รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1308 หลี่จิ่วเต้า เจ้าทำลายความรู้สึกดี ๆ ที่ข้ามีต่อเจ้าจนหมด
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1308 หลี่จิ่วเต้า เจ้าทำลายความรู้สึกดี ๆ ที่ข้ามีต่อเจ้าจนหมด
บทที่ 1308 หลี่จิ่วเต้า เจ้าทำลายความรู้สึกดี ๆ ที่ข้ามีต่อเจ้าจนหมด
………………..
บทที่ 1308 หลี่จิ่วเต้า เจ้าทำลายความรู้สึกดี ๆ ที่ข้ามีต่อเจ้าจนหมด
เรื่องบ้าอะไรกัน ทั้งที่มันไม่รู้สึกถึงอันตรายจากมิติต้นกำเนิด สุดท้ายกลับถูกตบสองฉาดทันทีที่มาถึง หวดจนสติมันพร่าเลือน สมองใกล้ระเบิดเต็มที
อย่างไรมันก็เป็นถึงสิ่งมีชีวิตสูงส่งขอบเขตมิติขั้นแปดสิบสอง ฉีกกระชากม่านกั้นมิติออกได้ง่ายดาย ทว่าเมื่ออยู่เบื้องหน้าหลี่จิ่วเต้าและสุยซิน มันกลับไร้ซึ่งฝีมือ อย่าให้เอ่ยเลยว่ามันชอกช้ำเพียงใด
ทว่ามันไม่กล้าเอ่ยอันใดไปมากกว่านี้ รีบบอกออกไปว่า “พวกเจ้าเชิญสนทนากันต่อ ข้าผิดเอง ข้าจะกลิ้งไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้!”
มันจากไปด้วยวิธีกลิ้งจริง ๆ กลัวเหลือเกินว่าจะสร้างความไม่พอใจให้หลี่จิ่วเต้าและสุยซินอีกแล้วสังหารมันเสียให้สิ้น มันรู้ดีว่าหลี่จิ่วเต้าและสุยซินมีพลังพอจะปลิดชีพมันได้ง่ายดาย
“ข้า…ขำจนน้ำตาจะไหล!”
“ฮ่า ๆๆ!”
สิ่งมีชีวิตจากมิติต่าง ๆ ล้วนหัวเราะแทบบ้า ภาพนี้ตลกขบขันเหลือเกิน
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติขั้นแปดสิบสองมาอย่างดุดันห้าวหาญ สุดท้ายถูกตบสองฉาดและกลิ้งกลับไป ราวกับบทละคร น่าขำนัก
“เกิดอะไรขึ้น เหตุใดเจ้าถึงกลับมา”
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติขั้นแปดสิบสองกลับไปยังมิติที่มันอยู่ สิ่งมีชีวิตในนั้นต่างสงสัยใคร่รู้
มิติของพวกเขาเป็นมิติมาใหม่ สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติขั้นแปดสิบสองผู้นี้เป็นผู้เบิกทาง ล่วงหน้ามิติมา
“บอกไปพวกเจ้าอาจไม่เชื่อ ข้าถูกหวดไล่กลับมาสองฉาด!”
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติขั้นแปดสิบสองแทบเอ่ยทั้งน้ำตา
“อะไรนะ!”
