รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1302 หลี่จิ่วเต้าคืออันธพาล
บทที่ 1302 หลี่จิ่วเต้าคืออันธพาล
………………..
บทที่ 1302 หลี่จิ่วเต้าคืออันธพาล
สุยซินโอบหญิงงามไว้ซ้ายขวา สองฝั่งล้วนเป็นสตรีโฉมสะคราญ ซ้ำมือยังอยู่ไม่สุข วางอยู่บนส่วนสำคัญ สิ่งมีชีวิตทั้งหลายเห็นแล้วเผยสีหน้าแปลกประหลาดเหลือแสน
นางไม่ได้นิยมสตรีเพศจริงหรือ
สิ่งมีชีวิตมากมายกังขา
“สรรพสิ่งอันงดงามในใต้หล้านี้ข้าชอบทั้งหมด ไม่รังเกียจ”
สุยซินเอ่ยยิ้ม ๆ “บุรุษชอบนวดคลึงเช่นนี้เป็นที่สุด ข้าเพียงอยากลองดูว่าความรู้สึกเป็นเช่นไร สบายมากจริง ๆ มิน่าเล่าบุรุษทั้งหลายถึงชอบทำเช่นนี้”
มิติลอยต่อไปอย่างรวดเร็ว ผ่านไปไม่นาน มิตินี้ก็เชื่อมต่อกับมิติต้นกำเนิด สิ่งมีชีวิตสองมิตินั้นยังถูกกีดกันอยู่ด้านนอก ไม่กล้าเข้าไปในมิติต้นกำเนิด
“เหตุใดพวกเจ้าถึงไม่เข้าไป”
สุยซินเหินเข้ามา เอ่ยถามสิ่งมีชีวิตทั้งสองมิตินั้น
นางเห็นมิติต้นกำเนิดเชื่อมต่อกับมิติอื่น สิ่งมีชีวิตกล้าแกร่งในนั้นล้วนไม่อยู่ มีเพียงสิ่งมีชีวิตสองมิตินี้ที่ยังไม่เข้าไป พลันกระตุ้นความใคร่รู้ของนางอย่างมาก
“ไม่กล้าเข้า!”
สิ่งมีชีวิตตนหนึ่งจากสองมิตินั้นเอ่ยอย่างทอดถอนใจ “มิติต้นกำเนิดมีอันธพาลท้องถิ่น พวกเราทำให้เขาไม่พอใจจึงถูกห้ามไม่ให้เข้า เขาชั่วช้ายิ่งนัก ถือมิติต้นกำเนิดเป็นถิ่นตนเอง พวกเราถูกวิหารโบราณลึกลับส่งมายังเข้าไม่ได้ เขาจองหองอวดดี ไม่เห็นวิหารโบราณลึกลับอยู่ในสายตาเห็น ๆ!”
“อันธพาลท้องถิ่น? วิธีการพูดของพวกเจ้าตลกยิ่ง”
สุยซินฉีกยิ้มร่า ทว่าเมื่อสะท้อนเข้าสายตาสิ่งมีชีวิตจากสองมิตินี้กลับไม่ใช่เช่นนั้น
“เจ้าหัวเราะเยาะพวกเราหรือ”
พวกเขาถามเสียงเหี้ยมเกรียม รู้สึกว่าสุยซินเย้ยหยันพวกเขา ทำให้พวกเขาทนไม่ได้
ต้องรู้ว่าพวกเขาถูกห้ามเข้าข้างใน ทำให้มีโทสะสุมอยู่ในอก สุยซินกล้าเยาะเย้ยพวกเขาถึงเพียงนี้ ไฉนเลยพวกเขาจะทนไหว!
“หัวเราะเยาะพวกเจ้ารึ หามิได้”
สุยซินเอ่ย “พวกเจ้าเพียงแต่ถูกสกัดอยู่ข้างนอก เข้าไปไม่ได้ อัดอั้นตันใจถึงได้ขัดหูขัดตาไปเสียหมด เห็นรอยยิ้มธรรมดาของข้าเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน”
สิ่งมีชีวิตจากทั้งสองมิติล้วนสะเทือนกับวาจาของสุยซิน พลันเดือดดาลขึ้นมา
สิ่งสำคัญคือที่สุยซินว่ามาไม่ผิด พวกเขาเป็นเช่นนั้นจริง อัดอั้นตันใจเพราะถูกสกัดไว้ด้านนอก เห็นอะไรก็ขัดตาไปหมด
“ต่อให้ใช่แล้วอย่างไร เจ้าไม่มีสิทธิ์เหยียดหยามพวกเรา!”
