รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1280 ลูกกลอนที่กลั่นสุดยอดเช่นนี้แหละ!
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1280 ลูกกลอนที่กลั่นสุดยอดเช่นนี้แหละ!
บทที่ 1280 ลูกกลอนที่กลั่นสุดยอดเช่นนี้แหละ!
………………..
บทที่ 1280 ลูกกลอนที่กลั่นสุดยอดเช่นนี้แหละ!
“สมรภูมิขอบเขตมิติน่าพรั่นพรึงขนาดไหน หากไม่มีความสามารถอย่างแท้จริง ย่อมไม่มีทางได้ชัยชนะสุดท้ายมาครอง”
ก้อนอิฐเอ่ย น้ำเสียงเจือไว้ซึ่งความภาคภูมิ “ชิงหวั่น นายท่านของข้าก็เป็นผู้มาทีหลังเช่นกัน มีเวลาบำเพ็ญนานไม่เท่าสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติเหล่านั้น ทว่านายท่านของข้าค้นพบทางลัดในขอบเขตมิติ สามารถก้าวหน้าและเอาชนะสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติทั้งหมด เป็นใหญ่ไร้เทียมทานในมิติได้!” มันเอ่ย
เส้นทางลับเช่นนี้มีเพื่อเจ้านายของมัน ชิงหวั่นเรียบเรียงเสียใหม่ให้สมบูรณ์ขึ้น หาใช่สิ่งที่หลี่จิ่วเต้าจะเทียบได้
“หลี่จิ่วเต้าไม่มีผู้ชี้ทาง เส้นทางที่เดินล้วนต้องค้นหาด้วยตนเอง ต่อให้มีทางลัดก็ไม่แน่ว่าจะแข็งแกร่งเท่าใด”
ก้อนอิฐบอก “เพราะอย่างนั้น เจ้าจงวางใจ นับแต่ย่างก้าวที่เจ้าออกโรง จักไร้เทียมทานในมิตินี้!”
มันมั่นใจเป็นอย่างมาก เพราะตัวมันมีทางลัดสมบูรณ์แบบ ประกอบกับมหาโอสถที่ให้เยว่อู๋หมิงไป มหัศจรรย์จนจินตนาการไม่ออก วันหน้าย่อมกำราบหลี่จิ่วเต้าเป็นที่ไร้เทียมทาน หาได้มีปัญหาไม่
“ได้!”
เยว่อู๋หมิงพยักหน้า เชื่อคำกล่าวของก้อนอิฐ
เขาไม่เชื่อก็ไม่ได้ เพราะยามนี้ไม่เหลือทางอื่นให้เดิน ได้แต่ตามก้อนอิฐไปให้ถึงที่สุด
“จริงสิ การพลิกผันที่ท่านว่ามีการค้นพบใหม่บ้างหรือไม่” เขาเอ่ยถาม
นับแต่ก้อนอิฐรู้สึกตัวว่าอาจมีการพลิกผันครั้งใหญ่ก็เริ่มพยากรณ์ทุกวัน หวังจะพยากรณ์ให้ออกว่าความพลิกผันนี้คือสิ่งใดกันแน่ หมายจะเตรียมการล่วงหน้า
“ไม่” ก้อนอิฐตอบ
มันพยากรณ์สุดชีวิต แต่ก็ไม่สำเร็จ ไม่เคยพยากรณ์เจอสิ่งใด
“บำเพ็ญเถิด”
ก้อนอิฐกล่าว “ไม่ว่ามีความพลิกผันเช่นไร ตราบใดที่เจ้าทรงพลังพอ ก็ไม่ต้องวิตกแต่อย่างใด”
“ได้!”
เยว่อู๋หมิงพยักหน้า ไม่ได้คิดมากอีก หยุดคิดทุกอย่างแล้วเริ่มฝึกฝนเอาเป็นเอาตายอีกครั้ง
…
ขณะเดียวกัน หลี่จิ่วเต้าต่อสู้กับศัตรูมากมายตามลำพัง แข็งกร้าวไร้เทียมทาน การต่อสู้จบลง สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติทุกตนถูกกำราบ!
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติเหล่านี้ล้วนมาด้วยร่างต้น ไม่มีร่างแยก
เพราะการต่อสู้ระดับนี้ร่างแยกไม่อาจเข้าร่วมได้ เนื่องจากมีพลังไม่พอ
แต่ถึงต่อให้มาด้วยร่างแยกก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ หลี่จิ่วเต้าสามารถลากคอร่างต้นของสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติออกมาได้ง่ายดาย
“หมิง ร่างต้นเป็นของเจ้า เจ้าจงประสานเสีย”
หลี่จิ่วเต้าจงใจใช้กระบี่แทงร่างต้นของหมิงเพื่อลดทอนกำลัง ให้ร่างแยกของหมิงประสานแทนที่ได้สะดวก
“ขอบคุณคุณชาย!”
ร่างแยกของหมิงเต็มตื้นเหลือแสน
กล่าวตามตรง เขาไม่เคยคิดฝันว่าจะแทนที่ร่างต้นได้ และคิดไม่ถึงว่าวันนี้เขาจะได้แทนที่ร่างต้นแล้ว!
“เจ้าถอยไป!”
ร่างต้นของหมิงคำราม พยายามต้านทานสุดกำลัง ทว่าก็ไร้ประโยชน์ เขาถูกกระบี่ของหลี่จิ่วเต้าบั่นทอนกำลังไปมหาศาล ไม่อาจสู้กับร่างแยกได้เลย เขาถูกร่างแยกกำราบในบัดดล ก่อนจะค่อย ๆ ประสานกับร่างแยก และถูกแทนที่
“ไม่ต้องเจ็บใจไป ได้ติดตามข้านับเป็นบุญคุณสูงสุดของพวกเจ้าแล้ว ไม่อย่างนั้นสุดท้าย พวกเจ้าก็ต้องตายในศึกตัดสินสุดท้ายทั้งหมดอยู่ดี” หลี่จิ่วเต้ามองสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติเหล่านี้ขณะเอ่ย
“เจ้าตั้งใจทำสิ่งใดกันแน่”
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติตนหนึ่งถามเสียงเข้ม
เขาไม่เข้าใจว่าหลี่จิ่วเต้าต้องการอันใด ไม่ใช่ว่าต้องฆ่าพวกเขาหรอกหรือ
ทว่าหลี่จิ่วเต้ากลับไม่ได้ฆ่าพวกเขา เพียงแต่กำราบไว้เท่านั้น
“ไม่ได้จะทำอะไร ข้าเพียงอยากโค่นล้มวิหารโบราณลึกลับเท่านั้น” หลี่จิ่วเต้าเอ่ยเสียงเบา
“อะไรนะ!”
“เจ้า…เสียสติไปแล้วหรือ?!”
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติเหล่านี้ต่างตระหนกกับความใจกล้าบ้าบิ่นของหลี่จิ่วเต้า
บังอาจคิดโค่นล้มวิหารโบราณลึกลับ
หลี่จิ่วเต้าห้าวหาญเกินไปแล้ว!
วิหารโบราณลึกลับโค่นล้มได้ง่าย ๆ ที่ไหน นั่นเป็นกองกำลังที่บงการทุกอย่างจริง ๆ!
“วางใจเถิด สำเร็จได้แน่” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
เขาโบกมือ ลูกกลอนทั้งหมดที่กลั่นเสร็จก็พลันลอยมาหา เขา นำออกมาห้าหกเม็ด ยื่นไปเบื้องหน้าบรรดาสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติ แล้วเก็บลูกกลอนที่เหลือทั้งหมด
“พวกเจ้าอยากได้ลูกกลอนไม่ใช่หรือ ข้าให้”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ยเสียงเรียบ
บรรดาสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติเหล่านี้มองลูกกลอนเบื้องหน้าพวกเขาด้วยสายตาพิลึกไม่แพ้กัน
ให้ตายสิ ลูกกลอนที่พวกเขาแย่งชิงด้วยชีวิตยังไม่ได้มา หลี่จิ่วเต้ากลับให้พวกเขาง่าย ๆ เช่นนี้เลยหรือ
หากรู้แต่แรก ไฉนเลยพวกเขาจะต่อสู้แย่งชิงสุดชีวิตปานนั้น!
