รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1286 หารือกันให้ดี รอก่อนแล้วค่อยว่ากัน!
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1286 หารือกันให้ดี รอก่อนแล้วค่อยว่ากัน!
บทที่ 1286 หารือกันให้ดี รอก่อนแล้วค่อยว่ากัน!
………………..
บทที่ 1286 หารือกันให้ดี รอก่อนแล้วค่อยว่ากัน!
ข่งจั๋วและยอดฝีมือชั้นเลิศจากทั้งสามมิติต่างกังขามาก แต่หลี่จิ่วเต้าก็ไม่ได้อธิบายอะไร หลังเขากลั่นลูกกลอนเสร็จแล้ว ข่งจั๋วและยอดฝีมือชั้นเลิศจากทั้งสามมิติย่อมเข้าใจเอง
“เตรียมตัวรับศึกเถิด”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ย รู้สึกว่าเรื่องราวยังไม่จบลงง่าย ๆ ไม่มีทางมาเพียงสามมิติ เขาคิดว่าต้องมีมิติอื่นมากันมากกว่านี้
“ยังจะมีมิติอื่นมาอีกหรือ” กู่เยว่ถามอย่างอดไม่ได้
สวรรค์ บรรดามิติสยดสยองก็จะมาด้วยหรือ
ข่งจั๋วและยอดฝีมือชั้นเลิศจากทั้งสามมิติต่างมีสีหน้าผวา ไม่ใช่กระมัง ยังจะมิติอื่นมายังมิตินี้อีกหรือ
พวกเขาไม่รู้ว่ายังมีมิติอื่นมายังมิตินี้หรือไม่ วิหารโบราณลึกลับบอกพวกเขาเพียงว่าสมรภูมิถูกย้าย ให้พวกเขามายังมิตินี้ทั้งหมด
ก่อนหน้านี้ พวกเขาคิดว่ามีเพียงมิติทั้งสามของพวกเขาถูกย้ายสมรภูมิ ทว่าตอนนี้ดูแล้วคล้ายว่าไม่ใช่ ยังมีมิติมากกว่านี้ถูกย้ายเข้ามายังมิตินี้
“เตรียมตัวให้ดี” หลี่จิ่วเต้าไม่ได้เอ่ยอันใดมาก บอกเพียงให้เตรียมตัว
ถึงอย่างไรเมื่อได้เตรียมตัวก็ไร้ความกังวล เตรียมการอย่างไรก็ดีกว่าไม่เตรียมการ
“ทราบแล้ว!”
พวกต้นหลิวตอบรับ พาข่งจั๋วและยอดฝีมือชั้นเลิศจากทั้งสามมิติมุ่งหน้าไปเตรียมตัว
หลี่จิ่วเต้ากลับไปยังเมืองชิงซาน สำหรับเขาในยามนี้ที่มีผนึกพลังกับของวิเศษทั้งหลาย การกลับลานเล็กในเมืองชิงซานเป็นเรื่องง่าย ๆ แค่ตั้งจิตครั้งเดียว หาได้ลำบากไม่
เขากลับไปยังห้องอักษร ค้นคว้าตำรับลูกกลอนวิเศษใหม่ คล้อยตามการปรากฏตัวของสิ่งมีชีวิตจากมิติอื่น เขาตระหนักได้ว่าคนข้างกายยังทรงพลังไม่พอ จำต้องแข็งแกร่งขึ้นกว่านี้
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลายวันผันเปลี่ยน หลี่จิ่วเต้าคาดเดาไม่ผิด การปรากฏของมิติทั้งสามเป็นเพียงจุดเริ่มต้น หาใช่จุดจบ!