“มิติต้นกำเนิดน่าสยดสยองถึงเพียงนี้เชียวหรือ”
สิ่งมีชีวิตในมิตินี้ตะลึงกันหมด ไม่เหลือความดูแคลนเหยียดหยาม เริ่มจริงจังขึ้นมา
อีกด้าน หลี่จิ่วเต้าและสุยซินมองหน้ากัน ก่อนจะหัวเราะออกมาทั้งคู่
“พวกเราไม่จำเป็นต้องเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน และไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกนายบ่าว รักษาความสัมพันธ์ปรองดองเท่าเทียมเช่นนี้ไปก็ดีแล้ว” หลี่จิ่วเต้าเอ่ย
“ทว่าข้าไม่ต้องการสหาย ข้าต้องการบ่าวรับใช้ เพราะไม่มีผู้ใดเป็นสหายข้าได้”
สุยซินกล่าว “ใช่ว่าข้าดูถูกผู้อื่น มองว่าผู้อื่นไม่คู่ควร แต่เพราะข้าให้ความสำคัญกับสหายมาก ไม่ต้องการสูญเสียสหายในวันข้างหน้า เช่นนั้นข้าคงเศร้าใจ”
“ข้ารู้สึกว่าพวกเราคุยกันได้”
หลี่จิ่วเต้าบอก “พวกเราเปลี่ยนที่สนทนากันดีหรือไม่”
สิ่งมีชีวิตจากมิติต่าง ๆ ล้วนจับตามองที่นี่ มีอยู่หลายถ้อยคำที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย เขาอยากเชิญชวนสุยซินไปสนทนาในลานของเขา
“ได้” สุยซินพยักหน้า
หลี่จิ่วเต้ามองกระโถนและสิ่งอื่น ๆ ในลานที่กำเนิดดวงจิตออกมาแล้วพลางเอ่ยว่า “พวกมันกลับไปได้หรือยัง”
“แน่นอนว่าได้”
สุยซินบอก “จริงสิ ข้าช่วยล้างกระโถนและถังขยะให้เจ้าแล้วด้วย พวกมันกลิ่นเหม็นเกินไป”
กระโถนและถังขยะได้ยินวาจาของสุยซินแล้วอย่าให้เอ่ยเลยว่าอับอายเพียงใด
พวกมันถูกกำราบ บัดนี้ยังถูกสุยซินเรียกชื่อ รู้สึกแย่เป็นหนักหนา ดูเหมือนว่าทำหลี่จิ่วเต้าขายหน้า
“นอกจากนี้ คนข้างกายเจ้าก็ใช้ไม่ได้ นี่ยังไม่ทันไรก็มีคนหันมาสวามิภักดิ์ต่อข้า ทรยศเจ้า ขอมาอยู่ฝ่ายเดียวกับข้า”
สุยซินมองเจ้าหลวง “คนเชื่อถือไม่ได้ นกสองหัวเช่นนี้ เก็บไว้ข้างกายรังแต่จะเกิดปัญหา มิสู้ให้ข้าช่วยเจ้าฆ่าทิ้งเสีย”
“หา!” เจ้าหลวงตกตะลึง สองขาสั่นระริก
สุยซินมองปราดเดียวก็เห็นปัญหาในตัวเขา ชี้ให้เห็นคำสาปบนตัวเขา เขารู้สึกว่าสุยซินอาจสังหารเขาได้อย่างสิ้นเชิงจริง ๆ จนเขาไม่อาจคืนชีพกลับมาอีก
“เขาไม่ใช่คนเชื่อไม่ได้หรือนกสองหัว” หลี่จิ่วเต้ารู้ดีว่าเจ้าหลวงคิดทำสิ่งใด ย่อมไม่ปล่อยให้สุยซินสังหารเจ้าหลวง “เขาเพียงแต่อยากช่วยข้า ปล่อยเขาไปด้วยเถิด”
“ไม่มีปัญหา ข้าเห็นแก่หน้าเจ้า” สุยซินตกลง
นางตามหลี่จิ่วเต้ากลับไปยังลานของเขา ของวิเศษทั้งหลายและเจ้าหลวงก็กลับมาทั้งหมด
สิ่งมีชีวิตจากมิติต่าง ๆ ล้วนอยากรู้ว่าสุยซินตามหลี่จิ่วเต้าไปที่ใด อยากรู้เรื่องราวหลังจากนี้ อนิจจา พวกเขาไม่อาจไล่ตามร่องรอยของหลี่จิ่วเต้าและสุยซินไป ไม่รู้เลยว่ายามนี้พวกเขาอยู่ที่ใด
“พวกเขาทั้งสองคงไม่ตกลงกันได้กระมัง!”
“อย่าเชียวนะ ขืนเป็นเช่นนั้น พวกเราได้แย่แน่!”
