รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1335 แหวกหญ้าให้งูตื่น
บทที่ 1335 แหวกหญ้าให้งูตื่น
………………..
บทที่ 1335 แหวกหญ้าให้งูตื่น
ทูตรู้เรื่องการเดินทางไปยังแดนต้นกำเนิดการฝึกตนดีมาก
นอกจากเส้นทางปลอดภัยแล้ว เส้นทางอื่นล้วนใช้ไม่ได้ อันตรายสยดสยองเหลือแสน ไม่อาจฝ่าไปได้ง่าย ๆ
หลี่จิ่วเต้าต้องไม่ได้ใช้เส้นทางปลอดภัยแน่นอน
ถึงอย่างไรเส้นทางปลอดภัยก็อยู่ในการควบคุมของพวกเขา หากหลี่จิ่วเต้าใช้เส้นทางปลอดภัย พวกเขาไม่มีทางไม่รู้
หากหลี่จิ่วเต้าไม่ได้ใช้เส้นทางปลอดภัยนี้ จำต้องใช้เส้นทางอื่น และเส้นทางอื่นนั้นก็อันตรายอย่างยิ่งยวด ไม่มีทางผ่านไปได้!
“เจ้าจะไปรู้อะไร บังอาจวิพากษ์วิจารณ์คุณชาย!”
หอกเหล็กตวาดเสียงเย็น แทงทะลุวิญญาณของทูตในคราเดียว สังหารอย่างสิ้นเชิง
ทูตเอ่ยว่าคุณชายตายระหว่างทาง เป็นไปได้ที่ไหน หากเกิดเรื่องกับคุณชายจริงมันไม่มีทางไม่รู้
นอกจากนี้ พวกมันเพียงได้สืบทอดเจตนารมณ์ของคุณชายยังกล้าแกร่งน่าพรั่นพรึงปานนี้ ไม่ต้องคิดให้มากความก็รู้ว่าคุณชายต้องกล้าแกร่งกว่านี้แน่ ๆ
เส้นทางอื่นอันตรายไม่อาจคาดเดาจริงอยู่ กระนั้นก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับคุณชาย มันเชื่อว่าคุณชายในยามนี้คงเข้าไปในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนกับสุยซินอย่างปลอดภัยแล้ว
“ใช่ คนเช่นนี้ริอ่านวิพากษ์วิจารณ์คุณชาย ด่วนสรุปคุณชาย น่าขันยิ่งนัก!”
พัดเอ่ยปาก เชื่อใจหลี่จิ่วเต้าเต็มร้อย “ไม่ต้องเป็นห่วงคุณชาย คุณชายไม่มีทางเป็นอะไรแน่นอน!”
จากนั้นมันเก็บภาพวาดกลับไป วัวเขียวร่วงออกจากภาพขุนเขานที
สภาพวัวเขียวยับเยินเป็นอย่างมาก ไม่เหลือความองอาจอย่างเก่า เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์น่าพรั่นพรึง มันถูกทรมานแทบแย่ในภาพขุนเขานที!
“นาย…ท่าน!”
ทันทีที่ออกมามันก็เห็นศพเจ้านายของมัน ตระหนกจนตัวสั่นเทา นี่มันอะไรกัน เจ้านายของมันจุติลงจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตนแล้วเข่นฆ่าไปทั่วไม่ใช่หรือ ผู้ใดเป็นคู่มือเจ้านายของมันบ้าง
ทว่าเจ้านายของมันกลับเป็นฝ่ายถูกเข่นฆ่าเสียเอง เรื่องนี้ช่างน่ากลัวเหลือเกินสำหรับคนอย่างมัน ไม่สิ วัวอย่างมัน!
“โฮ่ง กลับไปกินเนื้อวัวย่าง!”
