รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1278 หลี่จิ่วเต้าออกโรงรับศึก
บทที่ 1278 หลี่จิ่วเต้าออกโรงรับศึก
………………..
บทที่ 1278 หลี่จิ่วเต้าออกโรงรับศึก
ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ไม่รู้จักเจียมตัว ร่างต้นของเขาโอหังเกินไป มองสถานการณ์ตรงหน้าไม่ออกเลย!
“ดูท่าเจ้าคงถูกเขาปั่นหัวจนสูญเสียความตั้งใจเดิมไปแล้ว ยอมติดตามอยู่ข้างกายเขาอย่างสนิทใจ”
ร่างต้นของหมิงมีสายตาดุดัน “เจ้าเป็นเพียงร่างแยกหนึ่งของข้าเท่านั้น ริอ่านมาเกลี้ยกล่อมข้า เจ้าคิดอะไรอยู่ ข้าจะฆ่าเจ้าเป็นคนแรก!”
ทันใดนั้นเขาก็ลงมือ ลำแสงจากกฎระเบียบสยดสยองพวยพุ่งออกจากดวงตาสองข้าง โถมใส่ร่างแยกของเขา
ลำแสงกฎระเบียบสองสายนี้น่ากลัวเหลือแสน ร่างแยกของหมิงรับรู้ได้ถึงอันตรายมหาศาล เขาอยากหลบยังไม่ไหว ถูกเล็งเป้าไว้อย่างสิ้นเชิง หลังลำแสงกฎระเบียบพุ่งเข้ามาเขาย่อมถูกกำจัดอย่างสมบูรณ์!
พรึ่บ!
แสงกระบี่ยิ่งใหญ่สว่างจ้าปรากฏ หลี่จิ่วเต้าตวัดฟาดฟันกระบี่ฉุนจวิน แสงกระบี่บดขยี้กฎระเบียบสองลำนั้นจนแหลก
“กล้าแตะคนของข้าเชียวหรือ”
เขามองร่างต้นของหมิงและตวาดเสียงเย็น
“คนของเจ้าที่ไหน เขาคือร่างแยกของข้า!”
ร่างต้นของหมิงแค่นเสียงเย็น “ผู้มาทีพลัง เจ้าอวดดีเกินไป ไม่รู้ว่าฟ้าสูงเพียงใด ดินหนาเท่าไหน ทึกทักเอาว่าตนคือพระเอกในใต้หล้า หารู้ไม่ เจ้าไม่ได้สลักสำคัญอันใด เป็นเพียงตัวตลกเท่านั้น!”
“บัดซบ! เจ้าพูดเหลวไหลอะไร!”
ร่างแยกของหมิงโมโหทนไม่ไหว ร่างต้นของเขาคุยโวเกินไปแล้ว บังอาจพูดจาเช่นนี้กับหลี่จิ่วเต้าได้อย่างไร รนหาที่ตายแท้ ๆ!
“คุณชาย ขอท่านโปรดอย่ายั้งมือ สั่งสอนเขาให้หนัก เขาต้องถูกสั่งสอน!”
หมิงบอกกับหลี่จิ่วเต้า
“วางใจได้ เขาจะได้รับบทเรียนที่สมควรได้รับ”
ชายหนุ่มพยักหน้าให้ร่างแยกของหมิง
“ดีเลยคุณชาย” หลังได้ยินคำกล่าวของหลี่จิ่วเต้า ร่างแยกของหมิงวางใจลง รอดูภาพร่างต้นของเขาถูกสั่งสอน
ร่างต้นของหมิงแผดเสียงเย็น พลังน่าประหวั่นพรั่นพรึงปะทุ ดาบสวรรค์เล่มมหึมาปรากฏออกมาฉับพลัน ฟาดฟันไปที่ศีรษะหลี่จิ่วเต้า!
แสงกระบี่เจิดจ้า หลี่จิ่วเต้าตวัดกระบี่ ดาบสวรรค์มหึมาเล่มนั้นถูกบดขยี้จนแหลกลาญทันที
พรึ่บ!
