รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1328 ทูตขี่วัวเข้ามายังมิติต้นกำเนิด
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1328 ทูตขี่วัวเข้ามายังมิติต้นกำเนิด
บทที่ 1328 ทูตขี่วัวเข้ามายังมิติต้นกำเนิด
………………..
บทที่ 1328 ทูตขี่วัวเข้ามายังมิติต้นกำเนิด
แสงดาบสยดสยองพวยพุ่ง แดงฉานดุจเลือด ปริภูมิเวลาพังครืนเป็นแถบ กาลเวลาบิดเบี้ยว หมิงเตามั่นใจเหลือแสน เตรียมกำราบหลี่จิ่วเต้าอย่างสิ้นเชิง!
“คนรักตัวน้อยอะไร เจ้าพูดจาเหลวไหลอะไร!”
หลี่จิ่วเต้าต่อว่า “เดิมยังตั้งใจให้เจ้ามีชีวิตนานกว่านี้หน่อย ทว่าด้วยความปากเสียของเจ้า เจ้าไม่มีสิทธิ์มีชีวิตนานกว่านี้แล้ว!”
กระบี่ฉุนจวินเปล่งแสง เขาสำแดงเคล็ดกระบี่ไทเก๊กอีกครา เคล็ดกระบี่ไทเก๊กที่แสดงในหนนี้ดุดันกว่าเมื่อครู่อย่างเห็นได้ชัด!
แสงดาบทั้งหมดถูกยับยั้ง ดาบเพชฌฆาตก็ถูกสกัด ไม่อาจฟาดฟันลงมาได้แม้แต่น้อย!
สีหน้าหมิงเตาเปลี่ยนไปมหันต์ สายตาเต็มไปด้วยความพรั่นพรึง คิดไม่ถึงเลยว่าหลี่จิ่วเต้าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!
ก่อนหน้านี้หลี่จิ่วเต้าอำพรางฝีมืออย่างเห็นได้ชัด ไม่เคยใช้พลังทั้งหมด เวลานี้หลี่จิ่วเต้าเพิ่มพูนกำลัง เคล็ดกระบี่ไทเก๊กที่สำแดงออกมาแทบไม่อาจต้านทาน มือที่กำดาบเพชฌฆาตของเขาอยู่สั่นไหว ดาบเพชฌฆาตสั่นระริก คลับคล้ายว่าจะแหลกสลาย เริ่มมีรอยร้าวปรากฏ!
“ถอย!”
เขาไม่ได้ลังเล สำแดงวิชาลับบางอย่าง น้ำวนวงหนึ่งปรากฏออกมากลางอากาศ เขามุดเข้าไปทันที!
ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่ใช่คู่มือของหลี่จิ่วเต้าอย่างเห็นได้ชัด ขืนสู้ต่อเขาต้องพ่ายแพ้ให้กับอีกฝ่ายแน่ ถอยตอนนี้นับเป็นทางที่ดีที่สุด หากช้ากว่านี้น่ากลัวว่าเขาคงถอยได้ยากแล้ว ต้องถูกหลี่จิ่วเต้ารั้งตัวไว้!
อนิจจา เขาคิดผิด ต่อให้เขาอยากถอยตอนนี้ก็หนีไม่พ้นแล้ว!
“ออกมาเดี๋ยวนี้!”
หลี่จิ่วเต้าตวาดเสียงเย็น พลังของวิเศษทั้งหมดพวยพุ่ง ชั่วขณะนั้นน้ำวนแหลกเหลว พลังสยดสยองบีบไล่หมิงเตาออกมา!
หมิงเตาเลือดไหลเต็มกาย สีหน้าซีดเผือด หนังศีรษะชาวาบ อย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าเขามุดเข้าน้ำวนไปแล้วยังถูกหลี่จิ่วเต้าไล่ต้อนออกมาได้!
ต้องรู้ว่านั่นเป็นวิชาลับหนีตายอันเร้นลับสูงส่ง น้ำวนนั้นซ้อนกันหลายชั้น สามารถรับส่งเคลื่อนย้าย ไม่ว่าพลังใดล้วนยากจะไล่ตามมา สุดท้ายเขากลับถูกไล่ต้อนออกมาง่าย ๆ เช่นนี้!
“อย่าฆ่าข้า!”