มีมิติอื่นปรากฏ หนนี้โผล่มามากขึ้น รวมแล้วทั้งหมดห้ามิติ
“มิตินี้ต้องมีสิ่งที่พิเศษเป็นแน่…”
หลี่จิ่วเต้ายืนอยู่ในลาน ทอดมองขอบฟ้า ข้ามผ่านห้วงอากาศและกาลเวลา เห็นสถานการณ์ทั้งหมดจากมิติทั้งห้านั้น
เขารู้สึกว่ามิตินี้ต้องแตกต่างจากมิติอื่นเป็นแน่ เพราะเหตุนี้วิหารโบราณลึกลับถึงส่งมิติอื่นมาที่นี่ตั้งมากมาย
ส่วนพุ่งเป้ามาที่เขาหรือไม่นั้น เขามองว่าไม่
หากพุ่งเป้ามาที่เขาจริง วิหารโบราณลึกลับคงไม่ได้บอกมิติทั้งสามแค่ว่าให้มายังมิตินี้ แต่จะให้มิติทั้งสามสังหารเขา
“ไม่ว่าอย่างไรก็ปล่อยให้เข้ามายังมิตินี้ไม่ได้ ต้องถูกขวางอยู่ข้างนอกทั้งหมด”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ยด้วยสีหน้าราบเรียบ
เขาตั้งใจต่อต้านวิหารโบราณลึกลับ ย่อมไม่อาจปล่อยให้วิหารโบราณลึกลับได้ตามต้องการ วิหารโบราณลึกลับต้องการให้สิ่งมีชีวิตมิติอื่นมายังมิตินี้ แต่เขาจะไม่ให้พวกนั้นเข้ามาได้
จากนั้นเขาตั้งจิต บอกการตัดสินใจของเขาให้พวกต้นหลิวฟัง
หลังมีพลังจากของวิเศษทั้งหลายกับตัว ทั้งหมดนี้ช่างสะดวกยิ่งนัก เขาเพียงแค่คิด เงาร่างของเขาก็ส่องสะท้อนไปถึงด้านพวกต้นหลิว
“เข้าใจแล้ว!”
“คุณชายวางใจ พวกเราจะคุ้มกันมิตินี้ให้ดี ไม่ให้สิ่งมีชีวิตมิติอื่นเข้ามา!”
พวกต้นหลิวพากันตอบกลับ
มิติทั้งห้าเผยโฉม เข้าเชื่อมต่อกับมิตินี้ ทั้งหมดล้วนไม่ธรรมดา มีสิ่งมีชีวิตกล้าแกร่งสยดสยองคณานับ
“มิติทั้งสามถูกกำราบรับเข้าเป็นพรรคพวกหมดแล้วหรือ”
ในหมู่มิติทั้งห้า ยักษ์อัคคีจากมิติที่เต็มไปด้วยเปลวเพลิงเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
มันเห็นว่ามิติทั้งสามว่างเปล่า สิ่งมีชีวิตกล้าแกร่งล้วนไม่อยู่ ไปอยู่ในมิติต้นกำเนิดทั้งหมด ช่วยคุ้มกันอารักขา เป็นผลให้มันตระหนักได้ทันทีว่าแผนเข้าไปในมิติต้นกำเนิดของมิติทั้งสามล้มเหลว ถูกมิติต้นกำเนิดกำราบรับเป็นพรรคพวก
“น่าสนใจนี่!” มันเอ่ย “มิติที่วิหารโบราณลึกลับให้ความสำคัญนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ แม้ข้าจะไม่รู้สึกถึงภัยคุกคาม ทว่านี่ต้องเป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น ภายในต้องไม่ใช่แน่”
มันแน่ใจว่าภายในมิติต้นกำเนิดต้องน่าประหวั่นพรั่นพรึงเป็นอย่างมากแน่นอน มีสิ่งมีชีวิตเกินจินตนาการดำรงอยู่ หาไม่แล้วมิติทั้งสามไม่มีทางถูกกำราบรับเป็นพรรคพวก
มันติดต่อยอดฝีมือชั้นเลิศระดับเดียวกันอื่น ๆ ในมิติอัคคี หารือกันว่าควรส่งสิ่งมีชีวิตจำนวนหนึ่งไปหยั่งเชิงสถานการณ์ก่อน
“ได้”
“ระวังไว้ก่อนดีกว่า”
ยอดฝีมือชั้นเลิศอื่น ๆ ต่างเห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ หลังจากนั้น พวกเขาส่งกองหน้ารุกรานเข้าไปในมิติต้นกำเนิดก่อน
สี่มิติที่เหลือก็คิดไม่ต่างกัน รู้สึกว่าในมิติต้นกำเนิดไม่ธรรมดา
พวกเขาต้องการหยั่งตื้นลึกหนาบางก่อน จึงส่งกองหน้าของตนออกไปเช่นกัน
กองหน้าของทั้งห้ามิติบุกเข้าไปยังมิติต้นกำเนิดจากทิศทางแตกต่าง
จากนั้น ทิศทั้งห้าก็มีศึกใหญ่ปะทุ!
