รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1288 มิติทั้งหกรวมพลังจู่โจม!
บทที่ 1288 มิติทั้งหกรวมพลังจู่โจม!
………………..
บทที่ 1288 มิติทั้งหกรวมพลังจู่โจม!
ประกายน่าพรั่นพรึงส่องสะท้อนออกจากตัวหน้าแผลเป็น เขารีดเร้นกำลังทั่วร่าง ตัวเขาแข็งแกร่งน่าครั่นคร้ามอย่างที่ว่า มีกำลังรบขอบเขตมิติขั้นสี่สิบสาม
และหลังเขาสำแดงพลังขอบเขตมิติขั้นสี่สิบสามออกมา เสียงเย้ยหยันจากอีกห้ามิติก็เบาลงไปมาก
กำลังรบขอบเขตมิติขั้นสี่สิบสามแข็งแกร่งน่าพรั่นพรึงอย่างแท้จริง หาใช่ผู้ที่เย้ยหยันได้ง่าย ๆ ในมิติทั้งห้ามีสิ่งมีชีวิตเพียงน้อยนิดที่มีสิทธิ์และมีพลังพอให้เยาะเย้ยหน้าแผลเป็น
ตู้ม!
หน้าแผลเป็นพุ่งเข้าไป พลังน่าหวาดหวั่นซัดสาด เขารัวหมัดกระหน่ำ น่าผวาถึงขีดสุด กำลังรบขอบเขตมิติขั้นสี่สิบยังต้องถูกหมัดนี้ของเขาเล่นงานจนแหลกลาญ ถูกสังหารอย่างสิ้นเชิง
สายตาของเขาเย็นเยียบ จิตสังหารพลุ่งพล่าน เห็นแววตาเย้ยหยันจากพวกสุนัขดำอย่างชัดเจน เขาบันดาลโทสะ สาบานว่าจะบุกเข้าไปและเชือดพวกสุนัขดำให้ได้!
ทว่าลมหายใจต่อมา เขากระเด็นอีกครั้ง แรงสะเทือนอันน่ากลัวบดขยี้ทั้งร่างกายเขา โลหิตกระจายออกไปทั่ว!
เสียงสูดปากดังขึ้น สิ่งมีชีวิตจากทั้งหกมิติล้วนคิดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้
แข็งแกร่งระดับหน้าแผลเป็น กำลังรบขอบเขตมิติขั้นสี่สิบสาม สุดท้ายกลับกระเทือนจนร่างกายแหลกเหลวเชียวหรือ
น่ากลัวเกินไปแล้ว!
ต้องรู้ว่านี่เป็นเพียงพลังสะท้อนกลับเท่านั้น หากเป็นฝ่ายจู่โจมขึ้นมาจะน่าพรั่นพรึงเพียงใด?
ชั่วขณะนั้น สีหน้าสิ่งมีชีวิตทั้งหมดล้วนเคร่งเครียดขึ้นมาเหลือแสน รวมถึงสิ่งมีชีวิตจากมิติที่หกด้วย
ก่อนหน้านี้ พวกเขาเป็นเหมือนหน้าแผลเป็น ไม่เห็นมิติต้นกำเนิดอยู่ในสายตา มองว่ามิติต้นกำเนิดหาได้ยิ่งใหญ่ พวกเขากวาดล้างได้สบาย
ทว่าบัดนี้ พวกเขาถูกตบหน้าอย่างแรงเห็น ๆ
ความน่าสยดสยองของมิติต้นกำเนิดเกินกว่าที่พวกเขาคาดการณ์นัก!
“มิน่าเล่า วิหารโบราณลึกลับถึงให้พวกเราเข้าไปฝึกฝนในมิตินี้ มิตินี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ มหัศจรรย์ยิ่งนัก!”
สิ่งมีชีวิตตนหนึ่งเอ่ยเสียงเข้ม เวลานี้ตระหนักถึงความน่าสะพรึงกลัวของมิติต้นกำเนิดแล้วจริง ๆ
เขากล้าพูดจาอีกที่ไหน ยังขายหน้าไม่พออีกหรือ
หลังกลับไปยังมิติที่หก เขาก็ยังปิดปากเงียบมิได้เอื้อนเอ่ยคำใด
ไม่มีผู้ใดเย้ยหยันหน้าแผลเป็น เพราะไม่ใช่หน้าแผลเป็นด้อยกำลัง แต่เพราะม่านพลังของมิติต้นกำเนิดกล้าแกร่งเกินไป!