สิ่งมีชีวิตจากสองมิติที่หลี่จิ่วเต้าออกคำสั่งห้ามต่างเคร่งเครียดเหลือกำลัง กลัวว่าพวกเขาจะตกลงกันได้
เพราะทันทีที่หลี่จิ่วเต้ากับสุยซินตกลงกันได้ สุยซินจะไม่ปกป้องพวกเขาอีก ถึงครานั้น พวกเขาล้วนต้องถูกฆ่าเพราะฝ่าฝืนคำสั่งห้าม
ณ เมืองชิงซาน ภายในลานเล็ก
“เจ้าอาศัยอยู่ที่นี่หรือ”
สุยซินอึ้งงันนิดหน่อย ไม่คิดว่าหลี่จิ่วเต้าจะพำนักในเมืองปุถุชน
อาศัยอยู่ในเมืองปุถุชนเช่นนี้จะมีความหรรษาหรือ
“ใช่แล้ว ข้าอาศัยอยู่ที่นี่”
หลี่จิ่วเต้าคลี่ยิ้ม เชิญสุยซินไปนั่งในศาลา
เขาชงชาให้สุยซินด้วยตนเอง ต้อนรับสุยซินด้วยระดับสูงสุด สุยซินคู่ควรกับการต้อนรับเช่นนี้
น้ำชาใสกระจ่าง ใบชาเขียวชอุ่ม กลิ่นหอมของชาหอมกรุ่นไปถึงหัวใจ สุยซินยกถ้วยชาขึ้นจิบคำเล็ก
“พอใช้ได้”
นางออกความเห็น ไม่ได้อึ้งงันสั่นสะท้านอย่างผู้อื่น หลัก ๆ เพราะตัวนางอัศจรรย์เกินไป ชาที่ได้ดื่มล้วนเป็นชาวิเศษ
พอใช้ได้?
สายตาหลี่จิ่วเต้าแปลกไปกับความเห็นเช่นนี้ เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับความเห็นว่า ‘พอใช้ได้’
ก่อนหน้านี้ไม่ว่าผู้ใด หลังได้ดื่มชาของเขาล้วนชมไม่ขาดปาก ทว่าสุยซินนั้นไม่ใช่
เขาดูออกว่าสุยซินไม่ได้แกล้งทำ หากแต่รู้สึกจากใจจริงว่าน้ำชานี้แค่พอใช้ได้ ไม่ได้โดดเด่นเลิศล้ำแต่อย่างใด เขาเดาว่าสุยซินคงดื่มชาวิเศษเป็นอาจิณ รสนิยมสูงยิ่ง
“พอใช้ได้หรือ”
หลี่จิ่วเต้าคลี่ยิ้ม “ดูท่าสหายสุยซินคงดื่มชาชั้นดีจนชิน ก่อนหน้านี้ยามผู้อื่นได้ดื่มชาของข้าล้วนชมไม่ขาดปาก
“ผู้อื่นดื่มชาของเจ้าแล้วสมควรต้องชมไม่ขาดปาก สำหรับผู้อื่น ชาของเจ้านับว่าสะท้านโลกา”
สุยซินเอ่ย “แต่เป็นอย่างที่เจ้าว่า ข้าดื่มชาชั้นดีจนชิน ชาของเจ้ายังไม่ถึงขั้นที่ข้าต้องทึ่ง”
“ขอดื่มชาของสหายสักถ้วยได้หรือไม่” ชายหนุ่มถาม
“เจ้าจะหลอกดื่มชาชั้นดีของข้าหรือ”
สุยซินเอ่ยพลางยกยิ้ม “ขออภัย ข้าไม่เคยให้ผู้อื่นดื่มชาของข้า ไม่มีข้อยกเว้น”
หลอกดื่มชา?
หลังพวกลานเล็กได้ยินต่างคิดไปว่าสุยซินมั่นใจเกินไป คุณชายไฉนเลยจะหลอกดื่มชา แค่คนชื่นชอบการดื่มชาอยากลิ้มรสดูก็เท่านั้น
นอกจากนี้ พวกเขาก็ตะลึงงัน มองออกว่าสุยซินมิได้เสแสร้ง แต่ไม่รู้สึกทึ่งกับชาของคุณชายจริง ๆ สุยซินไม่ธรรมดาอย่างแท้จริง!
