รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1295 บูชายัญ
บทที่ 1295 บูชายัญ
………………..
บทที่ 1295 บูชายัญ
ชิงหวั่น เจ้านายของมัน ผู้ที่มันนับถือยกย่องที่สุด ค้นพบทางลัดในขอบเขตมิติ และกวาดล้างทั้งมิติได้ด้วยตัวคนเดียว
ในใจของมัน ไม่มีผู้ใดเทียบได้กับชิงหวั่น ต่อให้เป็นสิ่งมีชีวิตน่าสยดสยองจากมิติแกร่งกล้ากว่านี้มันก็มองว่าเทียบชิงหวั่นไม่ได้ หากให้ชิงหวั่นได้อยู่ในมิติแกร่งกล้าเช่นนั้น มันเชื่อว่าสุดท้ายชิงหวั่นก็ยังกวาดล้างได้ทั้งมิติ
ก่อนหน้านี้มันมองว่าชิงหวั่นเจ้านายของมันคือผู้ที่เก่งกาจที่สุด
ทว่าบัดนี้ มันเปลี่ยนความคิดทั้งหมด แม้ว่าในใจจะไม่อยากยอมรับ กระนั้นมันก็ต้องยอมรับว่าหลี่จิ่วเต้าเก่งกาจกว่าชิงหวั่นเจ้านายของมันมากจริง ๆ
หลี่จิ่วเต้า…ผู้ที่ถูกวิหารโบราณลึกลับส่งมาคนสุดท้าย แต่กลับมาได้สูงเช่นนี้ ไม่เพียงแต่กำราบได้ทั้งมิติไร้ผู้ใดทัดเทียม ซ้ำยังกำราบมิติอื่น ๆ ได้อย่างไร้เทียมทานด้วย!
มิติทั้งสองที่มาถึงสุดท้ายน่าพรั่นพรึงทรงพลังขนาดไหน สิ่งมีชีวิตเหนือขอบเขตมิติขั้นห้าสิบมีอยู่ไม่น้อย ผลสุดท้ายเล่า หลี่จิ่วเต้าไม่เคยต้องลงมือด้วยซ้ำ บอกไม่ให้สองมิตินั้นเข้ามา สองมิตินั้นก็เข้ามาไม่ได้
มันสะท้อนใจยิ่งนัก นึกขันกับความโง่เขลาก่อนหน้า
ในอดีตมันไม่เห็นหลี่จิ่วเต้าในสายตาถึงเพียงนั้น มองว่าเขาไม่คู่ควรให้ใส่ใจ เป็นเพียงตัวละครต่ำต้อย หารู้ไม่ มันต่างหากที่เป็นตัวตลก เป็นตัวละครต่ำต้อยจริง ๆ
“สวัสดีคุณชายหลี่”
มันระงับความสะท้อนใจ โค้งตัวคำนับหลี่จิ่วเต้ากล่าวทักทาย
ก่อนมามันจำแลงเป็นร่างมนุษย์บุรุษหนุ่ม
“ไม่ต้องมากพิธี” หลี่จิ่วเต้าตอบกลับด้วยรอยยิ้ม เข้ามานั่งในศาลาพร้อมก้อนอิฐ
จากนั้นลั่วสุ่ยก็ยกน้ำชาเข้ามา
น้ำชาใสกระจ่าง ภายในมีใบชาเรียวยาวเขียวชอุ่มวาววาม กลิ่นหอมของชากลมกล่อมเข้มข้น หัวใจพลันสงบลง
“มาดื่มชากันก่อนเถิด”
หลี่จิ่วเต้ายกถ้วยชาขึ้น ก้อนอิฐเองก็ยกขึ้นด้วย จิบชาอึกเล็ก
เมื่อน้ำชาเข้าปาก ดวงตามันพลันเบิกกว้าง นี่มันชาอะไรกัน รสชาติดีเกินไปแล้ว! มันไม่เคยคิดมาก่อนว่าชานี้จะรสเลิศเพียงนี้!
