รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1327 ดาบเพชฌฆาตจักดื่มโลหิตพวกเจ้าจนหมดสิ้น
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1327 ดาบเพชฌฆาตจักดื่มโลหิตพวกเจ้าจนหมดสิ้น
บทที่ 1327 ดาบเพชฌฆาตจักดื่มโลหิตพวกเจ้าจนหมดสิ้น
………………..
บทที่ 1327 ดาบเพชฌฆาตจักดื่มโลหิตพวกเจ้าจนหมดสิ้น
สิ่งปลูกสร้างโบราณเรียงรายเป็นแถบ ยิ่งใหญ่โอ่อ่า ทุกหลังล้วนวิจิตรตระการตา อีกทั้งแฝงไว้ด้วยความหนักอึ้งของกาลเวลา เปล่งประกายวาววามอยู่ทั่ว จังหวะแห่งเต๋าสูงส่งเหลือแสน
ไม่จำเป็นต้องกังขาอันใดอีก หลี่จิ่วเต้ากับสุยซินเดินผิดทาง รังของมิติเผาเวหาอยู่ใกล้แค่เอื้อม!
อย่าให้เอ่ยเลยว่าสุยซินรู้สึกแย่เพียงใด นางเชื่อใจหลี่จิ่วเต้าถึงเพียงนั้น สุดท้าย…เขากลับพานางมายังรังของมิติเผาเวหา!
นางไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง กลัวเป็นอย่างยิ่งว่าจะถูกยอดฝีมือในรังมิติเผาเวหาจับได้ ขืนถูกจับได้ ยอดฝีมือในมิติเผาเวหาต้องไม่ปล่อยพวกเขาไปแน่
“ไม่เป็นไร ดูเหมือนพวกเขาจะยังไม่รู้ว่าเรามา พวกเราจากไปเงียบ ๆ เป็นพอ”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ยอย่างสุขุม
พวกเขาห่างจากรังของมิติเผาเวหาเพียงเอื้อม ทว่ายอดฝีมือที่เข้าออกกลับไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของพวกเขา บ่งบอกว่าเหล่าของวิเศษบนตัวเขาทรงพลังอย่างมาก เขาใช้พลังจากของวิเศษต่าง ๆ คุ้มกันตัวเขากับสุยซิน ยอดฝีมือในมิติเผาเวหาจึงไม่รู้สึกถึงพวกเขา
“ก็จริง!”
สุยซินใจเย็นลงเช่นกัน พบว่ายอดฝีมือที่เข้าออกมิติเผาเวหาไม่รู้สึกถึงพวกเขาจริง ๆ ไม่เคยมีท่าทีแปลกไป
“ไป!”
หลี่จิ่วเต้าพาสุยซินจากไปเงียบ ๆ
พวกเขามุ่งหน้าไปยังทิศตรงข้ามอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็พ้นจากเขตของมิติเผาเวหา
“เกือบไปแล้ว!”
สุยซินหอบหายใจ เอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อ “ผู้ใดเล่าจะคิด พวกเราจะสามารถเข้าออกมิติเผาเวหาได้อย่างไร้รอยขีดข่วน!”
“เกือบหรือ ไยข้าจึงไม่รู้สึก”
“เลิกวางมาดเสียที นี่ก็เพราะพวกเรารอดแล้ว เจ้าถึงกล่าวเช่นนี้!”
สุยซินกลอกตาใส่หลี่จิ่วเต้า
จากนั้นพวกเขาเดินทางกันต่ออย่างเร่งรีบ มุ่งหน้าไปยังที่พำนักของบิดาสุยซิน
“อย่าได้คลี่แผ่ญาณสัมผัสสุ่มสี่สุ่มห้า ทุกอย่างในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนล้วนเกินหยั่ง ขืนใช้ญาณสัมผัสตรวจจับสุ่มสี่สุ่มห้าอาจเกิดเรื่องได้ง่าย!”
ระหว่างทาง สุยซินบอกกับหลี่จิ่วเต้าอย่างจริงจัง “ในแดนต้นกำเนิดการฝึกตน ไม่มีผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด มีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่า! ไม่แน่ว่าที่ใดอาจมีสิ่งมีชีวิตแดนต้นกำเนิดเกินจินตนาการอาศัยอยู่!”
ในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนไม่เพียงมีสิ่งมีชีวิตจากมิตินับล้าน ยังมีสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในแดนต้นกำเนิดอยู่แล้ว ไม่มีผู้ใดรู้ภูมิหลังของสิ่งมีชีวิตแดนต้นกำเนิดเหล่านี้แน่ชัด พวกเขาคาดการณ์ว่าสิ่งมีชีวิตแดนต้นกำเนิดเหล่านี้อาจเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดขึ้นในแดนต้นกำเนิด
สิ่งมีชีวิตแดนต้นกำเนิดเหล่านี้ย่อมต้องน่าประหวั่นพรั่นพรึงอย่างไม่ต้องสงสัย ถึงอย่างไรพวกเขาก็อาศัยอยู่ในแดนต้นกำเนิดมาตลอด ซ้ำที่นี่ยังเป็นศูนย์กลางการฝึกตน มิต้องคิดให้มากความก็รู้ว่าพวกเขาต้องแข็งแกร่งเหลือแสนแน่นอน!
“บอกเรื่องที่ข้าไม่รู้บ้างได้หรือไม่”
หลี่จิ่วเต้ายักไหล่เอือม ๆ เขาเคยเห็นความทรงจำวิญญาณของสุยซินแล้ว เรื่องที่นางรู้ เขารู้ทั้งหมด
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าท่าทางเช่นนี้ของเจ้าวอนส้นเท้ามาก!”
สุยซินเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน นึกอยากอัดหลี่จิ่วเต้าให้หลาบจำอีกครา แต่นางลืมไปว่าเขาเคยเห็นความทรงจำวิญญาณของนาง
“ข้าชอบท่าทางที่เจ้าอยากอัดข้าแต่อัดไม่ได้” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“เหอะ!”
สุยซินโมโหจนเบือนหน้าหนีไม่ยอมมองหลี่จิ่วเต้า คนผู้นี้ช่างน่าแค้นใจนัก!
สถานที่ที่บิดาของนางพำนักไม่ถือว่าใกล้ ระหว่างนั้นยังต้องผ่านเขตของมิตินับล้านอีกหลายแห่ง พวกเขาจำต้องเดินอ้อม จึงใช้เวลานานขึ้น
ตลอดทั้งทางนับว่าปลอดภัย กระนั้นยังมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้น!
ขณะที่หลี่จิ่วเต้าและสุยซินมุ่งหน้าอย่างรวดเร็ว จู่ ๆ ก็มีธนูเย็นเยียบสองดอกพุ่งเข้ามากลางอากาศ เล็งไปที่ศีรษะของทั้งสอง!
ธนูเย็นเยียบสองดอกนี้ปราศจากประกายใด ๆ ไม่มีคลื่นพลัง ทว่ากลับปรากฏออกมาได้กะทันหันอย่างยิ่ง ไม่อาจป้องกันได้ทัน กระทั่งไม่อาจไหวตัวได้ทัน
หลี่จิ่วเต้าก็ไหวตัวไม่ทัน เขาไม่ได้คลี่แผ่ญาณสัมผัส ดั่งเช่นที่สุยซินว่า กลัวจะดึงดูดสิ่งมีชีวิตแดนต้นกำเนิดสยดสยองเข้ามา
ทว่าเขากางพลังจากเหล่าของวิเศษอยู่ตลอดเพื่อปกป้องตัวเขาและสุยซิน ขณะที่ธนูเย็นเยียบสองดอกกำลังจะปักศีรษะพวกเขา ก็ถูกพลังจากเหล่าของวิเศษบดขยี้ในบัดดล!
เหงื่อเย็นไหลลงจากใบหน้าสุยซิน ในใจนึกกลัวไม่หาย ยังดีที่หลี่จิ่วเต้ากางพลังจากเหล่าของวิเศษไว้ หาไม่แล้ว ป่านนี้พวกเขาคงตายไปนานแล้ว!
ในธนูเย็นเยียบสองดอกนี้มีพลังน่าสะพรึงกลัวเจือไว้ชัดเจน หากพวกเขาถูกปักทะลุ มีโอกาสตายไปอย่างสิ้นเชิง!
“น่าสนใจ พวกเจ้ามาจากมิตินับล้านใด”
ใครคนหนึ่งก้าวออกมา พลังปราณน่าหวาดหวั่น เป็นบุรุษหนุ่มผู้หนึ่ง ดวงหน้าเปี่ยมด้วยจิตสังหาร ดูก็รู้ว่าเป็นผู้ที่ไม่ควรยุ่งด้วย
เขามีคันศรเล่มใหญ่ในมือ เห็นได้ชัดว่าเป็นผู้ยิงธนูเย็นเยียบเมื่อครู่
“ยุ่งแล้ว ดันมาเจอกับหมิงเตาเสียได้!”