พวกเขารู้ดีว่าชาของคุณชายอัศจรรย์เพียงใด แต่ยังทำสุยซินทึ่งไม่ได้ ดูท่านางคงมีภูมิหลังยิ่งใหญ่ อาจเทียบเคียงคุณชายได้เลย
“หลอกดื่มชา? สหายดูถูกข้าเกินไปแล้ว ข้ายังไม่ถึงขั้นต้องหลอกดื่มชาของสหาย เพียงแต่สงสัยใคร่รู้ก็เท่านั้น”
“ดูถูกเจ้าหรือ เจ้าพูดถูก ข้าดูถูกเจ้าจริง ๆ”
สุยซินเอ่ย “แม้ข้าจะมองเจ้าว่าไม่เลว เจ้าเองก็ไม่ธรรมดาจริง ๆ กระนั้นยังไม่ถึงขั้นที่ข้าต้องยกย่องเจ้า”
นางนั้นตามใจตน ไม่ได้จงใจเหน็บแนมหยามเกียรติหลี่จิ่วเต้า นี่คือนิสัยของนาง อยากพูดอะไรก็พูด ไม่เคยอ้อมค้อม และไม่เคยใช้วาจาเสแสร้งมากพิธี
หลี่จิ่วเต้าไม่ได้ใส่ใจ จิตใจเขาไม่ได้เปราะบางปานนั้น ไม่เคยสะเทือนใจเพราะวาจาของสุยซิน
ทว่าเขาต้องเปลี่ยนมุมมองของนางที่มีต่อเขา
เขายังอยากเป็นพันธมิตรกับสุยซิน
น้ำลึกขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ความพลิกผันที่เกิดขึ้นยิ่งทวีความน่ากลัวลึกล้ำเกินหยั่ง เขาต้องการความมั่นคง ไม่อยากสู้ตามลำพังอีกแล้ว สุยซินเป็นพันธมิตรเยี่ยมยอดอย่างไม่ต้องสงสัย
แน่นอนว่าเงื่อนไขคือสุยซินมีเป้าหมายเดียวกับเขา ตั้งใจโค่นวิหารโบราณลึกลับ
จากนั้นเขาเก็บถ้วยชาและกาน้ำชา นำเครื่องชาชุดใหม่และใบชาใหม่ออกมา
และเครื่องชาใบชาชุดนี้ไม่ธรรมดาอย่างยิ่งยวด ชุดเครื่องชาถูกเขาผนึกกำลังกับเหล่าของวิเศษตีด้วยวัสดุมหัศจรรย์ ส่วนใบชาเป็นใบชาที่เขาตั้งใจบ่มเพาะอย่างพิถีพิถัน ทุ่มเทกายใจกว่าใบชาพันธุ์อื่นมากนัก
เขานำชุดเครื่องชาและใบชานี้ออกมาไม่ใช่เพื่อรับรองสุยซิน เขาไม่คิดเปลี่ยนข้อปฏิบัติเพื่อสุยซิน เครื่องชาและใบชาชุดนี้มีเพียงเขาและพวกซีเท่านั้นที่ใช้ได้
เขาเพียงต้องการพิสูจน์พลังตัวเอง ให้สุยซินเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเขา ไม่ขอให้สุยซินต้องยกย่องเขา ขอเพียงสุยซินยอมสนทนากับเขาอย่างเท่าเทียม
และหลังเขานำเครื่องชาและใบชาชุดนี้ออกมา สีหน้าซีพลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางรับรู้ได้ว่าเครื่องชาและใบชาชุดนี้น่าทึ่งอัศจรรย์ปานใด เหนือกว่าเครื่องชาและใบชาชุดก่อนหน้านี้มาก
กระทั่งเทียบกับเครื่องชาและใบชาของนางแล้วยังทรงพลังกว่า
หลี่จิ่วเต้าทำความสะอาดเครื่องชา ต่อด้วยชงชา ทำทุกอย่างอย่างคล่องแคล่วนุ่มนวล กลิ่นหอมอันเข้มข้นจากชาโชยชาย สุยซินนึกกระสัน อยากดื่มสักถ้วย
“ไม่รินให้ข้าสักถ้วยหรือ” นางเอ่ย
“นี่เป็นเครื่องชาที่ข้าใช้ส่วนตัว มีเพียงข้าและพวกซีที่ใช้ได้ ผู้อื่นใช้ไม่ได้” หลี่จิ่วเต้าเอ่ย “ขออภัย ไม่มีข้อยกเว้น”
สุยซินขบกราม หลี่จิ่วเต้าจงใจสนองนางด้วยวาจาของนางเอง!
