รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1307 อะไรกัน เพิ่งเข้ามาก็ถูกตบไปสองฉาด
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1307 อะไรกัน เพิ่งเข้ามาก็ถูกตบไปสองฉาด
บทที่ 1307 อะไรกัน เพิ่งเข้ามาก็ถูกตบไปสองฉาด
c
………………..
บทที่ 1307 อะไรกัน เพิ่งเข้ามาก็ถูกตบไปสองฉาด
เรื่องราวร้ายแรงอย่างยิ่ง ศัตรูกล้าแกร่งอย่างแท้จริงโผล่ออกมา ในอดีตไม่ว่าศัตรูทรงพลังเพียงใด ขอเพียงหลี่จิ่วเต้าประทานศาสตราวิเศษให้ก็จัดการได้ฉับพลัน ทว่าหนนี้กลับเหนือความคาดหมาย ล้มเหลวทั้งหมด
ซีมีสีหน้าหนักอึ้ง เคาะประตูห้องอักษร
หลี่จิ่วเต้าเปิดประตูแล้วตระหนักได้ทันทีว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี เพราะเขาเห็นสีหน้าซีย่ำแย่
เขารีบเอ่ยถาม “เกิดอะไรขึ้น”
“ล้มเหลว ศัตรูกล้าแกร่งปรากฏตัวแล้ว!” ซีเอ่ยเสียงเข้ม
หลี่จิ่วเต้าตามซีออกมาถึงลาน ได้พบกับลานเล็กผมเงิน ลานเล็กรีบทำความเคารพหลี่จิ่วเต้า นี่เป็นครั้งแรกที่มันได้พบหลี่จิ่วเต้าในร่างมนุษย์
หลี่จิ่วเต้าหาได้รู้สึกแปลกใจไม่ เพราะเขาใช้พลังจากของวิเศษต่าง ๆ เสริมความแข็งแกร่งให้ลานเล็กเรื่อยมา ลานเล็กจะกำเนิดดวงจิตออกมาก็นับว่าปกติ กระทั่งสรรพสิ่งในลานล้วนกำเนิดดวงจิตออกมาก็ยังไม่นับว่าแปลก
พลังจากเหล่าของวิเศษมหัศจรรย์เกินไป
“ล้มเหลวหรือ”
เขาเอ่ยถาม ใส่ใจเรื่องนี้เป็นที่สุด เป็นครั้งแรกของเขาเช่นกันที่เผชิญสถานการณ์เช่นนี้ ก่อนหน้านี้ยามของวิเศษออกไปเข่นฆ่าศัตรูไม่เคยล้มเหลวมาก่อน
“ล้มเหลวขอรับ” ลานเล็กรีบรายงานทุกอย่าง
ซ้ำยังบอกสิ่งที่มันคาดเดา “ข้าสงสัยว่าสุยซินผู้นี้จะเป็นสมาชิกคนสำคัญของวิหารโบราณลึกลับ ทว่านางปฏิเสธ ไม่ยอมรับเรื่องนี้! นี่เป็นเรื่องที่ข้ารู้สึกแปลกใจนัก โดยปกติ นางไม่มีเหตุผลต้องปฏิเสธฐานะสมาชิกวิหารโบราณลึกลับเสียหน่อย”
“เป็นเช่นนั้นจริง” หลี่จิ่วเต้าพยักหน้า
วิหารโบราณลึกลับน่าประหวั่นพรั่นพรึงไร้ใดเปรียบ อยู่เหนือสิ่งทั้งปวง พ้นจากโลกาแห่งนี้ ปกครองมิติตั้งไม่รู้เท่าใด ในฐานะสมาชิกวิหารโบราณลึกลับก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังตัวตนจริง ๆ
การกระทำนี้ของสุยซินพิลึกมาก
นอกเสียจากว่า…สุยซินจะไม่ใช่สมาชิกวิหารโบราณลึกลับจริง ๆ
“ข้าไปหาสักคราแล้วกัน”
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องไปพบสุยซิน ดูว่านางคิดทำสิ่งใดกันแน่ นอกจากนี้ เรื่องที่สำคัญที่สุดคือ สิ่งของในลานเขากำเนิดดวงจิต บัดนี้ยังถูกจองจำอยู่กับนาง
ก่อนหน้านี้เขายังคิดว่าสรรพสิ่งในลานกำเนิดดวงจิตได้ไม่นับว่าแปลก สุดท้ายดันเป็นเช่นนั้นจริง สิ่งของในลานเขาล้วนกำเนิดดวงจิตออกมา
“ระวังตัวด้วย!” ซีว่า
นางไม่ได้รู้สึกวิตกเช่นนี้มานานแล้ว การปรากฏตัวของสุยซินสร้างความไม่สบายให้นาง บังเกิดเป็นความกลัว กลัวว่าจะเกิดเรื่องกับหลี่จิ่วเต้า
นางอยากตามหลี่จิ่วเต้าไปด้วย วาจาใกล้หลุดออกจากปากแล้ว แต่สุดท้ายนางก็กล้ำกลืนกลับไป
การต่อสู้ระดับนั้น นางไม่อาจเข้าร่วมได้เลย ตามหลี่จิ่วเต้าไปรังแต่จะเป็นภาระ ซ้ำยังต้องให้หลี่จิ่วเต้าเสียสมาธิมาดูแลนาง
นางอยู่ในลานต่อไปเป็นการดีที่สุด อย่าตามไปจะดีกว่า
“คุณชาย ระวังตัวด้วย!”