“นี่หรือพลังของคุณชาย”
“แข็งแกร่งเหลือเกิน!”
ในมิติต้นกำเนิด กู่เยว่และสิ่งมีชีวิตเก่าแก่ที่สุดตระหนกรุนแรง
พวกเขารับรู้ได้ว่าหน้าแผลเป็นน่าประหวั่นพรั่นพรึงเพียงใด พวกเขาไม่นึกสงสัยเลยว่าหากให้พวกเขาสู้กับหน้าแผลเป็น หน้าแผลเป็นเพียงยกมือก็ฆ่าพวกเขาได้!
ทว่าหน้าแผลเป็นผู้น่าหวาดหวั่นเช่นนี้กลับถูกกระเทือนจนแหลกเหลว ความแข็งแกร่งของหลี่จิ่วเต้าเกินจินตนาการจริง ๆ เปลี่ยนแปลงโลกทัศน์พวกเขาอีกครา
“คงไม่ใช่ว่าสุดท้ายพวกเราสามารถโค่นล้มวิหารโบราณลึกลับได้จริง ๆ กระมัง!” กู่เยว่เอ่ยอย่างอดไม่ได้
เดิมเขาไม่เคยตั้งความหวังกับเรื่องนี้ แต่ทุกครั้งที่หลี่จิ่วเต้าออกโรงล้วนสร้างความสะท้านแก่เขาได้เสมอ คนผู้นี้เสมือนถ้ำอันไร้ที่สิ้นสุด ไม่มีเพดานพลัง สามารถสำแดงกำลังที่ยิ่งทวีความน่าครั่นคร้ามได้ตลอด!
เป็นผลให้เขาอดรู้สึกไม่ได้ว่าท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาอาจโค่นล้มวิหารโบราณลึกลับได้จริง ๆ
“คิดอะไรอยู่!”
หลีชิ่งซึ่งมาจากสามมิตินั้นส่ายหัวพลางเอ่ยว่า “หกมิติตรงหน้านี้หาใช่เรื่องใหญ่ ไม่อาจเทียบกับมิติที่พวกเราเคยเห็นได้เลย ไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน! หากเจ้าคิดว่าสามารถโค่นล้มวิหารโบราณลึกลับได้ในภายหลังเพราะเรื่องนี้ ข้าบอกได้เพียงว่าเจ้าไร้เดียงสาเกินไป”
“เจ้าต่างหากที่ไร้เดียงสาเกินไป!”
ต้าเต๋อกล่าว “เจ้าเคยเห็นขีดจำกัดของคุณชายหรือ ไตร่ตรองให้ดีเถิด หากคุณชายไม่มั่นใจ ไฉนเลยจะกล้าประกาศว่าต้องการโค่นวิหารโบราณลึกลับ ในเมื่อคุณชายตั้งใจโค่นวิหารโบราณลึกลับ ย่อมต้องมีความมั่นใจและหลักประกัน! อย่าได้ใช้โลกทัศน์คับแคบของเจ้าจำกัดคุณชาย!”
“คับแคบรึ ไยข้าถึงคิดว่าเขามั่นใจเกินเหตุไปเล่า” หลีชิ่งเอ่ย
เขามองว่าที่หลี่จิ่วเต้าเอ่ยว่าจะโค่นล้มวิหารโบราณลึกลับเป็นความจองหอง รู้สึกว่าตัวเองมีความสามารถระดับหนึ่งแล้วจะต่อกรกับวิหารโบราณลึกลับได้
“สุดท้ายเจ้าจะต้องขอโทษกับประโยคที่เจ้ากล่าวในยามนี้!” ต้าเต๋อเอ่ยเสียงแน่วแน่
คุณชายมั่นใจเกินเหตุ?
จะเป็นไปได้อย่างไร!
นับแต่เขาได้ติดตามอยู่ข้างกายคุณชายก็ไม่เคยเกิดเรื่องเช่นนี้ ไม่มีสิ่งใดที่มั่นใจเกินเหตุ แต่ไหนแต่ไรสรรพสิ่งล้วนอยู่ในการควบคุมของคุณชาย
หนนี้ต่อให้ฝ่ายตรงข้ามเป็นวิหารโบราณลึกลับอันน่าพรั่นพรึง เขาก็ไม่คิดว่าจะแตกต่าง ล้วนอยู่ในความคาดหมายของคุณชายเช่นกัน
ทว่าเขาไม่ได้โต้แย้งอันใดกับหลีชิ่งอีก
ต่อให้แย้งไปเท่าใด หลีชิ่งจะไม่เชื่อก็ยังไม่เชื่อ นานวันเข้า หลีชิ่งจะเข้าใจเองว่าตัวเองคิดผิดไปขนาดไหน!
