รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1316 เจ้าอ้วน ทำการใหญ่กันหน่อยดีหรือไม่!
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1316 เจ้าอ้วน ทำการใหญ่กันหน่อยดีหรือไม่!
บทที่ 1316 เจ้าอ้วน ทำการใหญ่กันหน่อยดีหรือไม่!
………………..
บทที่ 1316 เจ้าอ้วน ทำการใหญ่กันหน่อยดีหรือไม่!
นั่นเป็นเพียงเสี้ยวความคิดหนึ่งเท่านั้น ไม่นานนักก็หายไป หลี่จิ่วเต้าไม่ได้ใส่ใจเท่าใดนัก
“อะไรนะ!”
อีกด้าน หลังบิดาสุยซินฟังที่สุยซินเล่าจบก็กระฟัดกระเฟียด ไม่คิดเลยว่าเหล่ายอดฝีมือจะทรยศเขา ทอดทิ้งมิตินับล้านที่อยู่เบื้องหลัง!
“พวกเขาต้องชดใช้ให้เรื่องนี้!”
บิดาสุยซินเอ่ยเสียงเย็น
“ท่านพ่อตั้งใจฆ่าพวกเขาหรือ” สุยซินถาม
“คนเยี่ยงนี้ เก็บไว้รังแต่จะเป็นภัยในภายหลัง จำต้องกำจัดให้สิ้นซากถึงจะถูก”
“ทว่าหากฆ่าพวกเขา ฝ่ายเราจะต่ำกว่ามาตรฐานของต้นกำเนิดการฝึกตนมาก ถึงครานั้นบูชายัญไปก็เปล่าประโยชน์ ต้นกำเนิดการฝึกตนจะถอดถอนสสารฝึกฝนทั้งหมดในมิตินับล้าน!”
สุยซินเอ่ยอย่างร้อนใจ “พวกเราอย่าเอาชีวิตพวกเขาดีกว่า ขังพวกเขาไว้เป็นพอ”
“ไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น ทุกอย่างมีวี่แววคลี่คลายแล้ว”
บิดาสุยซินเอ่ยยิ้ม ๆ “หลังเจ้าไปคงมีบางอย่างที่ไม่รู้ กฎบางอย่างในต้นกำเนิดการฝึกตนเปลี่ยนไปแล้ว ต่อให้สังหารพวกเขาก็ไม่เป็นไร ไม่ส่งผลกระทบต่อมิตินับล้านเบื้องหลังเรา”
“เป็นเช่นนั้นหรือ”
สุยซินดีใจมาก
“อืม ใช่แล้ว เดิมพวกเราต้องผ่านด่านเคราะห์ ยากจะแก้ไข ทว่าต่อมากฎของต้นกำเนิดการฝึกตนเปลี่ยนไป พวกเราได้รับความหวัง ได้รับเวลา ไม่ต้องร้อนใจอีก”
บิดาสุยซินลูบหัวสุยซินยิ้ม ๆ “บัดนี้เจ้าสามารถเที่ยวเล่นได้ตามอำเภอใจอย่างแท้จริงแล้ว อยากทำอะไรก็ได้”
ภยันตรายใหญ่หลวงที่มิตินับล้านต้องเผชิญคลี่คลายง่าย ๆ เช่นนี้เชียวหรือ
หลี่จิ่วเต้าเลิกคิ้วเล็กน้อย ทุกอย่างง่ายดายปานนี้จริงหรือ
ความคิดที่ผุดในใจเขาก่อนนี้ผุดขึ้นอีกครา สงสัยทุกอย่างในที่แห่งนี้
เขาเรียกสุยซินเข้ามาด้วยใบหน้าแย้มยิ้ม
“มีอะไร” สุยซินไม่ได้คิดมาก เดินมาอยู่ข้างกายหลี่จิ่วเต้า
“ทุกอย่างที่นี่เป็นของปลอม”
หลี่จิ่วเต้าถอนหายใจ “พวกเรายังอยู่ในแดนอลหม่าน ที่นี่เป็นภาพมายาที่แดนอลหม่านสร้างขึ้นตามสิ่งที่เจ้าคิดในใจ ต้องยอมรับว่า ภาพมายานี้สมจริงอย่างยิ่ง และเป็นสิ่งที่พวกเรากำลังกระทำ ข้ายังถูกตบตา”
พลังจากบรรดาของวิเศษผนึกร่าง ดวงตาของเขามองเห็นความจริงทั้งหมด ที่นี่ไม่ใช่แดนต้นกำเนิดการฝึกตน พวกเขายังอยู่ในแดนอลหม่าน
“อะไรนะ!”
