รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1325 ลั่วสุ่ย ‘ไม่ได้ยืนอยู่ฝั่งเดียวกัน’
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1325 ลั่วสุ่ย ‘ไม่ได้ยืนอยู่ฝั่งเดียวกัน’
ทที่ 1325 ลั่วสุ่ย ‘ไม่ได้ยืนอยู่ฝั่งเดียวกัน’
………………..
ทที่ 1325 ลั่วสุ่ย ‘ไม่ได้ยืนอยู่ฝั่งเดียวกัน’
เหิงจวี้กับลี่ซินเข้าสู่ขอบเขตบ่อเกิดหยินนานมากแล้ว ตอนนี้ทั้งสองอยู่ขอบเขตบ่อเกิดหยินวรรณะสอง
ต้นกำเนิดการฝึกตนแบ่งขั้นขอบเขตละเอียดนัก ทุกขอบเขตย่อยมีเก้าวรรณะ มีเพียงทะลวงผ่านเก้าวรรณะจึงจะก้าวไปยังขอบเขตย่อยต่อไปได้
ทั้งสองลงมืออย่างดุดัน สำแดงพลังขอบเขตบ่อเกิดหยินวรรณสองสุดขีดออกมา
ตอนนี้พวกเขายังไม่ได้ใช้ศาสตราโบราณ เพราะรู้สึกว่าลั่วสุ่ยไม่คู่ควรกับการให้พวกเขาใช้ศาสตราโบราณ และคิดว่าอาศัยแค่ความแข็งแกร่งของตนเองก็สยบลั่วสุ่ยลงได้
น่าเสียดาย พวกเขาประเมินพลังลั่วสุ่ยต่ำเกินไปนัก
ท่ามกลางพลังหยินอันตรายน่าสะพรึง อาภรณ์สีเขียวของลั่วสุ่ยพลิ้วไหว ทำลายพลังทั้งหมดลง ดาบขาวเหมันต์ในมือวาดออกกลายเป็นแสงดาบชวนน่าหวาดหวั่น ตัดร่างเหิงจวี้และลี่ซินเป็นชิ้น ๆ!
“หืม?!”
ในความมืด รูม่านตาของร่างแปลงเจ้าวิหารหลักหดแคบลง ไม่คิดว่าลั่วสุ่ยจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ เห็นได้ชัดว่าดาบขาวเหมันต์ในมือลั่วสุ่ยไม่ใช่ศาสตราเหนือชั้นอันใด แต่ถูกควบแน่นขึ้นมาจากพลังบริสุทธิ์
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ นางยังสามารถทลายพลังหยินอันน่าพรั่นพรึงของเหิงจวี้และลี่ซินได้ อีกทั้งยังตัดร่างทั้งสองออกเป็นชิ้น ๆ เห็นได้ชัดว่าขอบเขตลั่วสุ่ยสูงกว่าเหิงจวี้และลี่ซินมาก!
ตู้ม!
ขณะนั้นเอง ฉากสีเลือดปรากฏ ภายนอกจักรวาลดวงดาราสะท้อนด้วยสีแดงชาด เหิงจวี้ยังไม่ตาย เรียกศาสตราโบราณออกมา นี่คือดาบสีโลหิตเล่มหนึ่ง เปี่ยมจิตสังหารล้นฟ้า!
หวึ่ง!
จักรวาลดวงดาราด้านนอกเกิดการสั่นสะเทือน ลี่ซินเองก็ยังไม่ตาย เรียกศาสตราโบราณในมือออกมา นี่เป็นหอคอยเก้าชั้นสัมฤทธิ์แห่งหนึ่งพุ่งเข้าใส่ลั่วสุ่ย!
ต้องกล่าวว่าศาสตราโบราณเหล่านี้ไม่ธรรมดายิ่ง น่าสะพรึงถึงขีดสุด ดาบสีโลหิตที่โจมตีเข้ามาก่อนถูกลั่วสุ่ยใช้ดาบขาวเหมันต์ต้าน ส่งเสียงดังปังออกมา ดาบขาวเหมันต์ในมือลั่วสุ่ยแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ดาบสีโลหิตฟันใส่ลั่วสุ่ยเกิดเป็นบุปผาโลหิตเบ่งบาน!
ยังดีที่ลั่วสุ่ยยังตอบสนองได้รวดเร็วพอ ในช่วงเวลาวิกฤตถีบตัวไปด้านหลัง ดาบโลหิตจึงทำได้เพียงกรีดหนังเรียกเลือด ไม่เช่นนั้นร่างกายนางต้องถูกตัดขาดเป็นสองท่อนแน่นอน!
