รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว - บทที่ 1261 คุกเข่าโขกศีรษะเรียกบิดาบุญธรรม การกระทำที่แสนคุ้นเคย!
- Home
- All Mangas
- รู้สึกตัวอีกที ข้าก็เป็นเซียนซะแล้ว
- บทที่ 1261 คุกเข่าโขกศีรษะเรียกบิดาบุญธรรม การกระทำที่แสนคุ้นเคย!
บทที่ 1261 คุกเข่าโขกศีรษะเรียกบิดาบุญธรรม การกระทำที่แสนคุ้นเคย!
………………..
บทที่ 1261 คุกเข่าโขกศีรษะเรียกบิดาบุญธรรม การกระทำที่แสนคุ้นเคย!
ระดับเหนือขอบเขตอัครทั่วทั้งมิติมีอยู่เพียงน้อยนิด ยามออกมาย่อมเป็นตัวตนอันไร้เทียมทานอย่างแน่นอน
แต่กลับถูกนำมาทำของใช้เล็กน้อยในชีวิตประจำวัน เช่นนั้นจะให้ไม่คับข้องใจได้อย่างไร?
หมิงคิดว่าหากตนเองเป็นหนึ่งในศาสตราเหล่านั้นคงคับข้องใจจนตายแล้ว
‘น่าเบื่อนัก ทักษะการแสดงไม่ได้เรื่อง ย่ำแย่เกินไป ไม่รู้ว่าข้าคาดหวังอันใดอยู่กันแน่…’
หลี่จิ่วเต้าไร้คำจะเอ่ย
เขาหวังว่าการแสดงของหานว่านเชียนจะมอบความแปลกประหลาดน่าสนใจได้บ้าง ทว่าผลลัพธ์กลับไม่มีสิ่งใด ทักษะการแสดงย่ำแย่จนน่าเบื่อยิ่ง
แน่นอน นี่เป็นเพราะเขามองความจริงออก
ภาพลักษณ์ของหานว่านเชียนในสายตาคนอื่นแตกต่างจากนี้โดยสิ้นเชิง
ภายในวิหาร กลุ่มตัวแปรผิดแผกล้วนลงมือ อีกทั้งยังมีความช่วยเหลือลับจากบรรดาตัวแปรผิดแผกเฒ่าในความมืด หานว่านเชียนย่อมแข็งแกร่งอย่างถึงที่สุด ไม่มีผู้ใดสงสัยว่าหานว่านเชียนเป็นสมาชิกวิหารโบราณลึกลับปลอมเลย
มีจักรวาลดวงดาราอันกว้างใหญ่ด้านหน้าวิหารโบราณลึกลับที่ปกคลุมไปด้วยม่านหมอก นี่คือสนามรบที่หานว่านเชียนกำหนดให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดต้องเข้าร่วม
ร่างต้นจำต้องมา เป้าหมายคือการบังคับให้ร่างต้นหลี่จิ่วเต้าปรากฏกาย รวมทั้งสิ่งมีชีวิตอื่นด้วย หลังจากนี้จะได้ง่ายแก่การกำจัดสิ้น
“หลังเสียงระฆังดังสิบครั้ง ร่างต้นทั้งหมดจำต้องมาถึงสนาม หากไม่มาเช่นนั้นถือว่าพ่ายแพ้ทันที!”
หานว่านเชียนเอ่ยด้วยเสียงเฉียบขาด “ผู้พ่ายแพ้จะสูญเสียคุณสมบัติเข้าร่วมการต่อสู้ ถูกกำจัดทิ้งทันที!”
ทันใดนั้น เสียงระฆังดังขึ้นจากภายในวิหารโบราณลึกลับไปทั่วทั้งมิติ
“นี่คือเสียงระฆังนับถอยหลังชีวิต!”
