รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1294 วาจาเดิม ๆ ขออาศัยหลี่จิ่วเต้า
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1294 วาจาเดิม ๆ ขออาศัยหลี่จิ่วเต้า
บทที่ 1294 วาจาเดิม ๆ ขออาศัยหลี่จิ่วเต้า
………………..
บทที่ 1294 วาจาเดิม ๆ ขออาศัยหลี่จิ่วเต้า
สิ่งมีชีวิตที่เข้ามายังมิติต้นกำเนิดต่างรู้ว่าในมิติต้นกำเนิดมีความลับใหญ่หลวงซ่อนอยู่ มิฉะนั้นวิหารโบราณลึกลับไม่มีทางลงทุนลงแรงถึงเพียงนี้
ก่อนพวกเขาเข้ามาได้เตรียมพร้อมสำหรับความยากเย็นในการตามหาความลับใหญ่หลวงแล้ว ทว่า หลังพวกเขาเข้ามาก็พลันเข้าใจทันทีว่าประเมินความลำบากในการค้นหาความลับใหญ่หลวงนี้ต่ำเกินไป
ปราศจากเบาะแส ไม่มีจุดให้ลงมือ ต้องพลิกแผ่นดินมิติต้นกำเนิดขึ้นเลยหรืออย่างไร
อย่าล้อเล่นหน่อยเลย ทำเช่นนั้นไม่มีทางมีประโยชน์
ระดับอย่างพวกเขา ตั้งจิตคราเดียวก็คลี่แผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งมิติ ได้ผลดีกว่าพลิกแผ่นดินมิติต้นกำเนิดเป็นไหน ๆ
พวกเขาไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด มิติต้นกำเนิดแสนสามัญ เทียบไม่ได้กับมิติที่พวกเขาอยู่ด้วยซ้ำ สสารฝึกฝนในมิตินี้ก็หาได้ทรงพลัง
พวกเขาเริ่มท้อแท้ ดูท่าพวกเขาเข้ามาถึงมิติต้นกำเนิดแล้วก็เปล่าประโยชน์ ไม่อาจขุดคุ้ยความลับใหญ่หลวง
“ควรไปขอคำชี้แนะจากหลี่จิ่วเต้าหรือไม่”
พวกเขานึกอยากไปหาหลี่จิ่วเต้า
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า หลี่จิ่วเต้ารู้แน่ว่าความลับใหญ่หลวงในมิติต้นกำเนิดคือสิ่งใด แต่พวกเขารู้ดีว่าคิดจะให้อีกฝ่ายยอมบอกเรื่องความลับใหญ่หลวงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
“อย่าเพิ่งดีกว่า”
พวกเขาพากันส่ายหัว ต่างฝ่ายต่างสลัดความคิดนี้ทิ้ง
หากไปหาหลี่จิ่วเต้า เขาต้องมีข้อเรียกร้องแน่ พวกเขารู้สึกว่ายามนี้ยังไม่ถึงขั้นที่จำเป็นต้องไปหาอีกฝ่าย
“บางทีความลับใหญ่หลวงอาจยังไม่ปะทุเต็มที่ วิหารโบราณลึกลับเพียงแค่ส่งเรามาล่วงหน้า ให้เรารอการปะทุของควาลับใหญ่หลวงก็เป็นได้”
นอกจากนี้ ภายหน้าย่อมต้องมีสิ่งมีชีวิตจากมิติอื่น ๆ มายังมิติต้นกำเนิดมากกว่านี้ ถึงครานั้นหลี่จิ่วเต้าจะยังรักษาความลับใหญ่หลวงได้อยู่อีกหรือ พวกเขารอไปก่อนก็ได้
แม้ว่าเช่นนี้จะทำให้พวกเขาเป็นฝ่ายตั้งรับ เสียเปรียบเชิงกลยุทธ์ กระนั้นยังดีกว่าไปหาหลี่จิ่วเต้า ผู้ใดจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะเรียกร้องสิ่งใดจากพวกเขา อย่างไรก็คงมิใช่เรื่องดี
หลังคิดตกแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้ร้อนใจอีก เพราะร้อนใจไปก็เปล่าประโยชน์ พวกเขาอยู่ตามที่ต่าง ๆ อย่างสบายใจ คอยดูทิศทางที่เหตุการณ์ดำเนินไปเงียบ ๆ
ระหว่างนั้น ก้อนอิฐและเยว่อู๋หมิงหวาดกลัวเหลือแสน
แม้ว่าก้อนอิฐจะพยายามซ่อนตัวสุดฤทธิ์แล้วแต่ยังไม่ไหว ไร้ประโยชน์ สิ่งมีชีวิตมากมายจับสัมผัสพวกเขาได้อย่างง่ายดาย
พวกเขาไม่ต่างจากเปิดเผยตัวตน
ยังดีที่สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ไม่ได้ทำอะไรพวกเขา หลังใช้ญาณสัมผัสตรวจสอบเสร็จก็ไป
“บ้าเอ๊ย น่ากลัวเกินไปแล้ว!”