สุนัขดำตบหัววัวเขียว พลางคลี่ยิ้มกว้าง
…
ณ แดนต้นกำเนิดการฝึกตน
หลี่จิ่วเต้าและสุยซินมายังพื้นที่นอกมิตินับล้านที่พวกเขาอยู่ บรรดายอดฝีมืออย่างบิดาสุยซินล้วนอยู่ในพื้นที่นี้
พวกเขาไม่ได้ตรงเข้าไป แต่เลือกซ่อนตัวอยู่ข้าง ๆ
เพราะสุยซินไม่อาจแน่ใจว่าบิดาของนางอยู่ในนี้หรือไม่!
หากบิดาของนางอยู่ภายใน เรื่องอื่นล้วนไม่ต้องกล่าวถึง พวกเขาเข้าไปได้เลย
มีบิดาของนางอยู่ ต่อให้เหล่ายอดฝีมือผู้ถอดใจกล้ากว่านี้อีกร้อยเท่าก็ไม่กล้าลงมือกับพวกเขา
นางกลัวว่าบิดาของนางจะไม่อยู่ด้านใน เช่นนั้นแล้วนางกับหลี่จิ่วเต้าก็นับว่าเดินไปติดกับด้วยตนเอง
“เจ้าจับสัมผัสสถานการณ์ด้านในได้หรือไม่”
สุยซินถาม หวังให้เขาคลี่แผ่ญาณสัมผัสตรวจจับสถานการณ์ภายใน ดูว่าบิดาของนางอยู่ในนี้หรือไม่
นางมีศาสตราที่ใช้ติดต่อกับบิดาอยู่ ทว่าศาสตราเหล่านั้นถูกทำลายไปแล้ว
ครานั้น นางติดกับของวิหารโบราณลึกลับ เจ้าวิหารหลักทำลายศาสตราที่นางใช้ติดต่อกับบิดาทันที เพราะกลัวนางจะติดต่อกับบิดา
“อย่าดีกว่า”
หลี่จิ่วเต้าส่ายหัว “ใช้ญาณสัมผัสตรวจจับอาจถูกเหล่ายอดฝีมือจับได้ กลายเป็นแหวกหญ้าให้งูตื่น”
เขาไม่รู้ว่ายอดฝีมือในนั้นแข็งแกร่งเพียงใด หากเป็นอย่างที่คิดจริง การที่เขาคลี่แผ่ญาณสัมผัสตรวจจับสถานการณ์ภายในแล้วทำให้ยอดฝีมือเหล่านั้นรู้ตัว ตรวจจับกลับมา ย่อมเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น จะยิ่งยุ่งยากเข้าไปใหญ่
“ที่เจ้าพูดมาก็ถูก!”
สุยซินพยักหน้า “เช่นนั้นก็อย่าตรวจจับด้วยญาณสัมผัสดีกว่า”
นางมองด้านในด้วยสายตาลุ่มลึก ไม่ช้าก็คิดแผนอื่นขึ้นมาได้
“ภายในมียอดฝีมือคอยลาดตระเวน พวกเราหลอกล่อยอดฝีมือลาดตระเวนผู้นี้ออกมาดีหรือไม่”
นางบอกแผนของตนเอง
“ยอดฝีมือผู้ลาดตระเวนไม่ได้แข็งแกร่งเท่าใด เทียบกับหมิงเตายังไม่ได้ หลังล่อเขาออกมาแล้วเจ้าน่าจะกำราบเขาได้สบาย”
หมิงเตาออกล่าเหยื่อตามพื้นที่มิตินับล้านที่ไม่ถึงเกณฑ์ พลังน่าพรั่นพรึงกล้าแกร่งอย่างแท้จริง ทว่าสุดท้ายหมิงเตาก็ตายในมือหลี่จิ่วเต้า ถูกชายหนุ่มสังหาร นางรู้ว่ายอดฝีมือผู้ลาดตระเวนเป็นใคร อีกฝ่ายมีนามว่า…เย่จิน อยู่ในขอบเขตบ่อเกิดหยางวรรณะสี่ มิอาจเทียบหมิงเตาได้เลย
“ได้!”