บางคนถอนหายใจ ไร้ความมั่นใจแม้แต่เศษเสี้ยวเดียวในศึกตัดสินครั้งสุดท้าย คิดว่าต้องตายตกในสนามรบเป็นแน่
แต่เขายังคงรีบตรงไปทางวิหารโบราณลึกลับเพื่อเข้าสู่สนามรบ
ไม่มีทางเลือกอื่น ผู้ไม่เข้าร่วมการต่อสู้ถือว่าแพ้โดยทันที และจะถูกวิหารโบราณลึกลับสังหารทิ้ง
แม้ความหวังนั้นจะริบหรี่มากจนแทบเป็นไปไม่ได้ก็ตาม
ทุกหนแห่งบนจักรวาลดวงดาราเต็มไปด้วยเส้นแสงพุ่งตรงมาไม่หยุด มิติแห่งนี้กว้างใหญ่เกินไป สิ่งมีชีวิตที่ถูกวิหารโบราณลึกลับส่งมามีจำนวนมากนัก ยังมีอีกไม่น้อยที่ไม่ถูกคนรอบกายหลี่จิ่วเต้าเกณฑ์กำลังพลไป
พวกเขาต่างมาถึงยังสมรภูมิ เตรียมพร้อมสำหรับศึกตัดสินครั้งสุดท้าย
“ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม!”
เมื่อหานว่านเชียนเห็นฉากนี้ก็พลันหัวเราะจนน้ำตาไหลในทันที
เห็นได้ชัดว่าแผนการของพวกเขาประสบความสำเร็จอย่างมาก หลังจากเสียงระฆังดังขึ้น สิ่งมีชีวิตจำนวนมากก็เข้าร่วมการต่อสู้ทันที
แน่นอนว่าตอนนี้ยังเร็วเกินไปบ้างที่จะมีความสุข
หลี่จิ่วเต้ายังไม่ปรากฏตัว อีกทั้งเหล่าตัวแปรผิดแผกคนอื่นด้วย
สิ่งมีชีวิตที่มายังสนามรบนั้น ส่วนมากเป็นสิ่งมีชีวิตอ่อนแอ กระทั่งเรียกว่าตัวแปรผิดแผกก็ไม่ได้
ยามหานว่านเชียนก่อตั้ง ‘พันธมิตรสังหารตระกูลหลี่’ มีตัวแปรผิดแผกจำนวนมากเข้าร่วม แต่เขาก็เชื่อว่ายังมีตัวแปรผิดแผกบางส่วนไม่ได้โผล่ออกมา
นี่ไม่ใช่เพียงความคิดของเขา ตัวแปรผิดแผกคนอื่นเองก็คิดเช่นเดียวกัน
จุดประสงค์หลักครั้งนี้ของพวกเขาคือการกำจัดหลี่จิ่วเต้ากับตัวแปรผิดแผกที่เหลือ
เพียงหลี่จิ่วเต้ากับพวกตัวแปรผิดแผกอื่นเข้าสู่สนามรบเท่านั้นจึงจะกล่าวได้ว่าแผนการของพวกเขาสำเร็จ!
เสียงระฆังครั้งที่สองดังขึ้น สิ่งมีชีวิตอีกกลุ่มเริ่มเคลื่อนไหวเข้าสู่สนามรบ
“พวกเจ้ากลัวหรือไม่?”
หลี่จิ่วเต้าลุกขึ้นจากเก้าอี้โยก มองไปยังเหล่าสิ่งมีชีวิตที่อยู่ทางด้านเขา
พูดว่ากลัวแล้วจะทำสิ่งใดได้? ไม่ไปร่วมต่อสู้ได้หรือ?
จะเป็นไปได้อย่างไร!
สิ่งมีชีวิตทั้งหมดต่างรู้ดี การเอ่ยคำว่ากลัวนั้นไร้ประโยชน์ ไม่มีทางหลีกเลี่ยงการต่อสู้ได้
พวกเขาตะโกนขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัว
“ข้า…กลัว!”
ขณะนั้นเอง ก็มีสิ่งมีชีวิตอ่อนแอตนหนึ่งเอ่ยออกมา
เขาไม่กลัวการเข้าร่วมสมรภูมิ แต่เป้าหมายของหลี่จิ่วเต้าคือการโค่นล้มวิหารโบราณลึกลับ!
