รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1289 เจรจา หาประสบการณ์ต่อสู้มากขึ้น!
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1289 เจรจา หาประสบการณ์ต่อสู้มากขึ้น!
บทที่ 1289 เจรจา หาประสบการณ์ต่อสู้มากขึ้น!
………………..
บทที่ 1289 เจรจา หาประสบการณ์ต่อสู้มากขึ้น!
ไม่เพียงหลีชิ่งเท่านั้นที่หวาดกลัว แต่สิ่งมีชีวิตอื่นจากสามมิติเองก็หวาดกลัวเช่นเดียวกัน พวกเขาไม่เหมือนกับพวกต้าเต๋อที่ติดตามหลี่จิ่วเต้ามานานจนมีความมั่นใจในตัวหลี่จิ่วเต้าอย่างเต็มเปี่ยม
สิ่งมีชีวิตจากทั้งหกมิติที่พุ่งเข้ามาต่างดุร้ายทรงพลัง เช่นนั้นพวกเขาจะไม่หวาดกลัวได้อย่างไร ร่างกายพวกเขาสั่นสะท้านอย่างแรง กลัวว่าสิ่งมีชีวิตจากหกมิติจะเข้ามาได้
หากสิ่งมีชีวิตจากหกมิติเข้ามาได้จริง พวกเขาต้องจบไม่สวยแน่นอน จุดนี้ไม่ต้องสงสัยเลยสักนิด
“ได้โปรดคุณชาย!”
“ได้โปรดเร็วเถิดคุณชาย!”
เมื่อเห็นสิ่งมีชีวิตจากหกมิติพุ่งเข้าใส่ พวกเขาทั้งหมดต่างตะโกนออกมาอย่างร้อนใจ ใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด หวาดกลัวจนทนไม่ได้
“ดูท่าทางของพวกเจ้าเสียสิ แตกตื่นอันใดกัน!” ต้าเต๋อตวาด “รักษาความสงบเอาไว้เสีย”
เขาไม่ได้ตกใจหรือตื่นกลัวสักนิด มั่นใจในตัวคุณชายอย่างเต็มที่
คนอื่นที่ติดตามหลี่จิ่วเต้ามานานก็เป็นเช่นเดียวกัน ไม่มีการตื่นตระหนก เชื่อมั่นใจตัวหลี่จิ่วเต้าเต็มที่
ตู้ม!
ตอนนั้นเอง สิ่งมีชีวิตทั้งหกมิติพุ่งเข้ามาพร้อมสรรพศาสตราและวิชาทั้งหลาย ฉากดังกล่าวน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมากจนพวกสิ่งมีชีวิตจากมิติทั้งสามรวมทั้งหลีชิ่งแทบทรุดตัวลงกับพื้น!
ส่วนพวกต้าเต๋อนั้นสีหน้าสงบนิ่ง ไม่แม้แต่จะกะพริบตา ตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้ คุณชายไม่เคยพ่ายแพ้ ไม่ว่าสิ่งมีชีวิตจากมิติทั้งหกจะน่าหวาดเกรงอย่างแท้จริง แต่พวกเขาก็ไม่เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นจะมีความสามารถพอจะสั่นคลอนคุณชายได้
ผลคือสิ่งที่พวกเขาคิดนั้นถูกต้อง สิ่งมีชีวิตจากหกมิติไม่อาจทำได้จริง ศาสตราและวิชาทั้งหลายที่พุ่งเข้ามาต่างถูกม่านป้องกันสกัดเอาไว้โดยไม่มีข้อยกเว้น
ส่วนม่านป้องกันของหลี่จิ่วเต้าไม่มีกระทั่งรอยร้าวสักนิด
“อ…อันใดกัน!”
น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้เชียว!?”
พวกหลีชิ่งตื่นตะลึง ไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่เห็น สงสัยว่าพวกเขามองผิดไปหรือไม่!
แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับถูกสกัดกั้นเอาไว้เช่นนี้หรือ? กระทั่งรอยร้าวสักนิดยังไม่มี!
“สุดยอด!”
เจ้าหลวงเบิกตากว้าง เต็มไปด้วยความเคารพเลื่อมใสในตัวหลี่จิ่วเต้า “สามารถกำจัดพลังพิฆาตบนร่างข้าได้หรือไม่?”