เยว่อู๋หมิงกลัวจนตัวสั่นระริก วิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง
เมื่อมีก้อนอิฐคอยช่วย บัดนี้เขาก้าวสู่ขอบเขตมิติแล้ว
หากเป็นในอดีต เขาคงตื่นเต้นดีใจมาก ขอบเขตมิติเชียวนะ เมื่อก่อนเขาไม่กล้าแม้แต่จะคิด ทั้งมิติต้นกำเนิดมีระดับมิติอยู่เพียงไม่กี่ตน
ทว่าตอนนี้ ระดับมิติหาได้ยิ่งใหญ่ไม่ เพราะมีอยู่ถมเถไป ผู้ที่เพิ่งบรรลุขอบเขตมิติอย่างเขายากจะรับประกันชีวิตตนเองด้วยซ้ำ สิ่งมีชีวิตที่สามารถบดขยี้เขาให้ตายง่ายดายมีอยู่ทั่วไป
ก้อนอิฐไม่ได้เอื้อนเอ่ยอันใด มันหมดอาลัยตายอยากเป็นที่สุด ไม่เหลือความมาดมั่นองอาจอย่างก่อนหน้า
ไฉนเลยจะยังมีความมั่นใจอีก มิติที่โผล่มาตอนหลังทรงอำนาจน่าครั่นคร้ามกว่ามิติที่ชิงหวั่น เจ้านายของมันอยู่มากโข ทำให้มันสูญเสียความมั่นใจจริง ๆ ไม่ว่าจะช่วยเยว่อู๋หมิงบรรลุอย่างไร ก็คงไร้ประโยชน์
สิ่งมีชีวิตจากมิติต่าง ๆ มารวมตัวในมิตินี้ สุดท้ายต้องได้รับการยอมรับจากวิหารโบราณลึกลับ นี่ต้องเป็นเรื่องลำบากปานใดกัน
น่ากลัวว่าเยว่อู๋หมิงอยู่ในระดับเดียวกับชิงหวั่นเจ้านายของมันแล้วก็ยังไม่ได้รับการยอมรับจากวิหารโบราณลึกลับ
สถานการณ์ซับซ้อนเพียงนี้ มีแต่เรื่องไม่แน่นอน ไม่อาจเทียบกับอดีตอีกแล้ว
“พี่อิฐ พวกเราไปขออาศัยหลี่จิ่วเต้ากันเถิด”
เยว่อู๋หมิงพร่ำวาจาเดิม ๆ “สถานการณ์อย่างตอนนี้ พวกเราไม่ต่างจากเปิดเผยตัวตนให้เห็น กล่าวตามตรง ข้ากลัวจริง ๆ ว่าจู่ ๆ จะถูกสิ่งมีชีวิตมิติอื่นสังหาร”
เวลานี้พวกเขาปราศจากหลักประกันชีวิต ไร้ความสามารถเอาตัวรอด นี่ก็เพราะสิ่งมีชีวิตมิติอื่นไม่ได้ลงมือกับพวกเขา หากสิ่งมีชีวิตมิติอื่นลงมือกับพวกเขา ต่อให้พวกเขาอยากต่อต้านก็ทำไม่ได้
ในมิติอื่นยังมีตัวตนที่เก่งกว่าก้อนอิฐมากโข
ก้อนอิฐไม่ได้เอ่ยวาจา มันเองก็ลังเล
สถานการณ์คราวนี้พิเศษเกินไป เป็นไปได้ว่าไม่ว่ามันทำอย่างไรก็ยากจะส่งเยว่อู๋หมิงเข้าไปในวิหารโบราณลึกลับ มันจำต้องเปลี่ยนแผนจึงจะเป็นการดี
“ข้าว่าหลี่จิ่วเต้าอยากโค่นวิหารโบราณลึกลับจริง ๆ ไม่ใช่ประกาศบังหน้า เช่นนี้ไม่ตรงกับเจตจำนงของพี่อิฐหรือ”
เยว่อู๋หมิงเอ่ย “พี่อิฐ อย่าลังเลอีกเลย พวกเราไปขออาศัยหลี่จิ่วเต้าเถิด ช้ากว่านี้พวกเราอาจไม่มีโอกาสอีกแล้ว”
ไม่มีโอกาสไม่ได้หมายความว่าหลี่จิ่วเต้าไม่รับพวกเขา หากแต่หมายความว่าพวกเขาอาจถูกสิ่งมีชีวิตมิติอื่นสังหาร ยามนี้สถานการณ์โกลาหล ทุกอย่างล้วนไม่แน่ไม่นอน มีโอกาสเกิดได้ทุกอย่าง
“ก็ได้!”