ตู้ม!
เจดีย์สัมฤทธิ์โบราณเก้าชั้นเปล่งแสงน่าสะพรึงกลัวพุ่งเข้ามา กฎวิถีอันน่าพรั่นพรึงหมุนเวียน พยายามดูดลั่วสุ่ยเข้าไปในเจดีย์สัมฤทธิ์โบราณเก้าชั้น
ด้านในเจดีย์โบราณมีเสียงโหยหวนดังต่อเนื่อง สิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่ถูกเจดีย์สัมฤทธิ์โบราณสังหารล้วนถูกผนึกเอาไว้ข้างในนั้น
เกือบทั้งหมดด้านในเป็นสิ่งมีชีวิตจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตน หากลั่วสุ่ยถูกดูดเข้าไปในเจดีย์โบราณย่อมประสบกับเรื่องเลวร้ายแน่นอน
“หลีกไป!”
ลั่วสุ่ยตวาดอย่างไร้ความหวาดกลัว ร่างกายเปล่งแสงเรืองรอง มือและเท้าวาดออกสำแดงมวยไทเก๊กที่เรียนรู้มากจากหลี่จิ่วเต้า ฉับพลันนั้นเองมีพลังหยินและหยางหลั่งไหลออกมาต่อต้านพลังเจดีย์โบราณ
ดาบโลหิตเปล่งประกายไร้เทียบเคียง ตัดผ่านได้ทั้งปริภูมิเวลาและวันคืน ทว่ากลับไม่อาจเข้าใกล้ร่างลั่วสุ่ยได้ เนื่องจากถูกมวยไทเก๊กขัดขวางเอาไว้!
“นี่มันมวยอันใดกัน?!”
ร่างแปลงเจ้าวิหารหลักจ้องไปทางลั่วสุ่ยด้วยความจริงจัง เขาสัมผัสได้ว่ามวยไทเก๊กที่นางรำออกมาพิเศษเหนือชั้นมาก ในความคิดของเขา นี่อาจเป็นวิชามวยที่สร้างขึ้นจากปราชญ์อาวุโสใช่หรือไม่?
วิชามวยนี้ ลั่วสุ่ยจะต้องได้รับการสืบทอดจากปราชญ์อาวุโสแน่ เพราะนอกจากนี้แล้ว นางไม่มีทางได้รับจากที่อื่น
“แปลกนัก ไฉนข้าจึงนึกไม่ออกว่าเป็นวิชามวยเหนือชั้นของปราชญ์ผู้ใด?”
เขาขมวดคิ้ว รู้สึกแปลกประหลาดยิ่ง
เขามีความเข้าใจเรื่องเหล่าปราชญ์อาวุโสอยู่ไม่น้อย รู้จักปราญช์อาวุโสทุกคน ทว่าเมื่อนึกย้อนไล่ดูแล้วก็ยังไม่อาจตามหาปราชญ์สูงสุดที่มีวิชามวยเช่นนี้ได้
“เปิดเจดีย์!”
ลี่ซินคำราม พยายามกระตุ้นพลังเจดีย์สัมฤทธิ์โบราณอย่างเต็มที่ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ประตูชั้นล่างสุดของเจดีย์สัมฤทธิ์เก้าชั้นถูกเปิดออกเต็มที่ สิ่งมีชีวิตอันน่าสะพรึงต่างทะยานออกมาตรงเข้าใส่ลั่วสุ่ย
สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ทรงพลังยิ่ง ทั้งหมดอยู่เหนือขอบเขตบ่อเกิดหยางขึ้นไป เป็นสิ่งมีชีวิตจากมิตินับล้านอื่นในแดนกำเนิดการฝึกตนที่ถูกเจดีย์สัมฤทธิ์โบราณเก้าชั้นสังหาร
“ตาย!”
ลั่วสุ่ยไร้ความเกรงกลัว สำแดงมวยไทเก๊กออกมาเต็มที่ ใช้พลังจนถึงขีดสุด นางก้าวออกไปด้านหน้า หมัดที่ดูอ่อนนุ่มกลับเปี่ยมไปด้วยพลังมหาศาลอย่างไม่อาจจินตนาการได้ สิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นถูกมวยไทเก๊กกวาดล้างสิ้น สลายหายไปไม่หลงเหลือ!