หลี่จิ่วเต้าพยักหน้า รู้เรื่องของเย่จินเช่นกัน
มิตินับล้านที่ไม่ถึงเกณฑ์ต่างคิดเรื่องล่าสิ่งมีชีวิตในมิตินับล้านอื่นเพื่อสังเวย ประวิงเวลาที่มิตินับล้านของตนถูกล้างบาง
เพราะเหตุนี้ถึงมียอดฝีมือคอยลาดตระเวนในถิ่นของตน ป้องกันไม่ให้สิ่งมีชีวิตจากมิตินับล้านอื่นลอบเข้ามา
เย่จินก็คือยอดฝีมือผู้มีหน้าที่ลาดตระเวน
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้เป็นสถานการณ์ก่อนสุยซินไป เป็นไปได้ว่าเวลานี้อาจเปลี่ยนยอดฝีมือผู้ลาดตระเวนแล้ว
ทว่าต่อให้เปลี่ยนยอดฝีมือผู้ลาดตระเวนแล้วก็ยังไม่ใช่ปัญหาใหญ่
ถึงอย่างไรก็ไม่มียอดฝีมือระดับแข็งแกร่งที่สุดมาลาดตระเวน ขอเพียงไม่ใช่ยอดฝีมือระดับสูงสุด หลี่จิ่วเต้ายังมั่นใจว่ารับมือได้
ต้องรู้ว่าหมิงเตานั้นน่าสะพรึงมากพอ ตั้งตนในขอบเขตบ่อเกิดหยางวรรณะห้า มิหนำซ้ำดาบเพชฌฆาตในมือยังทรงพลังน่าพรั่นพรึงยิ่งขึ้นเพราะได้ดื่มเลือดยอดฝีมือเรื่อย ๆ
ทว่าต่อให้เป็นเช่นนั้นเขาก็สู้กับหมิงเตาได้สบาย ไม่ได้กดดันแต่อย่างใด
เพราะเหตุนี้เขาจึงมั่นใจเหลือแสน ขอเพียงไม่ประจันหน้ากับยอดฝีมือระดับสูงสุดก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่
“ได้!”
หลังตกลงเรื่องแผนเรียบร้อย สุยซินก็เตรียมลงมือ
นางมีหน้าที่ล่อยอดฝีมือผู้ลาดตระเวนออกมา
เพราะนางทำเรื่องนี้ได้ดีกว่า
เย่จินอยู่ในฝ่ายยอดฝีมือผู้ถอดใจ หากเย่จินเห็นนางต้องตามออกมาแน่นอน แต่หากเห็นหลี่จิ่วเต้าก็ไม่แน่นัก อาจไม่ยอมไล่ตามออกมา
อยู่ในถิ่นตนเองปลอดภัยที่สุด ทะเล่อทะล่าตามออกมาเป็นอันตรายอย่างไม่ต้องสงสัย คนด้านในไม่มีทางตามออกมาง่าย ๆ
แน่นอนว่าหากเปลี่ยนคนไปแล้ว เย่จินไม่ได้ลาดตระเวนก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่
ไม่ใช่เย่จินลาดตระเวน แต่เป็นยอดฝีมือผู้อื่น ขอเพียงอยู่ในฝ่ายยอดฝีมือผู้ถอดใจย่อมต้องไล่ตามออกมาแน่นอน
และหากไม่ใช่ฝ่ายยอดฝีมือผู้ถอดใจย่อมดีกว่า เพราะเมื่อไม่ใช่ฝ่ายยอดฝีมือผู้ถอดใจ ก็ต้องเป็นฝ่ายบิดาของนาง
“ทำตัวให้เข้าท่าหน่อย!”
ก่อนเคลื่อนไหว สุยซินบอกกับหลี่จิ่วเต้าอย่างไม่วางใจ “เจ้าต้องคอยดูแลข้าให้ดี!”
