รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1323 ป้ายศิลาโบราณปรากฏ รอการมาของผู้ช่วงชิงอาวุธโบราณ!
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1323 ป้ายศิลาโบราณปรากฏ รอการมาของผู้ช่วงชิงอาวุธโบราณ!
บทที่ 1323 ป้ายศิลาโบราณปรากฏ รอการมาของผู้ช่วงชิงอาวุธโบราณ!
………………..
บทที่ 1323 ป้ายศิลาโบราณปรากฏ รอการมาของผู้ช่วงชิงอาวุธโบราณ!
โบราณว่าไว้ ศัตรูฉกาจที่สุดคือตนเอง ประโยคนี้ไม่ผิดเพี้ยน
สุยซินต่อสู้กับตนเองในหน้ากระจก สถานการณ์ไม่สู้ดีนัก ‘สุยซิน’ หน้ากระจกล่วงรู้ทุกความเคลื่อนไหวของสุยซิน รวมถึงความคิดทุกอย่าง ทว่าสุยซินกลับไม่อาจล่วงรู้การเคลื่อนไหวและความคิดความอ่านของ ‘สุยซิน’ หน้ากระจก เป็นผลให้สุยซินตกที่นั่งลำบาก เพียงไม่นานก็ถูก ‘สุยซิน’ หน้ากระจกกำราบ
อีกด้าน หลี่จิ่วเต้ากำลังสู้กับตัวเองในหน้ากระจกเช่นกัน ทว่าสถานการณ์ของเขากลับต่างจากสุยซิน
สุยซินถูกกำราบ มีสถานะเป็นรอง ส่วนเขาไม่เหมือนกัน เล่นงาน ‘หลี่จิ่วเต้า’ หน้ากระจกอยู่ฝ่ายเดียว
กระจกไม่อาจสะท้อนพลังทั้งหมดของเขา แต่สะท้อนได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ไฉนเลยจะเป็นคู่มือของเขา ไม่มีทางเลย!
ชายหนุ่มหวดค้อนหินในมือกระหน่ำทุบ เสียงดังตึง ‘หลี่จิ่วเต้า’ หน้ากระจกฝ่ายตรงข้ามแหลกเหลว จากนั้น เขาหวดฟาดมิติหน้ากระจกอย่างแรง
ท่ามกลางเสียงแตกสลายที่ดังไม่หยุดหย่อน มิติหน้ากระจกระเบิด กระจกทรงขนมเปียกปูนก็หายลับไป
“เจ้านี่ ระเบิดมิติหน้ากระจกแห่งนี้ช้ากว่านี้หน่อยคงดี อีกนิดเดียวข้าก็จะทะลุขีดจำกัดตนเอง เล่นงานตนเองอีกคนจนแหลกลาญได้แล้ว!”
สุยซินกระทืบเท้าเบา ๆ โอดครวญใส่หลี่จิ่วเต้าว่าทำลายโอกาสทะลุขีดจำกัดตนเองของนาง
“ข้าคร้านจะสนใจเจ้า อย่างเจ้าเรียกว่าอีกนิดเดียวทะลุขีดจำกัดตนเอง เล่นงานตนเองอีกคนจนแหลกลาญหรือ เจ้าอีกคนเกือบเล่นงานเจ้าจนแหลกลาญถึงจะถูก! เจ้าคิดว่าข้าไม่เห็นจริงหรือ”
หลี่จิ่วเต้าเบ้ปาก
“อะไรนะ เจ้าว่าอะไร ข้าไม่ได้ยินเลย! เอาเถิด พวกเรารีบเดินทางกันต่อดีกว่า!”
สุยซินหมดข้ออ้าง แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง หลี่จิ่วเต้าส่ายหน้าอย่างจนใจ ออกเดินทางกับสุยซินต่อ
…
มิติต้นกำเนิด
“ร่างแยกถูกทำลาย ไม่ทันแม้แต่จะส่งข่าวออกไปหรือ?!”