ลั่วสุ่ยก้าวเข้ามา ท่าทางกังวลเช่นกัน
นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดเรื่องเช่นนี้ จนนางอดเป็นห่วงไม่ได้ กลัวหลี่จิ่วเต้าจะไม่ใช่คู่มือสุยซิน
หลิงอินและเซี่ยเหยียนก็เช่นกัน ใบหน้าเปี่ยมด้วยความกังวล กลัวจากใจจริงว่าอาจเกิดเรื่องกับหลี่จิ่วเต้า
กระนั้นพวกนางก็รู้ดีว่าหนนี้อย่างไรหลี่จิ่วเต้าก็ต้องไป สุยซินพาสิ่งมีชีวิตจากมิติทั้งสองนั้นเข้ามายังมิตินี้ เห็นได้ชัดว่าพุ่งเป้ามาที่หลี่จิ่วเต้า เรื่องนี้มิอาจหลีกเลี่ยง อีกฝ่ายไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ
“พวกเจ้าทำอะไร” หลี่จิ่วเต้าหัวเราะ “พวกเจ้าคงไม่ได้คิดว่าข้าไม่ไหวกระมัง คิดอะไรอยู่ บุรุษไม่มีวันที่ไม่ไหว โดยเฉพาะข้า”
ความล้มเหลวครานี้เขาหาได้ใส่ใจ ของวิเศษอยู่ในมือผู้อื่นกับอยู่ในมือเขามีความหมายต่างกันอย่างสิ้นเชิง มิอาจเทียบกันได้เลย
มีเพียงอยู่ในมือเขา ของวิเศษจึงจะสำแดงอานุภาพกล้าแกร่งออกมาได้ ยามอยู่ในมือผู้อื่น ของวิเศษจะมีราศีหมองลงไปมาก
นอกจากนี้ยังมีของวิเศษอีกมากในมือ หากใช้ทั้งหมด เขาไม่เชื่อว่าสุยซินจะต้านทานอยู่
เอ่ยจบ เขาก็ยกมือเรียกของวิเศษสี่ชิ้นอย่างกระบี่ฉุนจวิน หอกยาว ม้วนภาพวาด และกรรไกรหินออกมา
“มีความมั่นใจตามข้าไปต่อสู้เพื่อลบล้างความอัปยศก่อนนี้หรือไม่”
ชายหนุ่มไล้มือไปตามของวิเศษสี่ชิ้น แม้สุ้มเสียงจะแผ่วเบา ทว่าเปี่ยมด้วยบารมี
ของวิเศษทั้งสี่ชิ้นส่งเสียงกู่ร้องไม่หยุด ราวกับกำลังตอบกลับหลี่จิ่วเต้าว่าพวกมันมั่นใจ เต็มใจตามหลี่จิ่วเต้าไปร่วมต่อสู้ ลบล้างความอัปยศก่อนหน้านี้!
