รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1315 สุยซิน ‘หลี่จิ่วเต้า เจ้ายังเป็นบุรุษอยู่หรือไม่!’
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1315 สุยซิน ‘หลี่จิ่วเต้า เจ้ายังเป็นบุรุษอยู่หรือไม่!’
บทที่ 1315 สุยซิน ‘หลี่จิ่วเต้า เจ้ายังเป็นบุรุษอยู่หรือไม่!’
………………..
บทที่ 1315 สุยซิน ‘หลี่จิ่วเต้า เจ้ายังเป็นบุรุษอยู่หรือไม่!’
มิติต้นกำเนิดมีอาวุธโบราณปรากฏทั้งหมดสามชิ้นด้วยกัน ล้วนอยู่ในกำมือของเจ้าวิหารย่อยผู้อยู่ในมิตินี้ พวกเขาไม่ได้รีบส่งอาวุธโบราณนี้ออกไป ยังเก็บไว้กับตนเอง
เพราะพวกเขาต้องการใช้อาวุธโบราณสามชิ้นนี้ตามหาสุยซิน ขณะเดียวกัน พวกเขาก็ตั้งใจใช้อาวุธโบราณสามชิ้นนี้ตามหาอาวุธโบราณชิ้นอื่นในมิตินี้ที่ยังไม่ปรากฏออกมา
นี่ไม่ใช่ภัยคุกคามเล็ก ๆ จะต้องรับมืออย่างจริงจัง หาไม่แล้วคงเกิดเรื่องได้ง่าย
“ไปเถิด พวกเราออกปฏิบัติหน้าที่กันได้แล้ว จำไว้ ทันทีที่มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลต้องหนีกลับลานเล็กทันที ห้ามลังเล!”
ซีเอ่ยด้วยท่าทางจริงจัง
“เข้าใจแล้ว!”
“ได้!”
ที่เหลือพากันตอบตกลง ก่อนจะออกจากลานเล็ก กระจัดกระจายไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ของมิติต้นกำเนิด ค้นหาวี่แววของอาวุธโบราณ
พวกเขาไม่อยากประจันหน้ากับเหล่าเจ้าวิหารย่อยตอนนี้ อยากรอให้ได้อาวุธโบราณมาจำนวนหนึ่งแล้วค่อยไปหาบรรดาเจ้าวิหารย่อย เช่นนี้จึงจะมีโอกาสชนะมากขึ้น
…
เส้นทางอลหม่าน
หลี่จิ่วเต้ากับสุยซินยังเดินทางต่อไป ต้นปีศาจพิลึกต้นนั้นถูกหลี่จิ่วเต้ากำจัดเรียบร้อย
“จะว่าไป เจ้าแข็งแกร่งขนาดไหนเชียว!”
สุยซินมองหลี่จิ่วเต้า เอ่ยด้วยท่าทางใคร่รู้ “ข้าว่าเจ้าไม่ใช่แค่ได้อาวุธโบราณมา เจ้าคงได้รับการสืบสานจากปราชญ์อาวุโสด้วย นอกจากนี้ ยังไม่ใช่การสืบสานของปราชญ์อาวุโสท่านเดียว เจ้าคงได้รับการสืบสานจากปราชญ์อาวุโสมาคณานับ”
“เจ้าไม่เบื่อบ้างหรือ ถามข้ามาแปดร้อยรอบแล้ว!”
หลี่จิ่วเต้ามีสีหน้าระอา นับแต่เขากำจัดต้นปีศาจพิลึกนั่นได้ สุยซินก็ถามไม่หยุด ถามมาตลอดทั้งทางจวบจนตอนนี้
“แต่เจ้าไม่ได้ให้คำตอบข้านี่!”
สุยซินเบ้ปาก ท่าทางน่าเอ็นดูเป็นที่สุด “หากเจ้าให้คำตอบข้า ข้าย่อมไม่ถามเจ้าอีก!”
“ไม่มีอะไรจะบอก นี่แหละคือคำตอบของข้า!”
