้งอย่างนี้
และเพราะเหตุนี้ พวกเขาถึงได้รู้สึกว่าบิดาสุยซินอาจอยู่ในนี้ จึงไม่ต้องหลบซ่อนตัวอีก ก้าวเข้ามาอย่างอล่างฉ่าง
หลี่จิ่วเต้ากลัวมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น จึงคลี่แผ่ญาณสัมผัส หมายจะล่วงรู้สถานการณ์ล่วงหน้า หารู้ไม่ กลับจับสัมผัสบิดาสุยซินจากข้างในนี้ไม่ได้!
“เป็นไปได้อย่างไร”
สุยซินผงะ เชื่อไม่ลงนิดหน่อย เพราะจากที่พวกเขาคาดการณ์ บิดาของนางต้องอยู่ในนี้ไม่ผิดแน่ นางส่งกระแสจิตตอบหลี่จิ่วเต้า “ในนี้มีแดนลับอยู่ สามารถปิดกั้นญาณสัมผัสจากผู้อื่น บางทีท่านพ่อของข้าอาจอยู่ในแดนลับเหล่านั้น เจ้าถึงสัมผัสไม่ได้”
“ไปเถิด”
หลี่จิ่วเต้าส่งกระแสจิต “เจ้าคิดว่าหากบิดาของเจ้าอยู่ในนี้ พวกเขาจะกล้าบุกมาตรง ๆ เช่นนี้หรือ ข้าสัมผัสได้ชัดเจน พวกเขาล้วนไม่หวังดี ไม่ได้มาอย่างเป็นมิตร”
จากนั้นเขาพาสุยซินไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว
เย่จินเห็นทั้งสองไปแล้วก็อยากไล่ตามไปทว่าไม่กล้า
ลมหายใจต่อมา ยอดฝีมือตนอื่นก็มาถึง
“ไปไหนแล้ว”
ยอดฝีมือวัยกลางคนผู้หนึ่งเอ่ย เขามีนามว่า…เฟิงข่ง พลังกล้าแกร่ง อยู่ในขอบเขตบ่อเกิดหยางวรรณะหกตอนปลายขั้นสูงสุด ห่างจากขอบเขตบ่อเกิดหยางวรรณะเจ็ดเพียงก้าวเดียว
“ไปแล้ว!”
เย่จินมีสีหน้าอึมครึม “ผู้ที่มาพร้อมสุยซินลึกล้ำเกินหยั่งถึงขีดสุด คล้ายว่าเขาล่วงรู้บางอย่างล่วงหน้าจึงพาสุยซินไปจากที่นี่ ข้าไม่กล้าไล่ตามออกไปผู้เดียว ด้วยกลัวจะเกิดเรื่อง!”
“เจ้ายังรู้สึกลึกล้ำเกินหยั่ง เช่นนั้นเขาคงลึกล้ำเกินหยั่งจริง ๆ!”
เฟิงข่งเอ่ย “โดยเฉพาะเขาอาจพาสุยซินฝ่าผ่านเส้นทางพิฆาตมาได้ด้วย!”
“เขาจะเป็นตัวแปรหรือไม่”
สตรีโฉมสะคราญมีอายุผู้หนึ่งขมวดคิ้ว นางมีนามว่าลี่ชิง กลัวหลี่จิ่วเต้าจะส่งผลกระทบต่อแผนการพวกเขา
“คงไม่ใช่”
เฟิงข่งครุ่นคิดครู่หนึ่ง “หากเขาแข็งแกร่งมากพอ ไฉนเลยจะพาสุยซินไปจากที่นี่ บุกเข้ามาเลยไม่ดีกว่าหรือ เขาพาสุยซินไป บ่งบอกว่าเขาแข็งแกร่งไม่พอ ไม่มีความมั่นใจ”
เขาเอ่ยต่อ “แน่นอนว่าพวกเราก็จะประมาทไม่ได้ จำต้องระมัดระวังรอบคอบ ถึงอย่างไรเรื่องบูชายัญก็สำคัญอย่างยิ่ง เกี่ยวพันถึงอนาคตของพวกเรา ไม่อาจเลินเล่อได้!”
“อืม!”
