รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1312 ความไม่รู้ ....................
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1312 ความไม่รู้ ....................
บทที่ 1312 ความไม่รู้
………………..
บทที่ 1312 ความไม่รู้
สุยซินจากไป หลี่จิ่วเต้าก็ตกอยู่ในภวังค์เงียบสงัด
เขานอนลงบนเก้าอี้โยก รินสุราให้ตนเองหนึ่งถ้วย คำพูดของสุยซินมีข้อมูลมากเกินไป เขาจำต้องพินิจวิเคราะห์ให้ดี
พวกซียังขัดเกลาพลังของโอสถไม่เสร็จ บนร่างแต่ละคนมีแสงสว่างเจิดจ้า ลมหายใจทะยานขึ้นสูงอย่างบ้าคลั่ง หลังจากเสร็จสิ้นการขัดเกลาแล้ว ขอบเขตของพวกเขาต้องเพิ่มขึ้นมหาศาลแน่นอน
“ถึงข้าจะไม่ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางการฝึกตน แต่ก็ไม่ต่างอันใดจากก้าวเข้าไปแล้ว ครอบครองพลังอันไร้ขอบเขต…”
หลี่จิ่วเต้าจิบสุรา พลังสมบัติทั้งหลายเข้ามาในร่างทำให้เขาแทบไร้เทียมทาน อายุขัยเองก็ไม่ถูกจำกัด คงอยู่ได้ตลอดกาล
หากสิ่งที่สุยซินเอ่ยเป็นความจริง มิติของพวกเขานับว่าอยู่ในช่วงล่อแหลม อาจถูกต้นกำเนิดการฝึกตนสละทิ้งและเก็บคืนสสารการฝึกฝนไปได้ทุกเมื่อ ทุกสิ่งจะหวนกลับคืนสู่สามัญ
ถึงยามนั้น เกรงว่าเหล่าสมบัติก็คงไม่รอดพ้น กลับคืนสู่ความสามัญ เขาเองก็จะสูญเสียพลังอันไร้ขีดจำกัดไปด้วย
“ข้าไม่อยากกลับไปเป็นเช่นนั้น”
แม้ชีวิตปุถุชนจะเปี่ยมไปด้วยสีสัน แต่ไฉนจะตื่นเต้นเท่าหลังเขาครอบครองพลังเหล่าสมบัติได้ โดยเฉพาะอายุขัยปุถุชนมีอยู่อย่างจำกัด หนึ่งชีวิตแสนสั้นนัก เขาไม่ต้องการย้อนกลับไป จบชีวิตลงในช่วงเวลาสั้น ๆ
หลังจากได้พบซีอีกครั้ง ทั้งข้างกายมีลั่วสุ่ย หลิงอิน เซี่ยเหยียน รวมถึงต้นหลิว ต้าเต๋อและคนอื่น ๆ เขาก็มีห่วงมากมายบนโลกนี้ จึงไม่ต้องการให้ทุกสิ่งจบสิ้นลงในระยะเวลาอันสั้น
“หากเป็นเรื่องจริง ข้าจะไปแดนต้นกำเนิดการฝึกตนเพื่อต่อสู้ด้วย”
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่ว ตัวเขาไม่ได้ยิ่งใหญ่ปานนั้น ไม่ได้ต่อสู้เพื่อมิตินับล้าน แต่สู้เพื่อตนเองและคนรอบกาย
“บรรพจารย์ฝูเล่า? ตัวตนและต้นกำเนิดที่แท้จริงเป็นเช่นไร? เขาเป็นปราชญ์อาวุโส? หรือได้สัมผัสกับความลับมิติแห่งนี้จนกลายเป็นผู้แข็งแกร่ง ก่อนก้าวเข้าสู่แดนต้นกำเนิดการฝึกตน?”