ชานี้ไม่ใช่แค่อร่อย ทั้งมหัศจรรย์น่าทึ่ง ทันทีที่ตกถึงท้องมันก็รับรู้ถึงพลังมหาศาล ต้องยอมรับว่ามันเองที่โลกแคบ มหาโอสถที่มันให้เยว่อู๋หมิงมาจากวิหารโบราณลึกลับ เป็นสิ่งที่วิหารโบราณลึกลับประทานแก่ชิงหวั่นเจ้านายของมัน
แต่ต่อให้เป็นมหาโอสถเช่นนั้น ก็ไม่อาจเทียบกับน้ำชาในมือมันถ้วยนี้ ห่างชั้นกันมาก
ใบชานี้มาจากที่ใด มาจากความลับใหญ่หลวงในมิตินี้หรือ
คิดมาถึงนี่ มันยิ่งนับถือหลี่จิ่วเต้า
มันอยู่ในมิตินี้มานานกว่าหลี่จิ่วเต้ามากนัก แต่ท้ายที่สุดอีกฝ่ายกลับได้ความลับใหญ่หลวงในมิติไป มันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความลับใหญ่หลวงในมิตินี้คืออะไร ช่างห่างกันไกลเหลือเกิน…
‘คนบางคนถูกลิขิตให้เป็นตัวเอกในฟ้าดิน!’
มันสะท้อนใจอีกครั้ง
“คุณชาย ขอถามหน่อยได้หรือไม่ ท่านตั้งใจโค่นวิหารโบราณลึกลับจริงหรือ”
ก้อนอิฐถามอย่างอดไม่ได้
แม้รู้ว่าคำถามของมันออกจะโง่งม แต่ก็อยากถามออกไป
“อืม”
หลี่จิ่วเต้าพยักหน้าน้อย ๆ เอ่ยเสียงเรียบ “เมื่อมีชีวิต ย่อมต้องหากิจกรรมให้ตนเองกระทำ หาไม่แล้วคงเบื่อแย่”
ฟังเอาเถิด นี่หรือคือผู้ยิ่งใหญ่
เพราะเบื่อ เลยอยากหากิจกรรมให้ตนเองทำ ถึงได้คิดโค่นวิหารโบราณลึกลับ!
ก้อนอิฐทอดถอนใจว่าตนสู้ไม่ได้ นี่หรือคือความห่างระหว่างมันกับผู้ยิ่งใหญ่
แน่นอนว่านี่ก็เพราะวาจานี้ออกจากปากหลี่จิ่วเต้า หากออกจากปากผู้อื่นมันคงได้หวดไปหนึ่งฝ่ามือ แล้วตะโกนใส่ว่า อย่ามาคุยโวให้มาก!
มันไม่คิดว่าหลี่จิ่วเต้าคุยโว ถามหน่อยเถิด สุริยันบนฟากฟ้าจำเป็นต้องคุยโวต่อหน้าหิ่งห้อยด้วยหรือ
มันมองว่านี่เป็นการแสดงถึงความมั่นใจของหลี่จิ่วเต้า เชื่อมั่นในพลังกล้าแกร่งของตน
‘นี่เขากุมความลับใหญ่หลวงทั้งหมดในมิตินี้อย่างสิ้นเชิงแล้วถึงได้กล้าลองดีกับวิหารโบราณลึกลับเช่นนี้สิท่า!’
มันคิดในใจ มองว่าหลี่จิ่วเต้าเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่กุมความลับใหญ่หลวงทั้งหมดในมิตินี้อย่างสิ้นเชิง ถึงได้มั่นใจเต็มเปี่ยมเช่นนี้
‘นี่หาใช่การหลับหูหลับตามั่นใจ และไม่ใช่การอวดดี เขามีพลังพอให้ท้าทายวิหารโบราณลึกลับจริง ๆ!’
มันคิดในใจอีกครา
แม้ไม่รู้ว่าหลี่จิ่วเต้าเก่งกาจเพียงใด แต่มันรู้สึกว่าหลี่จิ่วเต้ามีพลังให้ต่อกรกับวิหารโบราณลึกลับจริง ๆ
เมื่อใคร่ครวญอย่างละเอียดแล้ว ความลับใหญ่หลวงในมิตินี้ย่อมไม่ธรรมดา มิฉะนั้นเหตุใดวิหารโบราณลึกลับต้องเห็นความสำคัญถึงขั้นนี้ ส่งมิติมาตั้งมากมาย!
เห็นได้ชัดว่าความลับใหญ่หลวงในมิตินี้น่าทึ่งเหลือแสน หลี่จิ่วเต้าซึ่งกุมความลับใหญ่หลวงทั้งหมดในมิตินี้อย่างสิ้นเชิง ย่อมมีพลังในระดับที่จินตนาการไม่ออก!