ลี่ชิงพยักหน้า เห็นด้วยกับคำกล่าวของเฟิงข่ง ถึงอย่างไร หากหลี่จิ่วเต้าทรงพลังปานนั้นจริง ก็ไม่จำเป็นต้องพาสุยซินไปสักนิด
นางขมวดคิ้วพลางเอ่ยว่า “ฉินตงทำอะไรอยู่ ตามหลักเขาควรกลับมาได้แล้ว! หรือฉินตงเกิดเรื่องในมิตินับล้าน”
ฉินตงก็คือทูตผู้นั้น
“จริงด้วย!”
เฟิงข่งเอ่ย “เขามีหน้าที่เพียงไปส่งข่าว ไม่จำเป็นต้องพาสิ่งมีชีวิตจากมิตินับล้านมาเอง เขาควรกลับมาได้แล้วจริง ๆ!”
ฉินตงไปส่งข่าว พาสิ่งมีชีวิตจากมิตินับล้านเข้ามายังแดนต้นกำเนิดการฝึกตนเป็นหน้าที่ของเจ้าวิหารหลักแห่งวิหารโบราณลึกลับ ตามปกติแล้ว ฉินตงควรกลับมานานแล้ว แต่จวบจนบัดนี้ฉินตงยังไม่กลับมา
ระหว่างแดนต้นกำเนิดการฝึกตนและมิตินับล้านมีม่านพลังน่าสะพรึงขวางกั้น พวกเขาไม่อาจติดต่อฉินตงซึ่งอยู่ในมิตินับล้านจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตน
“พวกเราคิดมากไปหรือไม่ ด้วยพลังของฉินตง มิตินับล้านมีผู้ที่เป็นภัยต่อเขาที่ไหน เขาอาจช้าเพราะเรื่องอื่นมากกว่า!”
เสือยักษ์ทองคำขาวมหึมาตัวหนึ่งเอ่ยเสียงเข้ม
มันไม่คิดว่าจะมีเรื่องเกิดกับฉินตง ถึงแม้ฉินตงเป็นเพียงทูตส่งข่าว กระนั้นขอบเขตพลังก็ไม่ต่ำ อยู่ในบ่อเกิดหยางวรรณะสาม พลังระดับนี้เมื่อไปถึงมิตินับล้านสามารถกวาดล้างได้ทุกผู้อย่างไร้เทียมทานแน่นอน ไม่มีทางมีผู้ใดเป็นภัยต่อฉินตง
“ไม่ว่าอย่างไร พวกเราก็ระวังตัวไว้หน่อยดีกว่า!”
เฟิงข่งเอ่ยด้วยสีหน้าขึงขัง “กู่เจีย เจ้าไปแล้วกัน ดูว่าเกิดอันใดกับฉินตงกันแน่ เรื่องบูชายัญจะผิดพลาดไม่ได้ หากมีปัญหาขึ้นมา พวกเราได้จบเห่กันหมดแน่!”
พวกเขายังต้องหวังพึ่งการบูชายัญในการลบล้างตราประทับมิตินับล้านของตนเอง หากบูชายัญไม่สำเร็จ พวกเขาก็ไม่อาจลบล้างตราประทับมิตินับล้านในตัว ถึงครานั้น ทันทีที่มิตินับล้านถูกต้นกำเนิดการฝึกตนทอดทิ้ง พวกเขาย่อมต้องถูกล้างบางไปด้วย สูญเสียพลังทั้งปวง กลายเป็นปุถุชน
“ได้!”