เขารีบร้องขอชีวิต หน้าตาหวาดหวั่น คิดอย่างไรก็ไม่ตกว่า ข้อมูลของสิ่งมีชีวิตในเขตนี้ที่เป็นอันตรายต่อเขาอยู่ในมือเขาทั้งหมด หลี่จิ่วเต้าโผล่มาจากที่ใด!
หลี่จิ่วเต้าหาได้แยแสคำอ้อนวอนนั้น เขายื่นมือข้างหนึ่งออกไป พลังอันมองไม่เห็นพันธนาการหมิงเตาทันที ลากอีกฝ่ายมาอยู่ตรงหน้า มือบีบคอหมิงเตา ประกายน่าพรั่นพรึงพวยพุ่งจากแววตา ตรวจดูความทรงจำวิญญาณหมิงเตา
ยามนี้ เขาใช้พลังของเหล่าของวิเศษได้ชำนาญยิ่งขึ้น การตรวจจับสถานการณ์รอบด้านและค้นวิญญาณทำได้ง่ายเหมือนพลิกมือ
วิญญาณหมิงเตามีพลังคุ้มครองอยู่ ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าหลี่จิ่วเต้าก็ไร้ผล เขาทลายพลังที่คุ้มครองวิญญาณอีกฝ่ายได้ง่ายดาย ตรวจดูความทรงจำวิญญาณหมิงเตาจนถี่ถ้วน
หลังตรวจสอบความทรงจำวิญญาณของหมิงเตาแล้ว เขาก็รู้เรื่องในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนมากขึ้น
จากนั้นเขาหักคอหมิงเตา ใช้พลังจากของวิเศษทั้งหลายลบล้างร่องรอยทั้งหมดของอีกฝ่าย
“หมิงเตา…ถูกฆ่าง่าย ๆ เช่นนี้เลยหรือ?!”
สุยซินตาโต แทบเชื่อไม่ลง ก่อนนี้นางไม่เห็นภาพว่าหลี่จิ่วเต้าแข็งแกร่งเพียงใด
ถึงอย่างไรในแดนอลหม่านก็มีแต่ภาพสะท้อน ไม่อาจประเมินได้แม่นยำ บัดนี้นางเห็นภาพชัดเจน รู้ดีว่าหลี่จิ่วเต้าดุดันปานใด!
หมิงเตาที่สิ่งมีชีวิตในพื้นที่นี้หวาดหวั่นเหลือแสนกลับถูกหลี่จิ่วเต้าสังหารง่าย ๆ หลี่จิ่วเต้าถือเป็นยอดฝีมือในเขตนี้ได้แน่นอน ผู้ที่เหนือกว่าเขาคงมีไม่เท่าไหร่!
“น่ากลัวนิดหน่อย!”
นางมองหลี่จิ่วเต้าแล้วพึมพำกับตัวเอง ยังไม่ได้เข้าไปยังแดนต้นกำเนิดการฝึกตน หลี่จิ่วเต้าก็ทรงพลังถึงเพียงนี้ น่ากลัวจริง ๆ!
ต้องรู้ว่ายอดฝีมืออย่างบิดาของนางก็ไม่ได้แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ก่อนเข้าแดนต้นกำเนิดการฝึกตน หลังเข้ามายังแดนต้นกำเนิดการฝึกตนแล้วถึงค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้น
หากให้หลี่จิ่วเต้าอยู่ในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนสักระยะ เขาจะต้องกล้าแกร่งกว่านี้แน่อย่างไม่ต้องสงสัย ถึงตอนนั้น ครั้นจะบรรลุขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางก็ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้!
“อยากอัดต้องรีบเข้า ช้ากว่านี้คงอัดเขาไม่ได้แล้วจริง ๆ”
นางพึมพำเสียงเบา รู้สึกว่ายามนี้บิดาของนางยังกำราบหลี่จิ่วเต้าได้ ขืนช้ากว่านี้ เกรงว่าบิดาของนางคงกำราบเขาไม่ได้แล้ว!
“ไปเถิด!”
หลี่จิ่วเต้าพาสุยซินไปจากที่นี่ มุ่งหน้าไปยังที่พำนักของบิดาสุยซิน
…
ห้วงลึกอวกาศ ทางเข้าสู่เส้นทางปลอดภัยที่เชื่อมต่อกับแดนต้นกำเนิดการฝึกตน
“ร่างแยกถูกลบล้างแล้ว!”
