รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1304 กลิ่นที่สุดในใต้หล้าลงมืออีกครั้ง
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1304 กลิ่นที่สุดในใต้หล้าลงมืออีกครั้ง
บทที่ 1304 กลิ่นที่สุดในใต้หล้าลงมืออีกครั้ง
………………..
บทที่ 1304 กลิ่นที่สุดในใต้หล้าลงมืออีกครั้ง
สุยซินเอ่ยพลางยิ้มหวาน ด้วยใบหน้าเยาว์วัยงดงามและน้ำเสียงนุ่มนวล ทำให้คำพูดที่ออกมาไร้แรงคุกคามอย่างแท้จริง แต่กลับทำให้เหลิ่งเม่ยสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันเย็นเยียบ
นางเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น แต่นางสัมผัสได้ถึงความน่ากลัวยิ่ง ร่างกายอดสั่นสะท้านไปถึงวิญญาณไม่ได้ ปากเม้มแน่น ไม่กล้าพูดสิ่งใดอีก
อีกทั้งนางยังไม่กล้าเคลื่อนไหว ประหนึ่งเด็กสาวเบื้องหน้าเป็นตัวตนน่าสะพรึงกลัวที่สุดในโลก
“บนร่างเจ้ามีลมหายใจเยาว์วัยอยู่หนาแน่น เป็นแม่นางน้อยจริง ๆ หรือเป็นยายเฒ่าน่ารังเกียจที่แสร้งปลอมมากัน?”
เหลิ่งเม่ยไม่กล้าเคลื่อนไหว แต่สิ่งมีชีวิตอื่นไม่ใช่ ใครบางคนหัวเราะออกมาเสียงดัง ไม่มีความเกรงกลัวหรือเคารพอันใดทั้งสิ้น
“โอ้ เจ้าคิดว่าข้าเป็นคนประเภทใดเล่า?”
สุยซินยิ้ม ดวงตาทอประกาย ผิวพรรณกระจ่างใส ไม่ต่างอันใดจากเด็กสาววัยเยาว์
“ข้าคิดว่าเจ้าเป็นยายเฒ่าน่ารังเกียจที่แสร้งปลอมตัวมา!”
สิ่งมีชีวิตตนนั้นหัวเราะเยาะ ลงมือโจมตีสุยซินในพริบตา
ใบหน้าสุยซินยังคงมีรอยยิ้มหวานระหว่างเอ่ยคำสั่งกับเวิ่นเทียน “สังหารเขาเสีย!”
นางกล่าวว่าวันนี้มีความสุข ไม่ต้องการสังหาร แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ฆ่า
น่าเสียดาย มีผู้รนหาที่ตายอยู่ตลอดเวลา คอยยั่วยุนางอย่างโง่เขลา ทำให้นางอารมณ์ไม่ดี
“รับทราบ!”
เวิ่นเทียนรับคำสั่ง ทะยานออกจากด้านหลังสุยซิน ปะทะกับสิ่งมีชีวิตตนนั้นอย่างดุดัน
พรวด!
โลหิตสาดกระเซ็น เวิ่นเทียนทั้งแข็งแกร่งและดุร้าย พลังอันน่าพรั่นพรึงเดือดพล่าน ทันทีที่ปะทะกัน เวิ่นเทียนก็ฉีกสิ่งมีชีวิตตนนั้นออกเป็นชิ้น ๆ จนตายตกในทันที!
เฮือก!
เสียงสูดลมหายใจเย็นเยียบดังขึ้น เหลิ่งเม่ยกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ต่างตื่นตกใจกลัว หนังศีรษะชาวาบ ความหนาวเหน็บแล่นไปตามแผ่นหลังของพวกเขา
นั่นคือสิ่งมีชีวิตขั้นหกสิบเจ็ดขอบเขตมิติ กลับถูกเวิ่นเทียนฉีกกระชากออกเป็นชิ้น ๆ สังหารจนตายสิ้น ร่อยรอยทั้งหมดสลายไป พวกเขาต่างหวาดกลัวยิ่ง อดก้าวถอยหลังไม่ได้
ใบหน้าแต่ละคนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ตระหนักได้ทันทีว่าเวิ่นเทียนน่าสะพรึงกลัวถึงขีดสุด ครั้งนี้ดูเหมือนพวกเขาจะทำผิดไปแล้ว คิดประจบหลี่จิ่วเต้า แต่กลับเตะเข้าแผ่นเหล็ก เวิ่นเทียนดุร้ายทรงพลังเกินไป!
