รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1279 สมรภูมิขอบเขตมิติ สำแดงความไร้เทียมทานเป็นที่ประจักษ์!
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1279 สมรภูมิขอบเขตมิติ สำแดงความไร้เทียมทานเป็นที่ประจักษ์!
บทที่ 1279 สมรภูมิขอบเขตมิติ สำแดงความไร้เทียมทานเป็นที่ประจักษ์!
………………..
บทที่ 1279 สมรภูมิขอบเขตมิติ สำแดงความไร้เทียมทานเป็นที่ประจักษ์!
แท่นบดขาวดำ ความทะมึนและความบริสุทธิ์เกี่ยวรัดตวัดพัน แฝงไว้ซึ่งความหนักหน่วง ราวกับพร้อมทำลายทุกสิ่งในใต้หล้า
ทว่าตอนนี้มันบดไม่ลงแม้แต่น้อย ถูกแสงกระบี่เจิดจ้าบดบัง พลังทำลายล้างของมันราวกับสิ้นฤทธิ์เดช แสงกระบี่ที่ฟาดฟันเข้ามาไม่เคยถูกขจัด ตกกระทบตัวมันทั้งหมด ทำให้มันเริ่มมีรอยบิ่นจากกระบี่!
ร่างต้นของหมิงยิ่งเคร่งเครียดเข้าไปใหญ่ เขากำลังจะต้านไม่อยู่แล้วจริง ๆ หลี่จิ่วเต้ากำลังเพิ่มพูนพลังทีละน้อย!
เจ้าผู้มาทีหลังเดนตายนี่ เหตุใดถึงน่าสยดสยองปานนี้
เขาคิดไม่ตก ขอบเขตมิติมีทางลัดด้วยหรือ หลี่จิ่วเต้าเกินจินตนาการขนาดไหนกัน?!
วิหารโบราณลึกลับตั้งใจฟูมฟักผู้ที่ ‘เกินเกณฑ์’ สุดโต่งอย่างหลี่จิ่วเต้าหรือ
ตู้ม!
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติลงมือ หัตถ์มโหฬารปกคลุมไปทั่วอวกาศประหนึ่งผืนนภา ประกายไฟฟ้าสถิตโดยรอบ ประกายไฟที่กระเด็นออกไปทำลายดาวทั้งดวงได้ง่ายดาย!
หลี่จิ่วเต้าตวัดกระบี่ฉุนจวินฟาดฟันไปด้านหน้า!
ผลสุดท้าย เขาหลุดเข้าไปในปริภูมิอื่นในชั่วพริบตา ในนั้นเต็มไปด้วยอสนีบาตน่าสะพรึงกลัว!
นี่คือโลกในมือ สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติผู้นั้นลากหลี่จิ่วเต้าเข้ามายังโลกในมือของเขา จากนั้น เขากำมือหากัน สายฟ้านับไม่ถ้วนผ่าฟาดหลี่จิ่วเต้า
ฉัวะ!
เลือดสาดกระเซ็น หลี่จิ่วเต้ากวัดแกว่งกระบี่ฉุนจวินฝ่าออกมา มือข้างนั้นถูกตัดสะบั้น ตัวเขาอาภรณ์สะอาดหมดจด ไม่เคยได้รับบาดเจ็บอันใด!
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติผู้นั้นร้องเสียงต่ำหนัก เผยตัวตนออกมา เป็นชายชราผ่ายผอมผู้หนึ่ง
โฮก!
เสียงอสูรคำรามดังขึ้น พยัคฆ์ขาวตัวหนึ่งตะครุบใส่หลี่จิ่วเต้า ฟันคมของมันประหนึ่งดาบสวรรค์ เป็นสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติเช่นกัน มาถึงในเสี้ยวลมหายใจ เร็วยิ่งกว่าแสง!
มันอ้าปากกัดหลี่จิ่วเต้า ปากใหญ่นั้นประดุจหลุมดำ กฎระเบียบน่าพรั่นพรึงถักทอ สยดสยองเป็นอย่างยิ่ง!
หลี่จิ่วเต้ามีสีหน้าราบเรียบ จ้วงแทงกระบี่ฉุนจวินในมือ
ชั่วขณะนั้น พลังเกินจินตนาการทะลักออกจากกระบี่ฉุนจวิน พยัคฆ์ขาวตกตะลึงในบัดดล วิ่งวนไปรอบ ๆ อย่างบ้าคลั่ง หมายจะหลบกระบี่นี้
อนิจจา มันช้าเกินไป พลังของกระบี่ฉุนจวินระเบิดในปาก ปากมันกระจุยทันที โลหิตสาดรดลงมาคล้ายสายฝนกระหน่ำอยู่ในอวกาศ!