“ไปเถิด”
หลี่จิ่วเต้าเก็บของวิเศษทั้งสี่ชิ้น พริบตาที่ตั้งจิต พลังของวิเศษทั้งหมดก็ผนึกอยู่กับตัวเขา
“รอข่าวดีจากข้า”
เขาบอกลาพวกซี ย่างออกไปก้าวเดียว เงาร่างหายไปทันที
ยามเงาร่างเขาปรากฏออกมาอีกครั้งมาอยู่ในอาณาจักรที่สุยซินอยู่
พวกซีรีบเบนสายตาไปที่นั่น มองดูด้วยความคร่ำเครียดเหลือแสน
แม้ว่าระหว่างนี้จะมีระบบดวงดาวขวางกั้นนับสิบ กระนั้นก็มิอาจบดบังสายตาพวกเขา พวกเขาทั้งหมดอยู่เหนือขอบเขตมิติ อย่าว่าแต่มองทะลุระบบดวงดาวได้กว่าสิบในปราดเดียว ต่อให้มองให้เห็นทั่วทั้งมิติยังทำได้ง่ายดาย
“หลี่จิ่วเต้าปรากฏตัวแล้ว พวกเจ้าว่าเขาไหวหรือไม่”
“พูดยาก สุยซินน่าสะพรึงเกินไป พวกเจ้าดูที่นางลงมือก่อนหน้า น่ากลัวถึงปานนั้น กำราบของวิเศษทั้งสี่และคนข้างกายหลี่จิ่วเต้าได้ง่ายดาย พลังลึกล้ำเกินหยั่งอย่างแท้จริง!”
สิ่งมีชีวิตจากมิติต่าง ๆ ล้วนเพ่งสายตาไปยังอาณาจักรที่สุยซินอยู่
พวกเขาจับตาดูตั้งแต่แรก เห็นศึกที่สุยซินออกโรงแล้วหวาดหวั่นไม่น้อย พลังที่ลานเล็กผมเงินและของวิเศษทั้งสี่ระเบิดออกมาสยดสยองเกินกำลัง พวกเขาต่างมองว่าแม้แต่สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติขั้นเก้าสิบเก้ายังต้านไม่ไหว หยุดไม่อยู่ มิใช่คู่มือ
สุดท้ายสุยซินกลับกำราบทั้งหมดได้อย่างง่ายดาย ราวกับไม่ใช่เรื่องใหญ่ นี่ช่างน่ากลัวยิ่งนัก!
“นางอยู่เหนือขอบเขตมิติขั้นร้อยอีกหรือ หรือพ้นจากขอบเขตมิติไปแล้ว อยู่เหนือขอบเขตมิติ?!”
สิ่งมีชีวิตผู้หนึ่งปริปาก มองว่าสุยซินต้องอยู่เหนือขั้นร้อยแน่นอน หรืออาจสยดสยองกว่านั้น พ้นจากขอบเขตมิติ อยู่เหนือขอบเขตมิติ
“มิน่าเล่า นางถึงกล้าทำเช่นนี้ เพิกเฉยต่อคำสั่งห้ามของหลี่จิ่วเต้า พาสิ่งมีชีวิตทั้งสองมิตินั้นเข้ามา”
เขาเอ่ยด้วยสุ้มเสียงทอดถอนใจ
“นางเป็นใครกัน มีภูมิหลังอย่างไร ไม่ใช่สมาชิกวิหารโบราณลึกลับจริงหรือ นอกวิหารโบราณนั่นอาจยังมีกองกำลังน่าครั่นคร้ามที่เทียบเคียงวิหารโบราณลึกลับอยู่อีกหรือ หรือมีเพียงนางคนเดียวที่อยู่อย่างสันโดษ”
สิ่งมีชีวิตมากมายต่างใคร่รู้ในตัวตนของสุยซิน อยากรู้ว่านางมีความเป็นมาอย่างไร
ณ สถานที่หนึ่งในอวกาศ สิ่งมีชีวิตตนหนึ่งถอนหายใจไม่หยุด
คล้อยตามเสียงถอนหายใจของเขา ดวงดาวรอบด้านระเบิดออกดวงแล้วดวงเล่า กลายเป็นธุลีดาราโปรยปรายลงมา
“น่าแค้นใจนัก!”
เขาเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน อย่าให้เอ่ยเลยว่ารู้สึกแย่เพียงใด
แต่เดิมเขามีอนาคตสดใส สุดท้ายเป็นเพราะกระโถนและถังขยะเส็งเคร็งนั่น เขาจึงสูญเสียอนาคตอันสดใสไป ไม่เหลือหลักประกันในภายภาคหน้า!
เขาอยากฉีกกระชากกระโถนและถังขยะเป็นชิ้น ๆ นัก!