สีหน้าเหิงจวี้คร่ำเครียด ยามนี้เพิ่งได้รับรายงาน ส่วนร่างแยกของเขาตายไปนานแล้ว
เป็นผลให้เขาตระหนกเหลือแสน ระดับอย่างเขา แม้แต่ร่างแยกก็ไม่ได้ด้อยไปจากร่างต้นนัก สุดท้ายร่างแยกของเขากับลี่ซินกลับไม่ทันส่งข่าวก็ถูกกำจัด เหนือความคาดหมายอย่างสิ้นเชิง!
ผู้ที่กำจัดร่างแยกของเขากับลี่ซินต้องมีพลังกล้าแกร่งอย่างแน่นอน!
“หยิ่งผยองนัก ขนาดนี้แล้วยังไม่รีบซ่อนตัว ริอ่านแย่งชิงอาวุธโบราณต่อ!”
ด้านข้าง ร่างแยกเจ้าวิหารหลักมีสีหน้าเย็นชา หลังรังใหญ่วิหารหลักถูกปล้นสะดม เขาก็มาควบคุมสถานการณ์ในมิติต้นกำเนิด เพราะเขารู้สึกว่าผู้ที่ปล้นสะดมรังใหญ่วิหารหลักและผู้ที่ช่วงชิงอาวุธโบราณอยู่แนวหน้าเป็นพวกเดียวกัน
“มิติต้นกำเนิดฟื้นสภาพไวเกินไป ส่งผลกระทบต่อญาณสัมผัสของข้าอย่างมหาศาล หาไม่แล้วไยต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ข้าคงลากคอพวกเขาออกมาได้นานแล้ว!”
จิตสังหารของเขาพลุ่งพล่าน โทสะสุมอยู่ในใจ เขาซึ่งได้รับผลกระทบถึงญาณสัมผัสไม่อาจตามตัวคนกลุ่มนี้ เป็นผลให้ไม่มีที่ระบาย อัดอั้นตันใจเป็นอย่างมาก
หากเจอตัวคนกลุ่มนี้ เขามั่นใจว่าเข่นฆ่าได้ทั้งหมด!
อนิจจา ต่อให้เขาโมโหเพียงใดก็เปล่าประโยชน์ เวลานี้ยังไม่มีหนทางดี ๆ ลากคอคนกลุ่มนี้ออกมา พวกเขาทำได้เพียงรอ รอให้คนกลุ่มนี้ลงมือครั้งต่อไป โผล่หัวออกมาเอง
…
มิติต้นกำเนิด ในอาณาจักรหนึ่ง
ศพสิ่งมีชีวิตรูปมนุษย์พาเจ้าหลวงมายังที่นี่
มันอยู่ในรูปมนุษย์แล้ว เป็นบุรุษวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่กำยำ นอกจากนี้ มันยังจัดแต่งทรงผมอย่างประณีต คล้ายว่าคนที่กำลังจะไปพบสำคัญอย่างมาก
หลังจัดแจงตัวเองเรียบร้อย มันไปยังสถานที่หนึ่ง เอ่ยเสียงอ่อนโยน “ฉิงเอ๋อร์ ข้ามาหาเจ้าแล้ว!”
“ฉิงเอ๋อร์คือท่านแม่บุญธรรมของข้าหรือ ท่านพ่อบุญธรรม!”
