รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1301 ทำตามอำเภอใจ สุยซิน
บทที่ 1301 ทำตามอำเภอใจ สุยซิน
………………..
บทที่ 1301 ทำตามอำเภอใจ สุยซิน
ดุดัน แข็งกร้าว ถึงขั้นยกทั้งมิติขึ้นวิ่งพุ่งหลาวไปข้างหน้าได้ ช่างไม่สอดคล้องกับท่าทางอ่อนหวานบริสุทธิ์ของเด็กสาวสักนิด!
สิ่งมีชีวิตในมิติต่างตกตะลึงรุนแรง รวมถึงสิ่งมีชีวิตทรงพลังที่สุดในนั้น ขอบเขตมิติขั้นเจ็ดสิบสามตนหนึ่งก็เช่นกัน
นี่หาใช่มิติธรรมดา ไฉนเลยจะยกขึ้นได้ง่าย ๆ อย่างน้อยเขาก็ทำไม่ได้ เด็กสาวสุยซินแข็งแกร่งมากอย่างไม่ต้องสงสัย!
“นี่ พวกเจ้าชี้ทางให้ข้าด้วยสิ ไยจึงไม่พูดเล่า!”
สุยซินเบะปาก ท่าทางน่ารักน่าเอ็นดู นางไม่รู้ทิศทาง ไม่รู้ว่ามิติต้นกำเนิดอยู่ที่ใด
“พี่สาว ใช่ว่าพวกเราไม่ยอมชี้ทาง แต่พวกเราเองก็ไม่รู้ทาง!”
สิ่งมีชีวิตตนหนึ่งกัดฟันเอ่ย “มิติของเราเคลื่อนที่ไปทางนั้นอัตโนมัติ ใช่ว่ามีพวกเราคอยควบคุม”
“อย่างนั้นหรอกหรือ”
สุยซินปล่อยมือ ไม่ยกมิติขึ้นอีกต่อไป และเข้าไปในมิตินั้นพลางเอ่ยว่า “เช่นนั้นข้าขอตามพวกเจ้าไปยังมิติต้นกำเนิดช้า ๆ ด้วย”
นางนั่งอยู่บนหินยักษ์ก้อนหนึ่ง ไขว่ห้างสลัดรองเท้าทิ้งไปอีกด้าน เท้าวาววับน้อย ๆ กระดิกไปมา
จากนั้นนางก็ใช้มือถูนิ้วเท้า เสร็จแล้วยังยกมือขึ้นดม
สิ่งมีชีวิตทั้งหมดตาค้าง คิดไม่ถึงเลยว่าเด็กสาวงามงดบริสุทธิ์เช่นนี้จะไม่รักษาภาพพจน์ถึงปานนี้!
“นี่ เหตุใดพวกเจ้าต้องทำหน้าเช่นนั้น พวกเจ้าไม่แคะเท้ากันหรือไร แคะเท้าสบายมากรู้หรือไม่!”
สุยซินกล่าว ใช้มือถูนิ้วเท้าอีกครั้ง หน้าตาเคลิบเคลิ้ม
พวกเขาแคะเท้าหรือไม่?
สิ่งมีชีวิตเหล่านั้นถามตนเองในใจ พวกเขาเคยแคะเท้าจริง ๆ และสบายมากจริง ๆ ทว่านั่นเป็นเรื่องเมื่อนานมาแล้ว นับแต่พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นก็ไม่เคยแคะเท้าอีก
ทว่าต่อให้พวกเขาเคยแคะเท้าในอดีตก็ไม่เคยแคะต่อหน้าธารกำนัล โดยเฉพาะสิ่งมีชีวิตสตรีเพศในหมู่พวกเขายิ่งไม่เคยแคะเท้าต่อหน้าสาธารณชน การกระทำเช่นนั้นสร้างความอับอายให้พวกเขา ดูไม่งาม
“อับอาย? ดูไม่งาม?”