ใช่แล้ว เขาไม่ใช่ใครอื่น เวิ่นเทียนนั่นเอง เนื่องจากศึกต่อสู้กับกระโถนและถังขยะ เป็นผลให้สุยซินรังเกียจเขาเป็นหนักหนา รังเกียจที่ตัวเขามี ‘กลิ่น’ จึงขับไล่เขาออกมา
อีกด้าน อาภรณ์หลี่จิ่วเต้าปลิวไสว แต่งกายจืดชืด ปราศจากประกายรอบตัว ดูไม่มีความวิเศษสักนิด ไม่ต่างจากปุถุชน
ทว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดรู้ดีว่าหลี่จิ่วเต้ามิได้ดาษดื่นอย่างเปลือกนอก เขาน่าประหวั่นพรั่นพรึงเหลือแสน น่ากลัวถึงขีดสุด!
“พี่ชาย หน้าตาไม่เลวนี่!”
สุยซินพินิจมองหลี่จิ่วเต้าขึ้นลงพลางเอ่ยว่า “เรื่องอื่นยังไม่ต้องกล่าวถึง พี่ชายถือเป็นผู้ที่บุคลิกสง่าที่สุดที่ข้าเคยพบ!”
หลี่จิ่วเต้าตะลึงงัน ไม่คิดเลยว่าสุยซินจะทำตัวตามสบายเช่นนี้ ถึงขั้นเรียกเขาว่าพี่ชาย ไม่เหมือนที่เขาคิดไว้เลย
เขาคิดว่าสุยซินแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ คงเป็นผู้มีนิสัยสุขุมรอบคอบ สุดท้ายเมื่อได้พบหาใช่เช่นนั้นไม่ สุยซินไม่ได้ใกล้เคียงความสุขุมรอบคอบสักนิด
“ไม่ขนาดนั้น” เขาหัวเราะเบา ๆ พลางเอ่ยว่า “เจ้าก็ไม่เลว เป็นคนที่พิเศษที่สุดที่ข้าเคยพบ”
พิเศษจริง ๆ เขามิเคยพบผู้ที่ทำตัวตามใจต้องการระดับนี้มาก่อน
“พิเศษ?” สุยซินเอ่ยยิ้ม ๆ “เจ้าหมายถึงความงามของข้าหรือ ข้าคือผู้ที่เพริศพริ้งที่สุดที่เจ้าเคยพบสินะ”
“เอ่อ…”
หลี่จิ่วเต้าไม่ตอบ สุยซินมั่นใจเกินไปแล้ว
“ไยจึงไม่ตอบ ไม่ใช่หรือ”
สุยซินเบ้ปาก ท่าทางไม่พอใจนิดหน่อย หลี่จิ่วเต้ามีสีหน้าแปลกไป นี่ใช่ผู้ที่บำเพ็ญมาเนิ่นนานจริงหรือ เหตุใดถึงดูเหมือนเด็กสาวไม่ผิดเพี้ยน
“เจ้าต้องการให้ข้าพูดความจริงหรือ” หลี่จิ่วเต้าเอ่ย
“อย่า โกหกเถิด ข้าพอรู้ว่าเจ้าต้องการพูดอะไร และข้าไม่ต้องการฟังความจริงเช่นนั้น” สุยซินเอ่ย
สีหน้าหลี่จิ่วเต้ายิ่งแปลก เขาเพิ่งเคยพบคนอย่างสุยซินครั้งแรก นางพิเศษมากจริง ๆ ต่างจากผู้อื่น
“ขออภัย ข้าไม่อาจโกหก”
เขาส่ายหัว แทบไม่เคยโกหกจริง ๆ “เช่นนี้แล้วเจ้ายังต้องการให้ข้าตอบอีกหรือ”
“ถ้าอย่างนั้นช่างเถิด อย่าตอบเลย ข้ารับความสะเทือนใจเช่นนั้นไม่ไหว ต่อให้ข้าไม่เห็นด้วยกับเจ้า ข้าก็ไม่อยากได้ยิน” สุยซินกล่าว
“ได้”
หลี่จิ่วเต้ามองสุยซิน ใคร่สนใจในตัวสุ่ยซินอย่างยิ่ง หวนนึกถึงทุกคนที่เขาเคยพบ ไม่เคยมีผู้ใดโดดเด่นแตกต่างอย่างนางจริง ๆ
กล่าวตามตรง เขาไม่อยากเป็นศัตรูกับสุยซิน นางถูกคอเขา แน่นอนว่าแค่ถูกคอเท่านั้น มิใช่ความพิศวาส เขาไม่มีความคิดชมชอบอย่างชายหญิงต่อสุยซิน
หากเป็นไปได้ เขาอยากร่วมมือกับนาง ร่วมโค่นวิหารโบราณลึกลับ
“เหตุใดเจ้าต้องสนใจว่าข้าใช่สมาชิกวิหารโบราณลึกลับหรือไม่”
สุยซินมองหลี่จิ่วเต้าพลางเอ่ยว่า “เจ้าอยากให้ข้าเป็นสมาชิกวิหารโบราณลึกลับมากใช่หรือไม่ เพื่อให้ได้รับการยอมรับจากข้า แล้วเข้าร่วมวิหารโบราณนั่น”
นางหัวเราะ งดงามไร้ใดเปรียบ “หากเป็นเช่นนี้เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าตอบเจ้าได้อย่างแน่ชัดว่าข้าไม่ใช่สมาชิกวิหารโบราณลึกลับ ทว่าได้ติดตามข้างกายข้าดีกว่าเข้าร่วมวิหารโบราณนั่น”
“ดีกว่าเข้าร่วมวิหารโบราณลึกลับ?”