เจ้าหลวงด้านข้างถามขึ้น เรียกท่านพ่อบุญธรรมอย่างสนิทสนม ศพสิ่งมีชีวิตรูปมนุษย์เรียกตนเองว่า…จักรพรรดิเหิง เขาอยากถูกข่มดวง ดังนั้นเจ้าหลวงย่อมสงเคราะห์ให้เขา
ยิ่งเรียกอย่างใกล้ชิดเท่าใด ก็ยิ่งข่มดวงรุนแรงเท่านั้น เพียงแต่ตลอดทั้งทางที่ผ่านมา จักรพรรดิเหิงไม่เคยถูกข่มดวง ไม่เคยมีเรื่องอันใดเกิดขึ้น ทุกอย่างล้วนผ่านไปอย่างสงบ จนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าความสามารถข่มดวงผู้อื่นของเขาสิ้นฤทธิ์เดชแล้วหรือ จึงไม่อาจข่มดวงจักรพรรดิเหิงได้
“ใช่แล้ว นางคือท่านแม่บุญธรรมของเจ้า ก่อนตายนางไม่ยอมครองคู่กับข้า หลังตายนางน่าจะยอมครองคู่กับข้าเสียที”
จักรพรรดิเหิงเอ่ยด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม
ก่อนตายและหลังตายมีจิตสำนึกแตกต่างกัน มันรู้สึกว่ามีโอกาสสำเร็จ
‘ที่แท้ก็เป็นพวกสุนัขขี้เลีย!’
เจ้าหลวงคิดในใจ นึกถึงสุนัขขี้เลียที่คุณชายเคยเล่าให้เขาฟัง จักรพรรดิเหิงทำเช่นนี้ไม่ต่างจากสุนัขขี้เลียเลย
ครืน!
พสุธาสั่นไหวราวกับเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ก่อนจะแยกออกจนเห็นหุบเหวลึก คลื่นพลังจิตส่งออกมาให้จักรพรรดิเหิงลงไปในหุบเหิวลึก
“ได้เลยฉิงเอ๋อร์ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!”
จักรพรรดิเหิงตื่นเต้นมาก พาเจ้าหลวงปราดเข้าไปในหุบเหวลึก
“บัดซบ!”
ทันทีที่เข้าไปถึงหุบเหวลึก มันก็รับรู้ถึงความไม่ชอบมาพากล พยายามพุ่งขึ้นไปอย่างบ้าคลั่ง
สุดท้ายปากเหวปิดสนิท พลังสยดสยองผนึกทุกสิ่ง หยุดยั้งมันไว้
“ท่านพี่เหิง ท่านมาแล้ว!”
ร่างหนึ่งปรากฏในหุบเหวใต้ดิน เป็นแมงมุมพิลึกตัวหนึ่ง ร่างกายเต็มไปด้วยเนื้อเปื่อย กลิ่นอายแห่งความตายอันเข้มข้นแผ่ซ่านออกมา
“ติดกับแล้ว!”
จักรพรรดิเหิงจดจ้องแมงมุมพิลึกตัวนั้น สบถไม่หยุดว่า “ยามนี้มิติต้นกำเนิดฟื้นสภาพได้น่าครั่นคร้ามยิ่งนัก แม้แต่ญาณสัมผัสของข้ายังได้รับผลกระทบ ไม่อาจจับสัมผัสทุกสิ่งได้อย่างแจ่มแจ้ง ถึงได้ถูกเจ้าหลอก!”
มันติดกับ ซ้ำยังเป็นกับดักใหญ่หลวง แมงมุมพิลึกเบื้องหน้าตัวนี้ไม่ใช่ฉิงเอ๋อร์ที่มันต้องการตามหา ฉิงเอ๋อร์ที่มันต้องการตามหาเป็นหญิงงามเผ่ามนุษย์ งามพิลาศไร้ใดเปรียบ ส่วนแมงมุมพิลึกตนนี้หมายหัวมันเรื่อยมา อยากครองคู่กับมัน
“หากไม่ทำเช่นนี้ ท่านพี่เหิงคงไม่ยอมมาพบข้า!”