แต่เดี๋ยวก่อน ลูกกลอนนี่มีสรรพคุณมหัศจรรย์สูงส่งจริงหรือ?
ไม่ใช่ว่าเป็นยาพิษ หรือลูกกลอนทดลองบางอย่างที่หลี่จิ่วเต้าคิดจะใช้พวกเขาทดลองกระมัง!
ใช่แล้ว ความจริงต้องเป็นเช่นนั้นแน่ หาไม่แล้วเหตุใดหลี่จิ่วเต้าต้องยกลูกกลอนให้พวกเขาด้วย
ไร้เหตุผลสิ้นดี!
พวกเขาต่างรู้สึกเช่นเดียวกัน ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องลูกกลอนตรงหน้า
“พวกเจ้านี่ก็แปลก ก่อนหน้านี้สู้สุดชีวิตเพื่อแย่งลูกกลอน ตอนนี้ยกให้พวกเจ้ากลับไม่ต้องการแล้ว”
หลี่จิ่วเต้าหมดคำจะพูด สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติเหล่านี้พิลึกสิ้นดี
นี่หรือที่ว่า…สิ่งที่ได้มาเฉย ๆ ไร้เสน่ห์ ต้องแย่งชิงเท่านั้น
เขาเข้าไม่ถึงสิ่งนี้!
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติเหล่านี้ไม่พูดจา ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่กินลูกกลอน
ลูกกลอนทดลอง ผู้ใดจะรู้ว่าหลังกินเข้าไปจะมีผลลัพธ์เช่นไร เป็นไปได้ว่าอาจเป็นไม่สู้ตาย หากเป็นเช่นนั้น ไม่สู้ให้พวกเขาตายเสียตอนนี้ยังจะดีกว่า
อนิจจา ทุกอย่างล้วนไม่อยู่ในการควบคุมของพวกเขา
หลี่จิ่วเต้าผู้มีพลังจากของวิเศษทั้งหลายน่าประหวั่นพรั่นพรึงเกินไป
“กินลูกกลอน!”
ชายหนุ่มตะเบ็งเสียง ทันใดนั้น พลังไร้รูปลักษณ์เข้าปกคลุมเหล่าสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติ เสี้ยวลมหายใจนั้น สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติเหล่านี้ต่างสูญเสียสติสัมปชัญญะ เชื่อฟังคำสั่งหลี่จิ่วเต้า กลืนลูกกลอนตรงหน้าลงไปและเริ่มผสานพลัง
ผ่านไปไม่นาน สติพวกเขาก็กลับคืนมา และผสานพลังลูกกลอนไปได้ประมาณหนึ่งแล้ว
พวกเขารีบตรวจสอบร่างกาย ดูว่าผิดปกติอันใดหรือไม่
ผลสุดท้ายพวกเขาพบว่าร่างกายพวกเขาไม่เพียงแต่ไม่ได้ผิดปกติ ทว่ายังยกระดับพลังแต่ละด้านขึ้นคูณทวี ได้รับประโยชน์มหาศาล กำลังรบพุ่งพรวดหลายเท่าตัว!
พวกเขาสะท้านเหลือแสน ลูกกลอนนี่น่ากลัวปานนี้เชียวหรือ ถึงขั้นทลายกฎที่ขอบเขตมิติต้องตกผลึกได้!
สวรรค์ เรื่องนี้เหนือความคาดหมายพวกเขาอย่างสิ้นเชิง เปลี่ยนขอบเขตความเข้าใจพวกเขาเสียใหม่
“ลูกกลอนทดลอง เขาเองก็ไม่รู้ว่าลูกกลอนนี้น่าทึ่งเพียงใด บัดนี้เขายกหินทุ่มใส่เท้าตนเอง ให้พวกเราผสานพลังลูกกลอนจนยกระดับกำลังรบขึ้นหลายเท่า!”
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติตนหนึ่งจับจ้องหลี่จิ่วเต้า เอ่ยเสียงเหี้ยมเกรียม “นี่คือความผิดพลาดโง่เขลาที่สุดของเจ้า ตายเสีย!”