แต่ต้องยอมรับว่าเครื่องชาและใบชาชุดนี้ทำให้นางทึ่งได้จริง ๆ
เขาไม่ธรรมดายิ่งกว่าที่นางคิด!
ดูท่าหลี่จิ่วเต้าไม่เพียงแต่ได้สัมผัสความลับใหญ่หลวงในมิตินี้แล้ว แต่ยังกอบโกยไปมหาศาล ได้ของดีไปคณานับอีกด้วย เครื่องชาและใบชาชุดนี้เขาก็คงได้มาจากความลับใหญ่หลวง
“ไม่ดื่มก็ไม่ดื่ม ดูท่าทางขี้งกของเจ้าเข้าสิ!”
สุยซินเอ่ยเสียงขุ่นเคือง ท่าทางน่ารักยิ่ง
“ข้าหรือขี้งก เจ้าต่างหากที่ขี้งก! เจ้าไม่ยอมให้ข้าดูเครื่องชาและใบชาของเจ้าด้วยซ้ำ อย่างน้อยข้าก็ให้เจ้าได้ยลเครื่องชาและใบชาของข้า อย่างไรข้าก็ยังดีกว่าเจ้า คนเราอย่าสองมาตรฐานให้มากนัก!”
“เช่นนั้นเราแลกกันดื่มดีหรือไม่”
“ไม่ได้ ข้าจะไม่ผิดกฎที่ตั้งไว้เพื่อเจ้า”
“เจ้า…ช่างเยี่ยมยอดนัก!” สุยซินโมโหจนกัดฟันแน่น
“ข้าต้องเยี่ยมยอดอยู่แล้ว เรื่องนี้เจ้าไม่ต้องบอกข้าก็รู้”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ยยิ้ม ๆ
“ความรู้สึกดี ๆ ที่ข้ามีต่อเจ้าหายไปแล้ว เจ้าอยากให้ข้าเปิดฉากต่อสู้กับเจ้าที่นี่หรือ” สุยซินเอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียม
“ตามสบาย” หลี่จิ่วเต้าไม่ได้เกรงกลัว
สุยซินอยากเปิดฉากต่อสู้ก็เปิดฉากต่อสู้เถิด สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับพลัง เรื่องอื่นล้วนไร้น้ำหนัก
ส่วนหากเปิดฉากต่อสู้ที่นี่แล้วจะกระเทือนถึงชาวเมืองชิงซานหรือไม่นั้น เขาไม่รู้สึกกังวล
เขาจัดเตรียมลานเล็กไว้อย่างรัดกุม ครั้นให้เขาสู้กับสุยซินในนี้ก็ไม่มีทางกระเทือนถึงภายนอก และทุกอย่างในลานก็ไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน เรื่องนี้เขามีความมั่นใจ
หากแม้แต่ความมั่นใจแค่นี้ยังไม่มี เขาไม่จำเป็นต้องสนทนากับสุยซินต่อไปแล้ว
“เหตุใดข้าถึงรู้สึกว่าถูกเจ้าจูงจมูกเล่า เช่นนี้ไม่ดี ข้าไม่ควรถูกเจ้าจูงจมูก ต่อให้ต้องเปิดฉากต่อสู้ก็ควรเป็นเจ้าที่เปิดฉาก”
นางไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น
“เช่นนั้นเรามาสนทนากันเถิด”
หลี่จิ่วเต้าอมยิ้มน้อย ๆ “ข้านิยมสันติภาพ ไม่ชอบการรบราฆ่าฟัน เรื่องป่าเถื่อนอย่างเปิดฉากต่อสู้ ข้าไม่มีทางทำ”
“ได้ เช่นนั้นก็มาสนทนากัน” สุยซินเอ่ย “ถ้าอย่างนั้นเจ้าบอกข้ามา เจ้าล่วงรู้ความลับใหญ่หลวงใด แล้วได้อะไรจากความลับใหญ่หลวงแล้วบ้าง”
นี่เป็นเหตุผลหลักที่นางตามหลี่จิ่วเต้ามา