แมงมุมพิลึกตนนั้นขบขัน เสียงหัวเราะแฝงไว้ซึ่งความลำพอง “ข้ารู้ว่าต่อให้ท่านพี่เหิงตายไปแล้วก็ไม่อาจลืมเลือนฉินฉิง เพราะอย่างนั้นข้าถึงมาที่นี่ล่วงหน้าเพื่อรอคอยการมาของท่านพี่เหิง”
ฉินฉิงไม่เหมือนพวกมัน ศพสลาย พลังยิ่งใหญ่ในตัวล้วนหล่อเลี้ยงมิติต้นกำเนิด ยามมันมาถึงที่นี่ ศพของฉินฉิงก็มลายหายไปแล้ว
และฉินฉิงยังทิ้งบางอย่างไว้ด้วย
มันรู้ว่าจักรพรรดิเหิงอาลัยอาวรณ์ฉินฉิง ถึงจงใจปลุกพลังสิ่งเหล่านี้ ให้จักรพรรดิเหิงเข้าใจผิดว่าศพของฉินฉิงไม่เคยหายไป หลอกล่อให้จักรพรรดิเหิงมา
เป็นดังที่จักรพรรดิเหิงว่า มิติต้นกำเนิดฟื้นสภาพได้น่าครั่นคร้ามเกินไป ญาณสัมผัสได้รับผลกระทบรุนแรง ไม่อาจแยกแยะได้อย่างแจ่มชัด หากไม่ใช่ว่าญาณสัมผัสจักรพรรดิเหิงได้รับผลกระทบ จักรพรรดิเหิงย่อมไม่กล้ากล่าวว่าจับได้แน่นอน กระนั้นก็ต้องเอะใจบ้าง
“ปล่อยข้าไป เจ้าก็รู้อยู่ว่าข้าไม่มีทางยอมครองคู่กับเจ้า!”
จักรพรรดิเหิงหงุดหงิดเหลือแสน คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้พบแมงมุมพิลึก แมงมุมพิลึกมีพลังกล้าแกร่ง ก่อนตายจักรพรรดิเหิงก็เอาแต่หลบแมงมุมพิลึกนี่มาตลอด ไม่กล้าข้องแวะด้วย
เพราะทันทีที่ข้องแวะด้วย แมงมุมพิลึกเป็นต้องคิดกำราบจักรพรรดิเหิง บีบบังคับให้เขามีสัมพันธ์ด้วย
เมื่อคราวอยู่ที่แดนต้นกำเนิดการฝึกตนก็มียอดฝีมือคณานับไม่พอใจกับเรื่องนี้ ทุกคนล้วนต่อสู้ขยันขันแข็งเพื่อแดนต้นกำเนิดการฝึกฝนในมิตินับล้าน แมงมุมพิลึกกลับคิดเพียงทำอย่างไรจึงจะกำราบจักรพรรดิเหิงลงเพื่อร่วมสัมพันธ์ ไม่ว่าผู้ใดล้วนต้องไม่พอใจ
“ท่านพี่เหิงพูดอะไร ข้าไฉนเลยจะยอมปล่อยท่านไป ท่านพี่เหิงอย่าพูดเรื่องตลกให้ข้าขำหน่อยเลย!” แมงมุมพิลึกหัวเราะไม่หยุด
ก่อนตายมันก็ลุ่มหลงจักรพรรดิเหิงหัวปักหัวปำ หลังตาย ศพของมันที่ถือกำเนิดจิตนึกคิดขึ้นมาก็สืบทอดเรื่องนี้มาด้วย ซ้ำยังทวีความรุนแรง ยิ่งหลงใหลในตัวจักรพรรดิเหิงมากขึ้น
“อย่าทำเช่นนี้เลย ที่เจ้ากับข้าคืนสภาพเพราะมีการใหญ่ต้องทำ อย่าได้เสียงานเพราะเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้!”
จักรพรรดิเหิงกล่าว
ศพอย่างพวกมันรู้สึกว่าหล่อเลี้ยงแผ่นดินไม่ใช่ความคิดที่ดี มองว่าหล่อเลี้ยงมิติต้นกำเนิดไปก็ไม่อาจให้กำเนิดยอดฝีมือ พวกมันรู้สึกว่าแทนที่จะหล่อเลี้ยงแผ่นดิน มิสู้ให้พวกมันเข้าร่วมสงครามต่อ
“ท่านพี่เหิงพูดถูก!”