กู่เจียพยักหน้า เขาเป็นบุรุษกำยำผู้หนึ่ง
เขาไปจากที่นี่ ก้าวสู่เส้นทางปลอดภัย รุดหน้าไปยังมิตินับล้าน
“พวกอวี้กู่ยังไม่กลับมา ไม่รู้ว่าจัดการพวกสุยถานเรียบร้อยหรือยัง!” เฟิงข่งขมวดคิ้ว
อวี้กู่เป็นหนึ่งในพวกเขา พลังกล้าแกร่งอย่างยิ่งยวดเช่นกัน อยู่ในขอบเขตบ่อเกิดหยางวรรณะหกตอนปลายขั้นสูงสุด อวี้กู่มีหน้าที่จัดการพวกสุยถาน
สุยถานก็คือบิดาของสุยซิน
แดนต้นกำเนิดการฝึกตนไม่ธรรมดาเป็นที่สุด พลังน่าประหวั่นพรั่นพรึงมีอยู่เต็มไปหมด ยากนักจะมีศาสตราสื่อสารส่งผลในแดนต้นกำเนิดการฝึกตน ภายในนั้นไม่อาจติดต่อกันและกันได้ง่าย
พวกเขาไม่อาจติดต่ออวี้กู่และไถ่ถามสถานการณ์ได้
“เจ้าพวกที่ติดตามสุยถานล้วนจัดการยากยิ่ง คิดจะฆ่าพวกเขา ต่อให้มียอดฝีมือจากมิติสังหารฟ้าคอยช่วยก็ไม่ใช่เรื่องง่าย”
ลี่ชิงเอ่ย “ทว่าพวกเราไม่จำเป็นต้องกังวล พวกสุยถานถูกกำราบเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น ไม่มีทางเกิดเรื่องไม่คาดคิดแน่นอน”
“อืม!”
เฟิงข่งพยักหน้า “เอาละ เย่จิน เจ้าอยู่ลาดตระเวนที่นี่ต่อ ทันทีที่เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น เจ้าต้องส่งข่าวแจ้งพวกเราทันที!”
“ได้!” เย่จินพยักหน้า
…
มิติต้นกำเนิด ณ สถานที่หนึ่ง
จักรพรรดิเหิงและแมงมุมขาวค่อย ๆ ฟื้นสภาพ
จนป่านนี้พวกมันยังกลัวไม่หาย หอกเหล็กและพัดวิเศษน่ากลัวเกินไป สงสัยว่าอาจเป็นศาสตราต้องห้าม พวกมันเกือบหนีไม่พ้น ถูกหอกเหล็กและพัดวิเศษสังหาร
“เหตุใดศาสตราต้องห้ามถึงมาปรากฏในมิติต้นกำเนิด!”
จักรพรรดิเหิงขมวดคิ้วมุ่น ยามนี้ยังคิดเรื่องนี้ไม่ตก
“นั่นสิ!”
แมงมุมขาวก็คิดเรื่องนี้ไม่ตก “ปัญหาคือไม่ใช่เพียงชิ้นเดียว หากแต่เป็นสองชิ้น! เจ้าของศาสตราต้องห้ามสองชิ้นนี้เป็นใคร ข้าไม่รู้สึกว่าเจ้าพวกนั้นจะเป็นเจ้าของศาสตราต้องห้ามสองชิ้นนี้ เจ้าของศาสตราต้องห้ามสองชิ้นนี้ต้องเป็นคนอื่นแน่!”
“ผู้ที่มีศาสตราต้องห้ามสองชิ้นในมือย่อมต้องน่าประหวั่นพรั่นพรึง ลึกล้ำเกินหยั่ง!”
จักรพรรดิเหิงเอ่ยเสียงเข้ม “พึงรู้ว่าศาสตราต้องห้ามถูกตีขึ้นจากวัสดุชั้นสูงที่ร่วงหล่นจากต้นกำเนิดการฝึกตน พวกดาษดื่นไม่อาจควบคุม!”
มันเอ่ยต่อ “เขาเป็นคนในมิตินับล้านของเราหรือ หากใช่ ด้วยความลึกล้ำเกินหยั่งของเขา เราต้องถึงเกณฑ์นานแล้วสิ!”
ศักราชล้างบางคราแรก จำต้องมียอดฝีมือขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางสามตนปรากฏในมิตินับล้านที่ว่า หรืออาจมีผู้ที่อยู่เหนือขอบเขตบ่อเกิดหยินหยาง อย่างเช่น…ขอบเขตบ่อเกิดชีวิต!
