รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1314 อ่อนแอปานนี้เชียว? หรือข้าแข็งแกร่งเกินไป!
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1314 อ่อนแอปานนี้เชียว? หรือข้าแข็งแกร่งเกินไป!
บทที่ 1314 อ่อนแอปานนี้เชียว? หรือข้าแข็งแกร่งเกินไป!
………………..
บทที่ 1314 อ่อนแอปานนี้เชียว? หรือข้าแข็งแกร่งเกินไป!
ต้นประหลาดพิศวงต้นหนึ่งหยั่งรากอยู่ในจักรวาลโกลาหล ท่าทางชวนผวาอย่างยิ่งยวด กิ่งไม้ไม่ใช่ไม้ หากแต่เป็นแขนมนุษย์ น้ำตาเป็นพวงห้อยย้อยบนนั้น มีโลหิตโสมมสีดำหยดลงมา
มันเปล่งประกายพิศวง น่าประวั่นพรั่นพรึง ยามมันไหวเอนมีเสียงคำรามจากผีร้าย หลี่จิ่วเต้าเห็นแล้วขมวดคิ้ว นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
นี่ก็เพราะเขาได้ของวิเศษทั้งหลายจากบรรพจารย์ฝูในภายหลัง พบเจอเรื่องราวสยดสยองพิลึกกึกกือมามาก หากเป็นเขาในยามแรกเริ่มมาพบต้นไม้ประหลาดเช่นนี้ มีหวังคงกลัวจนขาอ่อน
“ฆ่า!”
เขาตวัดกระบี่ไม้ท้อในมือ อาภรณ์นักพรตสีเหลืองปลิวไสวตามลม บุกไปข้างหน้า
…
มิติต้นกำเนิด
มิติอื่น ๆ มารวมตัวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งมีชีวิตมหาศาลเข้ามายังมิติต้นกำเนิด สมาชิกวิหารโบราณลึกลับยังไม่ถอนกำลัง เจ้าวิหารย่อยยังคงนำทัพตามหาสุยซิน มิติต้นกำเนิดวุ่นวายเหลือแสน
ขณะเดียวกัน สสารฝึกตนสูงส่งน่าทึ่งพวยพุ่งไปตามพื้นที่ต่าง ๆ ในมิติต้นกำเนิด มิติต้นกำเนิดกำลังค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับไปยังยุครุ่งโรจน์
อาวุธโบราณที่ปราชญ์อาวุโสทิ้งไว้ให้ก็ค่อย ๆ เผยออกมา สิ่งมีชีวิตได้อาวุธโบราณเช่นนี้ไปบ้างแล้ว
ทว่าอาวุธโบราณในมือเขาไม่ทันร้อย ก็ถูกสมาชิกวิหารโบราณลึกลับริบไป
…
ภายในเมืองชิงซาน ลานเล็กหลี่จิ่วเต้า
พวกซีต่างสกัดผสานเสร็จสิ้น ต่างมีพลังกล้าแกร่ง พวกเขารู้สึกว่าตนอาจเหนือไปกว่าขอบเขตมิติไปแล้ว
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการคาดเดาของพวกเขา ยังไม่ได้รับการพิสูจน์
“อาวุธโบราณเหล่านี้คงเป็นความลับใหญ่หลวงของมิติต้นกำเนิด!”
เมิ่งจีตาเป็นประกาย คนทั้งคนมีจังหวะแห่งเต๋าบางอย่างไหลเวียน ท่าทางลึกล้ำเกินหยั่ง
อาวุธโบราณที่ปรากฏออกมาล้วนมหัศจรรย์ เป็นอาวุธสูงส่ง แม้แต่วิหารโบราณลึกลับยังให้ความสำคัญเป็นหนักหนา ทันทีที่โผล่ออกมาสักชิ้นจะต้องริบไปในทันใด
“ข้าว่าปล่อยให้วิหารโบราณลึกลับลงมือเช่นนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว”
เมิ่งจีเอ่ย “พวกเขาได้อาวุธโบราณไป จะต้องทรงพลังยิ่งขึ้น ถึงคราวนั้นย่อมจัดการยากยิ่งขึ้น มิหนำซ้ำพวกเขาอาจส่งอาวุธโบราณเหล่านี้ไปยังแดนต้นกำเนิดการฝึกตน ส่งผลร้ายต่อคุณชาย!”