แมงมุมพิลึกเอ่ยเสียงขึงขัง “พวกเรามีการใหญ่ต้องทำ จะมัวเสียงานเพราะเรื่องเล็กน้อยไม่ได้ เพราะอย่างนั้น ท่านพี่เหิงอย่าเสียเวลาอีกเลย รีบสมยอมข้า แล้วเราไปทำเรื่องใหญ่ในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนกัน!”
มุมปากจักรพรรดิเหิงกระตุก เหตุใดมันถึงโชคร้ายเช่นนี้ เพิ่งฟื้นสภาพก็มาติดกับดักแมงมุมพิลึก!
เดี๋ยวก่อน!
โชคร้าย!
มันอดมองเจ้าหลวงไม่ได้ แค้นจนกัดฟันกรอด “ต้องเป็นเพราะเจ้าแน่ ๆ ข้าถึงซวยปานนี้!”
เจ้าหลวงมีคำสาปติดตัว ข่มดวงบิดาบุญธรรมโดยเฉพาะ ก่อนหน้านี้มันไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่ ยังคิดจะอาศัยเรื่องนี้ขัดเกลาตนเอง ทว่าบัดนี้มันชักเสียใจแล้ว หากรู้อย่างนี้แต่แรก อย่างไรมันก็ไม่ยอมเป็นบิดาบุญธรรมให้เจ้าหลวง และยิ่งไม่ยอมพาเจ้าหลวงมาอยู่ข้างกาย!
ขณะเดียวกัน มันยังสะท้านใจเหลือแสน เบื้องหลังคำสาปของเจ้าหลวงมีต้นตออย่างไรกัน ถึงได้สยดสยองเช่นนี้ แม้แต่มันยังถูกข่มดวงโดยไม่รู้ตัว!
“ข้าบอกแล้ว เก็บข้าไว้ข้างกายท่านจะต้องโชคร้ายเหลือแสน ท่านดันไม่เชื่อ ดึงดันให้ข้าอยู่ข้างกายให้ได้ ทว่าตอนนี้ยังทัน ท่านเป็นบิดาบุญธรรมข้าไม่นาน หากปล่อยข้าไป ท่านคงไม่ถูกข่มดวงอีก” เจ้าหลวงรีบบอก
“ปล่อยเจ้าไปรึ อย่าฝันไปหน่อยเลย!”
จักรพรรดิเหิงเอ่ยเสียงเคียดแค้น “ขอเพียงข่มดวงข้าไม่ถึงตาย เจ้าก็อย่าหวังจะได้ไปไหน! ข้าอับโชคไม่เป็นไร ข้าต้องซวยขนาดไหน ขอคืนให้เจ้าเป็นเท่าตัว!”
“บัดซบ! ท่านมีเหตุผลบ้างได้หรือไม่ ทำเช่นนี้รังแต่จะยิ่งแย่ ไม่มีผู้ใดได้สงบสุข!” เจ้าหลวงร้อนใจ คิดไม่ถึงว่าจักรพรรดิเหิงจะดื้อรั้นปานนี้ ขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมปล่อยเขาไป!
ตู้ม!
เวลานั้นเอง แมงมุมพิลึกลงมือ พลังน่าสะพรึงกลัวเล็งเป้าไปที่จักรพรรดิเหิงฉับพลัน มันรอได้ครองคู่กับจักรพรรดิเหิงไม่ไหวแล้ว
“ไสหัวไป!”
จักรพรรดิเหิงคำราม ระเบิดพลังสุดชีวิต คืนสภาพเป็นร่างเดิม สำแดงมหาวิชาน่าพรั่นพรึงมากมาย กฎระเบียบสยดสยองปะทุไม่หยุด ปะทะสู้ดุเดือดกับแมงมุมพิลึก!
“นี่! พวกท่านนึกถึงข้าบ้างสิ!”