แม้หลี่จิ่วเต้าจะแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง แต่เขาก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัวต่อวิหารโบราณลึกลับปลอมของหานว่านเชียน
เขากลัว ไม่กล้าต่อกรกับวิหารโบราณลึกลับ
เห็นได้ชัดเจนมาก การต่อสู้ครั้งนี้ นอกจากต้องต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตอื่นแล้ว ยังต้องสู้กับวิหารโบราณลึกลับอีกด้วย
“อามิ… เจ้าพูดอันใดกัน?”
ต้าเต๋อเดินไปหาสิ่งมีชีวิตตนนั้นด้วยสีหน้าดุร้าย
‘ทหาร’ คนอื่นต่างกล่าวว่าไม่กลัว แต่ ‘ทหาร’ ที่เขาเกณฑ์มากลับตะโกนว่ากลัว นี่มันหมายความว่าอย่างไร จงใจสร้างปัญหาให้เขาหรือ?
“ข้าบอกว่ากลัว!”
สิ่งมีชีวิตตนนั้นกัดฟัน ไม่กล้าไปยังสมรภูมิจริง ๆ
‘วีรบุรุษ อดทนไว้ ยืนหยัดจนถึงที่สุด!’
สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ต่างมองไปทางสิ่งมีชีวิตตนนั้นพร้อมตะโกนในใจ
พวกเขาหวังว่าสิ่งมีชีวิตตนนั้นจะยืนหยัดได้ เช่นนี้พวกเขาจะได้กล้าพูดคำว่า ‘กลัว’ ปฏิเสธการไปยังสนามรบ
กล่าวตามตรง พวกเขาไม่ต้องการและไม่กล้าสู้กับวิหารโบราณลึกลับ
ตุ้บ!
สิ่งมีชีวิตตนนั้นถูกต้าเต๋อเคาะด้วยไม้มู่อวี๋ลงบนหัว
“โอ้ ขออภัย ข้าได้ยินไม่ชัด เจ้ากล่าวว่าอันใดนะ?” ต้าเต๋อเอ่ย
ไม้มู่อวี๋ที่ทุบลงมาน่าสะพรึงกลัวเกินไป ส่งผลกระทบต่อส่วนลึกวิญญาณสิ่งมีชีวิตนั้นโดยตรง ทำให้สิ่งมีชีวิตนั้นตื่นตกใจกลัว รีบเอ่ยออกมาอย่างรวดเร็วว่า “ข้าบอกว่าข้าไร้ความหวาดกลัว กล้าเข้าสู่สมรภูมิ!”
วิญญาณของเขาใกล้พังทลายลงด้วยการเคาะ ไม่ต้องสงสัยเลย ว่าหากเคาะลงมาอีกครั้ง เขาต้องตายอย่างแน่นอน
ไม่มีผู้ใดอยากตาย เขาเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น มีชีวิตอยู่ได้นานอีกสักหน่อยก็ยังดีกว่าตายเสียตอนนี้!
“โอ้ ครั้งนี้ข้าได้ยินชัดเจนแล้ว”
ต้าเต๋อวางมู่อวี๋ลงแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “พวกข้าเห็นความสำคัญเรื่องความเต็มใจ ข้าขอถามเจ้า เจ้าเต็มใจเข้าสมรภูมิหรือไม่?”
ยังจะกล้าพูดเช่นนี้อีกหรือ?
สิ่งมีชีวิตตนนี้จะไม่กระจ่างแจ้งในลูกไม้ของต้าเต๋อได้อย่างไร ปากบอกสมัครใจ แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่เลย ก่อนหน้านี้เขาก็ถูกเกณฑ์มาด้วยวิธีนี้มาก่อน
“ข้าเต็มใจ!”
เขารีบตอบกลับ ไม่กล้าทำให้ต้าเต๋อขุ่นเคือง กลัวว่าจะถูกสังหารตายเสียตั้งแต่ที่นี่
‘นี่คือยอมแล้ว?’
‘มารดามันเถิด ขี้ขลาดเสียจริง!’