ดาบโลหิตฟันลงมาอีกครั้ง คราวนี้นำพาพลังอันแข็งแกร่งกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ปริภูมิเวลาและดวงดาราที่อยู่ในวิถีพังทลายลง แสดงพลังอันไม่อาจต้านทานได้!
ทว่าภายใต้มวยไทเก๊กของลั่วสุ่ย พลังที่ดาบโลหิตแผ่ออกมาถูกสลายทิ้ง สิ่งที่ทรงพลังที่สุดของมวยไทเก๊กคือการยืมแรงย้อนแรง นางส่งคืนพลังดาบโลหิตกลับคืนไป
“เปิดอีก!”
ลี่ซินตะโกน เลือดไหลออกจากมุมปาก เจดีย์สัมฤทธิ์โบราณเก้าชั้นน่าหวาดกลัวเกินไป นางไม่อาจเปิดใช้งานโดยง่าย ยามนี้คือตัวอย่างที่ดีที่สุด หากคิดเปิดประตูเจดีย์ชั้นสอง ปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตที่ถูกขังในชั้นสองออกมา ก็นับเป็นเรื่องยากเย็นอย่างถึงที่สุด จำต้องทุ่มสุดกำลัง
ตู้ม!
นางทำได้ทำเสร็จ ประตูเจดีย์ชั้นสองเปิดออก สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังยิ่งกว่าก่อนหน้ากรูออกมาจากด้านใน เกรงว่าต่อให้เป็นตัวตนขอบเขตบ่อเกิดหยินวรรณะสามยังไม่อาจหยุดยั้งสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ได้ ถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ ในพริบตา
“สังหารให้ข้าเสีย!”
อีกด้านหนึ่งเหิงจวี้คำราม ทุ่มสุดชีวิตอย่างแท้จริง มุมปากมีเลือดไหลทะลักออกมา กระตุ้นพลังแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิมของดาบโลหิตออกมา ฟันเข้าใส่ลั่วสุ่ย
สีหน้าลั่วสุ่ยสงบนิ่ง ไม่มีระลอกคลื่นใดบนใบหน้าอันงดงามเปล่งประกาย นางยังคงสำแดงมวยไทเก๊กอย่างต่อเนื่อง เผยความลึกลับของมวยไทเก๊กออกมา ประหนึ่งว่านางกลายเป็นหนึ่งเดียวกับวิชามวย โลกหล้ามีเพียงมวยไทเก๊ก!
ภายใต้สภาวะนี้ ลั่วสุ่ยน่าสะพรึงกลัวยิ่งอย่างไม่ต้องสงสัย พลังมวยไทเก๊กเกินจะหยั่งถึง ดาบโลหิตและสิ่งมีชีวิตชั้นสองไม่อาจต่อกรกับนางได้!
ดาบโลหิตถูกตีกลับไปอีกครั้ง สิ่งมีชีวิตน่าสะพรึงกลัวชั้นสองถูกกวาดล้าง!
เหิงจวี้กับลี่ซินเผชิญการย้อนกลับของพลัง ปากกระอักเลือดออกมาไม่หยุด ร่วงหล่นจากด้านนอกจักรวาลดวงดารา สูญเสียความสามารถในการต่อสู้
ตู้ม!
ร่างแปลงเจ้าวิหารหลักพุ่งออกมา ในมือถือหอกยาวทองคำที่ทรงพลังกว่าเหิงจวี้และลี่ซินมาก
ในฐานะเจ้าวิหารหลักของวิหารโบราณลึกลับ ขอบเขตเขาย่อมสูงล้ำ อยู่ตั้งขอบเขตบ่อเกิดหยินวรรณะเก้า ไกลจากการทะลวงผ่านไปยังขอบเขตบ่อเกิดหยางเพียงก้าวหนึ่งเท่านั้น
แม้เป็นเพียงร่างแปลงของเขาแต่ก็ทรงพลังดุร้ายยิ่ง กอปรกับหอกยาวศาสตราโบราณในมือของเขา พลังรบนับว่าน่าพรั่นพรึงนัก สังหารสิ่งมีชีวิตขอบเขตบ่อเกิดหยินวรรณะเจ็ดได้อย่างง่ายดาย
“ร่างแปลงเจ้าวิหารหลักหรือ?”