เจ้าหลวงตะโกน จากนั้น เสียงดังพรวด ร่างกายเขาระเบิดอีกครั้ง
“โวยวายอะไร เจ้าตายไม่ได้เสียหน่อย!”
จักรพรรดิเหิงตวาดใส่เจ้าหลวง แล้วไม่สนใจเจ้าหลวงอีก ปะทะกับแมงมุมพิลึกดุดันยิ่งขึ้น
“ตายไม่ได้ แต่มันเป็นขั้นตอนที่ทรมานยิ่ง!”
เจ้าหลวงตะโกนเสียงสะอื้น เขาอยู่ท่ามกลางคลื่นหลงน่าประหวั่นพรั่นพรึง ระเบิด เกิดใหม่ ระเบิด เกิดใหม่… วนเวียนไม่รู้จบ
แมงมุมพิลึกแข็งแกร่งมากจริง ๆ ใช้เวลาไม่นานก็ปราบจักรพรรดิเหิงลง
“ข้ายอมตายเสียดีกว่าสมยอม!” จักรพรรดิเหิงตะโกนสุดเสียง
“ยอมตายเสียดีกว่าสมยอมอะไรกัน ท่านตายไปนานแล้ว”
แมงมุมพิลึกหัวเราะไม่หยุด พุ่งไปหาจักรพรรดิเหิง เปิดฉาก ‘ออกกำลังกาย’
ก่อน ‘ออกกำลังกาย’ จักรพรรดิเหิงมองเจ้าหลวงอย่างเคียดแค้น คำรามลั่น “ไอ้หนุ่ม เจ้าจำวาจาที่ข้ากล่าวกับเจ้าเมื่อครู่ไว้ ข้าต้องทรมานเพียงใด เจ้าก็ต้องทรมานเป็นเท่าตัว!”
หลังเจ้าหลวงได้ยินเสียงคำรามของจักรพรรดิเหิงก็สะดุ้งโหยงอย่างอดไม่ได้
บ้าจริง จักรพรรดิเหิงถูกแมงมุมพิลึกบังคับให้ ‘ออกกำลังกาย’ ถึงเมื่อนั้น จักรพรรดิเหิงคงไม่สั่งให้แมงมุมพิลึกบังคับเขา ‘ออกกำลังกาย’ ด้วยกระมัง!
เวลานั้นเอง ความคิดอีกอย่างผุดในใจเขา คนทั้งคนพลันอยู่ในสภาพไม่สู้ดี หน้าตาซีดเผือด
แมงมุมพิลึกจะเชื่อฟังที่จักรพรรดิเหิงกล่าวหรือ
เขาคิดว่ายาก!
เป็นไปได้สูงว่าจักรพรรดิเหิงอาจเป็นผู้บังคับให้เขา ‘ออกกำลังกาย’ ด้วยตนเอง!
“อย่านะ ข้าไม่เอา ฆ่าข้าเถิด!”
เขาร่ำไห้โศกาออกมาทันที
…
มิติต้นกำเนิด ในอาณาจักรแห่งหนึ่ง
ที่นี่มีอาวุธโบราณปรากฏ เป็นป้ายศิลาโบราณ บนป้ายมีอักษรเก่าแก่สลักไว้คณานับ ทันทีที่เผยตัวก็เอิกเกริกไปทั่ว
“รายงานวิหารโบราณ!”