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติผู้หนึ่งลอบเคลื่อนไหว อำพรางพลังปราณและร่องรอยทั้งหมดในตัว น่าหวาดหวั่นเหลือแสน แม้แต่สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติอื่น ๆ ยังไม่รู้ตัว
เขามาอยู่ด้านหลังหลี่จิ่วเต้าสำเร็จ ในมือมีกระบองเขี้ยวหมาป่าเล่มหนึ่ง ฟาดท้ายทอยหลี่จิ่วเต้าอย่างแรง
กระบองเขี้ยวหมาป่านี้เป็นอาวุธขอบเขตมิติที่เขาหล่อหลอมมาแสนนาน ขอเพียงกระแทกถูกศีรษะหลี่จิ่วเต้า ต่อให้ฆ่าอีกฝ่ายไม่ได้แต่ก็ทำให้เขาบาดเจ็บสาหัสได้
เสียงดังตึง เขาทำสำเร็จ กระบองเขี้ยวหมาป่ากระแทกท้ายทอยหลี่จิ่วเต้า
เขาคลี่ยิ้มกว้าง ในที่สุดก็กำจัดตัวปัญหาอย่างหลี่จิ่วเต้าได้แล้ว!
ทว่าลมหายใจต่อมาสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป!
หลี่จิ่วเต้าหาได้เป็นอันใดไม่ ซ้ำยังหันกลับมาฉีกยิ้มให้เขา
“เล่นงานท้ายทอยผู้อื่นหยาบช้ายิ่งนัก!” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเบา
พลังจากเหล่าของวิเศษผนึกกับตัว ไฉนเลยเขาจะบาดเจ็บ ต่อให้สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติผู้นี้ทุบจนกระบองเขี้ยวหมาป่าป่นปี้ ก็ไม่มีทางแตะต้องเขาได้
หลี่จิ่วเต้าเตะเท้าออกไป พลังมหาศาลปะทุ เล็งเป้าไปที่สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติผู้นี้ สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติผู้นี้อยากหนียังหนีไม่พ้น ถูกเท้าเขาเตะเข้าหน้าอกอย่างจัง
เสียงดังตึง สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติผู้นี้ถูกเตะกระเด็น ระเบิดตู้มกลางทาง กลายเป็นหมอกเลือด!
เขาคำรามเสียงเกรี้ยวกราด สร้างร่างใหม่ขึ้นมาท่ามกลางหมอกเลือด ย้อนมองกลับไป ชั่วชีวิตของเขายังไม่เคยสะบักสะบอมเช่นนี้มาก่อน ถูกคนเตะเข้าเต็มเปา!
ตู้ม!
เสียงระเบิดชวนผวาดังขึ้น อวกาศเปลี่ยนสี สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติผู้หนึ่งร่ายวิชาเสร็จในที่สุด สำแดงมหาวิชาแสนอัศจรรย์!
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติอย่างเขาแข็งแกร่งน่าพรั่นพรึงปานใด กล่าวโดยไม่เกินจริง เขาอ้าปากก็ร่ายอาคม ยกมือแสดงวิชาได้เลย
ทว่ากลับใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะร่ายวิชาเสร็จ จะเข้าใจได้ว่ามหาวิชาที่เขาสำแดงต้องสยดสยองน่าหวาดหวั่นเพียงใด!
“จงช่วงชิง!”
คลื่นพลังน่ากลัวซัดสาด เขาตวาดเสียงเย็น พลันมีพลังสยดสยองโถมทับปกคลุมหลี่จิ่วเต้า
จากนั้น ผมของหลี่จิ่วเต้าปลิวว่อนร่ายรำ กระบี่ฉุนจวินในมือสั่นไหวไม่หยุด ราวกับจะลอยออกจากมือหลี่จิ่วเต้า
นี่คือพลังช่วงชิง เขาต้องการช่วงชิงกระบี่ฉุนจวินในมือหลี่จิ่วเต้า
“น่าสนใจนี่”
ชายหนุ่มตาเป็นประกาย ฝีมือเช่นนี้น่าประหวั่นพรั่นพรึงอย่างแท้จริง เขาใกล้จับกระบี่ฉุนจวินไม่อยู่แล้ว มีพลังมองไม่เห็นคอยแย่งชิงกระบี่ฉุนจวินไปจากเขา!