ก่อนไป หลี่จิ่วเต้าบอกทุกอย่างกับพวกเขา พวกเขารู้ว่าต้นกำเนิดการฝึกตนและแดนต้นกำเนิดการฝึกตน และรู้ว่ายอดฝีมือส่วนใหญ่ที่ยังอยู่ในแดนกำเนิดการฝึกตนเลือกยอมแพ้ ตัดสินใจสละยอดฝีมืออย่างบิดาสุยซินและคนอื่น ๆ รวมถึงสิ่งมีชีวิตในมิตินับล้านด้วย
“คุณชายตามสุยซินไปยังแดนกำเนิดการฝึกตนก็เพื่อส่งข่าวให้บิดาสุยซินและยอดฝีมือตนอื่น ๆ กลัวบิดาสุยซินและยอดฝีมือตนอื่น ๆ จะถูกลอบทำร้าย”
เมิ่งจีเอ่ยต่อ “วิหารโบราณลึกลับยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับยอดฝีมือที่ยอมแพ้ หากวิหารโบราณลึกลับส่งอาวุธโบราณเหล่านี้ไป บิดาสุยซินและยอดฝีมือตนอื่นจะอันตรายยิ่งขึ้น คุณชายก็ต้องเจอปัญหาเช่นกัน! ข้าแนะนำให้ทุกท่านอย่าอยู่เฉยรอความตาย ควรทำอะไรบ้างเพื่อช่วยคุณชาย!”
จากนั้นเขาบอกความคิดของตน
“วิหารโบราณลึกลับรู้ดีว่าสุยซินที่หนีไปได้ต้องคิดย้อนกลับไปยังแดนต้นกำเนิดการฝึกตน พวกเขาต้องให้ความสำคัญกับเส้นทางกลับแดนต้นกำเนิดฝึกตนเหลือแสนอย่างแน่นอน คงมียอดฝีมือคณานับเฝ้าอยู่ที่นั่น!”
เขาเอ่ย “ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเราลองไปช่วงชิงอาวุธโบราณเหล่านั้นดูได้ ไม่ให้วิหารโบราณลึกลับได้อาวุธโบราณไป”
“ได้”
ซีเอ่ย “ก่อนบุรุษตัวน้อยไปเคยบอกให้เราลงมือตามสถานการณ์ ข้าว่าที่ผู้เฒ่าเมิ่งเสนอมาไม่เลว พวกเราลองดูได้”
“หากฝ่ายเราสำเร็จ ฝ่ายคุณชายจะกดดันน้อยลงมาก นอกจากนี้หากพวกเราได้อาวุธโบราณมาไว้ในมือ ไม่แน่อาจนำอาวุธโบราณเหล่านั้นไปยังแดนต้นกำเนิดการฝึกตนช่วยคุณชายได้ด้วย!”
ลั่วสุ่ยเอ่ย เห็นด้วยกับข้อเสนอของเมิ่งจี
“ข้าก็มองว่าพวกเราไม่ควรอยู่เฉย ไม่ทำอะไรทั้งนั้น!”
“ลุย!”
คนอื่น ๆ พากันเอ่ยปาก ตัดสินใจแย่งชิงอาวุธโบราณ พวกเขาล้วนอยากออกแรงช่วยหลี่จิ่วเต้า
“พวกเราไม่อาจบุ่มบ่าม ต้องวัดพลังพวกเราเองก่อนถึงจะถูก ดูว่ายามนี้เราเก่งกาจเพียงใด! มีเพียงรู้ว่าพวกเราแข็งแกร่งเท่าใดแล้วจึงจะรู้ว่าพวกเราทำสิ่งใดได้บ้าง”
ซีกล่าว
“ใช่!”
ลั่วสุ่ยพยักหน้า “ต้องรู้ก่อนว่ายามนี้พวกเขาแข็งแกร่งเพียงใด”
“นี่ไม่ใช่ปัญหา ให้เป็นหน้าที่ข้าเอง”
ลานเล็กกล่าว “ข้าสามารถใช้พลังที่คุณชายเตรียมไว้ในลาน สิ่งมีชีวิตจากมิติต่าง ๆ รวมถึงสมาชิกวิหารโบราณลึกลับผ่านที่พวกเราอยู่เป็นประจำ ข้าใช้พลังที่คุณชายทิ้งไว้ในลานพาพวกเขาเข้ามาได้ เพื่อตรวจสอบพลังของเราเอง”
พลังที่คุณชายทิ้งไว้ในลานกล้าแกร่งแน่นอน สมาชิกวิหารโบราณลึกลับตรวจตราผ่านที่นี่ครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่เคยพบสิ่งใด พาสิ่งมีชีวิตจากมิติต่าง ๆ หรืออาจเป็นสมาชิกวิหารโบราณลึกลับเข้ามาในลานเพื่อตรวจสอบเป็นการปลอดภัยที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย ดีกว่าให้พวกเขาออกไปสุ่มสี่สุ่มห้ามาก
“ได้!”