คิ้วของสุยซินขมวดมุ่น กลัดกลุ้มเป็นหนักหนา นางรู้ภูมิหลังของบุรุษหนุ่มผู้นี้ ระบือนามในพื้นที่เขตนี้ เห็นเขาอยู่ในรูปบุรุษหนุ่ม ทว่าแท้จริงเป็นปีศาจเฒ่าที่อยู่มาตั้งไม่รู้ว่านานเท่าใด มาจากมิติกาลีภูมิ เคยล่าสิ่งมีชีวิตมิติอื่นมามากมาย เรียกขานตนเองว่าเป็นหมิงเตา…ผู้ลิดรอนชีวิตผู้อื่น!
อันที่จริง มิติกาลีภูมิไม่จำเป็นต้องล่าสิ่งมีชีวิตจากมิตินับล้านอื่น ๆ เพราะถึงแม้มิติกาลีภูมิผ่านพ้นศักราชล้างบางเป็นครั้งแรก กระนั้นพวกเขาถึงเกณฑ์ ภายในมียอดฝีมือขอบเขตหยินหยางสามตน ตรงกับเงื่อนไขจากต้นกำเนิดการฝึกตน หนนี้จักไม่ถูกล้างบาง
ทว่าหมิงเตาจากมิติกาลีภูมิก็ยังออกล่าไม่หยุด สิ่งมีชีวิตจากมิตินับล้านที่ผ่านพ้นศักราชล้างบางครั้งแรกต่างกลัวต้องเจอกับหมิงเตา
ยามพวกเขาก้าวเดินอยู่ในแดนอลหม่าน หลี่จิ่วเต้าเคยสำแดงพลังกล้าแกร่ง เผชิญหน้ากับตัวตนที่ผ่านศักราชล้างบางมาถึงสองครั้ง แล้วยังได้สู้กับยอดฝีมือสะท้านใต้หล้าถึงแปดตน ซ้ำยังชนะอีกด้วย
ทว่าคนเหล่านั้นก็เป็นเพียงภาพสะท้อน มิอาจสะท้อนให้เห็นสิ่งใด ผู้ที่ทรงพลังอย่างหมิงเตาสร้างความกังวลให้สุยซินเหลือแสน กลัวหลี่จิ่วเต้าจะรับมือไม่ไหว
เรื่องที่สุยซินรู้ หลี่จิ่วเต้าก็ตระหนักดี เขาล่วงรู้ตัวตนของหมิงเตาเช่นกัน
เขาเรียกกระบี่ฉุนจวินออกมา ชี้ไปที่หมิงเตา รู้ดีว่าศึกนี้ไม่อาจเลี่ยง หมิงเตาไม่มีทางยอมปล่อยพวกเขาง่าย ๆ
“เหอะ รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของข้าแล้วยังกล้าชูกระบี่ใส่ข้าอีก น่าสนใจนี่!”
หมิงเตาหัวเราะ “ยอมแพ้แต่โดยดีเสีย แล้วข้าจะให้พวกเจ้าได้ไปสบาย อย่าหาเรื่องใส่ตัว ถึงเวลาพวกเจ้าจะต้องเป็นทรมานกว่าตาย”
“เป็นแค่เศษสวะที่กล้ามาเบ่งในเขตมิตินับล้านที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ แน่จริงเจ้าลองไปวางอำนาจในเขตอื่นสิ!”
หลี่จิ่วเต้าตวาดโดยไม่เกรงใจ เพราะเกรงใจไปก็ไร้ความหมาย หมิงเตาไม่มีทางปล่อยพวกเขาไป
ในพื้นที่นี้ ล้วนเป็นมิตินับล้านที่ยังไม่ถึงเกณฑ์ เป็นอย่างที่เขาว่า หมิงเตากล้าล่าเฉพาะในเขตนี้เท่านั้น ไม่กล้าไปล่าเขตอื่น
“เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าพูดอะไรอยู่?!”
สายตาหมิงเตาพลันเย็นยะเยือก หลี่จิ่วเต้าบังอาจเรียกเขาว่าเศษสวะ ยังไม่เคยมีสิ่งมีชีวิตตนใดหยามเกียรติเขาต่อหน้าเช่นนี้!