หลี่จิ่วเต้าไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านี้ เว้นระยะห่างออกจากสุยซิน
แม้บัดนี้ดูแล้ว สุยซินไม่มีปัญหา กระนั้นเขาก็ยังไม่ได้เชื่อใจสุยซินเต็มร้อย
ใต้หล้านี้โหดร้ายเหลือแสน โดยเฉพาะในโลกแห่งการฝึกตนยิ่งโหดร้ายเข้าไปใหญ่ เขาไม่ต้องการกล่าวถึงบรรพจารย์ฝูมากนัก กลัวจะสร้างปัญหาให้บรรพจารย์ฝู
“เจ้า คนขี้งก!”
สุยซินโกรธจนกระทืบเท้า แค้นที่ตนกล้าแกร่งไม่พอ หากนางกล้าแกร่งพอ มีหรือต้องอัปยศเช่นนี้ คงกำราบหลี่จิ่วเจ้าไว้ใต้เท้านานแล้ว ดูสิว่าเขาจะกล้าไม่ตอบคำถามของนางหรือไม่!
เวลานี้ นางกลอกดวงตากลมโตไปมา แผนหนึ่งผุดในใจ
“เจ้า…เดินช้าหน่อย ข้ารู้สึกแปลก ๆ เหมือนที่นี่มีพลังประหลาด…”
นางหอบหายใจ ตะโกนใส่หลี่จิ่วเต้า แสร้งว่าถูกพลังพิเศษบางอย่างโจมตี
ถึงอย่างไรที่นี่ก็เป็นเส้นทางอลหม่าน อะไรก็เป็นไปได้ หากนางแกล้งทำ ก็ไม่ต้องกลัวว่าหลี่จิ่วเต้าจะจับได้
“หืม?”
หลี่จิ่วเต้าย้อนกลับมา เคลือบแคลงในใจ มีพลังประหลาดที่ไหน เหตุใดเขาถึงไม่ถูกโจมตี
“ข้า…ร้อนเหลือเกิน!”
ดวงตาสุยซินเลื่อนลอย ท่าทางร้อนเป็นหนักหนา ใบหน้าแดงก่ำ ปลดเปลื้องอาภรณ์ให้ตนเอง ผิวขาวผ่องนวลเนียนเผยให้เห็นวับ ๆ แวม ๆ สภาพการณ์พลันวาบหวามขึ้นมา
“เจ้าทำอะไร!”
หลี่จิ่วเต้าตกตะลึง รีบห้ามสุยซินไม่ให้ถอดอาภรณ์
“ข้าร้อนเหลือเกิน ร้อนจนทนไม่ไหว เจ้าไม่ร้อนหรือ พวกเราปลดเปลื้องอาภรณ์ให้หมดเถิด จะได้เย็นสบาย!”
มือนวลเนียนของสุยซินลูบไล้แผงอกหลี่จิ่วเต้าไม่หยุด ซ้ำยังยื่นเข้าไปในเสื้อหลี่จิ่วเต้า หมายจะถอดอาภรณ์ของเขา
“!!!”
หลี่จิ่วเต้าตกอกตกใจ รีบผลักสุยซินออก เว้นระยะห่างจากสุยซิน “เจ้าอย่าวู่วาม!”
“วู่วามอะไร! ข้าหาได้วู่วามไม่ ข้าเพียงแต่รู้สึกว่าร้อนเหลือเกิน…”
สุยซินจดจ้องหลี่จิ่วเต้า เลียริมฝีปากสีแดงอย่างล่อแหลม ทำท่ายั่วยวนใส่เขา
ภาพนี้รัญจวนใจนัก หลี่จิ่วเต้าเห็นแล้วร้อนรุ่มในใจ ท่วงท่าของสุยซินเย้ายวนเหลือเกิน ขาเรียวยาวกลมกลึง เท้านวลเนียนแวววาว ผิวขาวราวหิมะที่เปิดเผยออกมามากมาย ชายหนุ่มแทบทนไม่ไหว
เขารีบสวดมนต์อยู่หลายรอบถึงสงบใจลง เขาจ้องมองสุยซิน รู้สึกว่าสุยซินคงถูกพลังบางอย่างบงการจิตใจ
“พลังนี่อยู่ที่ใด”
เขารีดเร้นพลังจากเหล่าของวิเศษ ควานหาว่าพลังพิเศษนี่อยู่ที่ใด ทว่ากลับไม่พบ จนเขาอดสะท้อนใจไม่ได้ แดนอลหม่านนี่น่าประหวั่นพรั่นพรึงอย่างแท้จริง!