“เช่นนี้ไม่เลว!”
พวกซีพยักหน้า เห็นด้วยกับแผนของลานเล็ก
ต่อจากนั้นเป็นช่วงเวลาแห่งการรอคอย รอให้สิ่งมีชีวิตจากมิติกล้าแกร่งหรือสมาชิกวิหารโบราณลึกลับเดินผ่าน
ผ่านไปไม่นานก็มีสิ่งมีชีวิตผ่านมา ลานเล็กสัมผัสได้ว่าสิ่งมีชีวิตตนนี้เก่งกล้ายิ่งนัก จึงพาสิ่งมีชีวิตตนนี้เข้ามาในลาน
สิ่งมีชีวิตตนนี้ไม่รู้เลยว่าเกิดอันใดขึ้น ก่อนหน้านี้ไม่รู้สึกตัวสักนิด จู่ ๆ ก็เข้ามาในลาน
“หืม?!”
ยามเขามาอยู่ในลาน เห็นพวกซีก็สีหน้าเปลี่ยนไปมหันต์ ประหม่าเหลือแสน
เขาเข้ามาถึงในลานโดยไม่รู้ตัว ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกซีต้องไม่ธรรมดาแน่ อาจเป็นพวกโหดเหี้ยมกันถ้วนหน้า
“ไม่ต้องกลัว พวกเราเพียงอยากใช้เจ้าตรวจสอบฝีมือพวกเราเท่านั้น”
ซีเอ่ย “ยามนี้พวกเราเองยังไม่รู้ว่าพวกเราแข็งแกร่งปานใด”
มีผู้ที่ไม่รู้ว่าตนเองแข็งแกร่งปานใดด้วยหรือ
เล่นตลกหรือไร!
ขอบเขตพลังที่บำเพ็ญเพียรด้วยตนเอง มีหรือจะไม่รู้
สิ่งมีชีวิตตนนี้อยากบอกเหลือเกินว่า เขาดูหลอกง่าย ตบตาง่ายเพียงนั้นเชียวหรือ
“เจ้าอยู่ในขอบเขตใด ขั้นที่เท่าไหร่” ซีถาม
สิ่งมีชีวิตตนนั้นเอ่ย “ขอบเขตมิติขั้นเก้าสิบ”
ยามกล่าวถึงระดับพลังของตน เขามีท่าทีภาคภูมิใจ ขอบเขตมิติขั้นเก้าสิบใช่ว่าใคร ๆ ต่างบรรลุกันได้ มีสิ่งมีชีวิตเพียงน้อยนิดที่แข็งแกร่งกว่าเขา
“ขอบเขตมิติขั้นเก้าสิบหรือ อืม ข้าขอวัดพลังตัวเองหน่อย”
ซีก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว “เพื่อไม่ให้เกิดเรื่องไม่คาดคิด ข้าจะทดสอบทีละนิด ประเดี๋ยวจะเอาชีวิตเจ้าในพริบตา”
หมายความว่าอย่างไร เอาชีวิตเขาในพริบตา?!
สิ่งมีชีวิตตนนั้นแทบหัวเราะออกมา อยากบอกเหลือเกินว่า เขาดูปวกเปียกเพียงนั้นเชียวหรือ
“เจ้าเตรียมตัวให้ดี” ซีบอก
ขอบเขตมิติขั้นเก้าสิบไม่ใช่ระดับที่ใคร ๆ ต่างบรรลุได้จริง ๆ สิ่งมีชีวิตตนนี้ผยองอยู่บ้าง เขาตั้งใจอาศัยการต่อสู้กับซีเพื่อสั่งสอนซีอีกด้วย
ทว่ายามเขาเตรียมพร้อม รีดเร้นพลังทั้งหมดถึงขีดสุดและบอกซีว่าเขาพร้อมแล้ว ทำท่าจะออกโรงอย่างยิ่งใหญ่ กลับตาค้างในบัดดล
ฝ่ามือของซีฟาดเข้ามา เขาหยุดมันไม่ได้ ถูกตบจนแหลกเหลวกลายเป็นหมอกเลือด
“เจ้ามันไร้จรรยาบรรณ!”