ร่างต้นของหมิงโจมตีอีกครา บุปผาหยาดเยิ้มวาววามดอกหนึ่งปรากฏ ทุกอย่างพลันเงียบสงบ ม่านแสงจรัสอาบไล้ออกจากบุปผา กฎระเบียบพิสดารโลดแล่น
“โจมตีจิตใจ คิดจะให้เขาสลายตนเอง เหอะ ๆ ร่างต้นเอ๋ย เจ้าไม่รู้เลยสักนิดว่าเขาเก่งกาจเพียงใด”
ร่างแยกของหมิงคุ้นเคยกับการโจมตีนี้มาก
ยิ่งบุปผาบานสะพรั่ง กฎระเบียบพิสดารนี้ก็ยิ่งโลดแล่นรุนแรง ภาพการณ์เบื้องหน้าหลี่จิ่วเต้าเปลี่ยนแปลงไป
เขากลับไปยังดาวเคราะห์สีฟ้า กลับไปในห้องของเขา และกำลังนอนมองโคมไฟระย้าบนเพดาน
“ตื่นเถอะ ทุกอย่างเป็นแค่จินตนาการของนาย มีชีวิตไร้เทียมทานจริง ๆ ที่ไหน นายแค่หลับไปและกำลังฝันเท่านั้น”
เสียงหนึ่งดังอยู่ข้างหูหลี่จิ่วเต้า
ทั้งหมดนี้ล้วนเปล่าประโยชน์ หลี่จิ่วเต้ามองปราดเดียวก็แยกจริงเท็จออก ไม่อาจตบตาเขาได้เลย
เขาตวัดกระบี่ออกไป แสงกระบี่เจิดจ้าฉีกกระชากทุกอย่าง ชายหนุ่มยืนตระหง่านอยู่กลางอากาศ อาภรณ์ส่งเสียงดังพรึ่บ ๆ ไม่มีภาพมายาใดหลอกเขาได้
ประกายพิลึกทอแสงอยู่ในดวงตาร่างต้นของหมิง ผู้มาทีหลังคนนี้ดุดันปานนี้เชียวหรือ ถึงขั้นทลายวิชาของเขาได้!
เขาใจลอยนิดหน่อย อึ้งงันเล็กน้อย สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติคิดจะเพิ่มพูนความแข็งแกร่งต้องพึ่งการตกผลึกเสียส่วนใหญ่ การรู้แจ้งฉับพลัน ยกระดับพุ่งทะยานชั่วข้ามคืนไม่มีจริงในขอบเขตมิติ
มีเพียงสั่งสมตกผลึกไปเรื่อย ๆ ในกาลเวลาอันยาวนานจึงจะค่อย ๆ แข็งแกร่งขึ้น ขอบเขตมิติไม่มีทางลัดให้เดิน
ต่อให้พวกเขาได้ลูกกลอนมาผสานพลังก็ต้องตกผลึก ไม่อาจเก่งกาจขึ้นในทันใด
ทว่าหลี่จิ่วเต้าเพิ่งอายุเท่าใด… น้อยกว่าพวกเขามาก! เป็นสิ่งมีชีวิตกลุ่มสุดท้ายที่ถูกส่งมา ไฉนเลยจะสั่งสมตกผลึกอะไรได้มาก
เขารู้สึกตกใจมาก นี่หลี่จิ่วเต้ามีทางลัดหรือ
ตัวตนขอบเขตมิติอื่น ๆ ก็เช่นกัน ในใจตื่นตะลึง สายตาเคร่งเครียดขณะจ้องมองหลี่จิ่วเต้าเขม็ง
จากนั้น ร่างต้นของหมิงลงมืออีกครั้ง เรียกแท่นบดขาวดำออกมาแท่นหนึ่ง ด้านหนึ่งดำสนิท ด้านหนึ่งขาวดุจหิมะ มีกฎระเบียบพิเศษไหลเวียน
พลังกระบี่ที่หลี่จิ่วเต้าฟาดฟันออกไปถูกขจัด แท่นบดขาวดำนี้ไม่ธรรมดามาก ลบล้างพลังได้ทั้งปวง
“ใช้ไม้ตายแล้วหรือ น่าเสียดายที่ยังคงไร้ประโยชน์!”
ร่างแยกของหมิงเข้าใจทุกอย่าง รู้ว่าแท่นบดขาวดำเป็นของเช่นไร นั่นเป็นอาวุธขอบเขตมิติ และเป็นอาวุธขอบเขตมิติหนึ่งเดียวที่ร่างต้นของเขาฟูมฟักออกมาได้
แต่เขารู้ดีกว่านั้นว่า ต่อให้ร่างต้นเขาใช้แท่นบดขาวดำก็ไม่ไหว หลี่จิ่วเต้าแข็งแกร่งเกินไป มีอาวุธขอบเขตมิติในมือคณานับ ร่างต้นของเขาต้องพ่ายแพ้ให้กับหลี่จิ่วเต้าแน่นอน
ไม่ใช่แค่ร่างต้นของเขาเท่านั้น สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติเหล่านี้ล้วนต้องพ่ายแพ้ให้กับหลี่จิ่วเต้าทั้งหมด
ตู้ม!