เสียงดังตู้ม เขาบุกไปหาหลี่จิ่วเต้าอย่างดุดัน
กำลังรบทวีคูณหลายเท่า เขามองว่ายามนี้พวกตนสังหารหลี่จิ่วเต้าได้แล้ว
“ฆ่า!”
“นี่เรียกว่าอะไร เรียกว่าขโมยไก่ไม่สำเร็จซ้ำยังเสียข้าวสาร! ฆ่า”
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติตนอื่นก็คิดเช่นนี้ คิดว่าพวกเขาซึ่งยกระดับกำลังรบขึ้นหลายเท่าสามารถปลิดชีพหลี่จิ่วเต้า
ทั้งหมดต่างปราดเข้าไปหาหลี่จิ่วเต้า
“พวกเจ้าคิดอะไรอยู่…”
หลี่จิ่วเต้ามีสีหน้าระอา หากเขาไม่มั่นใจเต็มร้อย ไฉนเลยจะให้สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติผสานพลังลูกกลอนเล่า
เป็นไปได้ที่ไหน!
เขาให้เหล่าสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติผสานพลังลูกกลอน ย่อมมั่นใจว่าสามารถควบคุมทุกอย่าง มิฉะนั้นเขาไม่มีทางให้เหล่าสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติผสานพลังลูกกลอน
“กำราบ!”
เขาคำรามลั่น พลังมหาศาลโถมทับ โถมใส่สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติเหล่านี้ทันที
ชั่วขณะนั้น บรรดาสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติต่างถูกสะกดไว้ ไม่อาจขยับเขยื้อน
เหล่าสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติต่างตกตะลึงพรึงเพริดโดยไม่มีข้อยกเว้น
เป็นไปได้อย่างไรกัน?
สายตาพวกเขาต่างทอประกายเหลือเชื่อ
พวกเขาผสานพลังลูกกลอนจนกำลังรบเพิ่มพูนหลายเท่าตัว สุดท้ายหลี่จิ่วเต้าคำรามเสียงเดียวพวกเขาก็ถูกกำราบลงทั้งหมดอย่างนั้นหรือ
ทำใจเชื่อได้ยากยิ่ง!
วิญญาณพวกเขาสั่นสะท้าน หวาดหวั่นถึงขีดสุด หลี่จิ่วเต้าอยู่ในขอบเขตใดกันแน่
ยามนี้พวกเขาตระหนักได้ว่าที่หลี่จิ่วเต้าเอ่ยว่าจะโค่นวิหารโบราณลึกลับหาใช่เพียงคำพูดลอย ๆ บางทีอาจทำได้จริง
“อย่าได้มีใจเป็นอื่นอีก ติดตามข้าร่วมต่อกรกับวิหารโบราณลึกลับแต่โดยดีเสีย”
หลี่จิ่วเต้าโบกมือ บรรดาสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติได้อิสรภาพคืนมาทันที
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติที่เป็นอิสระอีกครั้งไม่ได้มีใจเป็นอื่น และไม่เคยลงมือกับหลี่จิ่วเต้าอีก
อย่าล้อเล่นหน่อยเลย หลี่จิ่วเต้าคำรามเสียงเดียวก็กำราบพวกเขาได้หมด พวกเขาไม่ใช่คู่มือหลี่จิ่วเต้าเลย!
“คุณชาย ข้าเรียบร้อยแล้ว!”
เวลานั้น ร่างแยกของหมิงประสานแทนที่เสร็จสมบูรณ์ เขากลายเป็นร่างต้น ลบล้างจิตสำนึกเดิมของร่างต้นจนสิ้นแล้ว
แน่นอนว่าหลัก ๆ เป็นเพราะร่างต้นถูกหลี่จิ่วเต้าใช้กระบี่แทงจนสูญเสียพลังมากเกินไป หาไม่แล้วย่อมไม่มีทางประสานแทนที่ได้รวดเร็วเช่นนี้
“ดี”
หลี่จิ่วเต้าพยักหน้า เรียกลูกกลอนเม็ดหนึ่งออกมายื่นให้หมิงผสานพลัง
ส่วนสิ่งมีชีวิตต่ำกว่าขอบเขตมิติ เขาไม่มีความคิดยกลูกกลอนให้ เพราะไม่มีลูกกลอนมากเพียงนั้นในมือ ลูกกลอนที่เหลือต้องเก็บไว้ให้พวกซี
“ขอบคุณคุณชาย!”