“พวกเจ้าไปเสีย ไปแจ้งข่าวกับหลี่จิ่วเต้า ไม่ใช่ว่าสิ่งมีชีวิตทั้งสองมิติถูกห้ามไม่ให้เข้ามาหรือ? พวกเขาเข้ามาแล้ว ข้ารอดูว่าหลี่จิ่วเต้าจะทำเช่นไร”
สุยซินหัวเราะเสียงเบา พาสิ่งมีชีวิตฝั่งนางไปตั้งที่มั่นในอาณาจักรแห่งนี้ “พวกข้าไม่ไปไหน แต่จะรอให้หลี่จิ่วเต้ามาสังหารเอง”
บนร่างของนางเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างถึงที่สุด แม้นางอายุเพียงยี่สิบปี แต่ก็มั่นใจยิ่ง ไม่เกรงกลัวศัตรูหน้าไหน
พวกเหลิ่งเม่ยรีบจากไปอย่างเร่งรีบ ไม่กล้ารั้งอยู่ต่อ ผู้ใต้บังคับบัญชาของสุยซินอย่างเวิ่นเทียนนั้นน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ ไม่ต้องพูดถึงสุยซินเลย
พวกเขาชัดแจ้งยิ่ง หากสุยซินต้องการสังหารพวกเขาย่อมทำได้อย่างง่ายดาย
“นายหญิงสุยซิน พวกเราจะทำเช่นนี้จริงหรือ?”
สิ่งมีชีวิตทั้งสองมิติตัวสั่นเทา แม้จะเคยเห็นความน่าสะพรึงกลัวของสุยซินมาแล้ว แต่พวกเขายังคงหวาดเกรงต่อหลี่จิ่วเต้า
“กลัวอันใด ข้ากล้าทำ ย่อมหมายความว่าจัดการหลี่จิ่วเต้าได้แน่นอน ถึงข้าไม่สนใจชีวิตพวกเจ้า แต่กระทั่งชีวิตของตนเอง ข้าก็ยังไม่สนหรือ? อย่าได้ตื่นตูมไป วางใจเสีย”
สุยซินรินชามะลิจากกาให้ตัวเอง กลิ่นหอมลอยโชยออกมาช่วยให้ผู้คนรู้สึกผ่อนคลาย
นี่ย่อมไม่ใช่มะลิธรรมดา แต่เป็นมะลิเหนือชั้นที่พวกท่านอาของนางปลูกเอาไว้ สร้างผลลัพธ์อันไม่อาจจินตนาการได้ ระดับสูงจนน่าตกตะลึง
นางดื่มชาอย่างสงบนิ่ง รอให้หลี่จิ่วเต้ามา
ขณะเดียวกัน พวกเหลิ่งเม่ยต่างมุ่งผ่านอาณาจักรแล้วอาณาจักรเหล่าก่อนจะหยุดลง
พวกเขาอ้าปากหอบหายใจ ตอนนี้ยังคงตื่นตะหนกไม่หาย พวกเขาเพิ่งรอดจากประตูนรกมาหนึ่งหน โชคดีที่สุยซินไม่ได้คิดสังหารพวกเขา ไม่เช่นนั้นพวกเขาต้องตายสิ้นเป็นแน่แท้
“ไปหาคุณชายหลี่ได้ที่ใด?”
พวกเขามองหน้ากัน สุยซินให้ไปแจ้งกับหลี่จิ่วเต้า แต่พวกเขาไม่รู้ว่าหลี่จิ่วเต้าอยู่ที่ใด
“กระจายข่าวออกไป คุณชายหลี่จะได้ทราบ”
หลังจากนั้น พวกเขาก็ตัดสินใจกระจายข่าวให้ทราบกันทั้งมิติ
เมื่อข่าวแพร่กระจายออกไป สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในมิติพลันตกตะลึง
“ยังมีคนกล้ายั่วยุคุณชายหลี่เช่นนี้!”