แต่เพียงไม่นานก็คุมกระบี่ฉุนจวินไว้ได้ มีพลังจากเหล่าของวิเศษอยู่กับตัว เขาไม่มีทางถูกแผ้วพาน ฝ่ายตรงข้ามคิดจะแย่งกระบี่ฉุนจวินไปจากเขานับว่าเป็นไปไม่ได้
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติผู้นี้ตระหนก หลี่จิ่วเต้าอยู่ในระดับสยดสยองเพียงใดกันแน่
แม้แต่มหาวิชาช่วงชิงของเขายังไม่สำเร็จ?!
“จงช่วงชิง!”
เขาตวาดอีกครา เพิ่มพูนพลังด้วยความเหลือเชื่อ อย่างไรก็ต้องชิงกระบี่ฉุนจวินในมือหลี่จิ่วเต้ามาให้ได้
“อยากได้กระบี่ฉุนจวินถึงเพียงนี้เชียวหรือ ดี ๆ ข้าจะสงเคราะห์ให้”
หลี่จิ่วเต้ายกมือ กระบี่ฉุนจวินพลันลอยออกจากมือเขา พาดผ่านอวกาศประหนึ่งลำแสง
“บัดซบ!”
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติตนนั้นด่ากราด ใบหน้าซีดเผือด หนีหัวซุกหัวซุนทันที
เขารู้ตัวดีว่าไม่ได้แย่งชิงกระบี่ฉุนจวินมา บัดนี้กระบี่ฉุนจวินยังอยู่ในการควบคุมของหลี่จิ่วเต้า
ฉัวะ!
เขาถูกกระบี่ฉุนจวินบั่นศีรษะ ต่อให้ออกหนีทันทีก็ยังไม่สำเร็จ ถูกกระบี่ฉุนจวินไล่ตามมาได้
“เกิดอะไรขึ้น?!”
“เขาแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
ร่างต้นของหมิงและสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติตนอื่นต่างอุทานเสียงหลงอย่างอดไม่ได้
ฝ่ายพวกเขาลงมือกันถ้วนหน้า สุดท้ายยังทำอะไรหลี่จิ่วเต้าไม่ได้ อีกฝ่ายน่าประหวั่นพรั่นพรึงกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก!
“ร่างต้น ข้าบอกแล้ว พวกเจ้าเป็นเพียงตัวตลกเท่านั้น บัดนี้รู้แล้วใช่หรือไม่ว่าพวกเจ้าประดักประเดิดปานใด!”
ร่างแยกของหมิงหัวเราะร่วนไม่หยุด อย่าให้เอ่ยเลยว่าสะใจเพียงใดเมื่อได้เห็น
ร่างต้นของเขาบังอาจคิดฆ่าเขา น่าขันนัก ไม่มีทางผ่านด่านหลี่จิ่วเต้ามาได้เลย
“คุณชาย หลังจบศึกนี้ขอคุณชายโปรดให้โอกาสข้า ข้าอยากแทนที่ร่างต้น!” เขาเอ่ยกับหลี่จิ่วเต้าเสียงนอบน้อม
“ไม่มีปัญหา” หลี่จิ่วเต้าพยักหน้า
“เจ้าสมควรตายนัก!”
ร่างต้นของหมิงบันดาลโทสะ ร่างแยกเดนตายนี่คิดจะแทนที่เขาเชียวหรือ
“ทุกท่าน ไม่ต้องยั้งมืออีก เขาไม่ตาย เราก็ต้องตาย!”
แท่นบดขาวดำอยู่บนศีรษะเขา บุกโจมตีไปด้านหน้าอย่างดุดัน
ทว่าหลังเขาปราดออกไปก็ตกตะลึงที่ได้รู้ว่ามีเพียงเขาคนเดียว
“บ้าเอ๊ย!” เขาสบถ บรรดาสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติเผ่นไปหมดแล้ว!
“เจ้ากล้าหาญยิ่งนัก” หลี่จิ่วเต้ายิ้มพลางเอ่ยกับหมิง
“ข้าต้องกล้าหาญอยู่แล้ว!”
ร่างต้นของหมิงเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน กัดฟันบุกไปหาหลี่จิ่วเต้า
หนีนั้นคงหนีไม่พ้นแน่ เขาจำต้องสู้สุดชีวิต ดูว่าฝ่าเอาทางรอดมาได้หรือไม่
ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!