สุยซินตัวสั่นสะท้าน ไม่อาจเชื่อที่หลี่จิ่วเต้ากล่าวมา ทั้งหมดนี้เป็นของปลอมหรือ นางมองไม่ออกสักนิด!
“ซินเอ๋อร์ อย่าได้ฟังที่เขาพูดเหลวไหล พวกเจ้าออกจากแดนอลหม่านได้แล้ว ที่นี่ก็คือแดนต้นกำเนิดการฝึกตน และข้าก็เป็นบิดาตัวจริงของเจ้า!”
บิดาสุยซินเอ่ย “ซินเอ๋อร์ เจ้าไม่เชื่อพ่อหรือ มาหาพ่อ”
“ข้า…”
สุยซินลังเล ตกอยู่ในภวังค์สับสน ยามนี้นางไม่อาจแยกแยะจริงเท็จ ไม่รู้ว่าผู้ใดพูดความจริง
“นี่เป็นภาพมายาที่สร้างจากความคิดในใจเจ้า เจ้าแยกไม่ออกนับว่าปกติ”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ย “ทว่าเจ้าต้องทลายภาพมายานี้ด้วยตนเอง ภายหน้าไม่รู้ว่าเราต้องพบเจอสิ่งใดอีก ข้าไม่ต้องการให้เจ้าตกหลุมพรางอีกครั้ง”
สุยซินมองหลี่จิ่วเต้า แล้วหันมองบิดาของนาง สีหน้าเจ็บปวดเหลือแสน ให้เลือกอย่างไร นางไม่รู้เลยว่าควรเลือกอย่างไร!
ตลอดทั้งทางที่ก้าวเดินมา นางได้ประจักษ์ถึงพลังอันลึกล้ำเกินหยั่งของหลี่จิ่วเต้า รู้ว่าเขาแข็งแกร่งแค่ไหน บางทีนี่อาจเป็นภาพมายาจริง ๆ และเขามองออก
ทว่าทุกอย่างสมจริงถึงเพียงนี้ นางไม่อาจแน่ใจจริง ๆ!
“ซินเอ๋อร์ อย่าฟังวาจาเหลวไหลของเขาอีก รีบมาหาพ่อ เป็นอันใดไป เจ้าไม่เชื่อพ่อแล้วหรือ”
บิดาสุยซินโบกมือให้สุยซินยิ้ม ๆ
เมื่อได้เห็นรอยยิ้มบิดา สุยซินอดไม่ได้ที่จะเดินไปหา แต่เดินได้สองก้าวนางก็ต้องหยุด
นางหันมองหลี่จิ่วเต้า เอ่ยวิงวอน “หากนี่เป็นภาพมายาจริง เจ้าสามารถทลายภาพมายานี้ได้หรือไม่”
“ข้าบอกแล้ว ภาพมายานี้เจ้าต้องทลายด้วยตนเอง”
หลี่จิ่วเต้ายืนกราน “สำหรับเจ้า นี่เป็นโอกาสเติบโต ขณะเดียวกันก็เป็นหลักประกันให้เจ้าสามารถก้าวเดินบนเส้นทางหลังจากนี้ ในแดนอลหม่านอะไรก็เกิดขึ้นได้ ใช่ว่าข้าจะไร้เทียมทานเช่นนี้ไปได้ตลอด ข้าหวังว่าเจ้าจะทลายภาพมายานี้ได้ด้วยตนเอง”
เอ่ยจบ ร่างของเขาพลันหายไป ไม่อยู่ที่นี่ ไม่แทรกแซงสุยซินอีก
“นี่เป็นจุดเริ่มต้นให้ข้าเชื่อใจนาง หวังว่านางจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง…”
ท่ามกลางห้วงอากาศ หลี่จิ่วเต้าเพ่งมองร่างของสุยซินและเอ่ยเสียงเบา
เขาไม่เคยเชื่อใจสุยซิน แต่ระแวงเรื่อยมา ภาพมายาที่ปรากฏครานี้อาจเป็นฝีมือแดนอลหม่าน และอาจเป็นกลลวงที่สุยซินร่วมกับวิหารโบราณลึกลับ หรือสิ่งมีชีวิตตนอื่นจงใจวางขึ้น เพื่อให้เขาติดอยู่ในภาพมายา ไม่อาจออกมาได้ตลอดกาล