“นี่มันน่าตลกจริง ๆ ก่อนหน้านี้มีหมาป่าขาวน่าสะพรึงกลัวตนหนึ่งทำตัวเช่นนี้ ไม่เห็นคุณชายหลี่อยู่ในสายตา ยังคิดโจมตีคุณชายหลี่ ผลสุดท้ายก็ถูกคุณชายหลี่สังหารตายทันที ทั้งยังนำกลับไปย่างกิน!”
สิ่งมีชีวิตนับไม่ถ้วนสนทนากันไม่หยุด ส่วนใหญ่ไม่ได้มองสุยซินในแง่ดี อย่างไรเสียพวกเขาต่างได้เห็นความน่าสะพรึงกลัวของหลี่จิ่วเต้าแล้ว ลึกลับไม่อาจหยั่งถึงอย่างแท้จริง!
พวกเขาคิดว่าสุยซินผยองเกินไปเหมือนกับหมาป่าขาวนั่น ขณะเดียวกันก็คิดว่าสุยซินต้องมีจุดจบไม่ต่างจากหมาป่าขาว คือถูกหลี่จิ่วเต้าสังหาร
“ไม่ง่ายที่จะเอ่ย…”
พวกที่ประจักษ์ถึงความน่าหวาดกลัวของสุยซินไม่คิดเช่นนั้น
พวกเขาคิดว่านี่เป็นการประชันกันของจุดสูงสุด ยากที่จะตัดสินแพ้ชนะ หลี่จิ่วเต้าอาจไม่สามารถสยบสุยซินได้
…
ใกล้เมืองชิงซาน
“มารดามันเถิด พวกเขาอยากตายจริง ๆ สินะ ถึงกับกล้าฝ่าฝืนคำสั่งคุณชายเข้ามายังมิติแห่งนี้!”
เจ้าก้อนหินเต็มไปด้วยจิตสังหาร “ให้ข้าออกไปสังหารพวกมันทั้งหมด!”
หลังได้ยินข่าวว่าสิ่งมีชีวิตทั้งสองมิติเข้ามายังมิติแห่งนี้ภายใต้การนำของสุยซิน
“อย่าได้ก่อเรื่อง ลืมคำพูดคุณชายไปแล้วหรือ? คุณชายไม่ให้พวกเราออกไปด้านนอกตามใจชอบ!”
ต้นหลิวขวางเจ้าก้อนหินเอาไว้
พวกเขาต่างติดตามคุณชายกลับมา ก่อนหน้านี้คุณชายบอกด้วยความจริงจังว่าสถานการณ์วุ่นวายนัก ไม่ว่าสิ่งใดก็เกิดขึ้นได้ อาจมีตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้น พวกเขาอย่าได้ออกไปด้านนอกตามใจชอบ
“แต่พวกเขาผยองเกินไปแล้ว!” เจ้าก้อนหินกัดฟันอย่างชิงชัง
“ข้าจะไปแจ้งข่าวกับคุณชาย ดูว่าคุณชายต้องการทำสิ่งใด”
ต้นหลิวเข้าไปในเมืองชิงซาน ไปถึงลานเล็กของหลี่จิ่วเต้า แต่ไม่พบเจ้าตัว เพราะหลี่จิ่วเต้ากำลังศึกษาสูตรโอสถอยู่ในห้องหนังสือ
ต้นหลิวแจ้งข่าวให้ซีทราบ ก่อนที่ซีจะเข้าไปในห้องหนังสือเพื่อบอกหลี่จิ่วเต้าอีกที
“อย่างที่คิด สิ่งมีชีวิตมากมายต่างปรากฏตัวออกมา”
หลี่จิ่วเต้าวางสูตรโอสถในมือลง ผุดลุกขึ้นยืน เดินออกไปที่ลานเพื่อสอบถามรายละเอียดจากต้นหลิว
“สิ่งมีชีวิตทั้งสองมิตินี้ต้องถูกสังหาร!”