ขอบเขตพลังของนางสู้ไม่ไหวจริง ๆ ยังไม่บรรลุขอบเขตบ่อเกิดหยาง หากหลี่จิ่วเต้าไม่ดูแลนางให้ดี นางคงเกิดเรื่องได้ง่าย ๆ
“วางใจได้เลย! ข้า หลี่จิ่วเต้าไม่เคยไม่เข้าท่า!” หลี่จิ่วเต้าตบหน้าอกเอ่ย
“ให้มันน้อย ๆ หน่อย!”
สุยซินมองค้อนอีกฝ่าย “เจ้าคิดว่าเหตุใดข้าต้องกำชับเจ้ากัน เพราะเจ้าไม่เข้าท่าอย่างไรเล่า! ก่อนหน้านี้เจ้าก็เป็นคนพาข้าเข้าไปในรังของมิติเผาเวหาเอง!”
“นั่นเป็นอุบัติเหตุ ไม่นับ ๆ ถึงอย่างไรข้าก็รู้จักมิติเผาเวหาไม่มาก! อีกอย่าง ข้าก็ไม่ได้ใช้ญาณสัมผัสตรวจจับ หาไม่แล้วย่อมไม่มีทางเกิดเรื่องเช่นนั้น!”
“พอที อย่าแก้ตัวอีกเลย เจ้าดูแลข้าให้ดีเป็นพอ!” สุยซินกล่าว
แล้วนางก็ออกไปจากที่นี่ วนเวียนอยู่รอบนอก
หลี่จิ่วเต้ากลับมาตึงเครียด มือถือกระบี่ฉุนจวิน ทันทีที่มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลเขาจะพุ่งออกไปทันที
ผ่านไปไม่นาน ร่างหนึ่งก็ปรากฏให้เห็น
นั่นเป็นร่างของบุรุษวัยกลางคน หลังเขาเห็นสุยซินก็มีสีหน้าอึ้งงันทันที เห็นได้ชัดว่าคิดไม่ถึงว่าจะได้เจอสุยซินที่นี่!
เขานึกสงสัยด้วยซ้ำว่าตาฝาด!
เพราะในสถานการณ์ปกติ สุยซินไม่มีทางมาปรากฏอยู่รอบนอกเช่นนี้!
เขารู้ว่าสุยซินไปยังมิตินับล้าน
และหากนางต้องการกลับจากมิตินับล้านก็ต้องผ่านเส้นทางปลอดภัย
ปลายทางของเส้นทางปลอดภัยคือศูนย์กลางของพื้นที่นี้ สุดท้ายสุยซินที่ควรโผล่มาในศูนย์กลางของพื้นที่กลับปรากฏตัวนอกพื้นที่ จะให้เขาเชื่อได้อย่างไร?!
อีกด้าน หลังสุยซินเห็นบุรุษวัยกลางคนผู้นี้แล้วก็สาวเท้าหนีทันทีโดยไม่ลังเล
ผู้ลาดตระเวนไม่ได้เปลี่ยนคน ยังคงเป็นเย่จิน และเป็นฝ่ายของยอดฝีมือผู้ถอดใจ
ทว่าเย่จินไม่ได้ไล่ตามออกมา
ไม่ใช่ว่าเขาไหวตัวไม่ทัน เขารู้ตัวแล้ว และแน่ใจว่าเป็นสุยซินไม่ผิดเพี้ยน
ทว่าเขาเป็นคนรอบคอบ ทำอะไรระมัดระวัง ครั้นรู้สึกว่าเรื่องนี้แปลก ๆ จึงไม่กล้าไล่ตามออกมา
เรื่องนี้พิลึกมากจริง ๆ
นอกจากเส้นทางปลอดภัยแล้ว เส้นทางอื่นที่เชื่อมถึงแดนต้นกำเนิดการฝึกตนแทบเป็นเส้นทางพิฆาต ทว่าสุยซินกลับมายังแดนต้นกำเนิดการฝึกตนได้สำเร็จ ต้องมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลแน่!