ถึงอย่างไรจวบจนบัดนี้ เขายังไม่อาจแน่ใจว่าทุกอย่างที่สุยซินกล่าวมาคือความจริง บางทีต้นกำเนิดการฝึกตน แดนต้นกำเนิดการฝึกตน และเรื่องของบิดาสุยซินล้วนเป็นความเท็จ สุยซินและสิ่งมีชีวิตบางอย่างแค่ออกอุบายหลอกเขาเท่านั้น
เขาต้องพิสูจน์ และนี่เป็นโอกาสให้พิสูจน์
ท่ามกลางห้วงอากาศ เขาจ้องมองทุกอย่างเงียบ ๆ สุยซินไม่ได้เลือกเชื่อเขา แต่กลับไปอยู่ในอ้อมกอดบิดาตัวปลอม
“เจ้าเลือกอยู่ต่อหรือ” เขาปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าสุยซินและเอ่ยถาม
“ข้าว่าเจ้าอาจคิดผิด” สุยซินมองหลี่จิ่วเต้าพลางเอ่ย “ความสยดสยองของแดนอลหม่านทำให้เจ้าขี้ระแวง กังขาในทุกสิ่ง เรื่องนี้ข้าเข้าใจ ทว่า เจ้าคิดผิดจริง ๆ ที่นี่ก็คือแดนต้นกำเนิดการฝึกตน และเขาคือบิดาของข้าจริง ๆ!”
“ก็ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราแยกย้ายกันไปแล้วกัน”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ยสีหน้าราบเรียบ “เจ้าไม่อาจทลายภาพมายานี้ ย่อมไม่เหมาะให้เดินทางต่อ พวกเราลากันตรงนี้แล้วกัน”
เอ่ยจบ ร่างของเขาก็หายไปอีกครั้ง
เขาไม่ได้จากไปจริง ๆ หากแต่สงวนพลังปราณทั้งหมด เร้นกายในความมืด จับจ้องเงียบเชียบ
หลังจากนั้น สุยซินอยู่ในภาพมายา รวมพลังกับบิดา สังหารเหล่ายอดฝีมือที่ตั้งใจลอบทำร้ายบิดาของนาง
ต่อมา นางใช้ชีวิตกับบิดาของนางในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนอย่างสบายใจ บางครั้งจะเอนกายบนพื้นหญ้า แหงนมองท้องฟ้าของแดนต้นกำเนิดการฝึกตน ปากพึมพำถึงหลี่จิ่วเต้า
“ได้เวลาแล้ว”
วันหนึ่ง หลี่จิ่วเต้าปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าสุยซิน
“เหตุใดเจ้าถึงกลับมา”
สุยซินตื้นตันเหลือแสน ทั้งยังเอ่ยอย่างลำพอง “อะไรกัน รู้ตัวว่าเจ้าเป็นฝ่ายผิด และทนต่อความคิดถึงที่มีต่อข้าไม่ไหว ถึงกลับมาหาข้าใช่หรือไม่ ข้าก็ว่า ข้าผู้นี้มีเสน่ห์เหลือล้น เป็นไปได้อย่างไรที่เจ้าจะไม่หวั่นไหวต่อข้าผู้นี้ เจ้าชอบข้า!”
“อย่าหลงตัวเองได้หรือไม่!” หลี่จิ่วเต้าหมดคำพูด
“บุรุษเพศต้องรักษาหน้า ข้าเข้าใจ รู้ว่าเจ้ากระดาก ไม่อาจเอ่ยว่าชอบข้า”
สุยซินหัวเราะไม่หยุด
“เจ้ารู้ที่ไหน!”
หลี่จิ่วเต้ายกมือเคาะหัวสุยซิน
“โอ๊ย ไยเจ้าต้องตีข้า!”
สุยซินถลึงตาใส่หลี่จิ่วเต้า เอ่ยเสียงเคืองแค้น “เจ้าไม่ได้คิดถึงข้าแล้วเหตุใดต้องมาหาข้า!”