หลี่จิ่วเต้ารำพึง นึกถึงและคาดเดาตัวตนบรรพจารย์ฝูขึ้นมา
เขาคิดว่าเป็นแบบแรกเสียมากกว่า รู้สึกว่าบรรพจารย์ฝูน่าจะเป็นปราชญ์อาวุโส บรรพจารย์ฝูกล่าวว่ามีวาสนากับเขาจึงได้มอบเหล่าสมบัติให้ ทว่าความจริงแล้วบรรพจารย์ฝูเป็นร่างแปลงจากพลังปราชญ์อาวุโส มีจุดมุ่งหมายให้เขานำสมบัติไปใช้ต่อสู้ในแดนต้นกำเนิดการฝึกตน
หากเป็นอย่างหลัง บรรพจารย์ฝูก็ไม่น่าจะทิ้งเหล่าสมบัติให้เขา ควรนำติดตัวเข้าร่วมต่อสู้ในแดนต้นกำเนิดการฝึกตน สมบัติเหล่านี้ทรงพลังน่าสะพรึงกลัวยิ่ง หากนำไปด้วยย่อมมีบทบาทสำคัญ
แน่นอน ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นข้อสันนิษฐานที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานที่สุยซินเอ่ยความจริง
“ยังต้องคุยกับสุยซินอีกครั้ง”
ดวงตาเขาเปล่งประกาย ตัดสินใจไปหาสุยซิน เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่นางเอ่ยเป็นความจริงหรือไม่ เช่นนั้นแล้วเขาจึงจะสามารถวางแผนล่วงหน้าได้
หลี่จิ่วเต้าออกจากลานเล็ก ไปถึงยังอาณาจักรที่สุยซินอยู่เพื่อพบอีกฝ่าย
“เจ้ายังอยากคุยกับข้าอีกหรือ?” สุยซินถาม
“อืม”
หลี่จิ่วเต้าพยักหน้า “หลังจากเจ้าไป ข้าก็ได้คิดทบทวนดูแล้ว ตัดสินใจมาคุยกับเจ้าอีกครั้ง สิ่งที่เจ้าเอ่ยมามีผลกระทบต่อข้าอย่างมาก ข้าจำเป็นต้องยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่”
ฟิ้ว!
ตอนนั้นเองมีแสงสว่างเจิดจ้าปรากฏขึ้น เงาหลายร่างเดินออกมาจากแสงเจิดจ้านั้น
พวกเขาเหลือบมองไปทางหลี่จิ่วเต้า จากนั้นจึงเก็บสายตากลับแล้วคำนับสุยซินด้วยความนอบน้อม
“คุณหนูสุยซิน พวกข้าได้รับคำสั่งจากบิดาของท่านให้พาท่านกลับไปยังแดนต้นกำเนิดการฝึกตน”
ร่างหนึ่งในนั้นกล่าวออกมา
“กลับแดนต้นกำเนิดการฝึกตน? เกิดเรื่องเร่งด่วนอันใดขึ้น?” สุยซินถาม
“เรื่องนี้พวกข้าไม่อาจทราบได้ พวกข้าเพียงได้รับคำสั่งจากเจ้าวิหารให้มาหาท่าน หากมีเรื่องอันใด ท่านสามารถกลับไปกับพวกข้าเพื่อถามท่านเจ้าวิหารได้”
ร่างนั้นตอบกลับอย่างนอบน้อม
“ตกลง ข้าจะไปกับพวกเจ้า”
สุยซินหันไปมองทางหลี่จิ่วเต้า “เจ้ารอจนกว่าข้ากลับมาค่อยคุย”
“ได้”
หลี่จิ่วเต้าพยักหน้า ไม่ได้เสนอตัวตามไปด้วย
หากเขาเดาไม่ผิด เหล่าร่างเงาที่มาคงจะเป็นสมาชิกวิหารโบราณลึกลับ
เขาไม่เคยติดต่อกับสมาชิกวิหารโบราณลึกลับมาก่อน จึงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทรงพลังเพียงใด ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เขาไม่ติดตามไปจะดีเสียกว่า
สุยซินและอีกหลายร่างจากไป ส่วนหลี่จิ่วเต้าก็กลับลานเล็กในเมืองชิงซาน รอให้สุยซินกลับมา
เวลาหลายวันล่วงผ่านไปอย่างรวดเร็ว พวกซียังไม่เสร็จสิ้นการขัดเกลา โอสถครั้งนี้พิเศษกว่าก่อนหน้านี้มาก ระยะเวลาที่ขัดเกลายาวนานกว่าก่อนหน้านี้นัก
หลี่จิ่วเต้ากำลังรดน้ำดอกไม้ในลานเล็ก ทันใดนั้นสีหน้าเขาพลันแปรเปลี่ยน
“หืม?”