กองหน้าที่ว่าย่อมไม่ด้อยฝีมือ แต่ละคนล้วนอยู่เหนือขอบเขตมิติขั้นยี่สิบ ผู้นำนั้นอยู่เหนือขอบเขตมิติขั้นสามสิบ
นี่เป็นเพียงกองหน้าเท่านั้น กำลังรบยังสูงปานฉะนี้ จะเห็นได้ว่ามิติทั้งห้าน่าครั่นคร้ามเพียงใด
ทิศที่กองหน้าจากมิติทั้งห้าเลือกรุกรานใช่ว่าสุ่มเลือก ทิศทั้งห้าที่พวกเขาเลือกเป็นจุดที่กำลังอ่อนบางที่สุด
ในทิศทั้งห้านี้ไม่มีผู้ติดตามของหลี่จิ่วเต้าเฝ้าระวัง
พรวด!
เลือดสาดกระเซ็น การต่อสู้แทบจะเอนเอียงไปด้านเดียว กองหน้าของมิติทั้งห้าเก่งกล้ากว่าสิ่งมีชีวิตที่เฝ้ายามอยู่มาก พวกเขาสงวนพลังปราณ อำพรางเงาร่าง เข้าใกล้ด้วยความเงียบเชียบ จากนั้นจึงเริ่มการจู่โจมกะทันหัน
ผ่านไปไม่นาน แทบจะพริบตาเดียว สิ่งมีชีวิตที่เฝ้าระวังอยู่ในห้าทิศนี้ก็ถูกสังหารทั้งหมด
ผู้ติดตามหลี่จิ่วเต้าล้วนอยู่เหนือขอบเขตมิติ ญาณสัมผัสที่คลี่แผ่สามารถปกคลุมไปทั่วมิติ
ทว่ากองหน้าทั้งห้ามิติและผู้นำทัพแต่ละกองล้วนปิดผนึกฟ้าดินขณะเริ่มเข่นฆ่าเป็นการตบตา ผู้ติดตามหลี่จิ่วเต้าจึงจับสัมผัสไม่ได้
ผู้นำทัพของกองหน้ามิติทั้งห้าล้วนอยู่เหนือขอบเขตมิติขั้นสามสิบ มีพลังสยดสยองสุดขีด ไม่อาจถูกจับสัมผัสได้ง่าย ๆ
นอกเสียจากตั้งใจอย่างยิ่งยวดจึงจะจับสัมผัสได้
ยอดฝีมือชั้นเลิศจากมิติทั้งห้าต่างจับตาดูความเคลื่อนไหวของกองหน้า
หลังพวกเขาเห็นกองหน้าปลิดชีพสิ่งมีชีวิตที่เฝ้าระวังลงหมดแล้วก็ไม่ได้มีอารมณ์เปลี่ยนไปมากนัก
นี่เป็นเพียงการเริ่มต้น ไม่อาจสะท้อนสิ่งใดให้เห็น พวกเขารู้ดีว่าความน่าพรั่นพรึงที่แท้จริงอยู่ในมิตินี้ จึงยิ่งจับตาให้ดี
“เข้ามาแล้วหรือ”
อีกด้าน ต้นหลิวหน้าถอดสี รับรู้ได้ถึงกองหน้าของมิติทั้งห้า
“หยุดพวกเขาไว้!”
เขาบอกคนอื่น ๆ ให้เข้ายับยั้ง ส่วนตัวเขาเองก็ปรี่เข้าไปทันที!
หัวใจเขาหนักอึ้งเหลือแสน มิติทั้งห้าที่มาในคราวนี้น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง แข็งแกร่งว่าสามมิติก่อนหน้านี้มากนัก เขายังไม่อาจจับสัมผัสได้ทันที เพิ่งมารู้สึกในภายหลัง
“ไป!”