ลั่วสุ่ยมองปราดเดียวก็เห็นถึงร่างแปลงเจ้าวิหารหลัก ยามพวกนางค้นความทรงจำวิญญาณสมาชิกวิหารโบราณลึกลับผู้หนึ่งทำให้ได้เห็นหน้าตาของเจ้าวิหารหลัก
“เช่นนั้นก็มาดูกันว่าเจ้าวิหารหลักแข็งแกร่งเพียงใด”
สีหน้าของลั่วสุ่ยสงบนิ่ง ไม่มีความกริ่งเกรง พุ่งตรงไปเบื้องหน้าเพื่อต่อสู้
ต้องกล่าวว่าเจ้าวิหารหลักดุร้ายทรงพลังอย่างถึงที่สุด พลังศาสตราโบราณที่ใช้งานได้ก็มากยิ่งกว่า ลั่วสุ่ยที่ร่ายมวยไทเก๊ก ทั้งดาบโลหิตและเจดีย์สัมฤทธิ์โบราณล้วนไม่อาจสั่นคลอน ถูกพลังมวยไทเก๊กสยบทั้งสิ้น แต่ร่างแปลงเจ้าวิหารหลักนั้นต่างออกไป!
หอกยาวทองคำในมือเขาเปล่งแสงออกมา เจิดจ้าพร่างพราวเสียยิ่งกว่าดวงตะวัน พลังหอกยาวทองคำไม่ได้ถูกมวยไทเก๊กสลายไป ทว่ากลับพุ่งทะลวงเจาะเข้าไหล่ลั่วสุ่ยโดยตรง เรียกโลหิตอาบย้อม
“แข็งแกร่งยิ่ง ไม่ธรรมดาจริง ๆ!”
ลั่วสุ่ยมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา เริ่มใช้พลังที่แข็งแกร่งขึ้น สาเหตุที่นางไร้ความหวาดกลัว กล้าเข้าต่อสู้ นั่นเป็นเพราะก่อนหน้านี้นางเพียงอุ่นเครื่อง ยังไม่ได้สำแดงพลังที่แท้จริงออกมา
หากก่อนหน้านี้เป็นพลังที่แท้จริง นางคงไม่สู้ต่อแต่หันหลังจากไปแล้ว
อย่าได้คิดวุ่นวาย หากเพียงต่อสู้กับเหิงจวี้และลี่ซิน นางยังจำต้องใช้พลังที่แท้จริงออกมา เช่นนั้นนางจะต่อกรกับเจ้าวิหารหลักได้อย่างไร?
นั่นไม่มีทางเป็นไปได้!
อย่างไรเสีย ไม่จำเป็นต้องคิดอันใดมากก็รู้ได้ เจ้าวิหารหลักต้องน่ากลัวและทรงพลังยิ่งกว่าแน่นอน ถึงแม้จะเป็นเพียงร่างแปลงก็ต้องดุร้ายทรงพลังสุดขีด
“ตาย!”
นางเอ่ยเสียงดัง จิตวิญญาณการต่อสู้พลุ่งพล่าน เริ่มสำแดงพลังที่แท้จริงออกมา ต่อสู้กับเจ้าวิหารหลักอย่างดุเดือด
โอสถที่หลี่จิ่วเต้าหลอมทำให้คนรอบกายทั้งหมดแข็งแกร่งขึ้นมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะไปถึงระดับเดียวกัน
โอสถที่เขาหลอมก่อนหน้านี้ก็เป็นเช่นเดียวกัน ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล มีทั้งขอบเขตสูง และมีทั้งขอบเขตต่ำ
สำหรับลั่วสุ่ย ไม่ว่าเป็นครั้งไหนนางก็อยู่ในขอบเขตสูงเสมอ
นางเป็นคนแรก ๆ ที่ติดตามหลี่จิ่วเต้า ทั้งยังอยู่ด้วยนานสุด นางแตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง แข็งแกร่งขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์
ยามนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด
หากเปลี่ยนเป็นเจ้าหลวง แน่นอนว่าย่อมต้องพ่ายแพ้ไปนานแล้ว ไม่มีทางต่อกรกับร่างแปลงเจ้าวิหารโบราณที่ถือหอกยาวทองคำเอาไว้ได้
ขอบเขตเจ้าหลวงพัฒนาถึงเพียงขอบเขตบ่อเกิดหยินวรรณะห้าเท่านั้น
ขณะที่ลั่วสุ่ยนั้นแตกต่างออกไป นางพัฒนาเหนือขอบเขตบ่อเกิดวรรณะห้าไปไกลแล้ว
นางกับร่างแปลงเจ้าวิหารหลักโรมรันกันอย่างดุเดือด จักรวาลดวงดาราผืนใหญ่ทลายลง พวกเขาเปลี่ยนสมรภูมิไปเรื่อย ๆ จากฟากหนึ่งของจักรวาลดวงดาราไปยังอีกฟากหนึ่ง
“สวรรค์!”