และขณะที่เขาปันสมาธิไปค้นหาพลังพิเศษนี้ สุยซินก็ตะครุบมาอยู่บนตัวเขา ถูไถตามร่างกายเขา ริมฝีปากสีแดงยั่วยวนกระซิบข้างหูเขา “ข้ารู้สึกว่าเจ้าช่างหล่อเหลา ช่างสมชายชาตรีเหลือเกิน ข้าอยากครองคู่กับเจ้า!”
นี่คือแผนของสุยซิน นางตั้งใจใช้อุบายหญิงงามหลอกให้หลี่จิ่วเต้ายอมจำนน
นางมั่นใจในเสน่ห์ของตนเป็นอย่างยิ่ง
“เจ้าถูกพลังพิเศษนั่นบงการจิตใจเข้าแล้ว!”
หลี่จิ่วเต้าฟาดสันมือใส่คอสุยซิน หมายจะทำให้นางสลบ เช่นนี้แล้วนางจะได้ไม่ทำอะไรผลีผลาม
“อ๊ะ เจ็บ ๆๆ!”
สุยซินเจ็บจนร้องลั่น สันมือหลี่จิ่วเต้าฟาดลงส่วนลึกวิญญาณของนาง เจ็บจนนางสงสัยในโลกนี้ ไม่ต่างอันใดจากทิ่มแทงกลางใจนาง
“ออกแรงไม่พอหรือ”
หลี่จิ่วเต้าพึมพำกับตนเอง ตั้งท่าจะสับสันมือใส่สุยซินอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้เขากลัวออกแรงมากไปอาจทำร้ายสุยซินเข้า จึงไม่กล้าใช้กำลังมากนัก
หนนี้เขาตั้งใจเพิ่มแรงสับสุยซินอีกครา
“อย่า ไม่เอาแล้ว!”
สุยซินหนีไปทันที นางไม่ต้องการลิ้มรสความเจ็บปวดเช่นนี้อีกแล้ว!
หลังออกห่างจากหลี่จิ่วเต้า นางเคียดแค้นเหลือแสน หลี่จิ่วเต้าเดนตาย นางงดงามปานนี้ ซ้ำยังเสนอตัวยั่วยวนสารพัด เขากลับไม่ได้คิดเรื่องปลุกปล้ำนาง หากแต่คิดเรื่องทำให้นางหมดสติ เพื่อยุติทุกสิ่ง?
นางสงสัยอย่างยิ่งว่าหลี่จิ่วเต้าจะไม่ใช่บุรุษ!
หากเป็นบุรุษ หลี่จิ่วเต้าไฉนเลยจะอดกลั้นไหว!
“เจ้าแกล้งทำ!”
ชายหนุ่มกระจ่างทันที เขาก็ว่า ถึงแม้แดนอลหม่านนั้นสยดสยองเหลือแสน กระนั้นยังไม่ถึงขั้นแม้แต่เขาซึ่งใช้พลังจากบรรดาของวิเศษยังหาไม่เจอ
“ข้าเปล่า เจ้าอย่ามาพูดซี้ซั้ว!”
สุยซินปฏิเสธทันที เอ่ยต่อหน้าไม่แดง หัวใจไม่เต้นรัวเร็ว “ข้าถูกพลังพิเศษบางอย่างโจมตีจริง ๆ ต่อมาก็รู้สึกเห็นเจ้าแล้วต้องตายิ่งนัก อยากครองคู่กับเจ้า”
“อย่ามา!”
หลี่จิ่วเต้าตวาด “พูดความจริงมา หาไม่แล้วข้าจะกำราบเจ้า ค้นความทรงจำวิญญาณของเจ้า”
“ไอ้…คนป่าเถื่อน!”
สุยซินเอ่ยอย่างโกรธเกรี้ยว
“ข้าป่าเถื่อนเช่นนี้แหละ เจ้าจะยอมบอกความจริงหรือไม่”
หลี่จิ่วเต้าเดินไปหาสุยซิน
สุยซินก้มหน้า ใบหน้าแดงระเรื่อ เอ่ยเสียงค่อย “ที่จริง ข้ามีใจให้เจ้า แต่ข้าหน้าบาง ไม่กล้าสารภาพความในใจกับเจ้าตรง ๆ จึงแกล้งว่าถูกพลังพิเศษบางอย่างโจมตี แล้วอาศัยเรื่องนี้ครองคู่กับเจ้า”
“ข้ายังรู้สึกว่าเจ้าโป้ปด”
หลี่จิ่วเต้าเดินเข้ามา “ข้าตรวจสอบความทรงจำวิญญาณของเจ้าโดยตรงดีกว่า”
“เจ้ายังเป็นบุรุษอยู่หรือไม่!”