“ผู้ใดคิดถึงเจ้ากัน เลิกหลงตัวเองเสียทีได้หรือไม่! ไม่รู้ว่าผู้ใดกันที่นอนมองท้องฟ้าบนพื้นหญ้า พร่ำพรรณนาถึงความคิดถึงต่อคนบางคนหลายต่อหลายครั้ง ว่าครานั้นหากรั้งคนผู้นั้นไว้ก็คงดี”
“เจ้ารู้เรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร?!”
สีหน้าสุยซินเปลี่ยนไปอย่างมาก นี่เป็นสิ่งที่นางเคยทำไม่ใช่หรือ
“ข้าไม่ได้ไปไหน คอยจับตาดูเจ้าในมุมมืดมาตลอด ที่มาคราวนี้ก็เพื่อพาตัวเจ้าไป ตอนนี้ถือว่าเจ้าผ่านบททดสอบ ได้รับความเชื่อใจนิดหน่อยจากข้า”
หลี่จิ่วเต้ากล่าว
ใช่แล้ว สุยซินไม่ได้ทลายภาพมายา แต่เลือกอยู่ในนี้ต่อจึงผ่านบททดสอบของเขา
อย่าล้อเล่นหน่อยเลย เขากับสุยซินรู้จักกันไม่นาน สุยซินไฉนเลยจะยอมเชื่อใจเขาถึงเพียงนั้น เขาว่าเป็นภาพมายาสุยซินก็เชื่อว่าเป็นภาพมายา?
ด้วยความสามารถของสุยซิน การจะมองภาพมายาไม่ออกนับว่าปกติ ลุ่มหลงไปกับภาพมายาก็นับว่าปกติ ถึงอย่างไรนี่ก็เป็นภาพมายาที่สร้างขึ้นตามความคิดในใจสุยซิน ใช่ว่าก้าวออกมาได้ง่าย ๆ
หากสุยซินเลือกเชื่อเขาทันที แน่ใจว่านี่คือภาพมายาสิมีพิรุธ ไม่ปกติ เป็นไปได้ว่านี่เป็นกลลวงของสุยซินกับสิ่งมีชีวิตบางอย่าง เพื่อให้ได้ร่วมทางกับเขาต่อ
จากนั้นเขาลงมือ ท่ามกลางประกายเจิดจ้า ภาพมายาระเบิดแหลกลาญ เผยโฉมหน้าที่แท้จริงออกมา
ท่ามกลางแดนอลหม่าน มีบุปผามารดอกหนึ่งชูช่อสล้างท้าลม บุปผามารดอกนี้แหละที่สะท้อนความคิดในใจสุยซิน สร้างภาพมายาขึ้นมา
“เป็นภาพมายาจริง ๆ ด้วย!”
สุยซินชะงัก ไม่อาจเชื่อได้ลง ทุกอย่างสมจริงถึงเพียงนั้น ทว่ากลับเป็นของปลอม แหล่งกำเนิดก็คือบุปผามารดอกนั้น!
“ใช่แล้ว นี่คือภาพมายา”
หลี่จิ่วเต้าเอื้อมมือออกไป ปลายนิ้วเปล่งประกายจรัส ลำแสงพุ่งออกไปห้าลำ กำจัดบุปผามารดอกนั้นได้ทันที
“ไปเถิด”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ย หมายจะพาสุยซินออกเดินทางต่อ
สุยซินยังเชื่อไม่ลง กระนั้นก็ยอมเดินตามหลี่จิ่วเต้าอยู่ด้านหลัง นางค่อย ๆ ทำใจเชื่อและยอมรับ ถึงอย่างไรหากนี่ไม่ใช่ภาพมายา ทั้งแดนต้นกำเนิดการฝึกตนไฉนเลยจะระเบิดแหลกลาญ
เป็นไปไม่ได้เลย!
ต่อให้หลี่จิ่วเต้าแข็งแกร่งเพียงใดก็ไม่อาจระเบิดแดนต้นกำเนิดการฝึกตน
“จะว่าไป เจ้าคอยจับตามองข้าในมุมมืดมาตลอดจริงหรือ”
ระหว่างทาง สุยซินกลับมาเป็นเช่นเดิม เอ่ยถามหลี่จิ่วเต้า
“อืม ใช่แล้ว” หลี่จิ่วเต้าพยักหน้า
“เช่นนั้นก็หมายความว่า ยามข้าอาบน้ำผลัดอาภรณ์เจ้าก็ยังจับตาดูอยู่ตลอดหรือ?!”