แท่นบดขาวดำเวียนวน น่าประหวั่นพรั่นพรึงถึงขีดสุด ดำขาวสองด้านส่องประกายรัดพัน ให้ความรู้สึกอันตรายสุดขีด
หลี่จิ่วเต้าบุกไปข้างหน้า กระบี่ฉุนจวินในมือเปล่งประกายนับล้าน เข้าปะทะรุนแรงกับแท่นบดขาวดำ ระเบิดคลื่นพลังเกินจินตนาการออกมา ระเบิดแหลกลาญในเอกภพผืนนี้
บรรดาสิ่งมีชีวิตเหนือขอบเขตอัครขั้นเจ็ดสิบที่ถูกหลี่จิ่วเต้ากำราบต่างตะลึงพรึงเพริดกับการต่อสู้นี้โดยไม่มีข้อยกเว้น!
ต่อให้เป็นสิ่งมีชีวิตเหนือขอบเขตอัครขั้นเก้าสิบขึ้นไปยังสะท้านเหลือแสน ยากจะเชื่อภาพที่ตนเห็น!
“นี่มันการต่อสู้ระหว่างระดับใดกัน”
“เหนือกว่าขอบเขตอัครไปแล้วหรือ?!”
พวกเขาเชื่อไม่ลงแม้จะสัมผัสถึงกฎระเบียบและพลังเหนือขอบเขตอัคร หวาดหวั่นเป็นหนักหนา ก่อนหน้านี้ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจะมีตัวตนเหนือขอบเขตอัครปรากฏขึ้น!
นอกจากนี้ บรรดาสิ่งมีชีวิตที่โผล่มาพร้อมร่างต้นของหมิงจะอยู่เหนือขอบเขตอัครเฉกเช่นหมิงทั้งหมดหรือไม่
พวกเขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีตัวตนเหนือขอบเขตอัครอยู่มากมายเพียงนี้!
ขณะเดียวกัน พวกเขายังตระหนกกับความน่ากลัวของวิหารโบราณลึกลับ
สิ่งมีชีวิตเหนือขอบเขตอัครยังไม่ได้รับการยอมรับจากวิหารโบราณลึกลับ ไม่อาจถูกพาตัวไปทันทีหรือ
วิหารโบราณลึกลับสยดสยองเพียงใดกันแน่ แม้แต่สิ่งมีชีวิตเหนือขอบเขตอัครยังไม่อยู่ในสายตา!
“น่าสนใจ ร่างต้นก็คือร่างต้น ไม่เหมือนร่างแยก เก่งกาจกว่าร่างแยกมากทีเดียว”
หลี่จิ่วเต้ากวัดแกว่งกระบี่ฉุนจวิน เข้าปะทะกับแท่นบดขาวดำไม่หยุด เนิ่นนานก็ยังไม่อาจเอาชนะแท่นบดขาวดำซึ่งสร้างความใคร่รู้ให้เขา และช่วยให้เขาได้รับรู้ถึงความห่างชั้นระหว่างร่างต้นกับร่างแยกอย่างแจ่มแจ้ง
ต้องยอมรับว่าร่างต้นของหมิงแข็งแกร่งกว่าร่างแยกหลายเท่าตัว!
แน่นอนว่าก็แค่เท่านั้น
ตัวเขาเองก็ยังไม่ได้สำแดงพลังอันแท้จริง ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการ ‘อุ่นเครื่อง’ เท่านั้น หากระเบิดพลังทั้งหมด เขาเชื่อว่ากระบี่ฉุนจวินต้องตัดแท่นบดขาวดำเป็นสองท่อนได้แน่
อีกด้าน สีหน้าของร่างต้นหมิงอึมครึมเหลือคณา
เขาหาได้ผ่อนคลายอย่างหลี่จิ่วเต้า แต่ใช้พลังทั้งหมดออกมานานแล้ว สุดท้ายกลับมีชัยเหนือหลี่จิ่วเต้าไม่ได้เลย!
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหลี่จิ่วเต้านั้นน่าสยดสยองถึงขีดสุด บางทีอาจเกินกว่าที่เขาคิดไว้ ไม่ใช่ผู้ที่เขาต่อกรได้!
“ทุกท่าน ลงมือเถิด เขาคงใช้ทางลัดบางอย่าง หากพวกเราได้ทางลัดนี้มาย่อมต้องแข็งแกร่งกว่านี้!”
เขาเอ่ยเสียงเย็น ร้องเรียกให้สิ่งมีชีวิตขอบเขตมิติตนอื่นลงมือพร้อมกัน
………………..