เขาเอ่ยเสียงเคียดแค้น “เจ้าเรียกนี่ว่าทดสอบรึ เจ้าลงมือเต็มกำลังเห็น ๆ!”
ฝ่ามือของซีเกือบปลิดชีพเขา พลังปราณของเขาอ่อนแรงเหลือแสน ใกล้ตายเต็มที สิ้นใจได้ทุกเมื่อ หายไปอย่างสิ้นเชิง
เขาเจ็บใจยิ่ง มองว่าซีไร้จรรยาบรรณ เอ่ยว่าเป็นการทดสอบ สุดท้ายกลับลงมือเต็มกำลังทันที
เขาไม่เชื่อว่าพลังน้อยนิดของซีจะเกือบเอาชีวิตเขาได้ จึงมองว่าซีต้องลงมือเต็มกำลังแน่นอน หาไม่แล้วไม่มีทางสยดสยองเช่นนี้
ซีไม่ได้สนใจสิ่งมีชีวิตตนนี้ พึมพำกับตนเองว่า “ขอบเขตมิติขั้นเก้าสิบอ่อนแอปานนี้เชียวหรือ หรือข้าแข็งแกร่งเกินไป”
จากนั้น สิ่งมีชีวิตตนนี้ถูกพวกเขากักตัว พวกเขาย่อมไม่ยอมให้สิ่งมีชีวิตตนนี้จากไป เช่นนั้นสิ่งมีชีวิตตนนี้ต้องเปิดเผยเรื่องของพวกเขาแน่นอน
ลานเล็กพาสิ่งมีชีวิตที่เดินผ่านเข้ามาในลานต่อ
สิ่งมีชีวิตที่ถูกพาเข้ามาในครานี้ยิ่งทรงพลัง อยู่ในขอบเขตมิติขั้นเก้าสิบเก้า เป็นถึงนักล่ามิติ ออกเดินทางไปตามมิติต่าง ๆ ได้ตามต้องการ ล่าสังหารยอดฝีมือมิติอื่น
เกณฑ์การประเมินพวกเขาของวิหารโบราณลึกลับในอดีตก็คือจำนวนสิ่งมีชีวิตมิติอื่นที่เข่นฆ่าได้
“พวกเจ้ากำลังรนหาที่ตาย!”
นักล่ามิติตนนั้นยิ้มเย็น หาได้เกรงกลัวไม่ มั่นใจในตัวเองเต็มร้อย ทันทีที่เข้ามาในลานก็บุกไปหาพวกซี
ทว่าไม่นานเขาก็ต้องหงอย ถูกซีตบจนแหลกเหลวในฝ่ามือเดียว
“เกิดอะไรขึ้น?!”
เขามึนงงในบัดดล พวกซีมาจากไหนกัน เหตุใดถึงดุดันน่าครั่นคร้ามเช่นนี้!
จากนั้นเขาเองก็ถูกกักตัว
“ขอบเขตมิติขั้นเก้าสิบเก้ายังไม่ไหว ข้ายังไม่ได้ออกแรงเท่าใดเลย” ซีเอ่ย
พวกเขาทดสอบกันต่อ จับสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติเข้ามาตนแล้วตนเล่า
พวกเขามิได้ลงมือกับสิ่งมีชีวิตจากมิติต่าง ๆ อีก รอลงมือกับวิหารโบราณลึกลับ ดูว่าจะมีสมาชิกวิหารโบราณลึกลับที่อยู่ตามลำพังมาหรือไม่
ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น หลายวันต่อมา ในที่สุดพวกเขาก็ได้พบสมาชิกวิหารโบราณลึกลับที่อยู่ตัวคนเดียว
“บังอาจ!”
สมาชิกวิหารโบราณลึกลับผู้นี้เป็นบุรุษวัยกลางคน สีหน้าเย็นชา “ผู้ใดให้ความกล้ากับพวกเจ้า บังอาจลอบลงมือกับข้า รนหาที่ตายโดยแท้!”