นางส่ายหน้า “พวกเจ้านี่นะ ฝึกฝนมานมนาน เหตุใดถึงยังไม่หลุดพ้นออกจากคำนิยามผู้อื่น เหตุใดถึงใช้โซ่ตรวนล่ามตนเองในใจ”
เริ่มแรกสิ่งมีชีวิตทั้งหลายตะลึงที่สุยซินรับรู้ความในใจพวกเขา ต่อมาสะท้านกับวาจาที่สุยซินกล่าว
จริงสิ แข็งแกร่งระดับพวกเขา อยู่ในขอบเขตมิติทั้งหมด นับเป็นขอบเขตสูงส่งอย่างยิ่งยวด พวกเขาทึกทักเอาว่าตนเองกระโดดออกจากกรอบแล้ว แท้จริงหาใช่เช่นนั้นไม่
นับแต่พวกเขารู้สึกว่าที่สุยซินแคะเท้าดูไม่งาม เสียภาพพจน์ ก็พอพิสูจน์ให้เห็นแล้ว
พวกเขาไม่เคยกระโดดออกจากกรอบจริง ๆ ยังใช้ชีวิตอยู่ในคำนิยามผู้อื่น
“สิ่งใดหรือคือทำตามอำเภอใจจริง ๆ พวกเจ้าไม่เข้าใจสักนิด…”
สุยซินโบกมือ สตรีโฉมสะคราญนางหนึ่งพลันลอยไปหาสุยซินอย่างคุมตัวเองไม่อยู่
นางเอื้อมมือเรียวขาวผ่องออกไปเชิดคางหญิงงาม ประกบริมฝีปากบนเรือนปากสีแดงสดของสตรีโฉมสะคราญ
สตรีโฉมสะคราญพลันหน้าแดง ก่อนจะแดงก่ำทั้งตัว ใช่ว่านางไม่เคยถูกจูบ ไม่ใช่เด็กสาวไร้ประสบการณ์ ตรงกันข้าม นางมีประสบการณ์ล้นหลาม และมีบุรุษมาไม่น้อย
ทว่าถูกสตรีจุมพิตเช่นนี้นับเป็นครั้งแรก ก่อนนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน!
ทุกคนล้วนตะลึง รู้สึกขึ้นมาทันทีว่าสุยซินไม่ปกติ มีรสนิยมประหลาด ไม่ชื่นชอบชายชาตรี หากแต่ต้องใจนารี
แน่นอนว่ามีสิ่งมีชีวิตจำนวนหนึ่งที่พบเห็นเรื่องประหลาดมามากจนไม่แปลกใจ ใต้หล้านี้กว้างใหญ่ มีคนทุกประเภท สตรีบางคนเป็นเช่นนี้จริง ไม่ชื่นชอบชายชาตรี หากแต่ต้องใจนารี
กระนั้นพวกเขายังรู้สึกพิลึก มองว่าเรื่องเช่นนี้ไม่ปกติ
“โซ่ตรวนได้พันธนาการอย่างแน่นหนาในใจพวกเจ้า พวกเจ้าไม่อาจสลัดหลุดออกมา…”
สุยซินส่ายหน้า “เช่นนี้ไม่ว่าพวกเจ้าบำเพ็ญถึงขอบเขตใดล้วนยังเป็นดังเดิม ในจิตใต้สำนึก พวกเจ้าถูกโซ่ล่ามไว้แน่นหนา”
ทุกคนเปลี่ยนสีหน้า แม้ไม่อยากยอมรับก็ต้องยอมรับ ที่สุยซินกล่าวมาไม่ผิด พวกเขาถูกโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นสัมผัสไม่ได้ล่ามความคิดความอ่าน ค่านิยมส่งผลกระทบต่อพวกเขาอย่างลึกซึ้ง
ในหมู่พวกเขามีผู้ที่ไม่ต้องการไหลตามกระแส ทลายกรอบเกณฑ์อยู่บ้าง กระนั้นพวกเขาก็รู้ดีในใจ พวกเขาก็ยังไม่อาจทลายโซ่ตรวน ไม่อาจทำตามอำเภอใจอย่างแท้จริง การไม่ไหลตามกระแส ทลายกรอบเกณฑ์ที่ว่าแฝงไว้ด้วยความต้องการเป็นปฏิปักษ์กับจารีต หาใช่การทำตามอำเภอใจอย่างแท้จริง
ทว่าสุยซินไม่ใช่
พวกเขารับรู้ได้อย่างลึกซึ้งว่าสุยซินนั้นทำตามที่ใจต้องการจริง ๆ อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ถูกโซ่ตรวนและค่านิยมอันใดกระทบ
เรื่องนี้เป็นผลให้พวกเขาอึ้งงันเหลือคณา สุยซินทำได้อย่างไร