สุดท้ายก้อนอิฐก็เลิกลังเลและยอมตกลง
เวลานี้เข้าร่วมฝ่ายเดียวกับหลี่จิ่วเต้าย่อมเป็นการดีกว่าจริง ๆ อย่างน้อยก็มีหลักประกัน ไม่ถูกสิ่งมีชีวิตมิติอื่นเข่นฆ่า
ส่วนเรื่องหลังจากนั้น คอยดูไปทีละก้าวแล้วกัน
จากนั้นพวกเขาก็เคลื่อนไหว มุ่งหน้าไปหาหลี่จิ่วเต้า
หลี่จิ่วเต้านั้นหาตัวยาก พวกเขาไม่รู้ว่าหลี่จิ่วเต้าอยู่ที่ใด ทว่าคนข้างกายหลี่จิ่วเต้าหาไม่ยาก ไม่นานนักพวกเขาก็พบพวกต้นหลิว จึงบอกจุดประสงค์การมาของพวกเขา
“ได้”
พวกต้นหลิวหาได้ปฏิเสธ รับก้อนอิฐและเยว่อู๋หมิงไว้
“ข้าอยากพบคุณชายหลี่” ก้อนอิฐกล่าว
มันอยากคุยกับหลี่จิ่วเต้าและบอกเรื่องของวิหารโบราณลึกลับให้อีกฝ่ายรู้ นี่เพราะมันรู้สึกว่าหลี่จิ่วเต้าตั้งใจโค่นล้มวิหารโบราณลึกลับจริง ๆ จึงอยากช่วยเป็นกำลัง
“อยากพบคุณชาย? เพราะเหตุใด” ต้นหลิวถามหาเหตุผล
ก้อนอิฐรู้ว่าหากมันไม่ยอมชี้แจงคงไม่ได้พบหลี่จิ่วเต้าแน่ จึงยอมบอกสาเหตุ
“เจ้าร่วงออกจากวิหารโบราณลึกลับหรือ” ต้นหลิวอึ้งงันนิดหน่อย ไม่คิดว่าก้อนอิฐจะมีภูมิหลังเช่นนี้
“อืม”
ก้อนอิฐพยักหน้า ไม่ได้ปิดบังเรื่องนี้ มันรู้ดีว่าหากอยากติดตามหลี่จิ่วเต้า ต่อให้แค่ชั่วครั้งชั่วคราวก็ต้องมีความจริงใจ
นอกจากนี้ ตัวตนสูงส่งน่าพรั่นพรึงอย่างหลี่จิ่วเต้า ต่อให้มันอยากปิดบังก็ปิดไม่อยู่ มิสู้ยอมบอกออกไปอย่างผ่าเผย
“ได้ ข้าจะพาเจ้าไปพบคุณชาย”
ต้นหลิวพาก้อนอิฐมายังเมืองชิงซาน ให้ก้อนอิฐรออยู่นอกลานเล็ก ส่วนตัวเองเข้าไปรายงานหลี่จิ่วเต้า
“ก้อนอิฐที่ร่วงจากวิหารโบราณลึกลับหรือ”
หลี่จิ่วเต้านึกสนใจ ให้ต้นหลิวพาก้อนอิฐเข้ามา
โบราณว่าไว้ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ก้อนอิฐที่ร่วงจากวิหารโบราณลึกลับ เขาอาจรู้เรื่องของวิหารโบราณลึกลับมากขึ้นก็ได้
จากนั้นต้นหลิวก็พาก้อนอิฐเข้ามา
หลังได้พบหลี่จิ่วเต้า ก้อนอิฐสะท้อนใจเป็นอย่างมาก มันคิดไม่ถึงจริง ๆ ผู้มาทีหลังซึ่งถูกส่งมาท้ายสุดอย่างหลี่จิ่วเต้าจะมาถึงระดับนี้ได้ เหนือกว่าชิงหวั่นเจ้านายมันมากนัก
มันซึ่งติดตามอยู่ข้างกายชิงหวั่น ตระหนักถึงความสามารถของชิงหวั่นดี มิได้แข็งแกร่งเท่าหลี่จิ่วเต้า ห่างกันไกลมากโข
………………..