แล้วเขาก็พูดต่อ “ข้าพอจะขอให้คุณชายลงมือได้หรือไม่ ช่วยข้าดูหน่อยว่าเป็นสารเลวคนไหนกันที่สาปแช่งข้า? หลังจากนั้นค่อยจับตัวสารเลวนั่นมาทุบตีบังคับให้ถอนคำสาป”
เจ้าหลวงกัดฟัน เกลียดชังผู้ที่สาปแช่งเขาจากก้นบึ้ง “หากสารเลวนั่นตายไปแล้ว เช่นนั้นข้าจะไปสาปแช่งลูกหลานของเขาเสีย!”
เขาย่อมทำตามนั้นหากหลักฐานชี้ว่ามีคนสาปแช่งเขาจริง
แต่จนถึงตอนนี้เขายังไม่รู้เลยว่าพลังพิฆาตในร่างเขามาจากที่ใดกันแน่ เป็นคำสาปตามที่จักรพรรดิหมากล้อมหวงหลงคาดเดาหรือไม่ก็ไม่อาจทราบได้
อีกด้านหนึ่ง สิ่งมีชีวิตจากหกมิติตกตะลึงและไม่อยากเชื่อเสียยิ่งกว่า
นี่มันอันใดกัน?
แม้พวกเขาโจมตีอย่างเต็มกำลัง แต่ก็ยังไม่อาจสั่นคลอนได้สักนิด?
สวรรค์ มิติต้นกำเนิดน่าสะพรึงกลัวเพียงนี้เชียวหรือ!
“ช่องว่างใหญ่เกินไปแล้ว…”
มีคนถอนหายใจ “ไม่มีทางที่พวกเราจะโจมตีเข้าไปได้”
พวกเขาลงมือเต็มที่ แต่กลับไม่อาจสร้างรอยร้าวสักนิด คำตอบชัดเจนนัก ช่องว่างใหญ่เกินไป ใหญ่เกินกว่าจะก้าวข้ามไปได้
หากพวกเขาสามารถสั่นคลอน ทำให้เกิดรอยร้าวแม้เพียงเล็กน้อยได้ เช่นนั้นก็ยังนับว่ามีความหวัง แต่นี่แสดงให้เห็นชัดเจนว่าพวกเขาไม่มีความหวังอันใดเลย
“ด้านในต้องมีตัวตนอันไม่อาจจินตนาการได้อยู่ ความแข็งแกร่งน่าสะพรึงกลัวเหนือชั้น ก่อนหน้านี้พวกเราตรวจไม่พบภัยคุกคามอันใด นั่นเป็นเพราะพลังของพวกเราต่ำเกินไป ตัวตนแข็งแกร่งเหนือชั้นต้องปิดกั้นการตรวจสอบของพวกเราอยู่เป็นแน่” สิ่งมีชีวิตอีกตนถอนหายใจออกมาเหมือนกัน
นี่คืออันใด?
วิหารโบราณลึกลับสั่งให้พวกเขามาที่มิติต้นกำเนิดเพื่อฝึกฝน ผลลัพธ์คือพวกเขาไม่อาจเข้าไปได้?
นี่นับเป็นการฝึกฝนบ้าอันใด!
“หรือว่านี่จะเป็นการทดสอบของวิหารโบราณลึกลับ…”
สิ่งมีชีวิตตนหนึ่งเอ่ย “หากเข้ามิติแห่งนี้ได้หมายความว่าพวกเราผ่านการทดสอบแล้ว แต่หากทำไม่ได้หมายถึงพวกเราล้มเหลวในการทดสอบ”
เขากล่าวต่อ “วิหารโบราณลึกลับยกเลิกศึกตัดสินครั้งสุดท้าย อาจเพราะคิดทดสอบพวกเรา!”
เมื่อพูดถึงตรงนี้แล้ว บนใบหน้าเขาพลันปรากฏความหวาดกลัว “วิหารโบราณลึกลับอาจคิดว่าพวกเราไม่มีคุณสมบัติแล้วจึงคิดกำจัดพวกเราโดยตรงก็เป็นได้!”