หลี่จิ่วเต้ากล่าวอย่างเด็ดขาด
ห้ามไม่ให้สิ่งมีชิวิตจากทั้งสองมิติเข้ามา นี่เป็นคำสั่งที่เขาออกด้วยตนเอง หากปล่อยไปเช่นนี้ เขาต้องสูญสิ้นบารมีอย่างแน่นอน ถึงยามนั้นไม่ว่าใครก็คงไม่เห็นเขาอยู่สายตา
เขายังจำต้องรักษาบารมีเอาไว้ ทำให้คนเข้าใจว่าเขาไม่อาจยั่วยุได้โดยง่าย ไม่เช่นนั้นแล้วความยุ่งยากคงเข้ามาไม่หยุดหย่อน และจะไม่มีวันคืนอันสงบสุขอีกต่อไป
นอกจากนี้ยังทำให้สิ่งมีชีวิตจากมิติต่าง ๆ ที่เข้ามาสงบเสงี่ยมยิ่ง ไม่กล้าก่อความวุ่นวายอันใด
หากไม่มีบารมีดังกล่าว สิ่งมีชีวิตจากมิติทั้งหลายไม่กลัวเขา มิติแห่งนี้คงตกอยู่ในความวุ่นวาย กระทั่งสายธารโลหิตยังหลั่งรินไปทั่ว
เขาต้องคงบารมีเอาไว้จนถึงที่สุด ไม่เพียงเพื่อตนเอง ทว่ายังเพื่อมิติแห่งนี้ด้วย ป้องกันไม่ให้สิ่งมีชีวิตจากมิติอื่นกล้าเข้ามาวุ่นวาย
“พวกเจ้าไปเสีย สังหารทั้งสองมิติให้สิ้นซาก!”
หลี่จิ่วเต้ายื่นสมบัติออกมาหลายชิ้น มอบให้ต้นหลิวรับผิดชอบอย่างเต็มที่
ตอนนี้เขาอยู่ในช่วงสำคัญของการศึกษาสูตรโอสถ ไม่สะดวกลงมือเอง ไม่เช่นนั้นเขาคงคิดไปเองสักครา
“สูตรโอสถใหม่มาถึงขั้นสุดท้ายแล้ว ใกล้จะเสร็จสิ้นเต็มที ข้าไม่อาจออกไปสู้เองได้ ได้แต่รบกวนพวกเจ้าให้ลงมือแทนข้าแล้ว”
หลี่จิ่วเต้ากล่าว
“คุณชายวางใจ พวกข้าจะจัดการเอง!”
ต้นหลิวรับสมบัติไปพร้อมตอบรับ
“ดี!”
ชายหนุ่มกลับไปยังห้องหนังสือ เพื่อศึกษาสูตรโอสถใหม่ต่อ
เขามองเห็นความสำเร็จแล้ว เมื่อสูตรโอสถใหม่สมบูรณ์ คนรอบกายเขาจะพัฒนาขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ถึงยามนั้นเขาก็ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป
ต้นหลิวที่ได้รับสมบัติแล้วหันหลังเตรียมจากไป แต่ถูกเหล่าสมบัติในลานหยุดเอาไว้
“พี่หลิว ให้พวกข้าออกไปสู้ด้วยเถิด!”
“พวกข้าอยู่เพียงที่นี่น่าเบื่อยิ่งนัก ไม่เหมือนพวกท่านที่ได้ออกไปสู้ด้านนอก ครั้งนี้ปล่อยให้การกวาดล้างเป็นหน้าที่ของพวกข้า!”
สมบัติในลานเล็กร้องขอต้นหลิวอย่างน่าสงสาร ต้องการออกไปต่อสู้
พวกมันเบื่อหน่ายมากจริง ๆ เนื่องจากไม่ได้ออกไปด้านนอกมานานแล้ว ต่างล้วนต้องการออกไปด้านนอก
‘บัดซบ พวกเจ้าพูดในสิ่งที่ข้าต้องการพูดหมดแล้ว ยามนี้ข้าพูดไปก็เก้อเขินแล้ว!’
ลานเล็กสบถในใจ มันเองก็ต้องการออกไปขยับร่างกายเช่นเดียวกัน และอยากให้ต้นหลิวส่งต่อหน้าที่นี้ให้ แต่ก่อนที่มันจะเอ่ย สมบัติในลานต่างพากันพูดออกมา ทำให้มันเก้อเขินอยู่บ้างที่จะพูด
“นายหญิง ท่านคิดเช่นไร?”
ซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้า บุรุษตัวน้อยกล่าวแล้ว เรื่องนี้เจ้ามีอำนาจตัดสินใจเต็มที่ หมายความว่าเจ้าทำสิ่งใดก็ได้ตามต้องการ เพียงสุดท้ายให้งานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จ”
“ใช่”
ต้นหลิวพยักหน้า จากนั้นก็เอ่ยกับเหล่าสมบัติ “เช่นนั้นพวกเราไปด้วยกันเถิด”
มีสมบัติที่คุณชายมอบให้อยู่ ทุกอย่างล้วนไม่มีปัญหาใด สมบัติในลานไปด้วยก็ไม่มีอันใด
“ยอดเยี่ยม!”
“ขอบคุณพี่หลิว!”
สมบัติในลานต่างคนต่างปากหวาน เรียกพี่หลิวไม่หยุด
สุดท้ายต้นหลิวก็กล่าวลาซี พาเหล่าสมบัติออกไปจากลานเล็ก
ใช้เวลาไม่นาน พวกเขาก็มารวมตัวกับเจ้าก้อนหิน
“สหาย กลิ่นที่สุดในใต้หล้าของพวกเราได้เวลาเปิดตัวอีกครั้งแล้ว!”
กระโถนหัวเราะกับถังขยะ
“ใช่แล้ว ๆ กลิ่นที่สุดในใต้หล้าของพวกเราไม่ได้ร่วมมือต่อสู้กันมานาน!”
ถังขยะตื่นเต้นมาก
พวกมันร้องขอต้นหลิว หวังให้พวกมันได้เป็นตัวเปิดขบวน
“ยามนี้ในลานเล็กไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หลังจากผ่านการปรับปรุงของคุณชายครั้งก่อน พวกข้าก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างถึงที่สุด ครอบครองพลังลึกล้ำอันไม่อาจจินตนาการ ให้พวกเราเปิดก่อนย่อมปลอดภัย รับรองต้องทำให้ตกตะลึงเป็นแน่!”
กระโถนกล่าว
ครั้งล่าสุดที่มีเรื่องเกิดขึ้นกับซีในลานเล็ก หลี่จิ่วเต้าก็ปรับปรุงลานเล็กทันที พลังมหาศาลหลั่งไหลเข้าสู่ลานเล็กทำให้พลังที่เหล่าสมบัติครอบครองก้าวทะยานขึ้นมาก
กระทั่งลานเล็กยังได้เชื่อมโยงกับพลังที่ซ่อนอยู่ของหลี่จิ่วเต้า ทำให้น่าสะพรึงกลัวและแข็งแกร่งขึ้นมาก
“ดี เช่นนั้นให้พวกเจ้าเป็นตัวเปิด!”
ต้นหลิวพยักหน้าตกลง รับรู้ได้ว่ากระโถนและถังขยะแข็งแกร่งยิ่ง ลึกล้ำไม่อาจหยั่งถึงอย่างแท้จริง
ทว่าเขายังคงกังวล เอ่ยปากให้กระโถนและถังขยะนำสมบัติที่หลี่จิ่วเต้ามอบให้ไปด้วย
“ไม่จำเป็น!”
“พวกข้าไปแล้ว!”
กระโถนและถังขยะมั่นใจอย่างยิ่ง ปฏิเสธการนำสมบัติไปด้วย พากันฉีกช่องว่างออกไปจากที่นี่ ตรงไปทางอาณาจักรที่สุยซินอยู่
พวกต้นหลิวเองก็จับจ้องไปทางอาณาจักรแห่งนี้
เพียงพริบตาต่อมา กระโถนและถังขยะก็มาถึงอาณาจักรที่สุยซินอยู่
“ข้าได้กลิ่นเหม็นมาก”
สุยซินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรังเกียจ
“กลิ่นที่สุดในใต้หล้าอยู่ที่นี่แล้ว วันนี้ผู้ฝ่าฝืนข้อห้ามคุณชายจักต้องถูกสังหารอย่างไร้ความปรานี!”
กระโถนตวาดเสียงเย็นชา
ถังขยะที่อยู่ด้านข้างตะโกนเสริม
สิ่งมีชีวิตจากมิติทั้งหลายต่างให้ความสนใจกับการต่อสู้ครั้งนี้อย่างถึงที่สุด สายตาพวกเขาล้วนจับจ้องไปทางอาณาจักรที่พวกสุยซินอยู่
เมื่อพวกเขาเห็นกระโถนกับถังขยะพุ่งตรงเข้ามา สีหน้าแต่ละคนมีความประหลาดใจ
บัดซบ นี่มันอันใดกัน เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นกระโถนกับถังขยะออกมาต่อสู้!