เกิดระเบิดครั้งใหญ่ติดต่อกันในอวกาศ สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติเหล่านั้นไม่ได้ไปจริง ๆ เพียงแต่อยากให้หลี่จิ่วเต้าเข้าใจผิดเท่านั้น แล้วบุกไม่ให้ตั้งตัว
ร่างต้นของหมิงกล่าวไม่ผิด ไม่ใช่หลี่จิ่วเต้าตายก็เป็นพวกเขาที่ตาย
วันหน้า ยามวิหารโบราณลึกลับปรากฏ ไม่ว่าศึกตัดสินสุดท้ายเป็นไปด้วยกฎเกณฑ์ใด ตราบใดที่หลี่จิ่วเต้ายังไม่ตาย พวกเขาก็ไม่มีทางชนะ
พวกเขาตระหนักถึงข้อนี้ดี ย่อมไม่มีทางจากไปจริง ๆ
“ลูกไม้ตื้น ๆ เท่านั้น”
หลี่จิ่วเต้ามีสีหน้าสงบ ไม่ได้ไหวตัวไม่ทัน
เขาที่มีพลังจากของวิเศษมากมายกล้าแกร่งเหลือแสน รับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้อย่างชัดเจน ย่อมรู้ดีว่าบรรดาสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติไม่ได้จากไปจริง ๆ
ทันใดนั้น เขาบุกไปข้างหน้าด้วยตัวคนเดียว ต่อสู้ห้ำหั่นกับสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติเหล่านี้
“บัดซบ นี่เป็นการต่อสู้ระดับใดกัน สยดสยองเกินไปแล้ว!”
“หลี่จิ่วเต้าดุดันเพียงนี้เชียวหรือ”
พวกเขาห่างจากสมรภูมิที่หลี่จิ่วเต้าอยู่ไกลโข กระนั้นการต่อสู้ด้านหลี่จิ่วเต้ายังสะเทือนมาถึงพวกเขา พวกเขาตกตะลึงพรึงเพริดกันหมด!
เมื่อได้เห็นความไร้เทียมทานของหลี่จิ่วเต้า ชั่วขณะนั้นต่างหัวใจหนาวเหน็บ ความหวังทั้งหมดมลายสิ้นจากแววตา
นอกจากนี้ พวกเขายังชอกช้ำอย่างยิ่งยวด
นึกถึงก่อนหน้านี้ที่พวกเขาออกอุบายใส่หลี่จิ่วเต้ายังไม่รู้ที่ต่ำที่สูง นับเป็นการรนหาที่ตายโดยแท้ เมื่ออยู่เบื้องหน้าอีกฝ่าย พวกเขาไม่ถือเป็นมดปลวกด้วยซ้ำ หลี่จิ่วเต้ายกนิ้วเดียวก็บี้พวกเขาตายได้ง่ายดาย!
“อย่าวอกแวก หากไม่สู้สุดตัว ข้าจะเชือดเจ้าเสีย!”
จักรพรรดินีตวาดเสียงเย็น บอกให้ ‘ตัวแปรผิดแผกเฒ่า’ ฝ่ายตรงข้ามตั้งใจสู้กับเขา
ไม่ใช่แค่นาง พวกต้นหลิวต่างเป็นเหมือนกันหมด ให้บรรดา ‘ตัวแปรผิดแผกเฒ่า’ ตั้งใจสู้กับพวกเขา อย่าได้วอกแวก
คุณชายให้พวกเขาจับ ‘ตัวแปรผิดแผก’ เหล่านี้ก็เพื่อให้พวกเขาได้รับการเคี่ยวกรำและบรรลุ พวกเขาตระหนักถึงเรื่องนี้ดี
“บ้าจริง คุณชายของท่านดุดันเพียงนี้เชียวหรือ”
อีกด้าน เจ้าหลวงเอ่ยกับจักรพรรดิหมากล้อมหวงหลงอย่างอดไม่ได้
เขารู้ว่าหลี่จิ่วเต้าทรงพลัง แต่คิดไม่ถึงเลยว่าหลี่จิ่วเต้าจะทรงพลังปานนี้!