หลังจากได้ยินคำพูดของเขา สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ก็พลันเริ่มตื่นตระหนกเช่นเดียวกัน
เพราะว่าสิ่งที่เขาพูดออกมามีความเป็นไปได้ วิหารโบราณลึกลับอาจกำจัดพวกเขาสิ้น!
“อย่าตื่นตระหนกไป!”
มีผู้เอ่ยด้วยสีหน้าลุ่มลึก “ตื่นตระหนกไปก็ไม่อาจแก้ไขปัญหาอันใดได้! มีเพียงแต่ทำให้พวกเรายิ่งวิตกไม่สงบนิ่ง! สิ่งที่พวกเราต้องคิดในตอนนี้ไม่ใช่วิหารโบราณลึกลับต้องการกำจัดพวกเราหรือไม่ เพราะเรื่องนี้อยู่นอกเหนือการควบคุมของพวกเรา สิ่งที่พวกเราต้องคิดหาทางคือจะเข้าไปในมิติแห่งนี้ได้อย่างไร!”
สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่สงบลงอย่างรวดเร็ว ไม่ตื่นตระหนกอีก
อย่างไรเสียมาถึงระดับพวกเขาแล้วย่อมไม่มีชนชั้นสามัญ ล้วนเคยประสบพายุครั้งใหญ่มานับไม่ถ้วน ก่อนหน้านี้พวกเขาเพียงกังวลว่าจะถูกวิหารโบราณลึกลับกำจัดมากเกินไป จึงทำให้ตื่นตระหนกไปบ้าง
“รอมิติใหม่มาหรือ? ข้าคิดว่าอาจมีมิติใหม่มาอีก!” ใครบางคนเอ่ยขึ้น
ข้อเสนอของเขาได้รับการเห็นพ้องจากสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่ เนื่องจากพวกเขาคิดว่ามีโอกาสสูงที่มิติใหม่จะปรากฏขึ้น
เมื่อถึงยามนั้นหลังได้ร่วมมือกับมิติอื่น ย่อมมีความหวังในการฝ่าเข้าไป
ถึงจะยังไม่อาจฝ่าเข้าไปได้ แต่พวกเขาก็ยังรอให้สิ่งมีชีวิตจากมิติอื่นมาเพิ่มได้
หลังจากมีสิ่งมีชีวิตมามากขึ้นแล้ว พวกเขาจะยังไม่อาจฝ่าเข้าไปได้อีกหรือ?
ไม่มีทางเป็นไปได้!
“ประเดี๋ยวก่อน ข้ารู้สึกว่าพวกเราเข้าใจบางสิ่งผิดมาตลอด”
ใครบางคนเอ่ยขึ้น “เหตุใดพวกเราถึงต้องเลือกฝ่าเข้าไปด้วยกำลัง? ไยจึงไม่พูดกันดี ๆ กับสิ่งมีชีวิตในมิติต้นกำเนิด ให้พวกเขาปล่อยพวกเราเข้าไป? อย่างไรเสียหลังพวกเราเข้าไปก็ไม่ส่งผลกระทบอันใดกับพวกเขา วิหารโบราณลึกลับไม่ได้ให้พวกเขาเริ่มศึกตัดสินครั้งสุดท้าย และมีความเป็นไปได้อย่างมากที่วิหารโบราณลึกลับจะยกเลิกศึกตัดสินไปแล้ว”
สิ่งมีชีวิตจำนวนไม่น้อยตะลึงงัน นี่เป็นความจริง พวกเขาสามารถสนทนากันดี ๆ ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังเช่นนี้!