“ข้าหรือ ก็ไม่มิอันใดพิเศษ เพียงแต่เป็นเช่นนี้ตั้งแต่เด็ก อยากทำอะไรก็ทำ ไม่เคยมีผู้ใดสั่งสอนข้าว่าสิ่งนี้ทำไม่ได้ สิ่งนั้นทำไม่ได้ ทำเช่นนั้นไม่งาม”
สุยซินเอ่ยยิ้ม ๆ
นางต้องใจนารีหรือ เปล่าเลย ไม่ใช่ว่านางต้องใจนารี นางเพียงแต่เห็นว่าสตรีผู้นั้นโฉมสะคราญ อยากจูบก็จูบเท่านั้น
ส่วนมาตรฐานและคำนิยามความงามนั้นนางกำหนดเอง ไม่ได้รับอิทธิพลจากมาตรฐานและค่านิยมอื่น นางเพียงเห็นว่าหญิงงามน่ามอง ใช่ว่าตรงกับมาตรฐานและค่านิยมชนกลุ่มใหญ่ หมายความว่านางเองก็ไหลตามกระแส ยังถูกโซ่ตรวนล่ามไว้
ความจริงนั้นตรงกันข้าม หากความคิดความอ่านถูกจำกัด หลังประกาศความเสรีของตนแล้วจะไม่ทำเช่นนั้น แต่ต้องตามหาความงามที่ไม่ตรงกับค่านิยมชนกลุ่มใหญ่เพื่อพิสูจน์ตนเอง
เช่นนั้นคงไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิตที่จงใจเป็นปฏิปักษ์กับจารีต
นางไม่เหมือนกัน ทำตามอำเภอใจที่แท้จริง รู้สึกว่างามก็คืองาม ไม่งามก็คือไม่งาม ทุกอย่างล้วนเป็นไปตามที่ใจนางต้องการ
ส่วนมาตรฐานความงามของนาง นางมีมุมมองของตน
มุมมองนี้ไม่ได้รับอิทธิพลจากผู้ใดทั้งสิ้น
เป็นดังที่นางว่า นางมีอิสระมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยถูกสั่งสอนชี้แนะ ส่วนงามหรือไม่งามนั้นค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจของนาง ไม่เหมือนสิ่งมีชีวิตอื่น ถูกชี้แนะมาแต่เด็กว่าสิ่งนี้คืองาม สิ่งนั้นคือไม่งาม
เช่นเดียวกัน โลกทัศน์ต่อเรื่องอื่นก็เป็นดังนี้ ล้วนค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจเขา ไม่ได้รับอิทธิพลใด ๆ
ต่อมาหลังโลกทัศน์ต่าง ๆ ในใจนางก่อรูปก่อร่าง นางถึงได้สัมผัสกับโลกทัศน์และค่านิยมชนกลุ่มใหญ่
หลังสิ่งมีชีวิตทั้งหลายได้ยินที่สุยซินกล่าวก็เริ่มเข้าใจ มิน่าสุยซินถึงทำตามที่ใจต้องการได้อย่างแท้จริง สุยซินไม่เคยสัมผัสกับโลกทัศน์และค่านิยมของชนกลุ่มใหญ่ตั้งแต่เด็ก
เรื่องนี้พวกเขาไม่อาจนำไปเทียบได้
ในกาลเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา พวกเขาได้สัมผัสโลกทัศน์และค่านิยมมาคณานับ แม้พยายามกระโดดออกจากกรอบ ทว่าไฉนเลยจะมิใช่การกระโดดเข้าโซ่ตรวนเส้นใหม่เล่า
หากตั้งใจทลายโซ่ตรวนทั้งหมดจริง ๆ หลุดพ้นออกมาอย่างสิ้นเชิงช่างยากเข็ญยิ่งนัก
นอกจากนี้ เรื่องนี้กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของพวกเขาออกมารุนแรง ใคร่รู้ว่าสุยซินมีภูมิหลังอย่างไร ถึงตัดขาดจากโลกภายนอกตั้งแต่เด็ก ไม่ต้องรับการสั่งสอนชี้แนะค่านิยมอันใด ปล่อยให้โลกทัศน์ของตนค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่างเอง
ต้องรู้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ใดมีสิ่งแวดล้อมเช่นนี้กัน แทบไม่มีเลย!