อีกด้าน สิ่งมีชีวิตจากทั้งหกมิติหารือว่าจะรวมพลังฝ่าเข้าไป
“ไม่ต้องรอหรอก”
สิ่งมีชีวิตตนหนึ่งจากมิติที่หกกล่าว “บางทีอาจมีมิติอื่นมาในภายหลัง พวกเรารอพวกเขามาแล้วค่อยผนึกกำลังย่อมดีกว่า แต่กระนั้น ข้าอยากบอกว่าพวกเราเข้าไปก่อนเป็นผลดีกว่า”
เขาเอ่ยว่ามิติต้นกำเนิดไม่ธรรมดา หากพวกเขาเข้าไปได้โดยไว บางทีอาจค้นพบความลับของมิติต้นกำเนิด แล้วแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
หากรอจนมิติอื่นมาแล้ว การช่วงชิงย่อมดุเดือดเหลือแสน ไม่สู้พวกเขาเข้าไปก่อน
“หากพวกเรารวมพลัง คงไม่เป็นปัญหาใหญ่ สามารถฝ่าเข้าไปได้”
เขาเอ่ยต่อ
“ได้!”
“ไม่มีปัญหา!”
สิ่งมีชีวิตตนอื่นล้วนไม่เห็นต่าง เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้
ถึงอย่างไรวาจาที่สิ่งมีชีวิตตนนี้กล่าวมาก็ไม่ผิด พวกเขารีบเข้าไปยังมิติต้นกำเนิดได้ก็จะมีสิทธิ์แย่งชิงโอกาสได้ก่อน เช่นนี้พวกเขาจะได้เปรียบกว่าสิ่งมีชีวิตที่มาทีหลัง
หาไม่แล้ว พวกเขายากจะมีข้อได้เปรียบ
เพราะดูจากสถานการณ์ในยามนี้ ยิ่งเป็นมิติที่มาทีหลังยิ่งทรงพลังน่าครั่นคร้าม รอจนมิติอื่น ๆ มามากกว่านี้ พวกเขาอาจไม่ได้แม้แต่จะดื่มน้ำแกง
“เช่นนั้นก็เริ่มเลย!”
พวกเขาต่างเรียกศาสตราแกร่งกล้าที่สุดของตนออกมา อีกทั้งรีดเร้นกำลังถึงขีดสุด
ด้วยเชื่อว่าเมื่อพวกเขาร่วมมือกันแล้ว ย่อมทลายม่านพลังได้แน่ และบุกเข้าไปยังมิติต้นกำเนิด
“ยับยั้ง…ได้หรือ”
หลีชิ่งเห็นภาพนี้แล้วมีสีหน้าแตกตื่นอย่างเห็นได้ชัด
เขากลัวม่านพลังจะหยุดไม่อยู่ ทั้งหกมิติอาจบุกเข้ามาได้จริง ๆ ขืนเป็นเช่นนั้นต้องยุ่งแน่
มิติทั้งหกมีจิตสังหารพลุ่งพล่าน หากบุกเข้ามาได้ เขาไม่คลางแคลงเลยว่ามิติทั้งหกต้องทำการสังหารหมู่ ปลิดชีพสิ่งมีชีวิตที่นี่ทั้งหมด
“พวกเราไปรายงานคุณชายดีหรือไม่ ให้คุณชายมาพิทักษ์ที่นี่เถิด!”
เขาเอ่ยเสียงสั่น กลัวจากใจจริง เพราะสิ่งมีชีวิตจากมิติทั้งหกด้านนอกนั้นสยดสยองน่าพรั่นพรึงอย่างแท้จริง เขากลัวเหลือเกินว่าม่านพลังนี้อาจจะสกัดไม่อยู่ ถูกสิ่งมีชีวิตทั้งหกมิติทะลวงเข้ามาได้
เขาเสนอให้ไปรายงานหลี่จิ่วเต้า เพื่อให้อีกฝ่ายมาพิทักษ์ที่นี่
………………..