หลาย ๆ คนถอนหายใจ สาเหตุหลักเป็นเพราะพวกเขาผยองเกินไป ดูแคลนสิ่งมีชีวิตมิติต้นกำเนิด ดังนั้นจึงไม่เคยคิดพูดคุยดี ๆ กับสิ่งมีชีวิตมิติต้นกำเนิด
พวกเขาคิดว่าสิ่งมีชีวิตมิติต้นกำเนิดไม่มีคุณสมบัติที่จะสนทนาด้วย จึงคิดว่าการเข้าไปในมิติแห่งนี้ไม่จำเป็นต้องได้รับคำยินยอมจากสิ่งมีชีวิตต้นกำเนิด และคิดว่าตนเองมีความสามารถพอที่จะเข้าสู่มิติต้นกำเนิดได้อย่างง่ายดาย
แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าไม่อาจทำได้ พวกเขาต้องถามความเห็นก่อนจริง ๆ
“เช่นนั้นก็ลองคุยก่อนเถิด”
“ใช่แล้ว หากไม่อาจบรรลุข้อตกลง อีกฝ่ายยังไม่ยอมให้พวกเราเข้าไป เช่นนั้นพวกเราก็แค่รอให้สิ่งมีชีวิตจากมิติอื่นมา”
พวกเขาตอบรับทีละคน คิดว่าเลือกหนทางเจรจากันโดยดีก็ไม่เป็นอันใด
“ดี เช่นนั้นพวกเราไปเจรจากับพวกเขาเถิด”
มีผู้ทะยานออกไปด้านหน้า เบื้องหลังตามติดด้วยสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก
พวกเขายืนอยู่ด้านนอกม่านป้องกัน มองดูพวกต้าเต๋อที่อยู่ด้านใน
“พวกเจ้าควรตระหนักได้ว่ายิ่งนานเท่าใด ก็ยิ่งไม่ดีต่อพวกเจ้ามากเท่านั้น”
มีคนเอ่ยปาก “แรกสุดมีสามมิติ หลังจากนั้นมีห้ามิติ ตอนนี้เป็นหกมิติแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้พวกเราพูดอันใดมากมายพวกเจ้าก็ควรจะเข้าใจ ว่าหลังจากนี้จะยิ่งมีสิ่งมีชีวิตมามากขึ้น!”
เขากล่าวต่อ “เป็นเรื่องจริงที่ฝั่งของพวกเจ้าแข็งแกร่งมาก สกัดกั้นพวกข้าได้อย่างง่ายดาย แต่มิติที่เจ็ดที่กำลังจะมาถึงเล่า? ยังมีมิติที่แปด มิติที่เก้า และมิติอื่น ๆ อีกมากมาย พวกเจ้าแน่ใจจริงหรือว่าจะต้านทานทั้งหมดได้?”
หลังจากพูดจบ สีหน้าของเขาก็สงบนิ่งลง
“ข้อเสนอของข้าคือให้พวกเจ้าถอนม่านป้องกันนี้ออกไปเสีย ให้พวกข้าเข้าไปด้านในโดยไม่ขัดขวาง เช่นนี้จึงจะเป็นเรื่องดีสำหรับทุกคน!”
เขากล่าว “อีกอย่างที่ต้องพูดคือพวกข้าไม่ได้เข้าไปเพื่อเป็นศัตรูกับพวกเจ้า เพียงแค่ต้องการเข้าไปฝึกฝน นี่คือความต้องการของวิหารโบราณลึกลับ ไม่ได้มีการเอ่ยถึงศึกตัดสินอันใด พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลไป อย่างไรเสียหากวิหารโบราณลึกลับต้องการเริ่มศึกตัดสินจริง ย่อมต้องบอกพวกข้าเอาไว้แน่นอน จะไม่เก็บเงียบเช่นนี้”
ความจริงใจเป็นสิ่งที่ทำให้คนพ่ายแพ้ เขาไม่ได้โกหก ทุกสิ่งที่เอ่ยมาล้วนเป็นความจริง ทว่าความจริงใจนี้อาจไม่ได้ผลกับสิ่งมีชีวิตมิติต้นกำเนิด
“นอกจากนี้ถึงจะมีศึกตัดสินจริง พวกเจ้าก็ไม่อาจแข็งกร้าวเช่นนี้ได้ หรือว่าพวกเจ้าอยากกลายเป็นศัตรูของมิติทั้งหมดกัน?”
เขาเอ่ย “หากคิดยืนกรานเช่นนี้ พวกเจ้าย่อมกลายเป็นศัตรูกับทุกมิติ จุดจบถูกกำหนดไว้เพียงหนทางตายเท่านั้น!”
“ถอนม่านป้องกันออกไปแล้วให้พวกข้าเข้าไปเสีย อย่าได้คิดยืนกรานจนตัวตาย นี่นับว่าดีสำหรับทุกคน”
หลังเขาเอ่ยถ้อยคำเหล่านั้นจบ พวกต้าเต๋อก็หาได้มีอารมณ์ผันผวนแต่อย่างใด ทว่าสิ่งมีชีวิตจากสามมิติอย่างพวกหลีชิ่งกลับเกิดอารมณ์แปรปรวนอย่างแรง
“ข้าคิดว่าเขาพูดถูกต้อง!”