หมิงตื้นตันใจ รู้ดีว่าลูกกลอนนั้นอัศจรรย์เพียงใด เขากินลูกกลอนเข้าไปทันทีและเริ่มผสานพลัง
ผ่านไปไม่นาน เมื่อเขาเสร็จสิ้นการผสานก็ตะลึงกับความน่าครั่นคร้ามของหลี่จิ่วเต้าอย่างยิ่งยวด
เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่ายามนี้เขาทรงพลังปานใด เกินกว่าตัวตนในอดีตจะเทียบได้!
กล่าวตามตรง ต่อให้เขาผสานลูกกลอนด้วยตนเองแล้ว ยังรู้สึกว่าทั้งหมดนี้ช่างเหลือเชื่อ ราวกับกำลังฝันไป
คิด ๆ แล้ว เรื่องนี้ดูจะฝันเฟื่องเกินไป
ไม่สิ
แม้แต่ยามหลับฝันเขายังไม่กล้าฝันหวานเพียงนี้!
“ขอบเขตมิติถ้วนหน้า เรื่องนี้แน่เสียยิ่งกว่าแน่แล้ว!”
เขามองภาพร่างของพวกซีที่กำลังต่อสู้ดุเดือดแล้วเอ่ยขึ้น
การกลั่นลูกกลอนของหลี่จิ่วเต้าในคราวนี้สูงส่งอัศจรรย์เกินไป เขาไม่นึกคลางแคลงเลยว่าหลังพวกซีผสานพลังลูกกลอนเสร็จ จะต้องบรรลุขอบเขตมิติทั้งหมดแน่นอน!
“นี่มัน!”
เขาอึ้งงันจนพูดไม่ออก คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าวันหนึ่งจะมีสิ่งมีชีวิตก้าวสู่ขอบเขตมิติมหาศาล
ขณะเดียวกัน เขายิ่งคิดไม่ถึงว่าใครคนหนึ่งจะช่วยให้สิ่งมีชีวิตคณานับก้าวสู่ขอบเขตมิติด้วยตัวคนเดียว
ชั่วพริบตานั้น เขารู้สึกว่าการโค่นวิหารโบราณลึกลับก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ รู้สึกเต็มไปด้วยความหวัง
เวลาผันผ่านอย่างรวดเร็ว ต้นหลิวเอาชนะคู่ต่อสู้ของตน กำราบได้ราบคาบ
เขาไม่ได้ใช้พลังก้านหลิวชะล้าง
จากนั้น เขาพา ‘ตัวแปรผิดแผกเฒ่า’ ที่ปราบได้มาอยู่ข้างกายหลี่จิ่วเต้า
“ทำได้ไม่เลว!”
หลี่จิ่วเต้าบอกกับต้นหลิวจากใจจริง
กล่าวตามตรง ต้นหลิวนั้นน่าทึ่งยิ่งนัก ไม่ว่าจะชมต้นหลิวด้วยถ้อยคำใดล้วนไม่เกินไป ต้นหลิวสมกับคำชมทุกคำ
ชายหนุ่มยื่นลูกกลอนเม็ดหนึ่งให้ต้นหลิวผสานพลัง
“ขอบคุณคุณชาย!”
ต้นหลิวรับลูกกลอนมาและเริ่มผสาน
ผ่านไปไม่นาน ตัวเขามีประกายวาววามพวยพุ่ง บรรลุขอบเขตมิติ!
บรรดาสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติต่างตาค้าง
พวกเขาล้วนผสานลูกกลอนแล้ว รู้ดีว่าลูกกลอนนั้นวิเศษเพียงใด และคาดการณ์ไว้แล้วว่าหลังต้นหลิวผสานพลังลูกกลอนจะก้าวสู่ขอบเขตมิติ ทว่าหลังพวกเขาได้เห็นต้นหลิวบรรลุขอบเขตมิติกับตาก็ยังทึ่งอย่างอดไม่ได้
นอกจากนี้ พวกเขายังมีหลากหลายความรู้สึก ชอกช้ำเหลือแสน
หวนนึกถึงเมื่อครั้งอดีต พวกเขาผ่านกาลเวลาอันยาวนานและเคราะห์กรรมขัดเกลานับไม่ถ้วนเพื่อก้าวสู่ขอบเขตมิติ
บัดนี้ ต้นหลิวแค่เพียงผสานลูกกลอนไปหนึ่งเม็ดเท่านั้นก็ก้าวสู่ขอบเขตมิติ จะให้พวกเขารู้สึกดีอย่างไรไหว
“สวรรค์! แค่นี้ก็บรรลุเหนือขอบเขตอัครได้แล้วหรือ?!”