สีหน้าเจ้าวิหารหลักอึมครึม เพิ่งได้รับรายงานว่าร่างแยกของเขา ธรรมบาลซ้ายขวา เหิงจวี้และลี่ซินล้วนถูกลบล้าง ตายอยู่ในมิติต้นกำเนิด
เรื่องนี้ผิดจากที่เขาคิดอย่างสิ้นเชิง เขาคาดไม่ถึงจริง ๆ!
ร่างแยกของเขา เหิงจวี้ และลี่ซินมีพลังแข็งแกร่งน่าพรั่นพรึงเป็นทุนเดิม ประกอบกับมีอาวุธโบราณสามชิ้นในมือ ไฉนเลยจะถูกลบล้างทั้งหมด แทบเป็นไปไม่ได้เลย!
ทว่าร่างแยกของเขา เหิงจวี้ และลี่ซินกลับตายอยู่ในมิติต้นกำเนิดทั้งหมด!
เป็นผลให้เขาตระหนักได้ว่าศัตรูในมิติต้นกำเนิดมีพลังสยดสยองทรงพลังถึงขีดสุด ไม่อาจจัดการได้ง่าย!
“เช่นนี้ไม่ได้การแล้ว!”
เขาขมวดคิ้วมุ่น มองว่าปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว
เดิมศัตรูเหล่านี้ก็น่าสยดสยองทรงพลัง หากได้รับอาวุธโบราณในมิติต้นกำเนิดไปอีก ย่อมต้องรับมือยากยิ่งขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย!
เขาจะให้ศัตรูเหล่านี้ได้เก็บเกี่ยวจากมิติต้นกำเนิดไปมากกว่านี้ไม่ได้!
“ควรเข้าไปในมิติต้นกำเนิดทั้งหมดหรือไม่”
ดวงตาเขาวาวโรจน์ ลังเลขึ้นมา
หากจะจัดการศัตรูเหล่านั้น เขาจำเป็นต้องรุดหน้าไปยังมิติต้นกำเนิดด้วยตนเอง หาไม่แล้ว ต่อให้เป็นเจ้าวิหารย่อยผู้แข็งแกร่งที่สุดทั้งสิบไปก็ไม่แน่ว่าจะกำราบศัตรูเหล่านั้นได้
ทว่าหากพวกเขาไปแล้วสุยซินฉวยโอกาสนี้หนีกลับไปยังแดนต้นกำเนิดการฝึกตนผ่านเส้นทางปลอดภัยจะทำอย่างไร
“ปวดหัวเหลือเกิน! เหตุใดมิติต้นกำเนิดถึงมีศัตรูกลุ่มนี้โผล่มาได้!”
คิ้วเขาขมวดมุ่น วิหารโบราณมีหน้าที่ควบคุมดูแลมิตินับล้าน เดิมทุกสิ่งทุกอย่างล้วนอยู่ในกำมือพวกเขา ทว่าบัดนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ มีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น และเป็นเรื่องไม่คาดคิดร้ายแรง!
“หากตอนนั้นจับตาดูมิติต้นกำเนิดเร็วกว่านี้คงดี!”
เขาถอนหายใจ สำนึกเสียใจเป็นที่สุด ยามพวกเขาพบว่ามิติต้นกำเนิดฟื้นสภาพก็สายเกินไป ถูกศัตรูเหล่านั้นชิงโอกาสได้รับการสืบสานจากปราชญ์อาวุโสไปก่อน
บัดนี้ ศัตรูเหล่านี้เริ่มสร้างปัญหาให้พวกเขาแล้วเห็น ๆ ซ้ำยังเป็นปัญหาไม่น้อย จนเวลานี้เขาตกเป็นรอง
ยามนี้เขาเคลื่อนไหวก็ไม่ถูก ไม่เคลื่อนไหวก็ไม่ถูก!
ฟึ่บ!
เวลานั้นเอง คนผู้หนึ่งขี่วัวเขียวค่อย ๆ เดินทางเข้ามาจากเส้นทางปลอดภัย
เขาเป็นบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง บุคลิกโดดเด่น ประกายเจิดจ้าแยงตาล้อมรอบตัว ประดุจสุริยันบนผืนนภา แทบไม่อาจจ้องมองตรง ๆ!
เจ้าวิหารหลักเห็นบุรุษหนุ่มผู้นี้แล้วตาเป็นประกายในบัดดล คลี่ยิ้มกว้าง
“เรื่องราวมีจุดเปลี่ยนแล้ว!”