เขาขมวดคิ้ว สัมผัสได้ถึงสุยซิน!
ด้วยพลังของเหล่าสมบัติในร่าง เขารับรู้ถึงสถานการณ์รอบด้านได้อย่างง่ายดาย
สุยซินมาถึงบริเวณใกล้เมืองชิงซาน ทั้งยังได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยเลือด วิ่งด้วยความเร็วประหนึ่งกำลังถูกบางสิ่งไล่ตามสังหาร
เขาโบกมือ มีพลังสายหนึ่งทะยานออกไปดึงสุยซินเข้ามายังลานเล็ก
ทันทีที่นางเข้ามาด้านในลานเล็กก็ทรุดตัวลงกับพื้น กระอักเลือดออกมากองใหญ่ก่อนจะหมดสติไป
หลี่จิ่วเต้าเด็ดกลีบหนึ่งออกจากบุปผา ก่อนป้อนเข้าปากสุยซิน ทันใดนั้นเอง พลังอันอ่อนโยนพลันโอบล้อมร่างสุยซิน อาการบาดเจ็บทั้งหลายเลือนหาย สติฟื้นกลับคืนมา
“เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”
หลี่จิ่วเต้าพยุงสุยซินลุกขึ้นพร้อมเอ่ยถาม
“พวกสารเลวสมควรตายนั่น!”
สุยซินเอ่ยด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ไม่อาจระงับ “พวกเขาต้องการเอาตัวข้าไปข่มขู่ท่านพ่อ พวกเขาไม่ต้องการต่อสู้อีกแล้ว คิดยอมแพ้แล้วเปลี่ยนไปมิติอื่น”
“พวกเขาเป็นใคร?” หลี่จิ่วเต้าขมวดคิ้ว
“ยอดฝีมือที่ต่อสู้ร่วมกับท่านพ่อข้าที่แดนต้นกำเนิดการฝึกตน”
สุยซินเอ่ย “คนที่มาหาข้าเมื่อหลายวันก่อนคือคนของวิหารสักการะ ข้าตามพวกเขากลับไปยังวิหารสักการะ แต่กลับถูกลอบโจมตี พวกเขาหักหลังท่านพ่อ ต้องการใช้ข้าไปข่มขู่ท่านพ่อ!”
บิดานางเป็นผู้นำในแดนต้นกำเนิดการฝึกตน คือผู้แข็งแกร่งและมุ่งมั่นที่สุดในการต่อสู้เพื่อมิตินับล้านจนถึงตอนสุดท้าย
“พวกเขามองไม่เห็นความหวัง ไม่ต้องการกลับสู่สามัญกับมิตินับล้าน คิดใช้ท่านพ่อเป็นเครื่องสังเวย ลบล้างตราประทับบนร่างตนเอง ทำให้ย้ายไปยังมิติอื่นได้”
สิ่งมีชีวิตทั้งหลายต่างมีตราประทับบนร่างตามแต่ละมิติที่ถือกำเนิด หากไม่ล้างตราประทับดังกล่าวออกไป แม้ไปอยู่มิติใดก็ไร้ความหมาย เมื่อมิตินับล้านหวนกลับสู่สามัญ ย่อมร่วงหล่นตามไปด้วย
ตราประทับนี้ล้างออกได้ยากเย็น ทว่าไม่ได้หมายความว่าไม่อาจล้างออก เพียงแต่ต้องจ่ายราคาสูงยิ่ง ต้องใช้ผู้ทรงพลังจำนวนนับร้อยในการสังเวยจึงจะเพียงพอต่อการล้างตราประทับบนร่าง!
“ท่านพ่อข้าและเหล่าผู้แข็งแกร่งต่างตกเป็นเป้าหมายของพวกเขา!”