หลีชิ่งกล่าว “พวกเราควรไปพูดกับคุณชายหรือไม่ หากปิดกั้นมิติเอาไว้ไม่ให้สิ่งมีชีวิตอื่นเข้ามาเช่นนี้ ท้ายที่สุดพวกเราต้องเป็นศัตรูกับทุกมิติอย่างแน่นอน!”
“เช่นนี้ก็ไม่ดี เกิดปัญหาง่ายเกินไป!”
เขากล่าวต่อ “หากไม่ถอนม่านป้องกันแล้วปล่อยให้พวกเขาเข้ามา เมื่อเกิดศึกตัดสินครั้งใหญ่ขึ้นพวกเราไม่อาจจับปลาน้ำขุ่นได้ หากยังยืนกรานเช่นนี้ มีเพียงแต่จะกลายเป็นศัตรูของมิติทั้งหมด”
เขาเคยเห็นมิติที่น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด ห่างไกลจากทั้งหกมิติ จึงกลัวว่าสิ่งมีชีวิตจากมิติที่น่าสะพรึงกลัวเหล่านั้นจะมา และกลัวว่าหลี่จิ่วเต้าเลือกที่จะยืนกรานจนถึงขีดสุด ทำให้อยากไปโน้มน้าวหลี่จิ่วเต้าโดยด่วน
“วาจาของคุณชาย เจ้าไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด”
ต้นหลิวมองหลีชิ่ง “คุณชายกล่าวเช่นใดมาตลอด? คุณชายกล่าวว่าจะโค่นล้มทั้งวิหารโบราณลึกลับ! นี่หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าคุณชายไม่มีทางหวาดกลัวต่อให้มีมิติมากมายเพียงใดก็ตาม”
โค่นล้มวิหารโบราณลึกลับ! นี่เป็นเพียงคำขวัญไม่ใช่หรือ?
สิ่งมีชีวิตจากสามมิติอย่างพวกหลีชิ่งเชื่อว่าหลี่จิ่วเต้าไม่มีพลังพอที่จะโค่นล้มวิหารโบราณลึกลับ คำพูดที่ออกมาเป็นเพียงแค่คำประกาศกร้าวเท่านั้น
พวกต้นหลิวถูกหลี่จิ่วเต้าหลอกแล้ว
พวกเขาถอนหายใจ รู้สึกอับจนหนทาง พวกต้นหลิวถูกหลี่จิ่วเต้าล่อหลอกมากเกินไป ต่างเชื่อมั่นในตัวหลี่จิ่วเต้าอย่างไม่ลืมหูลืมตา มองไม่เห็นสถานการณ์ที่แท้จริง
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาไม่มีหนทางอื่นอีก อย่างไรเสียสถานะของพวกเขาก็ไม่อาจเทียบเท่าพวกต้นหลิวได้ ต้องเชื่อฟังทุกคำพูดของต้นหลิว
พวกต้นหลิวไม่ไปโน้มน้าวหลี่จิ่วเต้า พวกเขาก็ทำสิ่งใดไม่ได้
อีกด้านหนึ่ง สิ่งมีชีวิตจากหกมิติต่างขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าพวกต้นหลิวไม่มีการตอบสนองอันใด
สถานการณ์นี่มันอันใดกัน?
สิ่งที่พวกเขาพูดชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง หากยังยืนกรานต่อไป จุดจบย่อมมีเพียงหนทางตาย ไยพวกต้นหลิวจึงไม่ฟังคำแนะนำของเขาสักนิด!
“พวกเจ้าคิดเป็นศัตรูกับมิติทั้งหมดจริงหรือ?”
สิ่งมีชีวิตตนหนึ่งเอ่ย “พวกเจ้าคงไม่ได้ผยองคิดว่าตนเองสยบทุกมิติได้กระมัง!”