“เจ้าตายแน่!”
สีหน้าของเขาเย็นชา ยกคันศรแล้วง้างเต็มแรง ยิงธนูใส่หลี่จิ่วเต้า
สิ่งมีชีวิตที่เป็นอันตรายต่อเขาในพื้นที่นี้เขารู้รายนาม หลี่จิ่วเต้าและสุยซินไม่อยู่ในนี้ เพราะเหตุนี้ หลังเขาเห็นหลี่จิ่วเต้ากับสุยซินถึงได้ยิงธนูใส่ทันที ปราศจากข้อกังวล
หมิงเตาเลื่องชื่อด้านอำมหิต เป็นผลให้หลี่จิ่วเต้าเองก็ไม่มั่นใจ แน่นอนว่าเพราะเขาไม่แน่ใจว่าพลังของของวิเศษทั้งหลายจะกล้าแกร่งได้เพียงใด สังหารหมิงเตาได้หรือไม่
ทว่าต่อให้เขาไม่มั่นใจ แต่ก็หาได้เกรงกลัว พุ่งออกไปเบื้องหน้าทันที
เพราะเขารู้ดีว่าเขาที่มีความหวาดหวั่นในใจ ไม่อาจสำเร็จสิ่งใดได้!
กระบี่ฉุนจวินเปล่งประกายนับล้าน บดขยี้ธนูเล่มใหญ่ที่หมิงเตายิงเข้ามาได้ทันที หลี่จิ่วเต้าเริ่มมั่นใจขึ้น ตวัดกระบี่ฉุนจวินบุกออกไป
ม่านตาหมิงเตาหรี่ลง คิดไม่ถึงนิดหน่อยว่าหลี่จิ่วเต้าจะดุดันถึงปานนี้ บดขยี้ธนูเล่มใหญ่ที่เขายิงไปได้ทันที
เขาไม่ลังเล ง้างคันธนูเต็มแรงอีกครั้ง คราวนี้ยิงธนูออกไปเต็มฟากฟ้า ตกลงมาดั่งสายฝน ถาโถมใส่หลี่จิ่วเต้า
หลี่จิ่วเต้าเรียกร่มกระดาษมันออกมาแล้วกาง ธนูน่าพรั่นพรึงที่ถล่มลงมาถูกร่มกระดาษมันป้องกันไว้ได้ทั้งหมด ร่มกระดาษมันเปล่งประกายเลือนราง ไม่มีรอยขีดข่วน ธนูน่าพรั่นพรึงที่พุ่งลงมามิอาจทิ้งร่องรอยสักนิด
เห็นดังนั้น หลี่จิ่วเต้ายิ่งมั่นใจขึ้นไปอีก
ม่านตาหมิงเตาหรี่ลงอีกครั้ง ดูเหมือนหนนี้จะเจอคู่ต่อสู้ที่ตึงมือเข้าแล้ว การโจมตีของเขาไม่ได้ผลแม้แต่น้อย เรื่องนี้ผิดจากที่คาดจริง ๆ
ต้องรู้ว่านอกจากบรรดาผู้ที่เป็นอันตรายต่อเขา ต่อให้เผชิญกับคู่ต่อสู้ที่ตึงมือเพียงใด เขายังไม่เคยเจอสถานการณ์ที่การโจมตีไม่ได้ผลสักนิด
“ใช้ได้!”
ดวงตาสุยซินวาวโรจน์ มั่นใจมากขึ้นแล้วเช่นกัน ดูเหมือนหลี่จิ่วเต้ามีหวังเอาชนะหมิงเตาได้!
“ฆ่า!”
หมิงเตามีสีหน้าเย็นชา หวดคันศรใหญ่ในมือฟาดใส่หลี่จิ่วเต้าอย่างแรง ใช้คันศรใหญ่เป็นอาวุธหนัก
วัสดุของคันศรใหญ่นั้นไม่ธรรมดา แข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ สร้างจากโลหะทนทานที่สุดจากมิตินับล้านที่เขาอยู่ หากใช้เป็นอาวุธหนัก อานุภาพก็ดุดันน่าสะพรึงยิ่ง!