คนรอบข้างทั้งหลายต่างดูแคลนสิ่งมีชีวิตตนนั้นครั้งแล้วครั้งเล่า พวกเขาหวังว่าสิ่งมีชีวิตตนนั้นจะยืนหยัดด้วยความมั่นคงเพื่อ ‘เปิดทาง’ ให้พวกเขาไม่ต้องเข้าสู่สมรภูมิ
ทว่าหลังถูกต้าเต๋อใช้ไม้มู่อวี๋เคาะก็เลือกยอมจำนนในทันที
พวกเขาต่างกู่ร้องในใจ หากเปลี่ยนเป็นพวกเขาย่อมไม่มีทางยอมเช่นนี้แน่ พวกเขาต่างแข็งกร้าวกว่าสิ่งมีชีวิตตนนั้น
แน่นอน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพวกเขาที่หลอกลวงตนเอง
แข็งกร้าวกว่าสิ่งมีชีวิตตนนั้นหรือ?
หากพวกเขาแข็งกร้าวกว่าสิ่งมีชีวิตตนนั้นจริง คงไม่ได้ไม่กล้าแม้แต่จะพูดสักคำเช่นตอนนี้
ในตอนนั้นเอง เสียงระฆังครั้งที่สามพลันดังขึ้น
มีผู้เข้าสู่สนามรบมากขึ้น
แม้ครั้งนี้จำนวนสิ่งมีชีวิตที่เข้ามาจะไม่มากเหมือนก่อนหน้า แต่ก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถึงภายในนั้นจะไม่มีตัวแปรผิดแผกใดก็ตาม ทว่ามีจำนวนไม่น้อยที่เข้าใกล้มาตรฐานการเป็นตัวแปรผิดแผก
“เตรียมตัวให้พร้อม พวกเราจะเข้าสนามรบพร้อมกัน”
หลี่จิ่วเต้าเอ่ยเสียงดัง
เสียงระฆังครั้งที่สี่ดังขึ้น สิ่งมีชีวิตอีกกลุ่มเข้ามายังสนามรบ
ครั้งนี้มีตัวแปรผิดแผกอยู่ด้วย แต่จำนวนไม่มาก มีเพียงแค่สองตน
“ยอดเยี่ยม!”
แม้จะมีตัวแปรผิดแผกเข้าสู่สนามรบเพียงแค่สองตน แต่หานว่านเชียนก็ตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด
ตัวแปรผิดแผกทั้งสองเข้าสู่สนามรบได้ เช่นนั้นมีความเป็นไปได้อย่างสูงที่ตัวแปรผิดแผกอื่นเองก็จะเข้าสู่สนามรบด้วย
ระฆังครั้งที่ห้าดังขึ้น สิ่งมีชีวิตอีกกลุ่มเข้ามา
ครั้งนี้มีตัวแปรผิดแผกอยู่ถึงหก
“บัดซบ…เหตุใดเขาถึงมาที่นี่?”
มีตัวแปรผิดแผกจำนวนมากเข้าสู่สนามรบ หานว่านเชียนตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด
แต่เมื่อเขาเห็นสิ่งมีชีวิตตนหนึ่งที่ปรากฏตัวออกมา ความตื่นเต้นทั้งหมดก็พลันสลายไปสิ้น!
นอกจากนี้เขายังต้องการวิ่งหนีทันทีเสียด้วยซ้ำ!
นี่เป็นสิ่งมีชีวิตที่เขาไม่อยากเห็นมากที่สุด ทั้งยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่เขาหวาดกลัวมากที่สุด!
นับตั้งแต่ถูกเรียกว่า ‘บิดาบุญธรรม‘ ร่างแปลงของเขาก็ประสบเคราะห์ร้ายอย่างยิ่ง กินอุจจาระปัสสาวะไปเต็มที่!
ยามนี้เมื่อเขาหวนคิดถึง พลันอดใจเต้นระรัวเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกไม่ได้!
คนผู้นี้ทิ้งเงามืดเอาไว้ให้เขาล้ำลึกเกินไป!
ใช่แล้ว สิ่งมีชีวิตนั้นคือเจ้าหลวง!