ที่นี่มีสิ่งมีชีวิตมิติอื่นอยู่ด้วย พวกมันรุดหน้ามาหาป้ายศิลาโบราณทันที ขณะเดียวกันยังมีสิ่งมีชีวิตจากไปอย่างรวดเร็วเพื่อส่งข่าวให้ร่างแยกของเหิงจวี้และลี่ฉินซึ่งพิทักษ์อยู่ในบริเวณนี้
หลังร่างแยกของเหิงจวี้และลี่ซินประจำการตามเขตต่าง ๆ ในมิติต้นกำเนิดก็ประกาศตำแหน่งร่างแยกของพวกเขาออกไป สิ่งมีชีวิตจากทุกมิติล้วนรู้พิกัดร่างแยกของเหิงจวี้และลี่ซิน
ผ่านไปไม่นาน ร่างแยกของเหิงจวี้และลี่ซินก็ได้รับข่าว แล้วรีบรายงานร่างแยกเจ้าวิหารหลัก
จากนั้นร่างแยกเจ้าวิหารหลักพาร่างแยกเหิงจวี้และลี่ซินมายังจุดที่ป้ายศิลาโบราณอยู่
ป้ายศิลายังอยู่ที่นี่ ไม่มีสิ่งมีชีวิตตนใดช่วงชิง ร่างแยกเจ้าวิหารหลักเห็นว่าป้ายศิลาโบราณยังอยู่จึงโล่งอก เขากลัวว่าป้ายศิลาโบราณจะถูกแย่งชิงไปก่อน
“จะมาหรือไม่”
แน่นอนว่าเขาก็ไม่แน่ใจว่าผู้ที่ต้องการแย่งชิงป้ายศิลาโบราณจะมาหรือไม่ ถึงอย่างไรมิติต้นกำเนิดก็ฟื้นสภาพได้น่าครั่นคร้าม ญาณสัมผัสได้รับผลกระทบกันทั่ว ต่อให้การปรากฏของป้ายศิลาโบราณเอิกเกริกไม่น้อย กระนั้นหากไม่ได้อยู่ในละแวกใกล้เคียงก็ยากจะรับรู้
“ไม่ว่าอย่างไร นี่ก็ถือเป็นโอกาส!”
ร่างแยกเจ้าวิหารหลักยิ้มเย็น ตัดสินใจรออยู่ที่นี่ บางทีผู้ที่คอยช่วงชิงอาวุธโบราณอาจไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ ทว่าผู้ที่ช่วงชิงอาวุธโบราณอาจผ่านมาที่นี่ในภายหลัง ขอเพียงผู้แย่งชิงอาวุธโบราณผ่านที่นี่ ย่อมต้องมาเยือนป้ายศิลาโบราณ เขาอยากเห็นเหลือเกินว่าผู้ใดที่คอยแย่งชิงอาวุธโบราณ!
ผ่านไปเนิ่นนาน ยังไม่มีผู้แย่งชิงอาวุธโบราณปรากฏ ผู้ที่มาล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตจากมิติต่าง ๆ ทว่า ร่างแยกเจ้าวิหารหลักมีความอดทนอย่างยิ่ง รอคอยในความมืดต่อไป ผู้ที่แย่งชิงอาวุธโบราณไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ แต่มีโอกาสเดินผ่าน เขาเพียงรอคอยต่อไปอย่างสบายใจเป็นพอ
“ผู้ที่แย่งชิงอาวุธโบราณกับผู้ที่ปล้นสะดมวิหารหลักใช่พวกเดียวกันหรือไม่ หวังว่าจะใช่ เช่นนี้ข้าจะได้เล่นงานทีเดียว ไม่ต้องตามหาต่อไปให้ยุ่งยาก!”
ร่างแยกเจ้าวิหารหลักแค่นยิ้ม หวังให้ผู้ที่แย่งชิงอาวุธโบราณและผู้ที่ปล้นสะดมวิหารหลักเป็นกลุ่มเดียวกัน เช่นนี้เขาจะได้คลำตามเบาะแส ลากคอผู้ที่ปล้นสะดมวิหารหลักออกมา
“หากมีความเกี่ยวข้องกับสุยซินก็ยิ่งดี!”
เขาพึมพำกับตนเอง หวังให้เกี่ยวข้องกับสุยซิน เช่นนี้แล้วเขาจะได้จับตัวสุยซินไว้ด้วย แล้วกลับไปรายงานต่อผู้สูงส่งในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนเสียที
………………..