“ให้ตาย น่าตกใจเกินไปแล้ว!”
บรรดาสิ่งมีชีวิตเหนือขอบเขตอัครขั้นเจ็ดสิบต่างตระหนกถ้วนหน้า
พวกเขาถูกกำราบปราบปรามนานแล้ว และได้เห็นภาพต้นหลิวบรรลุหลังผสานลูกกลอน
“คุณชาย ขอลูกกลอนให้ข้าเม็ดหนึ่งได้หรือไม่”
ลมหายใจต่อมา พวกเขาพากันแจ้นไปอยู่ตรงหน้าหลี่จิ่วเต้ากันหมด เอ่ยกับเขาด้วยความเว้าวอนปรารถนา
ทั้งหมดต่างต้องการลูกกลอนเช่นนี้เพื่อให้หลุดพ้นจากขอบเขตอัคร
“วันหน้าพวกเจ้าจะได้รับเอง”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ย “ลูกกลอนที่กลั่นในคราวนี้มีจำกัด ให้พวกเจ้าไม่ได้ ทว่าต่อไปข้าจะกลั่นลูกกลอนต่อและให้พวกเจ้า แน่นอนว่าต้องดูผลงานพวกเจ้าด้วย ผู้ใดทำได้ดีจะได้รับลูกกลอน”
“ได้เลย!”
“พวกเราจะตั้งใจทำผลงาน!”
เหล่าสิ่งมีชีวิตขอบเขตอัครขั้นเจ็ดสิบพากันเอ่ยเสียงดีใจระงม
ยังจะกลั่นลูกกลอนต่ออีกหรือ
หลังบรรดาสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติได้ยินคำกล่าวของหลี่จิ่วเต้าก็มีสีหน้าพิลึกขึ้นมาทันที
ลูกกลอนมหัศจรรย์เช่นนี้กลั่นกันได้ง่าย ๆ หรือไร
หลี่จิ่วเต้ามีวัตถุดิบสำหรับกลั่นลูกกลอนมากเพียงนั้นเชียวหรือ
พวกเขากังขาในเรื่องนี้มาก!
ผ่านไปไม่นาน ซีกลับมาพร้อมคู่ต่อสู้
นางบรรลุได้เรื่อย ๆ กลายเป็นคนที่สองที่กำราบศัตรูได้หลังต้นหลิว
หลี่จิ่วเต้าให้ลูกกลอนซีเม็ดหนึ่ง เมื่อนางรับลูกกลอนแล้วก็ไปผสาน
ไม่นานนัก ซีก็บรรลุได้ติดต่อกัน ม่านแสงเรืองรองอาบไล้ตามตัวไม่หยุด นางก้าวสู่ขอบเขตมิติแล้ว!
‘คราวนี้ไม่ว่าเกิดเหตุพลิกผันอันใดก็รับมือได้หมดแล้ว’
หลี่จิ่วเต้านึกในใจ
ลูกกลอนที่เหลือเพียงพอสำหรับทุกคนข้างกายเขา ถึงเมื่อนั้น ทุกคนรอบกายเขาจะได้รับการยกระดับถ้วนหน้า ได้ครอบครองพลังกล้าแกร่งเกินจินตนาการ
และเขาก็วางใจได้อย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะมีเหตุพลิกผันอันใดเขาก็ไม่เกรงกลัว รับมือได้อย่างสงบ
อ่านน้อยลง
พวกซีที่ยกระดับอย่างสิ้นเชิงแล้วจะมีพลังพอให้จัดการกับเหตุพลิกผันต่าง ๆ!
เขาแน่ใจในเรื่องนี้มาก!
………………..