นางรู้ดีว่าความลับใหญ่หลวงในมิติต้นกำเนิดน่าหวาดหวั่นเพียงใด นางเองก็อยากรู้ว่าความลับใหญ่หลวงในมิติต้นกำเนิดคือสิ่งใด
หาไม่แล้วนางคงไม่ตามหลี่จิ่วเต้ามา แม้นางจะรู้สึกดีกับเขาจริง ๆ
“ข้อมูลควรเท่าเทียมกัน ข้าอยากรู้ว่าเจ้าเกี่ยวข้องอย่างไรกับวิหารโบราณลึกลับ”
หลี่จิ่วเต้ามองสุยซิน “เจ้าบอกสิ่งที่ข้าอยากรู้ ข้าบอกสิ่งที่เจ้าอยากรู้”
“วิหารโบราณลึกลับ? นี่เป็นสรรพนามที่พวกเจ้าเรียกพวกเขาหรือ”
สุยซินเอ่ย “ดูท่าพวกเจ้าไม่สู้จะรู้จักพวกเขาเท่าใด แม้แต่พวกเขาชื่ออะไรก็ยังไม่ทราบ”
“ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าวิหารโบราณลึกลับมีชื่อว่าอย่างไร เจ้าบอกข้าได้หรือไม่”
ความจริงใจเป็นไม้ตายพิฆาตเสมอ หลี่จิ่วเต้าไม่ได้อ้อมค้อม ถามออกไปตรง ๆ เขารู้เรื่องวิหารโบราณลึกลับน้อยมากจริง ๆ แม้ว่าก้อนอิฐจะเคยไปวิหารโบราณลึกลับมาแล้ว และบอกข้อมูลจำนวนหนึ่งเกี่ยวกับวิหารโบราณลึกลับให้เขาฟัง ทว่ารายละเอียดก็ยังไม่ทราบ สิ่งที่ก้อนอิฐรู้ยังน้อยเกินไป
อย่างเช่นวิหารโบราณลึกลับจริง ๆ แล้วชื่ออะไร ก้อนอิฐก็ไม่รู้
“ข้าไม่อยากบอกเรื่องนี้กับเจ้าจริง ๆ เจ้าทำลายความรู้สึกดี ๆ ที่ข้ามีต่อเจ้า ซ้ำยังทำให้ข้ารู้สึกชิงชังโกรธกรุ่น ทว่าข้าอยากรู้ความลับใหญ่หลวงในมิตินี้”
สุยซินเอ่ย “เอาเถิด ข้าบอกเจ้าก็ได้ ชื่อจริงของวิหารโบราณลึกลับคือ…วิหารสักการะ พวกเขาเป็นสาวกผู้เลื่อมใส มีหน้าที่นำของบูชายัญไปสักการะในวิหาร”
หลี่จิ่วเต้าขมวดคิ้วน้อย ๆ เช่นนี้ก็เหมือนกับที่ก้อนอิฐเล่า
ก้อนอิฐเคยบอกว่าจุดประสงค์ที่วิหารโบราณลึกลับเลี้ยง ‘กู่’ ก็เพื่อบูชายัญ บรรดาสิ่งมีชีวิตที่ผ่านบททดสอบสุดท้ายล้วนเป็นของบูชายัญ
“พวกเขาสักการะผู้ใด” หลี่จิ่วเต้าถาม
“เอาละ ข้าบอกไปมากพอแล้ว ตาเจ้าบอกข้าแล้ว” สุยซินกล่าว
หลี่จิ่วเต้าเอ่ย “เจ้าบอกมามากหรือ ไม่มากสักนิด แค่บอกชื่อของวิหารโบราณลึกลับเท่านั้น ส่วนเรื่องบูชายัญข้ารู้แต่แรกแล้ว”
เขาเอ่ยต่อ “นอกจากนี้ ข้าอยากรู้ว่าเจ้ากับวิหารโบราณลึกลับ อ้อ ไม่สิ วิหารสักการะเกี่ยวข้องกันอย่างไร”
“บอกชื่อก็นับว่าบอก เจ้ายังไม่ได้บอกอะไรกับข้าสักนิด!”
สุยซินกล่าว “โบราณว่าไว้ มีให้มีรับ เจ้าก็ควรบอกข้าบ้างไม่ใช่หรือ”
นางรู้สึกเสียเปรียบ ต้องให้หลี่จิ่วเต้าบอกอะไรบ้างนางถึงจะยอมกล่าวต่อ
………………..