ถึงอย่างไรสิ่งมีชีวิตที่มีความคิดเช่นนี้ สร้างสิ่งแวดล้อมแบบนี้ให้สุยซินตั้งแต่เด็กย่อมหลุดพ้นจากโซ่ตรวนต่าง ๆ แล้วอย่างไม่ต้องสงสัย หาไม่แล้วคงไม่มีทางอบรมสุยซินเช่นนี้
และสิ่งมีชีวิตเช่นนี้ ย่อมน่าประหวั่นพรั่นพรึงอย่างไม่ต้องสงสัย!
“ข้ามีภูมิหลังอย่างไรหรือ พวกเจ้าอยากรู้เรื่องนี้มากรึ” สุยซินถามด้วยรอยยิ้ม
“ใช่!”
“พวกเราอยากรู้มาก!”
สิ่งมีชีวิตทั้งหมดพากันตอบ อยากรู้ปูมหลังสุยซิน
ที่จริงพวกเขาเองก็พอเดากันไว้ในใจแล้ว
พวกเขารู้สึกว่าสุยซินอาจเป็นผู้ที่วิหารโบราณลึกลับตั้งใจฟูมฟักเป็นพิเศษ วิหารโบราณลึกลับเป็นผู้สร้างสิ่งแวดล้อมเช่นนี้ให้สุยซิน เพราะนอกจากวิหารโบราณลึกลับ พวกเขาคิดไม่ตกจริง ๆ ว่าที่ใดยังมีตัวตนน่าครั่นคร้ามเพียงนี้อีก
“พวกเจ้าอยากรู้หรือ แต่ข้าไม่อยากบอก”
สุยซินเอ่ยยิ้ม ๆ ไม่มีเหตุผลพิเศษ เพียงไม่อยากบอกเท่านั้น เห็นท่าทางใคร่รู้ของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายแล้วก็นึกสนุก จึงไม่อยากบอกออกไป
ทุกคนหมดคำบรรยาย หากไม่ใช่คำนึงว่าพวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้สุยซิน คงได้เข้าไปสั่งสอนอีกฝ่ายนานแล้ว พวกเขารับรู้ได้ถึงความนึกสนุกของนาง แค่เพียงอยากเล่นสนุกเท่านั้น
ทว่าเพียงไม่นานพวกเขาก็ได้สติ หยุดยั้งความคิดทั้งหมด
สุยซินน่าสยดสยองเกินไป รับรู้ได้ถึงความคิดความอ่านในใจพวกเขา พวกเขาคิดจะสั่งสอนสุยซินให้หนักเท่ากับรนหาที่ตายโดยแท้
“ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ชอบทำร้ายผู้อื่นพร่ำเพรื่อ และไม่ชอบท่าทางหวาดกลัวของผู้อื่นด้วย”
สุยซินแย้มยิ้มบาง สดใสอ่อนเยาว์ประดุจเด็กสาว สิ่งมีชีวิตทั้งหลายได้เห็นรอยยิ้มเช่นนี้ของสุยซินแล้วอดว้าวุ่นใจอีกครั้งไม่ได้ สุยซินอายุเท่าใดกัน
แม้พวกเขาจะรู้สึกว่าความคิดนี้น่าขัน กระนั้นก็ยังอดคิดไม่ได้ สุยซินน่าพรั่นพรึงปานนั้น ย่อมไม่ใช่เด็กสาวอย่างที่ภายนอกดูเหมือน ทว่ายามสุยซินคลี่ยิ้มไม่ได้ต่างจากเด็กสาวสักนิด!
“ฮิ ๆ เรื่องนี้ข้าบอกพวกเจ้าได้ ข้านั้นอายุไม่มาก เพิ่งยี่สิบปีเท่านั้น” สุยซินกล่าว
“อะไรนะ!”
“เรื่องนั้น…เป็นไปได้อย่างไร?!”
สิ่งมีชีวิตทั้งหลายร้องเสียงหลง หน้าตาไม่อยากเชื่อ ดวงตาเบิกกว้าง
ยี่สิบปี? ยกมิติพวกเขาขึ้นแล้ววิ่งพุ่งหลาว?
พวกเขาอยากบอกสุยซินเหลือเกินว่า เจ้าช่วยฟังวาจาตนเองก่อนได้หรือไม่!
