รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1299 ไม้อ่อนไม่ได้ผลก็ใช้ไม้แข็ง
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1299 ไม้อ่อนไม่ได้ผลก็ใช้ไม้แข็ง
บทที่ 1299 ไม้อ่อนไม่ได้ผลก็ใช้ไม้แข็ง
………………..
บทที่ 1299 ไม้อ่อนไม่ได้ผลก็ใช้ไม้แข็ง
เดิมแค่อยากเข้าร่วมงานเลี้ยงอย่างสงบผ่อนคลาย หารู้ไม่พวกเหมยเทียนกลับพล่ามไม่หยุด หลี่จิ่วเต้าพลันเสียอภิรมย์ เตรียมตัวกลับ
“คุณชาย!”
เห็นหลี่จิ่วเต้าลุกขึ้น พวกเหมยเทียนก็ลนลานขึ้นมาทันใด
หลี่จิ่วเต้าคือตัวเอกของงานเลี้ยงครั้งนี้ หากเขาไปทุกอย่างย่อมไร้ความหมาย
“พวกเราไม่พูดเรื่องเหล่านี้แล้วดีหรือไม่”
“พวกเราผิดเอง ขอคุณชายโปรดอย่าถือสาหาความ คุณชายอย่ากลับเลยนะ!”
พวกเขารีบร้อนเอ่ยบอก โน้มน้าวให้หลี่จิ่วเต้าอยู่ต่อ
“ก็ได้”
สีหน้าของชายหนุ่มผ่อนคลายลง นั่งลงอีกครั้ง “เลิกพูดเรื่องพวกนั้นได้แล้ว ข้าบอกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการสนทนาเรื่องพวกนั้น”
“ได้!”
“ไม่พูดแล้ว!”
พวกเหมยเทียนพากันรับปาก ขอเพียงหลี่จิ่วเต้าไม่กลับ ทุกอย่างล้วนคุยกันได้
พวกเขายังมีแผนการอื่น ถึงอย่างไรความลับใหญ่หลวงนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ พวกเขาคิดไว้แล้วว่าหลี่จิ่วเต้าไม่ยอมบอกพวกเขาง่าย ๆ จึงมีแผนอื่นเตรียมไว้
จากนั้นก็ไม่มีคนใดในพวกเขาเอ่ยถึงความลับใหญ่หลวงอีก หลี่จิ่วเต้าแสดงท่าทีชัดเจนว่าจะไม่บอกความลับใหญ่หลวงแก่พวกเขา อย่าหวังว่าจะคาดคั้นอันใดออกจากปากหลี่จิ่วเต้า
แน่นอนว่าทุกคนไม่ยอมรามือเพียงเท่านี้
ไม้อ่อนไม่ได้ผลก็ใช้ไม้แข็ง
พวกเขามีอุบายสองอย่าง หนึ่งคือไม้อ่อน อีกหนึ่งคือไม้แข็ง บัดนี้ไม้อ่อนล้มเหลว ควรต้องเริ่มอุบายไม้แข็ง
แน่นอนว่าอุบายไม้แข็งที่ว่าก็หาใช่ต้องบาดหมางกับหลี่จิ่วเต้า เวลานี้พวกเขายังไม่รู้ว่าหลี่จิ่วเต้าแข็งแกร่งเพียงใด จึงมิกล้าบาดหมางด้วย
“ทุกท่าน พวกเราอุตส่าห์รวมตัวด้วยกันได้ จะไม่ลับฝีมือกันและกันอย่างไรไหว การรู้แจ้งยามฝึกฝนจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อประมือกันเท่านั้น!”
สิ่งมีชีวิตตนหนึ่งเอ่ย “พวกเราทั้งหมดล้วนอยู่ในระดับสูง เส้นทางข้างหน้าลำบากเหลือแสน อนาคตไม่แน่ไม่นอน ไม่รู้ว่าพวกเราต้องประสบสิ่งใดบ้าง อาศัยโอกาสนี้ลับคมแลกเปลี่ยนเคล็ดการฝึกฝนนับว่าจำเป็นอย่างยิ่ง”
“จริงด้วย”
สิ่งมีชีวิตอีกตนเอ่ยต่อ “เส้นทางฝึกฝนในช่วงหลัง ข้าต้องคลำทางเองทั้งหมด ก่อนมายังมิตินี้ มิติของพวกเราล้วนเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน ถึงอย่างไรก็มีศึกตัดสินใหญ่รออยู่ ปราศจากโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ฝึกตน”
เขาเอ่ยต่อ “หนนี้ทุกท่านรวมตัวด้วยกัน นับเป็นโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง ทุกคนควรใช้โอกาสนี้ดวลฝีมือเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้!”