กล่าวตามตรง พวกเขาทั้งหมดเองก็ต้องการเข้าไปในมิติต้นกำเนิดโดยเร็วที่สุด ไม่จำเป็นต้องสงสัยสักนิด ความลับแสนยิ่งใหญ่ในมิติต้นกำเนิดต้องทำให้ผู้ลงมือก่อนมีข้อได้เปรียบอย่างแน่นอน
หากพวกเขารอให้สิ่งมีชีวิตจากมิติอื่นมามากขึ้น เช่นนั้นก็นับว่าไม่ได้ครอบครองความได้เปรียบอันใด
ด้วยเหตุนี้เอง พวกเขาจึงยังคงพูดต่อไม่หยุด ไม่เช่นนั้นคงหยุดพูดและรอการมาถึงของสิ่งมีชีวิตมิติอื่นนานแล้ว
ขณะเดียวกัน พวกต้นหลิวเองก็ไม่ได้ตอบสนองต่อคำพูดใด
“คิดว่าพวกเราสู้กับพวกเขาได้หรือไม่?”
เมิ่งจีเอ่ย “หลังจากนี้ย่อมต้องมีมิติอื่นมาอีก การออกไปสู้ย่อมได้รับผลประโยชน์ไม่มีเสีย ข้าจะยื่นข้อเสนอกับพวกเขา ให้พวกเขาสะกดขอบเขตตนเองเอาไว้แล้วค่อยต่อสู้”
“ได้!”
“กล่าวตามตรง ข้าต้องการสู้กับพวกเขามานานแล้ว เพียงแต่ช่องว่างของขอบเขตมีมากเกินไป”
พวกต้นหลิวเห็นพ้องกับข้อเสนอเมิ่งจี
คำพูดเมิ่งจีนั้นไม่ผิด หลังจากนี้ต้องมีมิติอีกมากมาเพิ่มอย่างแน่นอน พวกเขาออกไปต่อสู้ล่วงหน้า เมื่อถึงยามมิติเหล่านั้นมาจะยิ่งรับมือได้ดีขึ้นกว่าเดิม
“ตกลง เช่นนั้นข้าไปเจรจากับพวกเขา” เมิ่งจีเอ่ย
จากนั้นเขาก็มองไปยังสิ่งมีชีวิตจากทั้งหกมิติ พูดออกมาว่า “เอาเช่นนี้ จะได้ไม่คิดไปว่าพวกข้าไม่มอบโอกาสให้พวกเจ้า พวกข้าจะให้โอกาสพวกเจ้าต่อสู้ด้วยระดับเดียวกัน หากชนะ พวกเจ้าก็เข้ามาได้โดยไม่มีการขวางกั้นอันใด”
“ต่อสู้ด้วยระดับเดียวกัน?”
“ไม่มีปัญหา เข้ามาเสีย!”
สิ่งมีชีวิตจากทั้งหกมิติพากันตอบรับ
พวกเขาล้วนมีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม เชื่อว่าการต่อสู้ระดับเดียวกันไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด พวกเขากล้าและเต็มใจที่จะต่อสู้เป็นอย่างยิ่ง
“อย่าได้รีบร้อนไป ข้ายังกล่าวไม่จบ”
เมิ่งจีเอ่ย “ก่อนหน้านี้ข้าบอกเพียงว่าหากพวกเจ้าชนะจะเป็นเช่นไร ยังไม่ได้บอกผลเมื่อพวกเจ้าแพ้เลย หากพวกเจ้าแพ้จะต้องเข้าร่วมกับฝ่ายพวกข้า ติดตามและเชื่อฟังคำสั่งคุณชาย”
พ่ายแพ้แล้วจะต้องกลายเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของคุณชายอันใดนั่นน่ะหรือ?
ยามนั้นเอง เสียงตะโกนให้สู้จากมิติทั้งหกพลันน้อยลงเป็นอย่างมาก
พวกเขาไม่ต้องการอยู่ใต้ผู้ใด ต่อให้ผู้ที่ถูกเรียกว่าคุณชายอันใดนั่นอาจจะเป็นตัวตนน่าสะพรึงกลัวสุดในมิติต้นกำเนิดก็ตามที
แน่นอนว่ายังมีผู้ที่มั่นใจอย่างสุดกู่ ไม่แยแสสักนิด และไม่คิดว่าตนเองจะพ่ายแพ้ในการต่อสู้ระดับเดียวกัน
………………..