เขาหัวเราะร่วนไม่หยุด นับว่าพอกระหายน้ำก็มีคนยกน้ำมาให้ดื่ม เขารู้จักบุรุษหนุ่มผู้มาในครานี้ แม้มีรูปโฉมอ่อนเยาว์ ทว่าอายุที่แท้จริงมากจนน่ากลัว เป็นทูตที่เดินทางไปมาระหว่างแดนต้นกำเนิดการฝึกตนและที่นี่
การจะติดต่อแดนต้นกำเนิดการฝึกตนไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกครั้งต้องติดต่อผ่านทูตผู้นี้ ทูตผู้นี้คือคนข้างกายยอดฝีมือชั้นสูงในแดนต้นกำเนิดการฝึกตน มีพลังกล้าแกร่งน่าพรั่นพรึง!
บุรุษหนุ่มขี่วัวเขียวค่อย ๆ ออกจากแดนปลอดภัย
“ท่านทูต!”
เจ้าวิหารหลักและเจ้าวิหารย่อยทั้งสิบคุกเข่าลงกับพื้นทันทีเพื่อต้อนรับทูตผู้นี้
“ลุกขึ้นเถิด”
ทูตผู้นั้นเอ่ยราบเรียบ
เจ้าวิหารหลักและเจ้าวิหารย่อยทั้งสิบจึงยืนขึ้น
“มิต้องลำบากเช่นนั้น อีกแผนได้ผล จับสุยซินได้หรือไม่ก็มิได้สลักสำคัญแล้ว”
ทูตกล่าว “ข้ามาคราวนี้เพื่อถ่ายทอดคำสั่งผู้สูงส่ง เตรียมการสังเวยไว้!”
อีกแผนได้ผล?!
เจ้าวิหารหลักปีติเหลือล้น เช่นนี้หมายความว่าบิดาของสุยซินไม่เป็นภัยอีกต่อไป ไม่อาจขวางทางพวกเขาได้อีก พวกเขาจะได้ชะล้างตรามิตินับล้านบนตัว เปลี่ยนไปอยู่ในมิตินับล้านอื่นแล้ว
“เยี่ยม!”
เจ้าวิหารหลักรีบบอก “นี่ไม่ใช่ปัญหา พวกเรามีอำนาจควบคุมมิตินับล้านเบ็ดเสร็จ ออกคำสั่งเพียงครั้งเดียวก็รวมตัวสิ่งมีชีวิตนับล้านไว้ด้วยกันได้!”
“เช่นนี้ดียิ่ง”
ทูตเอ่ย “แต่เดิมการชะล้างตรานั้น จากที่เหล่าผู้สูงส่งประเมิน ใช้สิ่งมีชีวิตประมาณเจ็ดล้านมิติก็พอ ทว่าเหล่าผู้สูงส่งเอ่ยว่าเพื่อความปลอดภัย และเพื่อให้พลังกล้าแกร่งขึ้น ให้สังเวยสิ่งมีชีวิตในมิตินับล้านทั้งหมด”
เขาเอ่ยต่อ “สังเวยสิ่งมีชีวิตในมิตินับล้าน เหล่าผู้สูงส่งจะได้รับพลังจำนวนหนึ่งจากต้นกำเนิดการฝึกตน เหล่าผู้สูงส่งกล่าวว่าถึงอย่างไร ต่อให้เหลือสิ่งมีชีวิตอีกสามล้านมิติไว้ก็มิอาจบำเพ็ญได้อีก ไม่สู้สังเวยไปด้วยกันเสีย”
“ไม่มีปัญหา!”
เจ้าวิหารหลักพยักหน้า “ทว่าเวลานี้พบปัญหาเล็กน้อย”
“หืม?!”
ครั้นได้ยินเจ้าวิหารหลักกล่าวว่ามีปัญหาเล็กน้อย คิ้วของทูตพลันกระตุก เอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “ปัญหาเล็กน้อยอันใด”
เจ้าวิหารหลักฟังออกถึงความไม่พอใจในประโยคนี้ของทูต ตื่นกลัวจนรีบบอก “ปัญหาเกิดจากมิติต้นกำเนิด!”
“ศพของบรรดาปราชญ์อาวุโสฝังอยู่ในมิติต้นกำเนิด หล่อเลี้ยงมิติต้นกำเนิด บัดนี้มิติต้นกำเนิดฟื้นตัวเต็มที่ สิ่งมีชีวิตมิติต้นกำเนิดจำนวนหนึ่งได้รับการสืบสานที่ปราชญ์อาวุโสทิ้งไว้ก่อนหน้า!”