สิ่งมีชีวิตไม่น้อยเอ่ยสำทับ เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้
แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้อยากประลองแลกเปลี่ยนความรู้จริง ๆ แม้ว่าการประลองแลกเปลี่ยนความรู้จะช่วยพวกเขาได้ไม่น้อย กระนั้นเป้าหมายของๆพวกเขาหาใช่เรื่องนี้ สิ่งสำคัญคืออยากอาศัยการนี้หยั่งฝีมือหลี่จิ่วเต้า แล้วค่อยวางแผนขั้นต่อไป
“คุณชายเห็นว่าอย่างไร ยินดีเข้าร่วมการประลองหรือไม่”
เหมยเทียนถามหลี่จิ่วเต้า “ความแข็งแกร่งของคุณชาย พวกเราต่างยกย่องนับถือ หากคุณชายไม่เข้าร่วมการประลอง นับเป็นเรื่องน่าเสียดายอย่างยิ่ง พวกเราล้วนหวังให้คุณชายเข้าประลองด้วย”
“ได้ ไม่มีปัญหา”
หลี่จิ่วเต้าตกลงยิ้ม ๆ สำหรับเขานี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ยืดเส้นยืดสายบ้างก็ดีเหมือนกัน ถือเป็นการพักผ่อนหย่อนใจเช่นกัน
“เยี่ยม!”
พวกเหมยเทียนเห็นหลี่จิ่วเต้าตกลง ต่างดีอกดีใจ จากนั้นเหมยเทียนจึงขอประลองกับหลี่จิ่วเต้าคนแรก
“มา”
หลี่จิ่วเต้าลุกขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม รีดเร้นพลังจากของวิเศษทั้งปวง ย่างเท้าครั้งเดียวมาอยู่นอกอาณาจักร
เหมยเทียนตามมาติด ๆ
สิ่งมีชีวิตมิติอื่นล้วนเพ่งสายตาไปยังนอกอาณาจักร
“คุณชาย ล่วงเกินแล้ว!”
เหมยเทียนเรียกดาบยาวเล่มหนึ่งออกมา กวัดแกว่งบุกไปหาหลี่จิ่วเต้า
ขอบเขตของเขาไม่ถือว่าต่ำ อยู่ในขอบเขตมิติขั้นหกสิบแปด แต่เขารู้ดีว่าหลี่จิ่วเต้าไม่ธรรมดา ทันทีที่ลงมือก็เค้นกำลังทั้งหมด ฟาดฟันดาบยาว ประกายเจิดจ้าไร้ใดเปรียบพวยพุ่ง ตัดสะบั้นทุกอย่างข้างทาง ส่งเสียงดังกัมปนาทอยู่นอกอาณาจักร
หลี่จิ่วเต้าขยับแขนขาด้วยสีหน้าราบเรียบ สำแดงมวยไทเก๊ก เข้าห้ำหั่นกับเหมยเทียน
เขาเน้นผ่อนคลายเป็นหลัก หาใช่เพื่อแพ้ชนะ จึงไม่เคยสำแดงพลังทั้งหมด สู้กับเหมยเทียนได้สูสี และไม่ได้กำราบทันทีที่ลงมือ
เริ่มแรก เหมยเทียนยังรู้สึกมีโอกาสชนะ เพราะเขาไม่รู้สึกถึงพลังที่โถมทับกดดันลงมา
ทว่าต่อมา เขาก็เริ่มชาวาบ มีโอกาสชนะเป็นเพียงความเพ้อเจ้อ แม้หลี่จิ่วเต้าจะไม่ได้มีพลังขนาดข่มเขาราบคาบ กระนั้นก็ไม่ใช่ผู้ที่เขาจะชนะได้ สุดท้ายเขายอมแพ้ จบการประลอง
“เท่านี้เองหรือ”
สิ่งมีชีวิตจากมิติอื่นแววตาวาวโรจน์
หลี่จิ่วเต้ามีพลังเท่านี้เองหรือ
หากมีพลังเท่านี้ เช่นนั้นพวกเขาก็ไม่มีสิ่งใดให้ต้องกลัว ถ้าพวกเขาบุกเข้าไปพร้อมเพรียง ย่อมกำราบหลี่จิ่วเต้าได้แน่นอน