เสียงดังตู้ม เขาลงมือทันที พลังกล้าแกร่งซัดสาด เหนือกว่าขอบเขตมิติขั้นเก้าสิบเก้านัก
ซีฟาดฝ่ามือเข้าไปอีกครา ชั่วขณะนั้น สมาชิกวิหารโบราณลึกลับผู้นี้ถูกตบจนแหลกลาญ กลายเป็นหมอกเลือด
“พวกเจ้าเป็นใคร!”
สมาชิกวิหารโบราณผู้นั้นตกตะลึง คิดไม่ถึงเลยว่าซีจะน่าประหวั่นพรั่นพรึงเช่นนี้ ฟาดเขาแหลกเหลวได้ในฝ่ามือเดียว!
“เจ้าอยู่ในขอบเขตใด ขั้นที่เท่าไหร่” ซีถาม
หนนี้นางก็ยังไม่ได้ออกแรง แต่นางคิดไม่ถึงเลยว่านางที่แทบไม่ได้ออกแรงยังเล่นงานสมาชิกวิหารโบราณลึกลับจนแหลกเหลวในฝ่ามือเดียว
“เจ้าตอบคำถามข้ามาก่อน!”
สมาชิกวิหารโบราณลึกลับผู้นี้ไม่ได้ตื่นตระหนก ไม่นานนักก็สงบใจลง “บอกข้ามาว่าพวกเจ้าเป็นใคร เช่นนี้ข้าอาจปล่อยพวกเจ้าไป หาไม่แล้ว พวกเจ้าจะตายไร้ที่ฝัง! พวกเจ้าจงจำไว้ ข้าคือสมาชิกวิหารโบราณ วิหารโบราณอยู่เบื้องหลังข้า!”
“เจ้านี่ไม่รู้จักอยู่เฉยเอาเสียเลย!”
ต้าเต๋อเดินเข้าไป ควักไม้เคาะมู่อวี๋ออกมาเคาะหัวสมาชิกวิหารโบราณลึกลับเป็นการใหญ่ “ไม่เป็นไร ข้าจะช่วยให้เจ้าอยู่เฉยได้เอง”
“อ๊ากกก!”
สมาชิกวิหารโบราณลึกลับผู้นั้นคำรามกราดเกรี้ยว อัปยศคูณทวี ในฐานะสมาชิกวิหารโบราณลึกลับ สิ่งมีชีวิตจากมิตินับล้านล้วนอยู่ในกำมือเขา สุดท้าย ยามนี้เขากลับถูกต้าเต๋อใช้ไม้เคาะมู่อวี๋เคาะหัวไม่หยุด อยู่ในกำมือผู้อื่นแทน เขาทนไม่ได้ เดือดดาลถึงขีดสุด
“โหยหวนอะไร!”
ต้าเต๋อต่อว่า เพิ่มแรงของไม้เคาะมู่อวี๋ สมาชิกวิหารโบราณลึกลับผู้นี้ไม่อาจดุดันได้อีก ยอมอยู่เฉยลงในไม่ช้า
เขาถูกไม้เคาะมู่อวี๋เคาะจนทนไม่ไหว จะตายแหล่ไม่ตายแหล่ เขารู้สึกได้ลิ้มรสความตายแล้วด้วยซ้ำ คนทั้งคนวนเวียนอยู่หน้าประตูอเวจี
“เลิกเคาะเสียที ข้าเต็มใจตอบทุกคำถาม”
เขารีบตะโกนบอก ต้าเต๋อจึงเก็บไม้เคาะมู่อวี๋
จากนั้นเขาตอบคำถามก่อนหน้านี้ของซี “ข้าอยู่ในขอบเขตมิติขั้นหนึ่งร้อยเอ็ด”
ขอบเขตมิติเหมือนกับขอบเขตอัคร ไม่ได้มีเพียงเก้าสิบเก้าขั้น เป็นขอบเขตไพศาลไร้ที่สิ้นสุด มีขั้นหลังเก้าสิบเก้า ขณะเดียวกัน สิ่งที่เหมือนกับขอบเขตอัครยังมีหากพ้นจากขั้นเก้าสิบเก้าแล้วยังไม่อาจบรรลุพ้น จะไม่มีทางพ้นออกไปตลอดกาล วนเวียนอยู่ในขอบเขตมิติร่ำไป
“ขอบเขตมิติขั้นหนึ่งร้อยเอ็ดยังอ่อนแอถึงเพียงนี้เชียวหรือ” ซีเอ่ย
อ่อนแอกับลุงเจ้าน่ะสิ!