สุยซินกัดฟันด้วยความชิงชัง “ท่านพ่อข้าคือผู้แข็งแกร่งที่สุด เพียงจัดการท่านพ่อก่อน ยอดฝีมือผู้อื่นย่อมจัดการได้ง่ายดายกว่ามาก เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่กล้าต่อสู้โดยตรง จึงต้องการใช้ข้าที่เป็นจุดอ่อนจัดการท่านพ่อ”
วุ่นวายถึงเพียงนี้?!
หลี่จิ่วเต้าขมวดคิ้ว ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องพลิกผันเช่นนี้ขึ้น
แต่พูดก็พูดเถิด หากสิ่งที่สุยซินเอ่ยเป็นความจริง เหล่าคนที่คิดย้ายไปยังมิติอื่นก็โหดเหี้ยมโดยแท้ ต้องการสังเวยสิ่งมีชีวิตร่วมมิติจำนวนหลายร้อยเพื่อหนีจากไป!
ขณะเดียวกัน ด้านนอกเมืองชิงซาน มีร่างอันน่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้น
“นางต้องอยู่แถวนี้แน่ ค้นหาให้ทั่ว ตามหาให้พบ!”
มีร่างหนึ่งตะโกน
พวกเขาเป็นสมาชิกวิหารโบราณลึกลับ เจ้าวิหารย่อยนำคนตามหาทั่วสารทิศ
หลี่จิ่วเต้ารับรู้สถานการณ์ได้อย่างชัดเจน เขาเรียกกระบี่ฉุนจวินออกมา เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้
แต่เหล่าสมาชิกวิหารโบราณลึกลับไม่พบเมืองชิงซาน หลังค้นหาแล้วจึงจากไป เริ่มต้นค้นหาในสถานที่อื่น
หลี่จิ่วเต้าถอนหายใจด้วยความโล่งอก ดูเหมือนว่าค่ายกลเมืองชิงซานจะยังได้ผลอยู่ สมาชิกวิหารโบราณโบราณลึกลับจึงผ่านเมืองชิงซานไปโดยไม่พบสิ่งใด
“ไม่ ข้าต้องกลับไปแดนต้นกำเนิดการฝึกตน บอกเรื่องนี้ให้ท่านพ่อรู้!”
สุยซินลุกขึ้น เตรียมออกไปจากลานเล็ก
แต่เพิ่งก้าวออกไปนางก็ต้องหยุดลง
นางหันไปมองหลี่จิ่วเต้าแล้วเอ่ยออกมา “ข้าไม่อาจกลับแดนต้นกำเนิดการฝึกตนด้วยตัวเอง เจ้าช่วยข้าได้หรือไม่?”
เส้นทางที่ใช้กลับไปยังแดนต้นกำเนิดการฝึกตนในยามนี้ ย่อมต้องถูกสมาชิกวิหารโบราณลึกลับเฝ้าเอาไว้ ไม่มีทางใดที่นางจะผ่านไปได้
ครั้งนี้นางหนีออกมาจากวิหารโบราณลึกลับได้นับว่าโชคดียิ่ง ด้วยความช่วยเหลือจากทวนโบราณที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ทำให้นางหลบหนีได้สำเร็จ
แต่ทวนโบราณก็ถูกทิ้งเอาไว้ในวิหารโบราณลึกลับเสียแล้ว
“ช่วยอย่างไร?” หลี่จิ่วเต้าถาม
“เส้นทางกลับนั้นย่อมสำคัญยิ่ง คนจากวิหารสักการะต้องเฝ้าอยู่เป็นแน่”
สุยซินเอ่ย “กระทั่งอีกฟากหนึ่งยังอาจมีพวกสารเลวที่หักหลังท่านพ่อดักรออยู่ ข้าไม่อาจไปเส้นทางนั้นได้ ต้องหาเส้นทางอื่นกลับไป”
เส้นทางกลับที่เหล่าปราชญ์อาวุโสเปิดเอาไว้ย่อมปลอดภัย แต่เส้นทางอื่นที่ไปยังแดนต้นกำเนิดการฝึกตนย่อมไม่ปลอดภัยโดยสมบูรณ์ เปี่ยมไปด้วยอันตราย นางไม่มีความมั่นใจว่าจะผ่านไปได้ จึงอยากให้หลี่จิ่วเต้าตามไปด้วย
หลี่จิ่วเต้าย่อมไม่เห็นพ้อง กลัวว่านี่จะเป็นกับดัก
“ตกลง”
หลี่จิ่วเต้าพยักหน้า ให้สุยซินเปิดความทรงจำวิญญาณ มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นจึงพิสูจน์ข้อเท็จจริงได้
จากนั้นสุยซินจึงเปิดความทรงจำวิญญาณ ให้หลี่จิ่วเต้าได้ชมดูทั้งหมด
ชายหนุ่มตรวจสอบอย่างละเอียด ตั้งแต่ต้นจนจบไม่พบปัญหาใด ทุกเรื่องที่สุยซินเอ่ยก่อนหน้านี้เป็นความจริง
แน่นอน นี่ยังมีโอกาสเป็นเรื่องเท็จ ความทรงจำวิญญาณถูกสุยซินลงมือดัดแปลง
แต่เขารู้สึกว่านี่ไม่ใช่คำลวง ด้วยพลังเหล่าสมบัติในร่าง หากสุยซินดัดแปลงความทรงจำวิญญาณ เขาก็สมควรตรวจสอบพบ
“ไปหรือไม่?”