“น่าตายนัก!“
คราวนี้ยุ่งแล้วจริง ๆ เดิมคิดว่าเย่จินจะไล่ตามออกมา ถึงอย่างไรเหล่ายอดฝีมือผู้ถอดใจต่างอยากจับกุมนางเพื่อใช้ต่อกรกับบิดาของนาง ทว่าเรื่องที่คาดไม่ถึงคือ เย่จินจะระแวดระวังเพียงนี้ ไม่ได้ไล่ตามออกมา!
ล่อเย่จินออกมาไม่ได้ ทุกอย่างย่อมยุ่งยากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
เย่จินไม่ออกมา พวกเขาก็ไม่อาจจัดการเย่จินได้ ในพื้นที่มีด่านป้องกันสารพัด พวกเขาไม่อาจกำราบเย่จินได้เลย
และหากกำราบเย่จินไม่ได้ ก็หมายความว่าพวกเขาได้เปิดเผยตัวเองอย่างสิ้นเชิงแล้ว!
เย่จินเห็นนางแล้ว ย่อมต้องส่งข่าวของนางแก่ยอดฝีมือที่ถอดใจทั้งหลาย พวกเขาไม่ต้องการแหวกหญ้าให้งูตื่น ทว่าสุดท้ายก็แหวกหญ้าให้งูตื่น!
“ไปเร็ว!”
หลี่จิ่วเต้าก้าวออกจากมุมมืด พาสุยซินไปจากที่นี่อย่างรวดเร็ว กลัวยอดฝีมือผู้ถอดใจด้านในจะไล่ตามออกมา
เย่จินไม่กล้าบุกออกมาผู้เดียว ทว่าหากเหล่ายอดฝีมือผู้ถอดใจลุยด้วยกันย่อมหมดเรื่องกังวล
หลี่จิ่วเต้าพาสุยซินเร่งความเร็วถึงขีดสุด รีบออกห่างจากพื้นที่นี้
ทว่ากลับไม่มีวี่แววใดในพื้นที่ ไม่มีผู้ใดไล่ตามออกมาเลย
“นี่ไม่ปกติ!”
หลี่จิ่วเต้าหยุดกึก รู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากล
ตามปกติ เหล่ายอดฝีมือผู้ถอดใจเป็นต้องบุกออกมาทันทีแน่นอน ถึงอย่างไรขืนชักช้า พวกเขาคงหนีไปอย่างไร้ร่องรอย
“คงไม่ใช่พวกเขาไม่อยากไล่ตามออกมา หากแต่ไล่ตามออกมาไม่ได้!”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ย บอกสิ่งที่เขาคาดการณ์
หากยอดฝีมือผู้ถอดใจไล่ตามออกมาได้ ย่อมต้องไล่ตามออกมาแล้วแน่นอน ทว่าเหล่ายอดฝีมือผู้ถอดใจกลับไม่ได้ไล่ตามออกมา เห็นได้ชัดว่าติดพันกับเรื่องบางอย่าง จึงไม่ได้ไล่ตามออกมา!
“เหตุใดถึงไล่ตามออกมาไม่ได้” หลี่จิ่วเต้ามองสุยซิน
“เพราะมีท่านพ่อของข้าอยู่!”
สุยซินตาลุกวาว เอ่ยขึ้นทันที “ท่านพ่อของข้าอยู่ข้างใน พวกเขาหาข้ออ้างตามออกมาไม่ได้ จึงไม่ได้ไล่ตามออกมา!”
ยิ่งคิดนางก็ยิ่งรู้สึกว่าใช่
“ใช่แล้ว ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ มิฉะนั้นคงหาคำอธิบายไม่ได้!”
นางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เอาละ พวกเราไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ อีกแล้ว หากท่านพ่ออยู่ด้านใน ทุกอย่างย่อมง่ายขึ้น พวกเราบุกเข้าไปได้เลย!”