ผู้ใดกล้าหาว่าขอบเขตมิติขั้นหนึ่งร้อยเอ็ดอ่อนแอกัน!
สิ่งมีชีวิตวิหารโบราณลึกลับตนนั้นด่ากราดในใจ จากนั้นเขาก็อยากร่ำไห้
ซีมีฝีมือจริง ๆ มีต้นทุนพอให้กล่าวว่าขอบเขตมิติขั้นหนึ่งร้อยเอ็ดอ่อนแอ ถึงอย่างไร เขาต้านฝ่ามือของซียังไม่ได้
“ดูท่า พวกเราคงเหนือขอบเขตมิติไปแล้ว”
เมิ่งจีสะท้อนใจเหลือคณา “คุณชายก็คือคุณชาย เกินจินตนาการถึงขีดสุด ลูกกลอนเม็ดเดียวเท่านั้น ก็ผลักดันพวกเราทั้งหมดให้อยู่เหนือขอบเขตมิติ!”
ซีค้นวิญญาณสมาชิกวิหารโบราณลึกลับผู้นี้ ตรวจสอบความทรงจำวิญญาณ หมายจะรู้เรื่องวิหารโบราณลึกลับและแดนต้นกำเนิดการฝึกตนมากกว่านี้
ผ่านไปไม่นาน ซีค้นวิญญาณเสร็จสิ้น ก็รู้เรื่องวิหารโบราณลึกลับลึกซึ้งยิ่งขึ้น
“วิหารโบราณลึกลับส่วนใหญ่ล้วนอยู่เหนือขอบเขตมิติขั้นหนึ่งร้อย เป็นสิ่งมีชีวิตที่ยังวนเวียนอยู่ในขอบเขตมิติ มีเพียงเจ้าวิหารหลักและเจ้าวิหารย่อยไม่กี่ผู้อยู่เหนือขอบเขตมิติ”
ซีกล่าว “และเจ้าวิหารหลักรวมถึงเจ้าวิหารย่อยทั้งหลายที่อยู่เหนือขอบเขตมิติแล้วล้วนไม่อยู่ในมิติต้นกำเนิด แต่คอยเฝ้าระวังเส้นทางกลับแดนต้นกำเนิดการฝึกตนกันถ้วนหน้า”
บรรดาเจ้าวิหารย่อยที่นำทัพในมิติต้นกำเนิดแข็งแกร่งก็จริง กระนั้นก็ยังไม่ได้เหนือขึ้นไปจากขอบเขตมิติ
“เหนือขอบเขตมิติคือ…ขอบเขตบ่อเกิด หลังบรรลุขอบเขตบ่อเกิดจะสามารถเข้าไปยังแดนต้นกำเนิดการฝึกตน ออกรบในนามมิตินับล้าน”
ซีเอ่ยอีกครั้ง แต่รายละเอียดเรื่องออกรบบริเวณไหนในแดนต้นกำเนิดการฝึกตนนั้นนางไม่รู้ สมาชิกวิหารโบราณลึกลับผู้นี้เป็นเพียงสมาชิกธรรมดา รู้เรื่องแดนต้นกำเนิดการฝึกตนเพียงน้อยนิด ไม่รู้ว่าต้องออกรบอย่างไร
จากนั้นพวกเขาก็กักตัวสมาชิกวิหารโบราณลึกลับผู้นี้
“ออกปฏิบัติการได้แล้ว!”
ซีกล่าว “ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดข้างนอกนั่นก็คือบรรดาเจ้าวิหารย่อย ทว่าเจ้าวิหารย่อยเหล่านี้ล้วนแตะต้องเราไม่ได้ แต่พวกเราก็ไม่อาจชะล่าใจ จำต้องลงมืออย่างระมัดระวัง! ถึงอย่างไรพวกเขายังมีอาวุธโบราณที่ปราชญ์อาวุโสทิ้งไว้ในมือ ใช่ว่าจัดการได้ง่าย ๆ”
บัดนี้มิติต้นกำเนิดมีอาวุธโบราณเผยตัวแล้วทั้งหมดสามชิ้น ล้วนอยู่ในมือเจ้าวิหารย่อยที่อยู่ในมิตินี้ พวกเขาไม่อาจประมาทจริง ๆ มิฉะนั้นอาจเกิดเรื่องได้ง่าย
………………..