การถือครองศาสตราต้องห้ามถึงสองชิ้น พลังของเขาย่อมเหนือกว่าขอบเขตบ่อเกิดชีวิต หากคนผู้นี้มาจากมิตินับล้านของพวกเขา เช่นนั้นขอบเขตนับล้านของพวกเขาต้องถึงเกณฑ์แล้วแน่นอน ไม่ถูกล้างบางอีก
“ข้ารู้สึกว่าเขาไม่ใช่”
แมงมุมขาวเอ่ย “ศาสตราต้องห้ามถือกำเนิดขึ้นได้เพียงในแดนต้นกำเนิดการฝึกตน เขาต้องไปยังแดนต้นกำเนิดการฝึกตนแล้วแน่นอน หาไม่แล้วไม่มีทางได้ศาสตราต้องห้ามเช่นนี้มา! หากเขามาจากมิตินับล้านของเรา เขาต้องมุ่งหน้าไปยังศิลาต้นกำเนิดการฝึกตน ยืนยันตนเองว่าถึงเกณฑ์แล้ว เพื่อคลี่คลายสถานการณ์ที่มิตินับล้านกำลังจะถูกล้างบาง”
มันกล่าวต่อ “ถึงอย่างไรหากเขาเป็นคนฝ่ายเรา ยิ่งคลี่คลายได้ไวเท่าใดยิ่งดี หาไม่แล้วต่อให้เขาแข็งแกร่งเพียงใดก็หนีไม่พ้นต้องถูกล้างบางไปพร้อมมิตินับล้าน”
นอกจากการบูชายัญจะช่วยลบล้างตราประทับมิตินับล้านได้แล้ว วิธีอื่นล้วนไม่ได้ผล ต่อให้แข็งแกร่งเพียงใดก็เท่านั้น
หากเจ้าของศาสตราต้องห้ามสองชิ้นนี้มาจากมิตินับล้านของพวกเขา ย่อมต้องไปพิสูจน์ตนเองที่ศิลาต้นกำเนิดการฝึกตน คลี่คลายอันตรายที่ตนกำลังจะถูกล้างบาง
ศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนเป็นศิลาที่ร่วงหล่นจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตน มีอยู่คณานับ ตั้งตระหง่านอยู่ตามแดนต้นกำเนิดการฝึกตน
ศิลาต้นกำเนิดการฝึกตนเหล่านี้ไม่เหมือนกัน แบ่งเป็นหลายประเภท จำแนกตามจำนวนศักราชล้างบางที่ผ่านมา มีศิลาต้นกำเนิดศักราชล้างบางที่หนึ่ง ศิลาต้นกำเนิดศักราชล้างบางที่สอง ศิลาต้นกำเนิดศักราชล้างบางที่สาม…เป็นต้น
สิ่งมีชีวิตที่ถึงเกณฑ์สามารถทิ้งชื่อไว้บนศิลาต้นกำเนิดศักราชล้างบางที่สอดคล้อง จากนั้นจักนับว่าผ่านพ้นศักราชล้างบางแล้ว ไม่ถูกต้นกำเนิดการฝึกตนทอดทิ้ง
หากไม่ได้ทิ้งชื่อบนศิลาต้นกำเนิดศักราชล้างบาง ต่อให้ถึงเกณฑ์ก็เปล่าประโยชน์
“มิตินับล้านของเรายังไม่พ้นขีดอันตรายถูกล้างบางอย่างเห็นได้ชัด หากคลี่คลายแล้ว เจ้าพวกในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนคงไม่ต้องคิดเรื่องบูชายัญแล้ว”
แมงมุมขาวกล่าว “เพราะอย่างนั้น ข้าจึงไม่คิดว่าเขาเป็นฝ่ายพวกเรา ข้ารู้สึกว่าเขามาจากมิตินับล้านอื่น อาจเกิดเรื่องในแดนต้นกำเนิดการฝึกตน หรือบาดเจ็บสาหัสมา จึงมาซ่อนตัวในมิตินับล้านของเรา!”
พวกมันรู้เรื่องบูชายัญเช่นกัน ถึงอย่างไรก่อนนี้เจ้าวิหารหลักก็เอิกเกริกเกินไป พวกมันไม่อยากรู้ยังยาก
ได้ยินแมงมุมขาวเอ่ยเช่นนี้ ดวงตาจักรพรรดิเหิงเป็นประกายขึ้นมา
“เจ้าอนุมานได้มีเหตุผลยิ่ง!”