“ข้าก็คิดเช่นนั้น!”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ย “ไป!”
จากนั้นพวกเขาก็ย้อนกลับไป
หลังพวกเขาเห็นว่ามีเพียงเย่จินผู้เดียวก็พลันเบาใจขึ้น รู้สึกว่าที่คาดเดาไม่ผิด
ถึงอย่างไร หากพวกเขาเดาผิด ที่นี่ไม่มีทางมีเพียงเย่จินผู้เดียว ต้องมียอดฝีมือผู้ถอดใจอื่นตามมาแน่นอน
เย่จินไม่กล้าไล่ตามออกไปคนเดียว!
“สุยซิน คนผู้นี้เป็นสหายใหม่ของเจ้าหรือ”
เย่จินมองพินิจหลี่จิ่วเต้าขึ้นลง และคล้อยตามที่เขาพิจารณาอีกฝ่ายแล้ว สีหน้าเขายิ่งหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ
บนตัวบุรุษผู้นี้คล้ายว่ามีหมอกหนาปกคลุม เขามองไม่ออกสักนิด เห็นได้ชัดว่าหลี่จิ่วเต้าไม่ธรรมดาถึงขีดสุด!
“สุยซิน เจ้าจะไม่แนะนำให้อาจินรู้จักสหายใหม่ของเจ้าผู้นี้หรือ?!”
เขาทอดมองสุยซินพลางเอ่ยถาม
“อาจิน? มาถึงขั้นนี้แล้ว เจ้ายังกล้าถือตนว่าเป็นอาต่อหน้าข้าอีกหรือ”
สุยซินมีสีหน้าเย็นชา “พวกเจ้าเลือกละทิ้งมิตินับล้าน คิดใช้ข้าจัดการท่านพ่อข้า ในสถานการณ์เช่นนี้ เจ้ายังมีหน้าทำเหมือนเป็นอาของข้าอีกหรือ?!”
เย่จินไม่ได้ตอบกลับสุยซิน
เขาถามด้วยสีหน้าคร่ำเครียดเหลือแสน “สุยซิน ที่เจ้ากลับจากมิตินับล้านได้เพราะสหายผู้นี้ของเจ้าหรือ สหายของเจ้าผู้นี้เป็นใครกันแน่?!”
สุยซินกลับมาจากมิตินับล้านได้ เห็นได้ชัดว่าใช้เส้นทางอื่น และเส้นทางอื่นล้วนอันตรายเหลือแสน เรียกว่าเส้นทางพิฆาตได้โดยไม่เกินจริง
ทว่าสุยซินกลับมาได้!
นี่เป็นเรื่องน่าตกใจอย่างไม่ต้องสงสัย และเป็นสาเหตุหลักที่เขายำเกรงจนไม่กล้าไล่ตามออกไป!
เขาไม่คิดว่าสุยซินกลับมาได้ด้วยความสามารถตนเอง เพราะเขารู้จักนางดี นางไม่มีพลังขนาดนี้
บัดนี้ข้างกายสุยซินมีใบหน้าใหม่ ๆ อย่างหลี่จิ่วเต้า เขาคิดทันทีว่าสุยซินอาจกลับมาถึงแดนต้นกำเนิดการฝึกตนด้วยความช่วยเหลือจากอีกฝ่ายก็เป็นได้!
ถึงอย่างไรเขาก็มองบุรุษผู้นี้ไม่ออก ให้ความรู้สึกน่าหวาดหวั่นชวนระทึกต่อเขาอย่างยิ่ง
ชั่วขณะนั้น เขาหนักใจยิ่งขึ้น ยิ่งไม่กล้าลังเล ลอบส่งข่าวหายอดฝีมือตนอื่น บอกเล่าสถานการณ์ที่นี่ ให้ยอดฝีมือเหล่านั้นรีบมาที่นี่
………………..