“เป็นเพียงเด็กสาวฟันไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม เจ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเอาเสียเลย!”
พวกเขาโกรธมาก กำลังอยากหาที่ระบายอารมณ์ สุยซินก็เสนอหน้ามาเอง เช่นนั้นอย่ามาพาลพวกเขาแล้วกัน
ตู้ม!
พวกเขาลงมือทันที บุกโจมตีสุยซิน
“สามหาวนัก!”
“พวกเจ้าเสียสติไปแล้วหรือ!”
“บังอาจจาบจ้วงนายหญิงสุยซิน ข้าจะลอกหนังพวกเจ้าออกมาทั้งหมด!”
เสียงตวาดเย็นเยียบดังติดต่อกัน เงาร่างน่าพรั่นพรึงมหาศาลพุ่งออกมา กำราบสิ่งมีชีวิตทั้งสองมิติไว้ได้ในบัดดล สิ่งมีชีวิตทั้งสองมิติหวาดผวาตะลึงพรึงเพริด นี่พวกเขาไปยุ่งกับผู้ใดเข้าให้กัน!
พวกเขาเห็นสุยซินเต็มไปด้วยกลิ่นอายวัยเยาว์ คงไม่ได้เก่งกาจเท่าใด ถึงอย่างไรแม้จะมียอดฝีมือชื่นชอบรูปลักษณ์ยามอ่อนวัย หยุดยั้งรูปโฉมของตนไว้ในวัยละอ่อน แต่ถึงอย่างไรก็ใช้ชีวิตมาแล้วนานนับกาล ต่อให้หยุดยั้งรูปโฉมในวัยละอ่อนก็มีนิสัยสุขุมนุ่มลึก ไม่มีทางเยาว์วัยสดใส
เป็นผลให้พวกเขาคิดว่าสุยซินคงยังอายุน้อย ไม่ใช่ผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับไม่ถ้วน และคงไม่ได้มีฝีมือเท่าใด
หารู้ไม่ พวกเขาเหมือนเตะเจอตอ สุยซินน่าพรั่นพรึงจนชวนผวา สิ่งมีชีวิตทั้งมิติล้วนยกย่องให้สุยซินเป็นใหญ่!
“ท่านผู้ยิ่งใหญ่โปรดไว้ชีวิต พวกเรามีตาหามีแววไม่ ขอท่านผู้ยิ่งใหญ่โปรดให้โอกาส!”
“พวกเราผิดไปแล้ว ท่านอย่าถือสาหาความกับพวกเราเลย!”
พวกเขารีบร้องขอความเมตตา ร่ำไห้น้ำหูน้ำตาไหล นี่ไม่ใช่การแกล้งทำ หากแต่มาจากใจจริง สิ่งมีชีวิตที่พุ่งออกจากมิตินี้น่ากลัวเหลือเกิน เกินกว่าที่พวกเขาจะเทียบได้ หากสุยซินต้องการสังหารพวกเขาย่อมทำได้ง่ายดาย
พวกเขาไม่อยากตาย แต่อยากมีชีวิตรอด
“นายท่านโปรดออกคำสั่ง ขอเพียงท่านออกคำสั่ง ข้าจะฆ่าพวกเขาทิ้งทั้งหมด!”
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติขั้นเจ็ดสิบสามผู้นั้นขอคำสั่งจากสุยซิน
“ไม่จำเป็น วันนี้ข้าอารมณ์ดี ไม่ต้องการเอาชีวิตผู้ใด”
วันนี้เป็นครั้งแรกที่นางได้ออกมา มีความสุขอย่างแท้จริง นางมองสิ่งมีชีวิตทั้งสองมิติพลางเอ่ยว่า “พวกเจ้าน่าสนใจยิ่ง เรียกหลี่จิ่วเต้าว่าเป็นอันธพาลท้องถิ่น ทว่าจากที่ข้าเห็น พวกเจ้าเหมือนอันธพาลมากกว่า คิดอาบบารมีวิหารโบราณลึกลับบีบคั้นให้หลี่จิ่วเต้ายอมบอกความลับใหญ่หลวงของมิติต้นกำเนิด…”
มิใช่กระมัง!