“นี่คือผู้ใดกัน? แข็งแกร่งยิ่งนัก ต่อกรได้กระทั่งเจ้าวิหารหลัก!”
สิ่งมีชีวิตมิติจำนวนไม่น้อยได้เห็นการต่อสู้ระหว่างลั่วสุ่ยกับร่างแปลงเจ้าวิหารหลัก พวกเขาทั้งหมดต่างตื่นตะลึง เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเทา ไม่คิดเลยว่าจะมีผู้ที่สามารถต่อกรกับเจ้าวิหารหลักได้
“อย่าได้เอ่ยวาจาไร้สาระ ไยนางจะต่อกรกับเจ้าวิหารหลักได้ นั่นเป็นเพียงร่างแปลงเจ้าวิหารหลัก หาใช่ร่างต้น หากเป็นร่างต้นเจ้าวิหารหลัก นางคงถูกกำราบไปแล้ว!”
สมาชิกวิหารโบราณลึกลับตวาดกลับ ตระหนักชัดว่าเป็นเพียงร่างแปลงเจ้าวิหารหลัก ไม่ใช่ร่างต้น
“แต่ถึงเป็นเช่นนั้น นางก็ยังน่าตื่นตะลึงอย่างถึงที่สุด!”
ครั้งนี้สมาชิกวิหารโบราณลึกลับไม่ได้ตวาดกลับ แต่เงียบสนิท
สิ่งมีชีวิตมิติตนนั้นกล่าวไม่ผิด ลั่วสุ่ยน่าตื่นตะลึงอย่างแท้จริง หากเปลี่ยนเป็นเขาก็คงไม่อาจต่อกรกับนางได้ เผลอ ๆ อาจถูกนางจัดการในทันที
ขณะเดียวกัน รูม่านตาของร่างแปลงเจ้าวิหารหลักหดแคบลง ถูกลั่วสุ่ยทำให้ตกตะลึง คิดไม่ถึงเลยว่านางจะทรงพลังถึงเพียงนี้ ต่อสู้กับเขาที่ถือศาสตราโบราณได้อย่างไม่เสียเปรียบ!
ลั่วสุ่ยได้รับการสืบทอดมาอย่างสมบูรณ์งั้นหรือ?
ความคิดนี้ปรากฏในใจของเขา รู้สึกว่าลั่วสุ่ยต้องได้รับการสืบทอดอย่างสมบูรณ์ ไม่เช่นนั้นนางคงไม่มีทางแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!
เขากระโจนถอยหลังกับ ไม่ต้องการต่อสู้กับลั่วสุ่ยอีก
“พวกเราไม่มีความจำเป็นต้องต่อสู้เช่นนี้ พวกเราไม่ใช่ศัตรูกัน”
ร่างแปลงเจ้าวิหารหลักเอ่ยกับลั่วสุ่ย “เจ้าได้รับการสืบทอดจากปราชญ์อาวุโส ก็สมควรรู้เรื่องต้นกำเนิดการฝึกตนและมิตินับล้าน! พวกเรากำลังทำงานให้เหล่าผู้ยิ่งใหญ่ในแดนต้นกำเนิดการฝึกตน ปกป้องไม่ให้มิตินับล้านของพวกเราถูกคัดออก เจ้าได้รับการสืบทอดจากปราชญ์อาวุโสก็สมควรมีส่วนร่วมด้วย พวกเราไม่ใช่ศัตรู แต่ยืนอยู่ในฝั่งเดียวกัน!”
เขาไม่ต้องการสู้ต่อ และคิดให้ลั่วสุ่ยเข้าไปยังแดนต้นกำเนิดการฝึกตน
ส่วนเรื่องวิธีจัดการลั่วสุ่ยนั้น ปล่อยให้เป็นเรื่องของนายท่านในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนดีกว่า
อันใดคือฝั่งเดียวกัน!
คิดว่านางไม่รู้ความจริงหรือ?