ทว่าพวกเขาไม่ได้ลงมือ ด้วยกลัวหลี่จิ่วเต้าจะซุกซ่อนพลัง อำพรางความสามารถที่แท้จริง
เพื่อความปลอดภัย เหลิ่งเม่ยจึงก้าวออกมาสู้กับหลี่จิ่วเต้า
นางเก่งกาจว่าเหมยเทียนนิดหน่อย แม้จะอยู่ในขอบเขตมิติขั้นหกสิบแปดเหมือนกัน ทว่านางอยู่ในขอบเขตมิติขั้นหกสิบแปดตอนปลาย ห่างจากการบรรลุขั้นหกสิบเก้าไม่ไกลแล้ว
นางที่เป็นเช่นนี้ แม้มิอาจเอาชนะเหมยเทียนง่าย ๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องลำบาก
พลังที่หลี่จิ่วเต้าแสดงออกมาเก่งกาจกว่าเหมยเทียนนิดหน่อยเท่านั้น นางสู้กับหลี่จิ่วเต้าได้แน่ และมีโอกาสชนะอีกด้วย
ทุกอย่างไม่ต่างจากที่นางคิดเท่าใด หลี่จิ่วเต้าไม่ได้ทรงพลังอย่างที่คิด เมื่อนางเปิดฉากต่อสู้กับหลี่จิ่วเต้า ก็ไม่ได้รู้สึกกดดัน และสู้กับอีกฝ่ายได้อย่างสูสี
ทว่าภาพเดียวกันเกิดขึ้นกับนาง คล้อยตามการต่อสู้ที่ดำเนินต่อไป นางเริ่มรู้สึกถึงความกดดัน สุดท้ายมองไม่เห็นความหวังที่จะชนะสักนิด
นางเป็นฝ่ายยอมแพ้และถอยกลับมา
“ข้าเอง”
งูเถิงเสอก้าวออกมา แข็งแกร่งกว่าทั้งเหลิ่งเม่ยและเหมยเทียน มันอยู่ในขอบเขตมิติขั้นหกสิบเก้า ร่างงูอัดแน่นไปทั่วเอกภพนอกอวกาศ ดุดันสะท้านฟ้า
มันบุกไปข้างหน้า มองว่าหนนี้มันคงกำราบหลี่จิ่วเต้าได้แน่
ถึงอย่างไร เมื่อวิเคราะห์จากการต่อสู้ระหว่างหลี่จิ่วเต้ากับเหลิ่งเม่ย หลี่จิ่วเต้าคงยังไม่ได้ก้าวสู่ขอบเขตมิติขั้นหกสิบเก้า อีกฝ่ายน่าจะไม่ใช่คู่มือของมัน
ทว่ามันกลับประสบเหมือนกับเหลิ่งเม่ยและเหมยเทียน
ทั้งที่หลี่จิ่วเต้ามิได้กล้าแกร่งเท่าใด แต่มันกลับไม่อาจเอาชนะหลี่จิ่วเต้าเสียที สุดท้ายมันจำต้องยอมแพ้ ถอยกลับมาเสียเอง
“เกิดอะไรขึ้น!”
“เหตุใดทุกครั้งที่ต่อสู้ หลี่จิ่วเต้ามักดูเก่งกาจกว่าฝ่ายตรงข้ามเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติทั้งหลายมีสีหน้าอึมครึม ต่างตระหนักได้ว่าหลี่จิ่วเต้าซุกซ่อนพลัง หาไม่แล้วไม่มีทางเป็นเช่นนี้
ดูแล้วเหมือนหลี่จิ่วเต้าไม่ได้แข็งแกร่งกว่ามาก และเก่งกาจกว่าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทว่าเล็กน้อยที่ว่านั่นกลับทำอย่างไรก็ก้าวข้ามไม่ได้ ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตตนใดเข้าสู้ล้วนต่างกันเพียงเล็กน้อย!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า หลี่จิ่วเต้าต้องอำพรางความสามารถที่แท้จริงไว้แน่!
………………..