จักรพรรดิเหิงกล่าว “เจ้าพวกนั้นอาจเป็นลูกสมุนของเจ้าของศาสตราต้องห้ามสองชิ้นนี้ นี่ก็อธิบายได้ว่าเหตุใดคำสาปที่ติดตัวเจ้านั่นถึงน่าหวาดหวั่นปานนั้น เขาอาจติดตามเจ้าของศาสตราต้องห้ามสองชิ้นนี้มาตั้งแต่แดนต้นกำเนิดการฝึกตน จนมาถึงมิติต้นกำเนิด เจ้านั่นที่มีคำสาปติดตัวก็เหี้ยมเกรียมพอกัน เจอกับศัตรูทรงพลังในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนแล้วถูกสาป!”
เขากำลังเอ่ยถึงเจ้าหลวง
พวกเขาไม่อาจไล่ย้อนไปถึงที่มาคำสาปบนตัวเจ้าหลวงได้เลย ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเจ้าหลวงต้องมีภูมิหลังยิ่งใหญ่แน่นอน คงมาจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตน
ถึงอย่างไร นอกจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตนแล้ว แดนอื่นก็ไม่มีทางมีตัวตนกล้าแกร่งขนาดนี้
สิ่งที่แมงมุมขาวคาดการณ์สอดคล้องกับฐานะเจ้าหลวง จนจักรพรรดิเหิงรู้สึกว่านี่อาจเป็นความจริง
“แล้วพวกเราควรทำอย่างไร”
แมงมุมขาวเอ่ย “มีตัวตนน่าสะพรึงเช่นนี้ในมิติต้นกำเนิด ซ้ำยังผูกความแค้นกับเรา พวกเราไม่เหมาะจะอยู่ในมิติต้นกำเนิดอีกแล้ว ข้าว่าเราไม่อาจอยู่ในมิตินับล้านแล้วด้วยซ้ำ!”
“ปัญหานี้คงไม่น่าเป็นห่วงนัก”
จักรพรรดิเหิงกล่าว “ตัวตนน่าสะพรึงนั่นต้องประสบปัญหาอยู่แน่นอน ไม่สะดวกลงมือ มิฉะนั้นพวกเราคงตายไปนานแล้ว ทว่าพวกเราไม่อาจไม่ระแวง เขาไม่สะดวกลงมือ แต่ลูกสมุนของเขาสะดวกลงมือ หากมีศาสตราต้องห้ามมาด้วย ย่อมฆ่าเราได้เช่นกัน!”
เขากล่าวต่อ “พวกเราต้องออกจากมิติต้นกำเนิด เรื่องนี้ไม่ต้องสงสัย แต่ยังไม่ถึงขั้นต้องออกจากมิตินับล้าน! นอกจากนี้ พวกเราไม่อาจไปจากมิตินับล้าน หากไปแล้วจะช่วยให้มิตินับล้านถึงเกณฑ์ได้อย่างไร”
“ตัวตนน่าสะพรึงนั่นไม่แน่ว่าจะคำนึงถึงมิตินับล้านของเรา หากเขาคำนึง คงฟูมฟักลูกสมุนเพื่อคลี่คลายอันตรายของมิตินับล้านที่จะถูกล้างบางนานแล้ว”
เขาเอ่ย “คลี่คลายอันตรายของมิตินับล้านขึ้นอยู่กับเรา!”
“เจ้าหมายความว่าให้เราไปลิดรอนสิ่งมีชีวิตมิติอื่นเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งหรือ” แมงมุมขาวถาม
“อืม ถูกต้อง!”
จักรพรรดิเหิงพยักหน้า “มีเพียงพวกเราแข็งแกร่งขึ้น ถึงจะคลี่คลายอันตรายของมิตินับล้านได้ และเส้นทางเพิ่มความแข็งแกร่งของเรามีแต่ต้องลิดรอนสิ่งมีชีวิตมิติอื่น”
พวกมันสามารถเข้าไปเสริมความแข็งแกร่งในแดนต้นกำเนิดการฝึกตน ทว่าเช่นนั้นลำบากเกินไป แดนต้นกำเนิดการฝึกตนเต็มไปด้วยอันตราย ใช่ว่าแข็งแกร่งขึ้นได้ง่าย ๆ รังแต่จะตายง่ายยิ่งขึ้น
“พวกเราไปเยือนมิติที่แรมร้างห่างไกลหน่อย คงไม่เป็นปัญหานัก คิดแล้วเจ้าพวกนั้นคงไม่ทันสังเกต” จักรพรรดิเหิงกล่าว
………………..