ลั่วสุ่ยเหยียดยิ้ม ตระหนักถึงเรื่องราวทุกอย่าง สุยซินบอกเล่าความจริงทั้งหมดแล้ว ยามนี้ในแดนต้นกำเนิดการฝึกตน ยอดฝีมือส่วนใหญ่เลือกยอมแพ้ เนื่องจากต้องการย้ายไปยังมิตินับล้านอื่น ส่วนเจ้าวิหารหลักผู้นี้ก็เป็นสุนัขรับใช้ทำเรื่องราวต่าง ๆ ให้กับยอดฝีมือที่เลือกยอมแพ้เหล่านั้น
ยอดฝีมือที่ยอมแพ้เหล่านั้นต้องการสังเวยสิ่งมีชีวิตในมิตินับล้านเพื่อลบล้างตรามิตินับล้านบนร่างตนเองออก นางไม่สงสัยเลยว่าหากยอดฝีมือเหล่านั้นออกคำสั่ง วิหารโบราณลึกลับจะต้องเริ่มการกวาดล้างทันที
ตู้ม!
นางไม่เอ่ยอันใด ตรงเข้าใส่ร่างแปลงเจ้าวิหารโบราณลึกลับอีกครั้ง นางและวิหารโบราณลึกลับไม่ได้อยู่ฝั่งเดียวกัน แต่เป็นศัตรูฝั่งตรงข้าม!
“เจ้าทำสิ่งใด! ไม่ได้ยินที่ข้าเพิ่งพูดไปหรือ?”
ร่างแปลงเจ้าวิหารหลักตวาด ถูกลั่วสุ่ยบังคับให้ต่อสู้อย่างดุเดือดอีกครั้ง
“เจ้าไม่อยากมีส่วนร่วมในการทำเพื่อมิตินับล้านที่พวกเราอยู่ หรือเจ้าไม่เชื่อในสิ่งที่ข้าพูด? ข้อมูลเหล่านี้ไม่ได้สืบทอดมาจากเหล่าปราชญ์อาวุโสอย่างนั้นหรือ?”
เขาเอ่ยอีกครั้ง “หากเจ้าไม่เชื่อคำพูดของข้า เช่นนั้นข้าสามารถส่งเจ้าไปยังแดนต้นกำเนิดการฝึกตนได้ หรือให้ผู้ยิ่งใหญ่ในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนติดต่อมา ทำให้เจ้าเข้าใจความจริง!”
“แดนต้นกำเนิดการฝึกตนอันใด ผู้ยิ่งใหญ่ในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนอันใด ข้าคิดว่าเจ้าเพียงสร้างเรื่องไร้สาระเหล่านี้ขึ้นมา หวังวางแผนจัดการข้า แดนต้นกำเนิดการฝึกตนที่เจ้าเอ่ยไม่มีสิ่งใดนอกจากกับดักที่พวกเจ้าวางเอาไว้!”
ลั่วสุ่ยตะโกน
นางจงใจเอ่ย สร้างภาพว่าตนเองไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับแดนต้นกำเนิดการฝึกตน เช่นนี้ร่างแปลงเจ้าวิหารหลักก็จะได้ไม่คิดว่าพวกเขามีความเกี่ยวข้องกับสุยซิน คาดเดาไม่ได้ว่าสุยซินออกจากมิติต้นกำเนิด และกำลังเร่งเดินทางไปแดนต้นกำเนิดการฝึกตนแล้ว
เป็นเช่นนี้แล้ว คุณชายกับสุยซินจะได้ปล่อยภัยยิ่งขึ้น
อย่างไรเสียหากร่างแปลงเจ้าวิหารหลักเดาได้ว่าพวกนางเกี่ยวข้องกับสุยซิน และสุยซินได้ออกจากมิติต้นกำเนิดเป็นที่เรียบร้อย เจ้าวิหารหลักจะต้องแจ้งให้เหล่ายอดฝีมือในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนทราบแน่นอน หากเป็นเช่นนั้น เหล่ายอดฝีมือแดนต้นกำเนิดการฝึกตนก็จะต้องวางแผนลอบโจมตีเป็นแน่ ถึงยามนั้นคุณชายกับสุยซินอาจตกอยู่ในอันตรายได้
“เจ้ากำลังพูดอันใด!”
ร่างแปลงเจ้าวิหารขมวดคิ้ว เอ่ยว่า “เจ้าได้รับการสืบทอดมาจากปราชญ์ผู้ใดกัน? ไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับต้นกำเนิดการฝึกตนจริงหรือ? นี่จะเป็นไปได้อย่างไร!”
มรดกที่ปราชญ์อาวุโสทิ้งเอาไว้ ย่อมต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับแดนต้นกำเนิดการฝึกตนแน่ ไม่มีทางไร้ซึ่งข้อมูลดังกล่าว!
ลั่วสุ่ยไม่รู้เรื่องราวอันใดเลย นี่ทำให้เขาแปลกใจนัก!
………………..