เขาลังเล
แม้เขาจะไม่เห็นการดัดแปลงความทรงจำวิญญาณ แต่จะเกิดอันใดขึ้นหากพลังเหล่าสมบัติแข็งแกร่งไม่เพียงพอ?
นี่อาจจะเป็นกับดักก็ได้
และหากเป็นกับดัก การไปครั้งนี้เขาอาจไม่ได้กลับมาอีก
“ไป”
สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจตามสุยซินไป
เพราะหากเรื่องทั้งหมดเป็นความจริง เมื่อคนทรยศเหล่านั้นจัดการบิดาสุยซินได้สำเร็จ ทุกอย่างคงจบสิ้นลงแล้ว!
สิ่งมีชีวิตที่ยอมแพ้เหล่านั้น หากจัดการบิดาสุยซินสำเร็จแล้ว ย่อมไม่มีทางทำเพื่อมิตินับล้าน ถึงยามนั้นต้นกำเนิดการฝึกตนจะต้องคัดมิตินับล้านทิ้งอย่างแน่นอน
เขาตัดสินใจเสี่ยงสักครา!
“ขอบคุณ!” สุยซินขอบคุณหลี่จิ่วเต้าอย่างจริงจัง
“ไม่ต้องขอบคุณ นี่ไม่ใช่เพื่อบิดาเจ้าเท่านั้น ยังเพื่อตัวข้าและคนรอบกายข้าด้วย” หลี่จิ่วเต้าตอบ
จากนั้นเขาก็ปลุกพวกซีขึ้นมา เอ่ยเล่าสถานการณ์ทั้งหมดให้ฟัง
“พวกเจ้าอยู่ที่นี่ ขัดเกลาพลังโอสถให้ดี จำไว้ว่าอย่าได้หุนหันพลันแล่น!”
หลี่จิ่วเต้ากล่าวด้วยความจริงจัง การเดินทางครั้งนี้อันตรายเกินไป กระทั่งเขายังไม่มั่นใจเต็มร้อย ย่อมไม่เหมาะที่จะพาพวกซีไปด้วย
“เจ้าต้องระวังด้วย!”
“พวกข้าจะรอข่าวดีจากคุณชาย!”
ซีและคนอื่น ๆ ต่างพากันเอ่ยออกมา ตระหนักชัดถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ รู้ดีว่าตนเองไม่อาจติดตามหลี่จิ่วเต้าไปด้วย
พวกเขาอ่อนแอเกินไป หากไปกับหลี่จิ่วเต้าก็เป็นได้เพียงตัวถ่วงเท่านั้น
หลังจากกำชับเรียบร้อยแล้ว หลี่จิ่วเต้าก็กลับมาที่ห้องตนเอง ทิ้งหินก้อนหนึ่งพร้อมลมหายใจตัวเองเอาไว้ภายใน
นี่คือศิลาคืนชีพที่ได้มาจากบรรพจารย์ฝู ตราบใดที่หลงเหลือลมหายใจอยู่ ย่อมฟื้นคืนชีพกลับมาได้
หลี่จิ่วเต้าไม่มีทางตามสุยซินไปโดยประมาท นี่เป็นเพราะมีศิลาคืนชีพอยู่ เขาจึงตัดสินใจตามสุยซินไป
ภายในลานเล็กยังมีสมบัติทิ้งเอาไว้อีกหลายชิ้น ไม่อาจปล่อยให้เกิดเรื่องกับพวกซีและศิลาคืนชีพได้
เขาลอบส่งข้อความบอกพวกซีเรื่องศิลาคืนชีพ จากนั้นจึงค่อยตามสุยซินออกไปจากลานเล็ก
“อย่าได้เกิดเรื่องกับคุณชายเลย!”