ก้อนหิน ต้าเต๋อ สุนัขดำ นักพรตอู๋เหลียง และจักรพรรดินีต่างเคลื่อนไหวในทันใด เข้าหยุดยั้งกองหน้า ส่วนคนอื่น ๆ อยู่พิทักษ์ต่อ ไม่ให้สิ่งมีชีวิตจากมิติทั้งห้าเข้ามาจากส่วนอื่น
“ถูกจับได้ไวปานนี้เชียวหรือ”
ยอดฝีมือชั้นเลิศในมิติทั้งห้าซึ่งจับตาดูจากที่ไกล ๆ เห็นว่ากองหน้าถูกสกัด
ทันใดนั้น ศึกใหญ่ก็ปะทุในทิศทั้งห้า
ต้นหลิว ก้อนหิน ต้าเต๋อ และจักรพรรดินีแยกกันหยุดยั้งกองหน้าคนละทิศ สุนัขดำและนักพรตอู๋เหลียงร่วมมือกันสกัดกองหน้าทิศหนึ่ง
ตู้ม!
คู่ต่อสู้ของต้นหลิวเป็นสิ่งมีชีวิตอัคคีตนหนึ่ง สยดสยองชวนหวาดผวาเหลือแสน แข็งแกร่งยิ่งกว่ากำลังรบขอบเขตมิติขั้นสามสิบอย่างข่งจั๋ว มันมีกำลังรบขอบเขตมิติขั้นสามสิบสาม
หลังต้นหลิวประมือกับมันแล้วกดดันอย่างยิ่งยวด สิ่งสำคัญคือเขาไม่ได้รับมือเพียงสิ่งมีชีวิตอัคคีตนนี้ ยังมีสิ่งมีชีวิตตนอื่นในกองหน้า
สิ่งมีชีวิตอื่นล้วนอยู่เหนือขอบเขตมิติขั้นยี่สิบ ยังมีสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติขั้นสามสิบอีกตน ซึ่งจัดการได้ยากยิ่ง
การต่อสู้ด้านก้อนหิน ต้าเต๋อ จักรพรรดินี และสุนัขดำกับนักพรตอู๋เหลียงก็มีสถานการณ์ไม่ต่างกัน กดดันไม่น้อยเช่นกัน
“ต้องไปหนุนกำลังหรือไม่” มัจฉาสัตมายาถามเมิ่งจี
ยามนี้ เมิ่งจีมีหน้าที่ควบคุมกำกับทุกอย่าง
“ยังไม่ต้องไปหนุนกำลัง”
เมิ่งจีเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “พวกเราต้องคอยระวังไม่ให้พวกเขาเข้ามาจากที่อื่น ข้ารู้สึกว่ามีโอกาสสูงที่พวกเขาจะบุกเข้ามาจากทิศอื่น!”
พวกเขาเตรียมการไว้ก่อนแล้ว ใช้พลังกล้าแกร่งปกคลุมไปทั่วทั้งมิติ แต่ต่อให้เป็นเช่นนั้นก็ยังไม่ไหว กองหน้าจากห้ามิติยังเข้ามาได้อย่างเงียบเชียบ
บ่งบอกว่าคู่ต่อสู้ที่พวกเขาเผชิญในครานี้สยดสยองตึงมืออย่างยิ่งยวด!
“มีบางอย่างเกิดขึ้นในทิศอื่น!”
คิ้วเรียวของซีขมวดมุ่น เล่าสถานการณ์ที่นางรับรู้ออกมา ที่เมิ่งจีคิดนั้นไม่ผิด สิ่งมีชีวิตตนอื่นสังหารผู้เฝ้าระวังในทิศอื่นเงียบเชียบและบุกเข้ามา
นางบุกเข้าไปทันที ลั่วสุ่ย หลิงอิน เซี่ยเหยียน และพวกอ้ายฉานก็เคลื่อนไหวเข้ายับยั้ง
“เฝ้าระวังต่อไป ห้ามให้เข้ามาแม้แต่ตนเดียว!”
เมิ่งจีเอ่ยเสียงเข้ม
…
กองหน้าที่พวกเขาเผชิญแกร่งกล้าเป็นหนักหนา มีสิ่งมีชีวิตเหนือขอบเขตมิติขั้นสามสิบถึงสามตน โดยอยู่ในขั้นสามสิบสอง สามสิบสี่ และสามสิบห้า
นอกจากนี้ สิ่งมีชีวิตตนอื่นในกองหน้าก็ไม่ได้ด้อยพลัง ยิ่งเป็นผลให้สถานการณ์ด้านพวกเขาย่ำแย่!