หลี่จิ่วเต้าใช้กระบี่ฉุนจวินในมือสำแดงเคล็ดกระบี่ไทเก๊ก ประเด็นคือเขาใช้เคล็ดกระบี่อื่นไม่เป็น รู้จักเพียงเคล็ดกระบี่ไทเก๊ก
ทว่าเมื่อมีพลังจากของวิเศษทั้งหลายคอยค้ำจุน ต่อให้นี่จะไม่ใช่เคล็ดกระบี่วิเศษวิโสอันใด กระนั้นก็มีพลานุภาพยิ่งใหญ่ หมิงเตาใช้คันศรใหญ่ทุบสะบั้นหั่นแหลก กระนั้นกลับไม่ได้ผลสักนิด ถูกเคล็ดกระบี่ไทเก๊กหยุดยั้งได้ง่ายดาย!
แครก!
เสียงแตกร้าวดังขึ้น หมิงเตาหวดคันศรใหญ่ทุบไม่โดนหลี่จิ่วเต้าไม่พอ ซ้ำร้ายคันศรใหญ่ยังเริ่มมีรอยร้าวจากเคล็ดกระบี่ไทเก๊ก เสียหายหนักจนเกิดรอยบิ่นไม่หยุด
“นี่มันเคล็ดวิชาอันใด!”
หมิงเตาตะลึง อย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าในเขตมิตินับล้านยังไม่ถึงเกณฑ์แห่งนี้ จะมีผู้ที่สามารถสำแดงเคล็ดกระบี่สูงส่งวิเศษเช่นนี้!
ความลึกล้ำของเคล็ดกระบี่นี้แม้แต่เขายังสะท้าน!
ดวงตาเขาเป็นประกาย เกิดความต้องการแรงกล้าในเคล็ดกระบี่นี้ ปรารถนาที่จะได้มา
“คนอย่างเจ้า ไม่คู่ควรกับเคล็ดกระบี่สูงส่งเช่นนี้!”
แดนต้นกำเนิดการฝึกตนไม่ธรรมดา เป็นถึงแกนหลัก ในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนจะมีของวิเศษหรือเคล็ดวิชาวิเศษตกออกมานานัปการ กระจายไปตามที่ต่าง ๆ ของแดนต้นกำเนิดการฝึกตน
หลี่จิ่วเต้าได้ครอบครองเคล็ดวิชาระดับนี้ เขาไม่ได้คิดมากแต่อย่างใด มองเพียงอีกฝ่ายโชคดีพอ ได้รับเคล็ดวิชาสูงส่งที่ร่วงจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตนโดยบังเอิญ
เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนมาไม่น้อย สิ่งมีชีวิตมหาศาลเคยได้รับของวิเศษหรือเคล็ดวิชาวิเศษที่ร่วงจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตน
มิตินับล้านที่เขาอยู่ก็เคยได้รับของวิเศษชิ้นหนึ่ง เป็นหินแร่ที่ร่วงจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตน เพียงแต่เล็กเกินไป ไม่ต่างจากเม็ดถั่วเขียวเท่าใด
ทว่าแม้แต่หินแร่ที่ขนาดเท่าเม็ดถั่วเขียวเช่นนี้ หากนำมาหลอมศัสตราวุธ ย่อมต้องน่าประหวั่นพรั่นพรึงแน่นอน แทบหลอม…ศาสตรากึ่งต้องห้ามได้
ยอดฝีมือขอบเขตบ่อเกิดหยินหยางในมิตินับล้านที่เขาอยู่กำลังคิดหาวิธีหลอมหินแร่ชนิดนี้เป็นอาวุธ
ศาสตราต้องห้ามนั้นสยดสยองไร้ใดเปรียบ ยามหลอมก็ซับซ้อนยากเย็น ศาสตรากึ่งต้องห้ามก็เช่นกัน ยามนี้พวกเขายังไม่อาจหลอมหินแร่ชนิดนี้เป็นอาวุธ ยังห่างอีกไกล
“ฆ่า!”
หมิงเตาคำราม เรียกดาบใหญ่เล่มหนึ่งออกมา เขาขนานนามตนว่าหมิงเตาก็เพราะดาบใหญ่เล่มนี้ในมือเขา
ดาบใหญ่ในมือเขาแดงชาดทั่วลำ กลิ่นอายความตายชวนผวาเหลือแสนแผ่ซ่านออกมา ดาบใหญ่เล่มนี้หลอมจากวัสดุชั้นเลิศที่สุดในมิติของเขา ทั้งยังแปดเปื้อนโลหิตมาคณานับ น่าสยดสยองอย่างสิ้นเชิง!