อย่าว่าแต่สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติกลุ่มนี้เลย แม้แต่สิ่งมีชีวิตกลุ่มก่อนบรรดาขอบเขตมิติก็ไม่รู้ว่าแข็งแกร่งกว่า ‘ตัวแปรผิดแผกเฒ่า’ เหล่านี้ตั้งกี่เท่า สุดท้ายเมื่ออยู่เบื้องหน้าหลี่จิ่วเต้ากลับถูกกวาดล้างในเสี้ยวลมหายใจ
สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติกลุ่มนี้น่าประหวั่นพรั่นพรึงกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็ยังไม่ไหวอย่างเห็นได้ชัด ถูกหลี่จิ่วเต้าเล่นงานฝ่ายเดียว
หลี่จิ่วเต้าไร้เทียมทานจนเป็นที่ประจักษ์!
“เจ้าคิดว่าอย่างไรเล่า”
จักรพรรดิหมากล้อมหวงหลงถลึงตาใส่เจ้าหลวง “ข้าบอกเจ้าแต่แรกแล้วว่ามีคุณชายสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ต้องไม่เป็นอันใดแน่นอน เจ้าดันไม่ยอมเชื่อ”
“เป็นเช่นนี้จริงหรือ”
เจ้าหลวงยังกังวลนิดหน่อย “คุณชายน่าสะพรึงไร้เทียมทานก็จริง แต่พลังข่มดวงของข้าก็ไม่ธรรมดา มันไม่เคยพลาดมาก่อน คุณชายจะต้านทานได้จริงหรือ”
“คิดอะไรอยู่!”
จักรพรรดิหมากล้อมหวงหลงยกมือเคาะศีรษะเจ้าหลวง “ห้ามสงสัยคุณชาย!”
เขาเอ่ยต่อ “ตัวตนระดับคุณชาย มีหรือจะเอ่ยปากส่งเดชในเรื่องที่ไม่มั่นใจ เป็นไปได้ที่ไหน!”
เขาต้องการบอกว่าตัวตนระดับคุณชายย่อมมองพลังข่มดวงของเจ้าหลวงออกทะลุปรุโปร่ง ในเมื่อคุณชายเอ่ยว่าไม่เป็นไร ย่อมต้องไม่เป็นไรจริง ๆ
“ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้นจริง” เจ้าหลวงยิ้มออกมาทันที
เขาขบคิดแล้วก็จริง
แม้ว่าพลังข่มดวงของเขาน่าสยดสยองไร้ใดเปรียบ แต่ตัวตนน่าพรั่นพรึงอย่างคุณชายย่อมรับรู้ได้ถึงหลาย ๆ อย่าง
หากไม่มั่นใจจริง ๆ ไม่มีทางเอ่ยส่งเดชว่าไม่เป็นไร
“พี่หวงหลง ข้าไม่ขอพูดอะไรอีก ขอให้พวกเราร่วบรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันเถิด!”
เขาตื้นตันระคนยินดี ในที่สุดชีวิตแสนเดียวดายก็กำลังจะจบลงแล้ว ได้อยู่กับคนใกล้ชิดแล้ว
ทว่าไม่นานนักเขาก็ยิ้มไม่ออก หน้าตาแข็งทื่อ
เสียงดังพรวด จักรพรรดิหมากล้อมหวงหลงถูกเล่นงานจนศีรษะระเบิด โลหิตอุ่นร้อนกระเด็นเปื้อนเต็มใบหน้าเขา!
“ไหนว่าไม่เป็นไรแล้วอย่างไร”
เขาอยากร่ำไห้นัก ชีวิตเดียวดายยังจบลงไม่ได้หรือ เขาคิดว่าที่จักรพรรดิหมากล้อมหวงหลงถูกเล่นงานจนหัวระเบิดเพราะถูกเขาข่มดวง
“คิดเพ้อเจ้ออะไรนัก!”
จักรพรรดิหมากล้อมหวงหลงสร้างร่างใหม่ออกมา ต่อว่าเจ้าหลวง “ข้าเสียสมาธิเพราะมัวแต่คุยกับเจ้า ถึงได้โดนเล่นงานจนหัวระเบิด หาได้เกี่ยวกับพลังข่มดวงของเจ้าไม่ ถึงอย่างไรอีกฝ่ายก็ดุดันเป็นอย่างมาก ต่อให้ข้าตั้งใจรับมือก็ยังลำบาก ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงหากข้าวอกแวก!”
“คุยกับข้าจนเสียสมาธิ โดนเล่นงานจนหัวระเบิด นี่ยังไม่ใช่ถูกข้าข่มดวงอีกหรือ” เจ้าหลวงเอ่ยเสียงสะอื้น
“ข่มดวงบ้าอะไร! หากถูกเจ้าข่มดวงจริง ข้าไม่มีทางคว้าชัยชนะของการต่อสู้นี้มาได้ เจ้าคอยดูให้ดี ดูว่าข้าคว้าชัยชนะในการต่อสู้นี้มาได้หรือไม่!”