สุยซินเดือดดาล ยิ่งรู้สึกว่าหลี่จิ่วเต้าไม่ใช่บุรุษ หรือไม่ก็นิยมบุรุษเพศ ไม่ได้นิยมอิสตรี มิฉะนั้นนี่ก็สองครั้งแล้ว หลี่จิ่วเต้าไม่มีทางไม่รู้สึกรู้สากับนาง
“ข้าใช่บุรุษหรือไม่ ไม่ต้องให้เจ้าออกความเห็น”
หลี่จิ่วเต้าประชิดตัวสุยซิน ประกายในตาวาวโรจน์ หมายจะตรวจสอบความทรงจำวิญญาณของสุยซิน
“ก็ได้ ข้ายอมรับ ทั้งหนนี้และก่อนหน้านี้ข้าล้วนแกล้งทำ เพียงแต่อยากให้เจ้าจำนนด้วยอุบายหญิงงาม!”
สุยซินจำต้องบอกความจริง
“ข้าหวังว่าหลังจากนี้เจ้าจะไม่หลอกข้าอีก”
หลี่จิ่วเต้ามองสุยซิน เอ่ยด้วยสีหน้าเย็นชา “ข้าไม่รู้ว่าเจ้าคิดอะไรอยู่ บางทีเจ้าอาจมองว่าข้าตามเจ้าไปยังแดนต้นกำเนิดการฝึกตน ซ้ำยังอยู่ด้วยกันมาพักใหญ่ พวกเราจึงถือเป็นสหาย แต่ข้าขอบอกเจ้าตามตรง เราไม่ใช่สหาย อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในตอนนี้! ข้าไม่ต้องการมีคนโป้ปดข้างกายคอยหลอกข้าเป็นอาจิณ ยามข้าต้องระแวดระวังอันตรายที่อาจโผล่มาทุกเมื่อจากแดนอลหม่านแล้วยังต้องระแวงคนข้างกายอีก!”
สุยซินผงะ คิดไม่ถึงว่าหลี่จิ่วเต้าจะมีปฏิกิริยารุนแรงเช่นนี้
“ขออภัย คราวหน้าข้าจะไม่ทำแล้ว!”
นางขอโทษเสียงรัว คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะรุนแรงเช่นนี้ หากนางรู้ว่าผลที่ตามมารุนแรงเช่นนี้ นางย่อมไม่ทำ
หลี่จิ่วเต้าหัวเราะร่วน
“เจ้าหลอกข้ารึ?!”
สุยซินบันดาลโทสะ โมโหจนแทบระเบิด คิดอย่างไรก็คิดไม่ถึงว่าหลี่จิ่วเต้าจะหลอกนาง!
“รสชาติการถูกหลอกไม่ดีใช่หรือไม่!”
หลี่จิ่วเต้าหัวเราะไม่หยุด “รู้ว่ารสชาติไม่ดี จากนี้ไปก็อย่าหลอกผู้อื่นอีก! แม้ก่อนหน้านี้ข้าจะแกล้งทำ ทว่าวาจาที่กล่าวไปจำนวนหนึ่งก็เป็นความจริง ข้าไม่อยากมีคนโป้ปดข้างกายคอยหลอกข้า ต้องปันสมาธิมาระแวงอีก หากเจ้าทำไม่ได้ พวกเราก็ทางใครทางมันเสียแต่เนิ่น ๆ ดีกว่า”
เขายังจำนิทานเด็กเลี้ยงแกะได้ดี สุยซินต้องหยุดการกระทำเช่นนี้ หาไม่แล้วยามเกิดเรื่องจริง ๆ เขาอาจเพิกเฉยเพราะคิดว่าสุยซินแกล้งทำ
เขามองสุยซินไว้ไม่แย่ แม้จะยังไม่ใช่สหาย ไม่ได้เชื่อใจเต็มร้อย กระนั้นก็ไม่ต้องการให้เกิดเรื่องกับสุยซิน
“เข้าใจแล้ว!”
สุยซินรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด ทำไม่ถูก กระนั้นก็ยังรู้สึกโกรธ กัดฟันตอบหลี่จิ่วเต้า
“ไปกันเถิด”
หลี่จิ่วเต้ากรุยทางอยู่ด้านหน้าตามเดิม สุยซินตามมาด้านหลัง
ยิ่งเดินไปข้างหน้าภยันตรายก็ยิ่งมาก สิ่งมีชีวิตสยดสยองโผล่มาไม่หยุดหย่อน ยังดีที่หลี่จิ่วเต้าเก่งกาจพอ กวาดล้างอันตรายทั้งปวง
หากมีเพียงสุยซินคงตายไปนานแล้ว ต่อให้นางบรรลุเหนือขอบเขตมิติขึ้นไปแล้ว กระนั้นยามเผชิญกับภยันตรายระดับนี้ก็ยังห่างชั้นมากโข ไม่อาจตอบโต้ได้
ไม่รู้ว่าเดินมานานเท่าใด จู่ ๆ เบื้องหน้าพวกเขาก็สว่างไสว ไม่เหลือความอลหม่านสักนิด หลี่จิ่วเต้ากับสุยซินเดินเข้าไป มายังปฐพีใหม่อันเจิดจรัส
ที่นี่ราวกับแดนพิสุทธิ์ปลีกวิเวก ทุกอย่างช่างสงบเงียบเชียบ รอบ ๆ ล้วนเป็นสสารฝึกฝนสูงส่งเกินจินตนาการ ยามหายใจราวกับได้ขุมปราณพลังบริสุทธิ์!
ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ผู้ฝึกตนไม่อยากแข็งแกร่งขึ้นยังยาก!
“ที่นี่น่ะหรือแดนต้นกำเนิดการฝึกตน”
หลี่จิ่วเต้าพินิจมองสภาพแวดล้อม เขาเคยเห็นแดนต้นกำเนิดการฝึกตนจากความทรงจำวิญญาณที่สุยซินเผยออกมา ที่นี่เหมือนกับแดนต้นกำเนิดการฝึกตนในความทรงจำวิญญาณสุยซินทุกประการ!
“ใช่แล้ว!”
สุยซินพยักหน้า เอ่ยด้วยท่าทางสะท้อนใจ “ข้านึกว่าต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าจะถึงแดนต้นกำเนิดการฝึกตน ไม่คิดเลยว่าจะมาถึงได้ไวปานนี้!”
นางเอ่ยต่อ “ที่นี่ก็คือแดนต้นกำเนิดการฝึกตน ต้นกำเนิดของการฝึกตนทั้งปวง การฝึกตนในมิตินับไม่ถ้วนล้วนอาศัยสสารฝึกตนที่ซัดสาดออกจากที่นี่”
นางอยู่เหนือขอบเขตมิติในอายุยี่สิบล้วนเกี่ยวข้องกับที่นางพำนักในแดนต้นกำเนิดการฝึกตน
หากไม่ใช่ว่าพำนักในแดนต้นกำเนิดการฝึกตน นางไม่มีทางอยู่เหนือขอบเขตมิติในอายุยี่สิบ
แน่นอนว่านี่เกี่ยวข้องกับการชี้แนะสั่งสอนตลอดเวลาจากบิดาของนางเช่นกัน หากไม่ใช่บิดาของนางคอยชี้แนะสั่งสอนไม่หยุด นางก็ไม่มีทางบรรลุเหนือขอบเขตมิติ
“ไปเถิด พวกเราไปหาท่านพ่อของข้ากัน!”
สุยซินกับหลี่จิ่วเต้าไปจากที่เดิม รุดหน้าไปยังที่พำนักของบิดานาง
ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึง
ที่นี่มีตำหนักเก่าแก่โอ่อ่ายิ่งใหญ่ตั้งอยู่เรียงราย สุยซินพาหลี่จิ่วเต้าเข้าไปในตำหนัก
นางไม่กลัวว่าบิดาของนางจะถูกทำร้าย เพราะหากบรรดาผู้ที่จ้องทำร้ายบิดานางฆ่าบิดานางได้ ก็คงไม่ส่งวิหารโบราณลึกลับไปจับนาง
ตามคาด นางกับหลี่จิ่วเต้าได้พบบิดา บิดาของนางไม่ได้เป็นอันใด ยังอยู่ดี
“ท่านพ่อ!”