สุยซินเอ่ยเสียงเดือดดาล
“หามิได้ ผู้ใดอยากดูเจ้ากัน เลิกหลงตัวเองเสียทีได้หรือไม่! ยามเจ้าอาบน้ำผลัดอาภรณ์ข้าเบี่ยงสายตาออกทุกครา!”
“อย่างนั้นหรือ เช่นนั้นอาภรณ์ชั้นในสีม่วงที่ข้าใส่วันนี้งามหรือไม่”
“เจ้าสวมอาภรณ์ชั้นในสีม่วงที่ไหน สีชมพูเห็น ๆ บนนั้นมีลวดลายหมีน้อยน่ารักด้วย”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ยจบก็สีหน้าเปลี่ยน เขาหลุดปากหรือนี่!
“เจ้ายังว่าไม่เคยดูอีก!”
สุยซินโมโหมาก ตะครุบใส่หลี่จิ่วเต้า
“อย่ามัวเล่น ข้ากลัวเจ้าร่วมมือกับสิ่งมีชีวิตบางอย่างออกอุบายลวงข้า ย่อมไม่อาจชะล่าใจ ต้องจับตามองให้ละเอียด!”
หลี่จิ่วเต้าเอี้ยวกายหลบ ไม่ได้ตั้งใจดูจริง ๆ เขาไม่ได้สัปดนต่ำช้าเช่นนั้น
เป็นดังที่เขาว่า เขากำลังทดสอบสุยซิน ย่อมไม่อาจพลาดสักช่วงเวลา หาไม่แล้วอาจเปิดช่องโหว่จนเป็นปัญหา
…
มิติต้นกำเนิด ในอาณาจักรแห่งหนึ่ง
ที่นี่มีอาวุธโบราณปรากฏ เป็นคันศรใหญ่เล่มหนึ่ง เผยออกมาแล้วครึ่งคัน พลังน่าพรั่นพรึงซัดสาดอยู่รอบ ๆ บดขยี้สรรพสิ่ง!
ต้นหลิวมาถึงเป็นรายแรก ยื่นมือไปดึงคันศรโบราณนี้ออกมา คลื่นพลังน่าสะพรึงที่แผ่ซ่านออกจากคันศรโบราณมิอาจแผ้วพานเขา
ทันใดนั้น มีดสั้นเล่มหนึ่งปรากฏอยู่หลังศีรษะเขากลางอากาศ ปราศจากประกายและจังหวะแห่งเต๋า แทงตรงไปยังหัวของต้นหลิว
ขณะที่มีดสั้นเล่มนี้กำลังจะทะลุเข้าศีรษะต้นหลิว ก้านหลิวพลันร่ายรำออกจากแผ่นหลังต้นหลิว บดขยี้มีดสั้นเล่มนี้ในพริบตา
เขาไม่ได้หยุดอยู่ที่นี่ หลังบดขยี้มีดสั้นได้แล้วก็หายตัวออกไป
ที่นี่มีอาวุธโบราณปรากฏ อีกไม่นานต้องมีสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ พากันเดินทางมา ไม่แน่อาจมีเจ้าวิหารย่อยนำอาวุธโบราณมาด้วย ตอนนี้เขายังไม่อยากประจัญบานกับเจ้าวิหารย่อย
ทว่าลมหายใจที่เขากำลังจะไป ทวนยาวเล่มหนึ่งโผล่ออกมากลางอากาศ กีดขวางทางไปของเขา!
ต้นหลิวลงมือทันที ฟาดทวนยาวเล่มนี้จนแตกสลาย เงาร่างอันตรธานจากที่แห่งนี้
“ใครกัน ไยจึงดุดันเช่นนี้!”