ชายหนุ่มผงะ คิดไม่ถึงว่าสุยซินจะใช้วาจายิ่งใหญ่เช่นนี้ เขายิ่งใคร่รู้ในตัวตนสุยซิน
“ใช่แล้ว ดีกว่าเข้าร่วมวิหารโบราณลึกลับ”
สุยซินเอ่ยยิ้ม ๆ “ขอเพียงเจ้ายอมอยู่ข้างกายข้า เรียกข้าว่านายท่าน ข้ารับรองได้ว่าไม่มีผู้ใดทำอันตรายเจ้าได้ ไม่ว่าบททดสอบใด ข้อจำกัดใดจากวิหารโบราณนั่นล้วนไม่มีผลต่อเจ้า”
“เรียกว่านายท่าน? เจ้าอยากให้ข้าเป็นบ่าวรับใช้ข้างกายเจ้าหรือ”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ย “ขอยกสถานะขึ้นหน่อยได้หรือไม่”
เขารู้สึกว่าสุยซินไม่ได้คุยโว อาจมีภูมิหลังน่าหวาดหวั่นจริง ๆ ไม่ต้องเกรงกลัววิหารโบราณลึกลับ เขาอยากรู้ภูมิหลังความเป็นมาของสุยซินให้ได้มากที่สุด
“ยกระดับสถานะหรือ อะไรกัน เจ้าอยากเป็นคู่บำเพ็ญเพียรของข้าหรือ แม้ข้ามองแล้วเจ้าไม่เลว ต้องตายิ่งนัก กระนั้นข้ายังไม่ต้องการคู่บำเพ็ญเพียรในตอนนี้”
สุยซินเอ่ย “เจ้าอยู่ข้างกายข้า เป็นบ่าวรับใช้ข้าไปก่อน รอถึงวันที่ข้าต้องการคู่บำเพ็ญเพียรแล้วจะพิจารณาเจ้าเป็นคนแรก”
“…”
หลี่จิ่วเต้าพูดไม่ออก เขาเพียงอยากยกระดับสถานะ เหตุใดสุยซินถึงนึกไปถึงเรื่องคู่บำเพ็ญเพียรเสียได้
เขาแค่ต้องการมีความสัมพันธ์อย่างเท่าเทียมกับสุยซินเท่านั้น หาได้มีความคิดฟุ้งเฟ้ออย่างอื่นไม่
“ข้าไม่ได้คิดเช่นนั้น เจ้าไม่ต้องพิจารณาข้าเป็นคนแรก ที่ข้าเอ่ยว่ายกระดับสถานะเพียงแค่อยากบอกว่าข้าจะไม่เป็นบ่าวรับใช้ของเจ้า ข้าหมายความว่าให้เราเป็นสหายกัน” เขาเอ่ย
“สหายหรือ ไม่ได้ รอบกายข้าไม่มีสหาย มีเพียงข้ารับใช้” สุยซินกล่าว
ตู้ม!
ในเวลานั้นเอง เสียงระเบิดน่าพรั่นพรึงดังขึ้น ทั้งมิติสั่นไหว สิ่งมีชีวิตสยดสยองเหลือแสนตัวหนึ่งเข้ามาในมิตินี้
“จงตัวสั่นงันงกเสีย พวกเจ้าทั้งหมดจะกลายเป็นข้ารับใช้ของข้า ฟังคำสั่งจากข้า ช่วยข้าขุดคุ้ยความลับใหญ่หลวงในมิตินี้!”