สุยซินดีใจมาก ปราดเข้าไปในอ้อมอกบิดาของนาง ขอบตารื้นชื้น
หนนี้หากไม่ได้หลี่จิ่วเต้า นางอาจไม่ได้พบบิดาอีกแล้ว
เมื่อคราวยังอยู่ในมิติต้นกำเนิด นางบาดเจ็บสาหัส ไม่อาจรอดพ้นจากการไล่ฆ่าของวิหารโบราณลึกลับ ต้องถูกจับตัวไปแน่
ถึงเมื่อนั้น เหล่ายอดฝีมือที่ต้องการทำร้ายบิดาของนางจะออกอุบายหลอกล่อบิดาของนางด้วยนาง และมีโอกาสสูงที่จะเกิดเรื่องกับบิดาของนาง อาจถูกยอดฝีมือเหล่านั้นทำร้าย
นางรู้สึกโชคดีจริง ๆ ที่ได้พบหลี่จิ่วเต้า น้ำตาเด็กสาวไหลนองยิ่งขึ้น นี่เป็นน้ำตาแห่งความตื้นตัน
“ซินเอ๋อร์ เป็นอันใดไป ไยต้องร้องไห้โศกาเช่นนี้ เจ้าไปเที่ยวเล่นในมิติต่าง ๆ ไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงเสียใจเช่นนี้ บุรุษผู้นี้ทำร้ายเจ้าหรือ”
บิดาของสุยซินมีรูปร่างสูงใหญ่ล่ำสัน เป็นบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่ง
ในอดีตสุยซินแอบหนีไปที่มิติต่าง ๆ ทว่าบิดาของนางเป็นผู้ใด ทรงพลังน่าครั่นคร้ามถึงขีดสุด รู้เรื่องทุกอย่างตั้งแต่แรก
เดิมบิดาของนางสามารถหยุดยั้งไม่ให้สุยซินไปจากแดนต้นกำเนิดการฝึกตน แต่บิดาของนางไม่ได้ทำเช่นนั้น เพราะรู้สึกว่าในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนอึดอัดเกินไป ให้สุยซินไปเที่ยวเล่นหย่อนใจตามมิติต่าง ๆ ก็ดีเหมือนกัน
“หามิได้ ท่านพ่อ!”
สุยซินรีบบอก “เขาเป็นผู้มีพระคุณของข้า ช่วยชีวิตข้าไว้ ซ้ำยังช่วยข้ากลับมายังแดนต้นกำเนิดการฝึกตน หากไม่ได้เขา ข้าคงมีอันเป็นไปนานแล้ว!”
“ผู้มีพระคุณช่วยชีวิต? เกิดอะไรขึ้น”
บิดาสุยซินขมวดคิ้ว ถามเสียงเข้ม “ด้วยขอบเขตพลังของเจ้ายังเกิดเรื่องในมิติต่าง ๆ ได้อีกหรือ เจ้าจงเล่ามาให้ละเอียดว่าเกิดเรื่องใดขึ้น!”
“ได้!”
สุยซินไม่ลังเล รีบบอกทุกอย่างโดยไม่ปิดบัง
‘ที่นี่ใช่แดนต้นกำเนิดการฝึกตนจริงหรือ คนผู้นี้ใช่บิดาของสุยซินจริงหรือ’
อีกด้าน หลี่จิ่วเต้าพึมพำในใจ ไม่รู้เพราะเหตุใด จู่ ๆ เขาก็สังหรณ์ใจแปลก ๆ รู้สึกว่าที่นี่ไม่ใช่แดนต้นกำเนิดการฝึกตนที่แท้จริง บุรุษวัยกลางคนตรงหน้าก็ไม่ใช่บิดาจริง ๆ ของสุยซิน
ทว่าความรู้สึกประหลาดนี้มาไวไปไว
เขาไม่ได้ขบคิดมากนัก รู้สึกว่าอาจฟุ้งซ่านไปเอง
………………..