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติขั้นเจ็ดสิบสามยังยกมิตินี้ไม่ขึ้น สุยซินฝึกฝนมายี่สิบปีก็ทำได้แล้วหรือ
เรื่องนั้นเป็นไปได้อย่างไร! ตีพวกเขาให้ตายก็ไม่เชื่อ!
เวลายี่สิบปี พวกเขาหายใจเฮือกเดียว กะพริบตาครั้งเดียวก็ผ่านพ้นไปแล้ว เวลาแสนสั้นเช่นนี้ สุยซินไฉนเลยจะบำเพ็ญจนถึงขั้นนี้ได้!
“เหตุใดข้าต้องหลอกพวกเจ้าด้วย ข้าเพิ่งอายุยี่สิบปีจริง ๆ”
นางไม่ได้โกหก อายุเพียงยี่สิบปีจริง ๆ ส่วนยี่สิบปีจะแข็งแกร่งได้เช่นนี้หรือไม่นั้น สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ยังรู้น้อยไป
“ยี่สิบปีจริงหรือ!”
สิ่งมีชีวิตทั้งหลายมีสีหน้าแปลกไปถึงขีดสุด สุยซินไม่มีความจำเป็นต้องหลอกพวกเขาจริง ๆ
ทว่าแม้จะเป็นเช่นนั้น พวกเขาก็เชื่อไม่ลง ยี่สิบปีก็มีพลังกล้าแกร่งน่าสะพรึงปานนี้ เสมือนเรื่องเล่าเพ้อพก ไม่ได้ตั้งอยู่บนความเป็นจริง!
“ข้าแข็งแกร่งตั้งแต่เกิด ต่างจากสิ่งที่พวกเจ้าเข้าใจ” สุยซินกะพริบตากลมโต สะบัดเท้าน้อย ๆ พลางกล่าวออกมา
แข็งแกร่งตั้งแต่เกิด!
สิ่งมีชีวิตทั้งหลายนึกถึงบิดามารดาของสุยซินขึ้นมาทันที!
หากสิ่งที่สุยซินเอ่ยมาเป็นความจริง เช่นนั้น บิดามารดาของสุยซินย่อมเกินจินตนาการ อยู่ในขอบเขตสูงส่ง หาไม่แล้วนางไม่มีทางแข็งแกร่งตั้งแต่เกิด
บิดามารดาของสุยซินคือระดับสูงในวิหารโบราณลึกลับหรือ คือผู้ปกครองหรือ
หัวใจพวกเขาเต้นรัวเร็ว อดคิดเช่นนี้ไม่ได้ บิดามารดาน่าประหวั่นพรั่นพรึงเช่นนี้ พวกเขาพลันรู้สึกว่าบิดามารดาของสุยซินอาจเป็นระดับสูงหรือผู้ปกครองในวิหารโบราณลึกลับ!
“อ้อ พวกเจ้าไม่ต้องคิดไปไกล บิดามารดาข้าไม่ใช่เจ้าวิหาร”
สุยซินกล่าว “แต่ข้าไปเล่นสนุกกับเจ้าวิหารทั้งหลายอยู่บ่อย ๆ โดยเฉพาะเจ้าวิหารใหญ่สนิทกับข้าเป็นที่สุด เป็นสหายที่เล่นด้วยสนุกที่สุดคนหนึ่งของข้า”
“อะไรนะ!”
“ไม่ใช่กระมัง!”
สิ่งมีชีวิตทั้งหลายได้ยินคำกล่าวสุยซินต่างรู้สึกวิงเวียน ไปเที่ยวเล่นกับเจ้าวิหารบ่อย ๆ ซ้ำเจ้าวิหารใหญ่ยังเป็นสหายที่เล่นด้วยสนุกที่สุด?!
สวรรค์ สุยซินมีภูมิหลังเช่นไรกันแน่?!
พวกเขาตกใจจนจะตายแล้วจริง ๆ!