สิ่งมีชีวิตตนนั้นเอ่ยปาก โอหังจองหองเหลือคณา หมายจะกำราบสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในมิตินี้ ให้ทุกคนรับใช้มัน
มันมีสิทธิ์โอหังจองหองได้แน่นอน มันมีกำลังรบระดับมิติขั้นแปดสิบสอง กำราบสิ่งมีชีวิตทั้งมิตินี้ได้ไม่เป็นปัญหา
“มีพวกอยากตายให้ได้ด้วยหรือ!”
“ข้าอยากขำให้ตายชัก!”
สิ่งมีชีวิตจากมิติต่าง ๆ หัวเราะแทบบ้า สิ่งมีชีวิตที่เพิ่งมาตนนี้ตลกเหลือเกิน จุติไปยังจุดที่หลี่จิ่วเต้าและสุยซินอยู่
ปัญหาคือจุติก็จุติเถิด ซ้ำยังโอหังจองหองปานนั้น มิเท่ากับรนหาที่ตายหรือ
ไม่ว่าหลี่จิ่วเต้าหรือสุยซินล้วนกำราบสิ่งมีชีวิตตนนี้ได้ไม่เปลืองแรง
“หืม?!”
สิ่งมีชีวิตตนนั้นบันดาลโทสะหลังได้ยินเสียงหัวเราะเยาะมันจากสิ่งมีชีวิตจากมิติต่าง ๆ มันทนไม่ได้ ทำท่าจะเข่นฆ่าเอาชีวิตเสียยกใหญ่ ให้สิ่งมีชีวิตจากมิติต่าง ๆ ต้องชดใช้ที่หัวเราะเยาะมัน
ทว่ามันไม่ทันลงมือก็มีฝ่ามือหนึ่งหวดเข้ามา
เสียงดังปัง มันถูกฝ่ามือนั้นกระแทกเข้าหน้าเต็มเปา หน้าครึ่งซีกที่ถูกตบเหวอะหวะทันที โลหิตสาดกระจายในอวกาศ เขี้ยวคมหลุดไปครึ่งปาก กระเด็นออกไปพร้อมเลือด
มันเห็นดาวเต็มหัว อย่าให้เอ่ยเลยว่างุนงงเพียงใด ไม่รู้ตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้นก็ถูกตบไปหนึ่งฉาด!
ก่อนหน้านี้มันไม่รู้สึกตัวเลย ฝ่ามือนี้ปรากฏออกมากลางอากาศอย่างสิ้นเชิง!
“สารเลว ไม่รู้หรือว่าพวกเรากำลังสนทนากันอยู่ บังอาจเห่าหอนอยู่ที่นี่ ทำลายความสุนทรีย์ของเรา!”
สุยซินต่อว่า นางคือผู้ที่หวดฝ่ามือนั้น
สิ่งมีชีวิตตนนี้บันดาลโทสะ มองตามเสียงไปเห็นสุยซิน ทว่าไม่รอให้มันได้ลงมือก็ถูกตบอีกฉาดอย่างจัง ใบหน้าอีกครึ่งซีกเหวอะหวะ เขี้ยวคมครึ่งหนึ่งที่ยังเหลือในปากก็หวดกระเด็นออกไปทั้งหมด
“ยังไม่รีบไสหัวไปอีก รออะไรอยู่ หรืออยากถูกหวดอีก?!”
หลี่จิ่วเต้าตวาด หนนี้เขาเป็นฝ่ายลงมือ ซัดฝ่ามือกระแทกหน้าสิ่งมีชีวิตตนนั้น
นี่มันอะไรกัน?!
เพิ่งเข้ามา ไม่ทันรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรก็ถูกตบไปสองฉาด
สิ่งมีชีวิตแทบอยากร่ำไห้
ทว่ามันรู้ตัวว่าหลี่จิ่วเต้ากับสุยซินดุดันถึงขีดสุด เหนือชั้นกว่ามันมาก หาไม่แล้วมันไม่มีทางถูกตบถึงสองฉาดโดยไม่รู้สึกตัวสักนิด!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันไม่ใช่คู่มือของหลี่จิ่วเต้าและสุยซิน ห่างชั้นมากโข!
………………..