สุนัขดำและนักพรตอู๋เหลียงไม่ทันบรรลุด้วยซ้ำ กองหน้าลงมือดุดัน ไม่ให้โอกาสสุนัขดำและนักพรตอู๋เหลียงสักนิด
ขณะที่สุนัขดำและนักพรตอู๋เหลียงกำลังจะถูกสังหารอย่างสิ้นเชิง คัมภีร์สามเล่มซึ่งมีประกายเจิดจ้าก็พุ่งออกมาห่อหุ้ม
ราชันทมิฬและนักพรตอัษฎสมบูรณ์บุกออกมาจากหนังสือ!
“มีข้าไร้เทียมทาน ข้าจักกำราบศัตรูทั้งปวงในใต้หล้า!”
ขณะเดียวกัน จักรพรรดิสวรรค์เย่ก็ออกมาเช่นกัน องอาจสูงส่ง บดขยี้สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติขั้นสามสิบห้าได้ด้วยมือข้างเดียว
“ไยจึงแข็งแกร่งปานนี้?!”
กองหน้าที่เหลือต่างตะลึงกับความโหดเหี้ยมของจักรพรรดิสวรรค์เย่ พวกเขาถอยหลังอย่างรวดเร็ว รู้ดีว่าไม่ใช่คู่มือของอีกฝ่าย อยู่ที่นี่ไปมีแต่ต้องตายเท่านั้น!
“หนีไม่พ้นหรอก!”
“พวกเจ้าจงอยู่ที่นี่ต่อเถิด!”
ราชันทมิฬและนักพรตอัษฎสมบูรณ์ตัดทางหนีของเหล่ากองหน้าไม่ให้ถอย
จักรพรรดิสวรรค์เย่ลงมืออย่างแข็งกร้าว เปี่ยมด้วยความพร้อมกวาดล้างสิ่งทั้งปวง เพียงครู่เดียวก็กำราบสิ่งมีชีวิตทั้งหมดในกองหน้าลง
ยอดฝีมือชั้นเลิศจากทั้งห้าทิศต่างมองจักรพรรดิสวรรค์เย่ด้วยสีหน้าหนักอึ้ง
พวกเขามองจักรพรรดิสวรรค์เย่ไม่ออกเลย!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าจักรพรรดิสวรรค์เย่นั้นถือเป็นศัตรูตัวฉกาจ!
“ข้าไม่กลับไปแล้ว ขอพิทักษ์อยู่ทิศนี้” จักรพรรดิสวรรค์เย่เอ่ย
สุนัขดำและนักพรตอู๋เหลียงสร้างร่างใหม่ออกมา ยังนึกกลัวไม่หาย ยิ่งเป็นศัตรูที่มาทีหลังยิ่งน่าประหวั่นพรั่นพรึง หนนี้พวกเขาไม่มีโอกาสบรรลุด้วยซ้ำ อีกนิดเดียวก็จะถูกสังหารอย่างสิ้นเชิง เป็นผลให้พวกเขาตกตะลึงจริง ๆ
และเป็นการเตือนใจพวกเขาให้ได้รับรู้อย่างลึกซึ้งว่าฝีมือพวกเขายังใช้ไม่ได้
“พวกเราก็ไม่กลับไปแล้ว แยกกันไปพิทักษ์คนละทิศ” ราชันทมิฬเอ่ย
“อย่าสิ เจ้าไม่กลับไยต้องลากข้าไปด้วย” นักพรตอัษฎสมบูรณ์บ่น เขาไม่อยากพิทักษ์ ต้องการกลับไปในหนังสือ
ผลที่ตามมาคือเขาถูกราชันทมิฬกัด ร่างกายเละเทะ
ในขณะนั้นเขาเลือกยอมจำนน เอ่ยว่าตนยินดีและสมัครใจพิทักษ์ทิศหนึ่ง
ศึกใหญ่ปะทุเรื่อย ๆ ตามทิศต่าง ๆ แต่ละที่ต่างยิ่งทวีความดุดัน สิ่งมีชีวิตที่มิติทั้งห้าส่งมาน่าครั่นคร้ามอย่างแท้จริง พวกต้นหลิวต่างพบเจออันตราย ไร้ซึ่งโอกาสบรรลุ!