ลั่วสุ่ยเอ่ยอย่างทุกข์ตรม ภายในใจเต็มไปด้วยความกังวล คุณชายกระทั่งทิ้งศิลาคืนชีพเอาไว้ นี่เพียงพอพิสูจน์แล้วว่าสถานการณ์ร้ายแรงเพียงใด
“จะต้องไม่เกิดเรื่องอันใดแน่ ข้าเชื่อมั่นในบุรุษตัวน้อย!”
ซีกล่าวอย่างเคร่งขรึม หาใช่เพียงลั่วสุ่ยที่กังวล นางเองก็ด้วย
ตอนนี้พวกนางไม่อาจทำสิ่งใดได้ เนื่องจากไม่มีหนทางช่วยเหลือหลี่จิ่วเต้า สิ่งที่พวกนางทำได้คือเชื่อมั่นในตัวเขา!
“หยุดพูดเถิด พวกเราต้องรีบขัดเกลาโอสถต่อ!”
ซีเอ่ยต่อ “มีเพียงแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น จึงจะช่วยเหลือบุรุษตัวน้อยได้!”
“ตกลง!”
“ใช่แล้ว พวกเราต้องรีบขัดเกลา!”
พวกลั่วสุ่ยรีบนั่งลงอย่างไม่ลังเล เร่งขัดเกลาโอสถ
ขณะเดียวกัน หลี่จิ่วเต้าก็ตามสุยซินออกจากมิติไปยังเส้นทางโบราณอันโกลาหลสายหนึ่ง
“มีเส้นทางมากมายมุ่งไปยังแดนต้นกำเนิดการฝึกตน แต่เส้นทางเหล่านั้นอันตรายอย่างถึงที่สุด”
สุยซินเล่าสถานการณ์ของเส้นทางเหล่านั้น “กระทั่งเหล่าปราชญ์อาวุโสก็ไม่อาจขจัดอันตรายบนทุกเส้นทางได้ สามารถเพียงจัดการอันตรายบนหนึ่งเส้นทางทำให้กลายเป็นเส้นทางปลอดภัย”
เส้นทางที่พวกเขาใช้ในยามนี้เป็นหนึ่งในเส้นทางอันตราย อาจถึงแก่ชีวิตโดยง่าย
“อย่าได้ประมาท จำเป็นต้องระมัดระวังตัวอยู่เสมอ กระทั่งปราชญ์อาวุโสยังไม่มั่นใจว่าจะผ่านเส้นทางนี้ไปได้สำเร็จ!”
สุยซินเตือนหลี่จิ่วเต้าอย่างจริงจัง
“อืม!”
ชายหนุ่มพยักหน้า เรียกกระบี่ฉุนจวินออกมาเตรียมพร้อม ภายในใจเต็มไปด้วยความตึงเครียด
เขาไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน สาเหตุหลักเป็นเพราะทุกสิ่งเต็มไปด้วยความไม่รู้ จึงไม่แน่ใจว่าพลังเหล่าสมบัติจะขจัดอันตรายเหล่านี้ได้หรือไม่
ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยพบพานความตึงเครียด ด้วยเชื่อใจในสมบัติอย่างเต็มที่
ทว่าเส้นทางนี้อันตรายเกินไป ทั้งยังไม่อาจก้าวผ่านได้โดยง่าย พวกเขายังเดินไปไม่ได้ไกลก็พบกับวิกฤตแล้ว!
………………..