ในมุมมืด สิ่งมีชีวิตตนหนึ่งพึมพำ หัวใจประหวั่นพรั่นพรึง
เขาเป็นนักล่ามิติ อยู่ในขอบเขตมิติขั้นเก้าสิบเก้า ยามอาวุธโบราณปรากฏ เขาบังเอิญอยู่ใกล้ ๆ พอดี
ทว่าคราวเขามาถึงที่นี่ก็ยังช้าไป ต้นหลิวได้อาวุธโบราณไป
ในฐานะนักล่ามิติ เขาสันทัดการลอบโจมตีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นมีดสั้นหรือทวนยาว ล้วนถูกเขาหล่อหลอมมานานนับกาล เมื่อโจมตีจักไร้ซึ่งคลื่นพลังใด ๆ รั่วไหลออกไป
เรียกได้ว่าตราบใดที่มีดสั้นและทวนยาวออกโรง ไม่เคยพ่ายแพ้ ไม่มีผู้ใดสัมผัสมีดสั้นและทวนยาวได้ล่วงหน้า กว่าจะรู้ตัวก็สายเกินไปแล้ว
ทว่าต้นหลิวสัมผัสได้ล่วงหน้าอย่างเห็นได้ชัด บดขยี้มีดสั้นและทวนยาวได้ทันที ทำเอาเขาตระหนกจริง ๆ ต้นหลิวอยู่ในขอบเขตใดกัน เหนือกว่าขอบเขตมิติขั้นร้อยอีกหรือ
เขาขนลุกขนพอง ทั้งยังนึกโชคดีเหลือแสน ต้นหลิวผู้ทรงพลังน่าครั่นคร้ามเพียงนี้ ต้องเป็นสมาชิกวิหารโบราณลึกลับไม่ผิดแน่!
นอกจากสมาชิกวิหารโบราณลึกลับ มีสิ่งมีชีวิตอื่นใดบ้างที่สามารถบรรลุเหนือขอบเขตมิติขั้นร้อย!
เขาบังอาจลงมือกับสมาชิกวิหารโบราณลึกลับ นับว่ารนหาที่ตายโดยแท้ ยังดีที่ต้นหลิวไม่ได้ถือสาเขา มิฉะนั้นเขาต้องตายอย่างแน่นอน!
จากนั้นเขาไปจากที่นี่ด้วยท่าทางสลด รู้สึกเหมือนตัวเองวนเวียนอยู่หน้าประตูอเวจีมารอบหนึ่ง ภายหน้าจะทำอะไรไม่อาจบุ่มบ่ามเช่นนี้อีกแล้ว จำต้องรอบคอบแล้วรอบคอบอีก
ต้นหลิวนำคันศรโบราณมายังสถานที่หนึ่ง
เขาศึกษาคันศรโบราณแล้วตะลึงเหลือคณา นี่เป็นคันศรชั้นสูงอย่างแท้จริง เขารับรู้ได้อย่างลึกซึ้งว่าคันศรโบราณนี้น่าสยดสยองปานใด!
“มีโอกาสชนะเพิ่มขึ้นแล้ว”
เขาเก็บคันศรโบราณ ออกเดินทางไปทั่วมิติอีกครั้ง เมื่อมีคันศรโบราณเล่มนี้ หลังพวกเขาเผชิญหน้ากับเจ้าวิหารย่อยก็มีโอกาสชนะมากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย
อีกด้าน สุนัขดำและนักพรตอู๋เหลียงไปด้วยกัน
“เจ้าอ้วน เจ้าว่าเรามาทำการใหญ่ดีหรือไม่”
สุนัขดำบอกกับนักพรตอู๋เหลียง
“หมายความว่าอย่างไร” นักพรตอู๋เหลียงถาม
“สมาชิกวิหารโบราณลึกลับตามหาสุยซินอยู่ในมิติต้นกำเนิดไม่ใช่หรือ หมายความว่าคอยดักรอสุยซินบนเส้นทางกลับแดนต้นกำเนิดการฝึกตนอยู่ ภายในวิหารโบราณไม่เหลือผู้ใดอย่างไม่ต้องสงสัย นี่เป็นโอกาสดี เจ้าว่าพวกเราไปเยือนวิหารโบราณลึกลับสักคราดีหรือไม่ แล้วปล้นสะดมรังของวิหารโบราณลึกลับให้เกลี้ยง” สุนัขดำกล่าว
“เจ้ากล้าบ้าบิ่นยิ่ง แต่ข้าชอบ!”
นักพรตอู๋เหลียงคลี่ยิ้มเอ่ย เห็นด้วยกับข้อเสนอของสุนัขดำ พวกเขาเห็นพ้องต้องกัน เตรียมปล้นสะดมรังของวิหารโบราณลึกลับ ทำการใหญ่
ก่อนหน้านี้พวกเขาจับสมาชิกวิหารโบราณลึกลับมาตนหนึ่ง ค้นวิญญาณของเขาจนรู้ว่ารังหลักของวิหารโบราณลึกลับอยู่ที่ใด
………………..