คิดมาถึงนี่ มันยิ่งแน่ใจว่าติดตามถูกคน วันหน้ามันอาจได้เห็นวิหารโบราณลึกลับถูกโค่นล้มจริง ๆ
“เล่าเรื่องของวิหารโบราณลึกลับให้ข้าฟังหน่อยเถิด”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ย ทลายภวังค์ของก้อนอิฐ
“ได้!”
ก้อนอิฐพยักหน้า เล่าทุกอย่างที่มันรู้เกี่ยวกับวิหารโบราณลึกลับให้หลี่จิ่วเต้าฟังทั้งหมด
บางอย่างในนั้นมันไม่ได้เล่าให้เยว่อู๋หมิงฟังอย่างละเอียดด้วยซ้ำ เพราะกลัวเยว่อู๋หมิงจะตื่นตระหนก
บัดนี้หลังรู้ว่าหลี่จิ่วเต้าอาจโค่นล้มวิหารโบราณลึกลับได้จริง ๆ มันจึงเล่าออกมาทั้งหมดโดยไม่ปิดบัง
“ที่จริง เป้าหมายการ ‘เลี้ยงกู่’ ของวิหารโบราณลึกลับก็เพื่อบูชายัญ!”
มันเอ่ยเสียงเข้ม
“บูชายัญ?” หลี่จิ่วเต้าขมวดคิ้ว เอ่ยถาม “บูชายัญต่อสิ่งใด”
“ไม่รู้”
ก้อนอิฐเอ่ย “เรื่องที่ข้ารู้มีจำกัด รู้เพียงว่าสิ่งมีชีวิตที่ได้รับชัยชนะจากมิติต่าง ๆ จะถูกพาเข้าไปยังวิหารโบราณลึกลับ แล้วถูกส่งไปบูชายัญในสถานที่หนึ่ง”
ส่วนจะบูชายัญให้สิ่งใดนั้น มันไม่รู้ เพราะชิงหวั่นเจ้านายของมันก็ถูกส่งไปบูชายัญ
“ไม่ใช่กระมัง วิหารโบราณลึกลับกล้าแกร่งปานใด ยังต้องบูชายัญต่อสิ่งมีชีวิตอื่นอีกหรือ”
ด้านข้าง ลั่วสุ่ยตื่นตกใจ ไม่เคยคิดเลยว่าความจริงเป็นเช่นนี้
คิ้วหลี่จิ่วเต้ายิ่งขมวดมุ่น ความจริงเหนือความคาดหมายเขาไปเช่นกัน
“ยามข้าได้รู้ก็ไม่อยากเชื่อ ทว่านี่แหละคือความจริง!”
ก้อนอิฐเอ่ยว่ามันกับนายท่านชิงหวั่นจิตใจเชื่อมถึงกัน นี่เป็นเรื่องที่นายท่านชิงหวั่นบอกมันก่อนตาย
“เริ่มแรกนายท่านชิงหวั่นไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น หลังถูกพาเข้าไปในวิหารโบราณลึกลับ ไม่นานก็ถูกส่งไปอีกที่หนึ่ง และสถานการณ์ในสถานที่นั้น วิหารโบราณลึกลับไม่เคยอธิบายให้นายท่านชิงหวั่นฟังโดยละเอียด”
ก้อนอิฐกล่าว “จนกระทั่งนายท่านชิงหวั่นถูกส่งเข้าไปแล้ว ถึงรู้ว่าเป็นแดนบูชายัญ!”
ก่อนตาย นายท่านชิงหวั่นบอกเรื่องนี้แก่มัน ส่วนจะบูชายัญให้สิ่งมีชีวิตใดนั้น นายท่านชิงหวั่นของมันไม่ได้บอก
อาจเพราะไม่ทันการ และอาจเพราะชิงหวั่น เจ้านายของมันก็ไม่รู้ว่าถูกบูชายัญให้ตัวอะไร
ถึงอย่างไรสิ่งมีชีวิตนั้นก็เกินจินตนาการแน่นอน หาไม่แล้วคงไม่ถึงขั้นที่แม้แต่วิหารโบราณลึกลับยังต้องบูชายัญให้เรื่อย ๆ
นายท่านชิงหวั่นของมัน…กระทั่งจนตายก็อาจไม่รู้ว่าถูกบูชายัญให้ตัวอะไร!
………………..