สุยซินเป็นธิดาของเจ้าวิหารหลักหรือ
พวกเขานึกคิดในใจต่ออย่างอดมิได้
“พวกเจ้าคิดอะไรอยู่ ข้าบอกแล้วว่าไม่ต้องเพ้อเจ้อ ข้าไฉนเลยจะเป็นธิดาของเจ้าวิหารหลัก ข้าเกลียดเขาถึงเพียงนั้น” สุยซินพูดด้วยท่าทางขุ่นเคือง
สิ่งมีชีวิตทั้งหลายรู้สึกได้ว่าสุยซินเริ่มโกรธ จึงพากันหยุดความฟุ้งซ่านในใจ และไม่กล้าคิดมากอีก
อย่าล้อเล่นหน่อยเลย ต่อให้สุยซินไม่ใช่ธิดาเจ้าวิหารหลัก ฐานะของนางก็คงไม่ได้ด้อยกว่านั้นนัก หากทำให้สุยซินพิโรธจริง ๆ พวกเขาอยากตายดียังยาก!
“ท่านโปรดอย่าโมโห!”
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติขั้นเจ็ดสิบสามผู้นั้นเอ่ยด้วยท่าทางพะเน้าพะนอ “นายหญิงสุยซินที่เคารพ วันหน้าท่านมีรับสั่งอันใดโปรดสั่งมาได้เลย หวังว่าท่านจะให้โอกาสข้าสักครา ให้ข้าเป็นข้ารับใช้ผู้แก่เฒ่าข้างกายท่าน”
ฐานะสุยซินพิเศษเพียงนั้น หากได้รับความเมตตา ยังต้องคิดแย่งความลับใหญ่หลวงในมิติต้นกำเนิดอีกหรือ
แย่งอะไรอีก ไม่จำเป็นสักนิด!
ได้ติดตามอยู่ข้างกายสุยซินยอดเยี่ยมกว่าได้รับความลับใหญ่หลวงในขอบเขตมิติมาก ถึงครานั้นย่อมพุ่งทะยานรวดเดียวได้แน่!
“ข้ารับใช้ผู้แก่เฒ่าหรือ ได้”
สุยซินพยักหน้า “ข้าออกมาเที่ยวคราวนี้ไม่มีผู้ใดรับใช้ข้างกาย ไม่สะดวกจริง ๆ”
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติขั้นเจ็ดสิบสามผู้นี้คิดไม่ถึงว่าจะถูกสุยซินรับไว้จริง ๆ!
“นายหญิง ท่านมองข้าที ข้าเหมาะเจาะจะรับใช้อยู่ข้างกายนายหญิงที่สุด!”
สตรีโฉมสะคราญผู้ถูกจุมพิตเมื่อครู่รีบบอก
“ให้เป็นหน้าที่ข้าเถิด!”
“นายหญิง ให้เป็นหน้าที่ข้าเถิด! อาจารย์ข้าเอ่ยกับข้าตั้งแต่เด็กว่าข้าเหมาะกับการรับใช้ผู้อื่น เกิดมาเพื่อเป็นบริวาร ก่อนนี้ข้าไม่เชื่อ บัดนี้ข้าเพียงอยากบอกอาจารย์ข้าสักประโยค อาจารย์มองคนได้แม่นยำยิ่งนัก!”
สิ่งมีชีวิตทั้งหลายต่างบ้าคลั่งเหลือล้น แย่งกันเป็นข้ารับใช้ของสุยซิน
ไม่ให้พวกเขาแย่งกันอย่างบ้าคลั่งได้อย่างไร หากได้เป็นข้ารับใช้ของสุยซินจริง วันหน้าพวกเขาต้องได้รับประโยชน์มหาศาลแน่ ไม่ต้องวิตกว่าอาจไม่ผ่านบททดสอบจากวิหารโบราณลึกลับ หรือถูกวิหารโบราณลึกลับฆ่าแล้ว
“ไม่ต้องแย่งกัน วันนี้ข้าอารมณ์ดีใช้ได้ พวกเจ้าถูกรับไว้ทั้งหมด”
สุยซินเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“จริงหรือ”
“ประเสริฐ!”
อย่าให้เอ่ยเลยว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายดีใจเพียงใด จากนั้นพวกเขาก็เข้าสู่บทบาททันที รีบปรนนิบัติสุยซิน บ้างนวดไหล่ บ้างนวดขา แต่ละคนล้วนกระตือรือร้น
“ข้างนอกนี่สนุกมากจริง ๆ…”
สุยซินดื่มด่ำอย่างสบายอุรา เอ่ยออกมาจากใจจริง
………………..