สุยซินรู้ทุกอย่างหรือ
สิ่งมีชีวิตจากสองมิตินั้นมีสีหน้าประหลาด รู้สึกว่าสุยซินจงใจเล่นตลกกับพวกเขา ทั้งที่รู้ทุกอย่างแต่ยังไถ่ถามจากพวกเขา
“อย่าทำเช่นนี้ ก่อนหน้านี้ข้าไม่รู้จริง ๆ เพิ่งมารู้ในตอนหลัง” สุยซินว่า
สิ่งมีชีวิตทั้งสองมิติสีหน้าเปลี่ยนไปมหันต์ นี่มันอะไรกัน ราวกับสุยซินล่วงรู้ความคิดความอ่านของพวกเขาอย่างนั้น!
“ฮ่า ๆ พวกเจ้าเข้าใจถูกแล้ว ข้าล่วงรู้ความคิดความอ่านพวกเจ้าได้จริง ๆ”
นางเอ่ยต่ออีกว่า “ข้าเกิดมาพร้อมอภิญญาหยั่งรู้จิตใจ อืม เป็นอภิญญาหยั่งรู้จิตใจสุดแรงกล้า แทบไม่มีผู้ใดรักษาความลับได้เมื่ออยู่ต่อหน้าข้า”
จริงหรือ?
สิ่งมีชีวิตทั้งสองมิติคลางแคลง รู้สึกว่าสุยซินคุยโว พวกเขาล้วนอยู่เหนือขอบเขตมิติ เช่นนี้ยังจะถูกผู้อื่นล่วงรู้ความคิดได้อีกหรือ
พวกเขาไม่เชื่อ!
“พวกเจ้าไม่เชื่อไม่เป็นไร”
สุยซินหรี่ตา “วันนี้ข้าอารมณ์ดี ยินดีให้โอกาสพวกเจ้าสักครั้ง พวกเจ้าสามารถเป็นลูกสมุนติดตามข้างกายข้า ตามข้าเข้าไปในมิติต้นกำเนิดด้วยกัน”
สิ่งมีชีวิตทั้งสองมิติมิได้มีสีหน้ายินดี ตรงกันข้าม พวกเขาต่างโศกศัลย์อาดูร
“พวกเรายินดีเป็นลูกสมุนท่าน ทว่าไม่เข้าไปในมิติต้นกำเนิดได้หรือไม่”
สิ่งมีชีวิตตนหนึ่งกัดฟันเอ่ย “พวกเราไม่กล้ายุ่งกับหลี่จิ่วเต้าจริง ๆ เขาแข็งแกร่งเกินไป ก่อนหน้านี้มิติต่าง ๆ จัดงานเลี้ยง เขากำราบทุกคนได้อย่างไร้เทียมทาน ต่อมามีสิ่งมีชีวิตน่าสยดสยองจากมิติใหม่บุกเข้าไป สุดท้ายถูกเขาสังหาร หิ้วกลับไปย่างกิน”
พวกเขาเห็นทุกอย่างตลอดงานเลี้ยง หัวใจเปี่ยมด้วยความหวาดหวั่นต่อหลี่จิ่วเต้า อีกฝ่ายไม่อนุญาต พวกเขาย่อมไม่กล้าเข้าไปในมิติต้นกำเนิดจริง ๆ
ต่อให้สุยซินตรงหน้าจะน่าครั่นคร้ามเหลือกำลังจริง ๆ พวกเขาก็ไม่กล้า หลี่จิ่วเต้าน่าหวาดหวั่นเกินไป พลังที่มีคล้ายว่าไร้ที่สิ้นสุด พวกเขาไม่กล้าเข้าไปในมิติต้นกำเนิดตามใจชอบ
“พวกเจ้ากลัวอะไร มีข้าคอยหนุนหลังอยู่นี่อย่างไร”
สุยซินหัวเราะ เอ่ยแกมขู่ “หากพวกเจ้าไม่ยอมเข้า ข้าจะให้พวกเขาฆ่าพวกเจ้าให้หมดเลยนะ ข้าว่าพวกเจ้าคงไม่อยากตายกระมัง”
น้ำเสียงของนางแสนอ่อนโยน ไม่เหมือนข่มขู่สักนิด ทว่าสิ่งมีชีวิตทั้งสองมิติต่างรู้ดีว่านี่คือคำขู่ของสุยซิน หากพวกเขาไม่ยอมตกลง นางย่อมทำตามที่พูด สังหารพวกเขาทั้งหมด!
“ได้!”
“พวกเรายอมเข้า!”
พวกเขากัดฟันตกลง
ช่วยไม่ได้ หากไม่ยอมตกลงก็ต้องตาย พวกเขาไฉนเลยจะกล้าไม่ตกลง
“ผ่อนคลายเข้าไว้ ไม่เป็นไร มีข้าอยู่ พวกเจ้าขนไม่ร่วงสักเส้นแน่” สุยซินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
………………..