มิติกาลีภูมิไม่ต้องล่าสิ่งมีชีวิตจากมิตินับล้านอื่น เขากลับล่ามิตินับล้านอื่นในพื้นที่นี้ไม่หยุด นี่ไม่ใช่งานอดิเรกของเขา แม้จะชื่นชอบการเข่นฆ่า ทว่าเหตุผลหลัก ๆ คือเขาอยากให้ดาบใหญ่ในมือเล่มนี้ทรงพลังยิ่งขึ้น!
ดาบใหญ่ในมือเขากล้าแกร่งน่าสะพรึงยิ่งขึ้นด้วยการสังเวยโลหิต
“นี่คือ…ดาบเพชฌฆาต!”
สุยซินตัวสั่นสะท้านเบา ๆ “ลือกันว่า หากเห็นดาบเพชฌฆาตปรากฏในเขตนี้ เป็นต้องจบชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่มีผู้ใดหนีการเข่นฆ่าจากดาบเพชฌฆาตพ้น!”
ความจริงก็เป็นเช่นนั้น
หมิงเตาไม่ได้ลงมือด้วยความวู่วาม ยามเขาเริ่มออกล่าในพื้นที่นี้ได้สืบเสาะพื้นที่นี้จนรู้ตื้นลึกหนาบาง สิ่งมีชีวิตที่เป็นอันตรายต่อเขา เขาสืบจนรู้หมด
สิ่งมีชีวิตที่ไม่เป็นอันตรายต่อเขาย่อมหนีไม่พ้นเงื้อมมือของเขา และทุกครั้งที่เขาสังหารสิ่งมีชีวิตเหล่านี้จักต้องเรียกดาบเพชฌฆาตออกมา ใช้ดาบเพชฌฆาตปลิดชีพสิ่งมีชีวิตเหล่านี้
เพราะอย่างนั้น ข่าวลือจึงไม่ผิด ผู้ใดที่ได้เห็นดาบเพชฌฆาตเป็นต้องตายกันหมด ไม่มีข้อยกเว้น!
หลังเรียกดาบเพชฌฆาตออกมาแล้ว แสงสีแดงฉานอาบไล้ฟ้าดิน หมิงเตามีสีหน้าเย็นชา ตวัดดาบเพชฌฆาตฟาดฟันออกไปรุนแรง!
เขาไม่ต้องการชักช้า อยากรีบจัดการหลี่จิ่วเต้าโดยไว
เพราะชื่อเสียงของเขาในเขตนี้นับว่าฉาวโฉ่ หากใช้เวลานานย่อมไม่เป็นผลดีต่อเขาสักนิด อาจเรียกสิ่งมีชีวิตที่เป็นอันตรายต่อเขามาได้
ถึงคราวนั้น เขาต้องพบเจอปัญหาไม่รู้จบแน่นอน!
เขาเก่งกาจก็จริง อยู่ในขอบเขตบ่อเกิดหยางวรรณะห้า บวกกับดาบเพชฌฆาตในมือเขา พลังที่เขาระเบิดออกมาได้น่าพรั่นพรึงชวนสะท้านแน่นอน สิ่งมีชีวิตขอบเขตบ่อเกิดหยางวรรณะหกยังไม่แน่ว่าจะต้านทานได้ง่าย ๆ จำต้องแลกกับบางอย่าง!
เคล็ดกระบี่ไทเก๊กของหลี่จิ่วเต้าถูกทำลาย แสงดาบแดงฉานดั่งเลือด อาบไล้ฟ้าดินผืนนี้จนดูเหมือนขุมนรก สุยซินใจขึ้นมาอยู่ที่คอ กลัวจะเกิดเรื่องกับหลี่จิ่วเต้า กลัวเขาถูกดาบเพชฌฆาตปลิดชีพ!
“บอกแล้วว่าเคล็ดวิชาสูงส่งเช่นนี้เจ้าไม่มีสิทธิ์ครอบครอง!”
หมิงเตาแค่นหัวเราะ “เอาชีวิตเจ้ามา รวมถึงเคล็ดกระบี่สูงส่งนี่ด้วย มันต้องเป็นของข้าทั้งหมด!”
เขาปรายตามองสุยซินแล้วเอ่ยต่อ “ชีวิตคนรักตัวน้อยของเจ้าก็เป็นของข้าด้วย ดาบเพชฌฆาตจักดื่มโลหิตพวกเจ้าจนหมดสิ้น!”
………………..