จักรพรรดิหมากล้อมหวงหลงบุกเข้าไป
เขาเชื่อใจคุณชาย แน่ใจว่าไม่ได้ถูกเจ้าหลวงข่มดวง เพียงแต่เพราะเขาวอกแวกเท่านั้นถึงได้ถูกเล่นงานจนหัวระเบิด
หลังจากนั้น เขาจะคว้าชัยชนะในการต่อสู้นี้เพื่อพิสูจน์ว่าเขาไม่ได้ถูกเจ้าหลวงข่มดวง
…
สถานที่หนึ่งในอวกาศ
“สวรรค์ เขาน่าครั่นคร้ามเพียงนี้เชียวหรือ”
เดิมเยว่อู๋หมิงกำลังฝึกฝนเอาเป็นเอาตาย ทว่าหลังการต่อสู้ด้านหลี่จิ่วเต้าปะทุ เขาก็ไม่อาจข่มใจฝึกฝนต่อได้อีก
นั่นคือสิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติทั้งหมด สุดท้ายขนาดรุมโจมตีหลี่จิ่วเต้ายังไม่ไหว ถูกบุรุษผู้นั้นเล่นงานอย่างห้าวหาญ เขาตื่นตระหนกจากใจจริง หัวใจเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น
“ก้อนอิฐ ท่านออกโรงฟาดเขาให้ตายเลยเถิด!”
เขาบอกกับก้อนอิฐด้วยใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ
“ไม่ได้!”
ก้อนอิฐปฏิเสธทันที “ข้าออกโรงไม่ได้ ทำอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ นั้นไม่เป็นไร แต่ทำอะไรเอิกเกริกไม่ได้เด็ดขาด เช่นนั้นจะถูกวิหารโบราณลึกลับจับได้ ถึงครานั้น ข้ากับเจ้าต้องถูกสังหารอย่างสิ้นซากทั้งคู่”
“แต่หากท่านไม่ออกโรงฟาดหลี่จิ่วเต้าให้ตาย พวกเราก็ไม่เหลือทางรอดเช่นกัน! เขาดุดันกล้าแกร่งเกินไป ข้าจะสู้เขาได้หรือ” เยว่อู๋หมิงเอ่ย
“เขาแข็งแกร่งจริง ๆ!” ก้อนอิฐกล่าว “แต่เดิมข้าประเมินเขาต่ำเกินไป เขาเป็นตัวตนเกินจินตนาการเฉกเช่นชิงหวั่นนายท่านของข้า ได้พบทางลัดในขอบเขตมิติ ผู้มาทีหลังเหนือกว่า ได้ยกระดับอย่างรวดเร็ว”
“ทว่าเจ้าไม่ต้องกังวล ทั้งหมดนี้ล้วนไม่ใช่เรื่องใหญ่ ข้าเคยบอกแล้วว่าเจ้าเหมือนชิงหวั่นนายท่านของข้า มีศักยภาพเกินจินตนาการ วันหน้าจะต้องเป็นใหญ่ในมิตินี้ได้แน่!”
“ได้หรือ” เยว่อู๋หมิงกังขาในเรื่องนี้ยิ่งนัก “เจ้ายังบอกเลยว่าเขาค้นพบทางลัดในขอบเขตมิติ เช่นนี้แล้วข้ายังจะกำราบเขาได้อีกหรือ”
“ทางลัดขอบเขตมิติหาใช่ของเขาผู้เดียว” ก้อนอิฐเอ่ย “ชิงหวั่นนายท่านของข้าก็เป็นผู้มาทีหลังที่เหนือกว่า ได้พบทางลัดในขอบเขตมิติจนแซงหน้าทุกคนได้ เป็นใหญ่ในทั้งมิติ”
“และข้าก็มีทางลัดที่ว่า ข้าเชื่อว่าทางลัดที่ข้ามีต้องดีกว่าหลี่จิ่วเต้าแน่นอน ทางลัดของเราได้รับการพิสูจน์มาแล้ว แต่ของเขานั้นหาใช่ไม่ เป็นเพียงทางลัดที่เขาค้นพบด้วยตนเอง”
มันเอ่ยว่านี่เป็นสิ่งที่หลี่จิ่วเต้าไม่อาจเทียบ ด้วยการนำทางจากมัน เยว่อู๋หมิงต้องแซงหน้าสยบอีกฝ่ายได้แน่
………………..