เจ้าวิหารกล่าว “การสืบสานจากปราชญ์อาวุโสที่พวกเขาได้รับค่อนข้างสมบูรณ์ เวลานี้ต่างมีพลังกล้าแกร่ง จากที่คาดเดา พวกเขาคงอยู่ในขอบเขตบ่อเกิดหยินทั้งหมด ยามนี้พวกเขาอยู่ในมิติต้นกำเนิด ช่วงชิงอาวุธโบราณที่เหล่าปราชญ์อาวุโสทิ้งไว้ให้เรา!”
เขากล่าวต่ออีกว่า “ไม่ใช่ว่าพวกเราจัดการพวกเขาไม่ได้ เพียงแต่ก่อนนี้ข้าจำเป็นต้องคอยพิทักษ์ที่นี่ ไม่อาจปลีกตัวไป บวกกับมิติต้นกำเนิดฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว พลังสยดสยองปะทุอยู่ทุกที่ ญาณสัมผัสได้รับผลกระทบมหาศาล เป็นผลให้ยากจะลากคอคนกลุ่มนี้ออกมา!”
“เช่นนี้นี่เอง”
ทูตเข้าใจแล้ว
“เหล่าปราชญ์อาวุโสไม่ธรรมดา อาวุธโบราณที่ทิ้งไว้ล้วนวิเศษสูงส่ง จำต้องได้มาทั้งหมดแล้วส่งไปยังแดนต้นกำเนิดการฝึกตน ถึงเมื่อนั้นต้องเป็นกำลังหนุนได้ไม่น้อย”
เขาเอ่ยต่อ “เอาละ เจ้าไปรวมพลสิ่งมีชีวิตจากมิตินับล้านก็แล้วกัน ส่วนบรรดาผู้ที่ได้รับการสืบสานไปแล้ว ให้ข้าจัดการเอง”
“ขอรับ!”
เจ้าวิหารหลักตอบเสียงนอบน้อม ก่อนจะพาเจ้าวิหารย่อยทั้งสิบออกไป ให้เจ้าวิหารย่อยทั้งสิบถ่ายทอดคำสั่ง ให้ทุกมิติในมิตินับล้านมารวมตัวกัน
“จำนวนผู้ได้รับการชะล้างตราไม่อาจเพิ่มมากกว่านี้แล้ว…”
ทูตขี่อยู่บนวัวเขียว พึมพำกับตนเอง “นอกจากนี้ พวกเขาก็ไม่คู่ควรได้รับสิทธิ์ถูกชะล้างตรา”
จากนั้นเขาก็ขี่วัวเขียวเข้าไปในมิติต้นกำเนิด
“เหล่าปราชญ์อาวุโสน่านับถืออย่างแท้จริง แม้ตายไปแล้วแต่ยังต่อสู้เพื่อรุ่นหลัง มิติต้นกำเนิดฟื้นตัวรุนแรงจนใกล้กลับสู่ยุครุ่งเรืองสุดขีดแล้ว”
เขาทอดถอนใจ กับบรรดาปราชญ์อาวุโส เขารักษาความเคารพยำเกรงไว้เสมอ
“น่าเสียดาย ไม่ทันการแล้ว มิติต้นกำเนิดฟื้นตัวช้าเกินไป!”
เขาถอนหายใจ ก่อนหน้านี้พวกเขายื้อมานานพอแล้ว บัดนี้ต้นกำเนิดการฝึกตนเริ่มมีวี่แววว่าจะไม่ยอมรับการบูชายัญจากพวกเขา หมายความว่ามิตินับล้านที่พวกเขาอยู่จะถูกต้นกำเนิดการฝึกตนทอดทิ้ง
เพราะเหตุนี้ ยอดฝีมือสูงส่งคณานับในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนจึงคิดอยากชะล้างตรามิตินับล้านของตน ย้ายไปอยู่ในมิตินับล้านอื่น
“หากเลือกได้ ย่อมไม่มีผู้ใดอยากทำเช่นนี้ อย่างไรนี่ก็เป็นมาตุภูมิ…”
เขาถอนหายใจอีกครั้ง “ทว่าช่วยไม่ได้ ต้นกำเนิดการฝึกตนเย็นชาเป็นอย่างยิ่ง ไม่เคยยอมเปลี่ยนแปลงสิ่งใด กับมิตินับล้านที่ไม่ถึงเกณฑ์ ทันทีที่มิตินับล้านถูกทอดทิ้ง สสารฝึกตนทั้งหมดจะถูกริบกลับไปอย่างรวดเร็ว!”