“เหม็นกว่าเดิมอีก…”
สุยซินขมวดคิ้วอย่างหนัก ผนึกคลุมร่างตนเองเอาไว้เพื่อกันกลิ่น จากนั้นปมคิ้วจึงค่อย ๆ คลายออก
ขณะที่สิ่งมีชีวิตด้านหลังนางแทบไม่อาจทนไหว ส่วนใหญ่อาเจียนออกมาอย่างอดไม่ได้ กลิ่นกระโถนและถังขยะเหม็นสะท้านฟ้า แม้พวกเขาจะปิดประสาทรับกลิ่นทั้งหมดก็ยังไม่ได้ผล ยังคงได้กลิ่นเหม็นเหมือนเดิม
กลิ่นเหม็นดังกล่าวพุ่งไปถึงส่วนลึกของวิญญาณ พวกเขาไม่อาจสกัดกั้นได้เลย
“คุณชายหลี่ก็สมกับเป็นคุณชายหลี่! กระโถนและถังขยะที่ใช้ยังน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ แม้ห่างไกลออกไปหลายสิบดวงดาราข้ายังได้กลิ่นเหม็นจนไม่อาจทน…!”
ห่างไกลออกมาหลายสิบดวงดารา สิ่งมีชีวิตที่อยู่ทางนั้นอาเจียนไม่หยุด ลมหายใจของกระโถนและถังขยะยังขจรขจายมาถึงพวกเขา
แม้พวกเขายากจะทานทน แต่ภายในใจยังเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง หลี่จิ่วเต้าน่าสะพรึงไม่อาจหยั่งถึงได้โดยแท้ กระโถนและถังขยะที่เขาใช้งานนั้นทรงพลังยิ่ง!
ไม่สงสัยเลยว่าหากพวกเขาเผชิญหน้ากับกระโถนและถังขยะ เกรงว่ายังไม่ทันสู้พวกเขาคงได้เหม็นตายก่อนเป็นแน่!
กลิ่นเหม็นนี้น่าสะพรึงกลัวยิ่ง ระหว่างนั้นพวกเขาอาเจียนไม่หยุด รู้สึกวิงเวียนศีรษะ สติรับรู้พร่าเลือน
นี่ยังไม่ใช่กลิ่นเหม็นที่กระโถนและถังขยะปล่อยออกมาใส่พวกเขาโดยตรง หากมุ่งเป้ามาตรง ๆ แล้ว พวกเขาต้องเหม็นตายอย่างแน่นอน!
ในหมู่พวกเขายังมีเหลิ่งเม่ยและสิ่งมีชีวิตแข็งแกร่งอื่น ๆ ที่รู้สึกเช่นเดียวกัน!
“ฮ่า ๆ การผสานกลิ่นที่สุดในใต้หล้ายังคงทรงพลังเช่นเคย!”
ทางด้านต้นหลิว จอบเซียนหัวเราะออกมาไม่หยุด “ข้าดูแล้ว กลิ่นที่สุดในใต้หล้าสามารถสยบทุกสิ่งได้ สังหารสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่ฝ่าฝืนคำสั่งคุณชาย”
อีกด้านหนึ่ง สุยซินโบกฝ่ามือหยก ทันใดนั้นกลิ่นเหม็นทั้งหมดพลันสลายไป เหล่าสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นหยุดอาเจียนกลับสู่สภาวะปกติ
“พวกเจ้าไม่มีมารยาทเอาเสียเลย ยังไม่ทันเริ่มต่อสู้ก็ปล่อยพิษแล้ว!”
สุยซินกล่าว
ขณะเดียวกันนางก็สนใจหลี่จิ่วเต้ามากขึ้น
ถึงกับส่งกระโถนและถังขยะมาเช่นนี้ นี่เกินความคาดหมายของนางอย่างแท้จริง
ทำให้นางชักเริ่มสนใจในตัวหลี่จิ่วเต้ามากขึ้น
………………..