“ตายเสีย!”
ด้านต้นหลิว กองหน้ามิติอัคคีรุมล้อมโจมตีต้นหลิว หมายจะกำจัดต้นหลิวให้สิ้นซาก
ทว่าต้นหลิวก็คือต้นหลิว มิใช่ดาษดื่น สามารถอดทนไว้ได้ บรรลุสำเร็จ!
เขากำราบกองหน้ามิติอัคคีลงทั้งหมดและรับเป็นพรรคพวก
แน่นอนว่าเขาไม่ได้หยุดยั้ง แต่รุดหน้าไปเป็นกำลังหนุนที่อื่นต่อ
จักรพรรดิสวรรค์เย่ ราชันทมิฬ และนักพรตอัษฎสมบูรณ์ก็แยกย้ายกันไปเป็นกำลังหนุน
ด้านเมิ่งจีส่งกองหนุนออกไปเช่นกัน
ผ่านไปไม่นาน การต่อสู้แต่ละที่จบลง เหล่าสิ่งมีชีวิตที่มิติทั้งห้าส่งมาถูกกำราบรับเป็นพรรคพวกทั้งหมด
ทุกอย่างปิดฉากชั่วคราว
ทว่าพวกเขาไม่ได้รู้สึกดีใจสักนิด ตรงกันข้าม ทุกคนต่างหัวใจหนักอึ้ง
ไม่มีแม้แต่โอกาสบรรลุ ห่างชั้นกันเกินไปแล้ว มิหนำซ้ำมิติทั้งห้ายังไม่ใช่มิติที่น่าสยดสยองที่สุด มิติชวนผวาที่พวกข่งจั๋วกล่าวถึงยังไม่โผล่ออกมา
หากมิติสยดสยองที่พวกข่งจั๋วกล่าวถึงปรากฏจะน่าสะพรึงกลัวเพียงใด?
พวกเขาต่างรับรู้ถึงอันตรายร้ายแรง!
สงครามที่พวกเขาต้องเผชิญในอนาคตย่อมต้องลำบากหนักหนาแน่นอน
ยังดีที่พวกเขามีคุณชายพิทักษ์อยู่เบื้องหลัง มิฉะนั้นพวกเขาคงไม่อาจคิดไปไกลกว่านี้ ไม่อาจรับมือได้เลย
อีกด้าน หลี่จิ่วเต้ากำลังค้นคว้าตำรับลูกกลอนวิเศษใหม่อย่างขะมักเขม้น หาได้สนใจเรื่องอื่น
แต่จะว่าไม่ได้สนใจก็มีเพียงตัวเขาที่ไม่ได้สนใจ ทว่าเขาทิ้งพลังไว้ ป้องกันไม่ให้พวกซีเกิดอันตราย
เมื่อคราวสุนัขดำและนักพรตอู๋เหลียงเกือบถูกสังหาร พลังที่เขาทิ้งไว้จับตาดูอยู่ ต่อให้ตัวละครในหนังสือไม่โผล่ออกมา สุนัขดำและนักพรตอู๋เหลียงก็ไม่เป็นไร พลังที่หลี่จิ่วเต้าทิ้งไว้จะเข้าไปช่วยเหลือเอง
ขณะเดียวกัน ยอดฝีมือชั้นเลิศจากมิติทั้งห้าต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด
ขนาดนี้แล้วยังบุกเข้าไปไม่ได้อีกหรือ ผิดไปจากที่พวกเขาคิดอยู่หน่อย!
“ลงมือบุ่มบ่ามไม่ได้แล้ว!”
“รอก่อนแล้วค่อยว่ากัน!”
พวกเขาตัดสินใจรามือชั่วคราว หารือกันให้ดี การใช้กำลังรุกรานเช่นนี้ไม่ไหวอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ เหตุผลหลักที่พวกเขาต้องชะงักการเคลื่อนไหวเพราะพวกเขารู้สึกว่าอาจไม่ได้มีเพียงห้ามิติของพวกเขา ต่อไปอาจยังมีมิติใหม่เดินทางมา
พวกเขาอยากรอให้มิติอื่นมาถึงก่อนแล้วค่อยว่ากัน
………………..