ไม่มีผู้ใดอยากตาย แม้แต่ยอดฝีมือสูงส่งที่อยู่มานานนับไม่ได้ก็เช่นกัน ยังอยู่มาไม่พอและอยากมีชีวิตรอดต่อไป
พวกเขาจึงจำเป็นต้องทอดทิ้งมิตินับล้านที่อยู่ในยามนี้เพื่อเอาตัวรอด ย้ายไปอยู่ในมิตินับล้านอื่น
“ลงมือได้แล้ว”
เขาหยุดทอดถอนใจ เตรียมปฏิบัติเรื่องหลัก
“มิติต้นกำเนิดฟื้นตัวดุเดือดจริง ๆ แม้แต่ญาณสัมผัสของข้ายังได้รับผลกระทบรุนแรง ไม่อาจคลี่แผ่”
เขาพึมพำกับตัวเอง ญาณสัมผัสที่คลี่แผ่ออกไปถูกพลังน่าสะพรึงสารพันกีดขวาง มิอาจขยายออกไปได้เลย
“ทว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่”
เขาเรียกสมาชิกวิหารโบราณลึกลับในมิติต้นกำเนิดมา ให้สมาชิกวิหารโบราณเหล่านี้ถ่ายทอดคำสั่งเขาไปสู่มิติต้นกำเนิด
“ข้ามาจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตน ผู้ที่ได้รับการสืบสานจากปราชญ์อาวุโสแล้วจงรีบมารวมตัวกับข้า ข้าจะพาพวกเจ้าเข้าไปยังแดนต้นกำเนิดการฝึกตน!”
เขากล่าว “ต่อให้พวกเจ้าไม่ต้องการลงทุนลงแรงสู้เพื่อมิตินับล้านก็ควรมารวมตัวกับข้า เข้าไปยังแดนต้นกำเนิดการฝึกตน เพราะนี่เป็นโอกาสรอดเพียงหนึ่งเดียวของพวกเจ้า มิตินับล้านที่พวกเราอยู่ใกล้ถูกล้างบางแล้ว มีเพียงเข้าไปในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนจึงจะมีความหวังและโอกาสมีชีวิตรอดต่อไป”
ผู้ที่ได้รับการสืบสานจากปราชญ์อาวุโสต้องรู้เรื่องแดนต้นกำเนิดการฝึกตนแน่ ไม่มีทางไม่รู้เรื่องใด ๆ เขาเอ่ยเช่นนี้ ผู้ที่ได้รับการสืบสานจากปราชญ์อาวุโสเป็นต้องหวั่นไหว
นอกเสียจากว่าผู้ที่ได้รับการสืบสานจากปราชญ์อาวุโสไปนั้นไม่อยากอยู่ ทว่าอยากตาย
“เส้นทางเข้าสู่แดนต้นกำเนิดการฝึกตนมีเพียงทางเดียว หวังว่าพวกเจ้าจะไม่ทำตนเองเสียโอกาส คว้าโอกาสครานี้ไว้ ไม่มีข้านำทางพวกเจ้า พวกเจ้าก็ไม่มีทางเข้าไปถึงแดนต้นกำเนิดการฝึกตน”
เขากล่าวอีกครั้ง
จากนั้นเขาให้สมาชิกวิหารโบราณลึกลับถ่ายทอดวาจาของเขาออกไปในมิติต้นกำเนิดการฝึกตน
เขาเชื่อว่า หลังผู้ที่ได้รับการสืบสานจากปราชญ์อาวุโสได้ยินคำกล่าวของเขาจะต้องมาหาเขาแน่
เพราะเป็นอย่างที่เขาว่าไว้ตอนท้าย เส้นทางที่เข้าสู่แดนต้นกำเนิดการฝึกตนมีพวกเขาคอยรักษาการณ์ ผู้ที่ได้รับการสืบสานจากปราชญ์อาวุโสทั้งหลายจำต้องผ่านเขาจึงจะเข้าไปถึงแดนต้นกำเนิดการฝึกตน
ด้วยเหตุนี้ เหล่าผู้ที่ได้รับการสืบสานจากปราชญ์อาวุโสย่อมต้องมาหาเขาที่นี่
………………..