ยามนั้นหานว่านเชียนคิดจัดการจักรพรรดิหมากล้อมหวงหลง เพื่อปกป้องจักรพรรดิหมากล้อมหวงหลงแล้ว เจ้าหลวงได้คุกเข่าเรียกหานว่านเชียนว่า ‘บิดาบุญธรรม’ หมายให้หานว่านเชียนถูกเขาพิฆาตลง
ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง หานว่านเชียนถูกพิฆาตจนเผชิญเคราะห์ร้ายไม่หยุด ไม่มีสิ่งใดราบรื่นแม้แต่น้อย
“มารดามันเถิด เป็นเขา!”
ทางด้านหลี่จิ่วเต้า เชียนเริ่นจำเจ้าหลวงได้ทันที
เขากัดฟัน ต้องการทุบตีเจ้าหลวงให้ตาย เขาเองก็มีความทรงจำลึกล้ำกับเจ้าหลวง!
จะไม่ลึกล้ำได้อย่างไร?
ตอนนั้นเจ้าหลวงคุกเข่าคำนับเรียกเขาว่า ‘บิดาบุญธรรม’ ไม่ว่าจะสังหารกี่ครั้งก็ไม่ตาย เขาสังหารเจ้าหลวงไปไม่ต่ำกว่าร้อยครั้งจนแทบอาเจียนออกมา
หลังจากนั้นเขาก็ก้าวเดินบนเส้นทางโชคร้าย ถูกเมิ่งจี ‘บีบบังคับให้ตกหลุมพราง’ ซ้ำยังถูกจักรพรรดินีผู้คลั่งไคล้การต่อสู้ทุบตีอย่างรุนแรง
ตอนนั้นเขารู้สึกว่ามีสิ่งไม่ถูกต้อง คิดว่าโชคร้ายของเขาคงเกี่ยวข้องกับเจ้าหลวง
เพราะนับตั้งแต่ได้พบกับเจ้าหลวง เขาก็โชคร้ายตลอด!
‘สงบไว้ ไม่ต้องตื่นตระหนก เขาเองก็มาถึงสนามรบแล้ว!’
อีกด้านหนึ่ง หานว่านเชียนปลอบตัวเองในใจ บอกว่าอย่าได้คิดมากไป
เห็นได้ชัดว่าบนร่างเจ้าหลวงมีความลับอันไม่ธรรมดาอยู่ ยามนั้นเขาไม่อาจสังหารเจ้าหลวง มีความเป็นไปได้อย่างมากที่เจ้าหลวงจะถูกวิหารโบราณลึกลับส่งมา
เจ้าหลวงมาในครั้งนี้ มีโอกาสอย่างมากที่จะเข้าร่วมการต่อสู้
อีกทั้งเขายังปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของตนเอง เจ้าหลวงย่อมมองเขาไม่ออก ไม่มีเหตุผลอันใดให้ต้องมุ่งเป้ามาที่เขา
เขาไม่อาจตื่นตูมไปเองได้
“บัดซบ…!”
ทว่าพริบตาต่อมา สีหน้าเขาพลันแปรเปลี่ยน ต้องการวิ่งหนี ขาข้างหนึ่งยกขึ้นเรียบร้อย
นี่…มารดามันเถิด เขาเพิ่งพูดไปหยก ๆ ว่าเจ้าหลวงไม่มีเหตุผลที่จะต้องมุ่งเป้ามาที่เขา แต่เจ้าหลวงกลับจับจ้องมาทางเขาอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาจดจ้องอย่างแน่วแน่พร้อมตรงเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว
“บัดซบ! ใส่ใจการแสดงออกด้วย! เหตุใดจึงยกเท้าขึ้น?”
ภายในวิหาร อสูรร้ายสีเขียวอดทนไม่ไหว ส่งสารผ่านจิตสำนึกไปหาหานว่านเชียน
ตัวแปรผิดแผกจำนวนไม่น้อยเข้าสู่สนามรบเรียบร้อย ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุด หานว่านเชียนไม่อาจทำพลาดได้ในช่วงเวลานี้!
เสียงของมันส่งผ่านจิตสำนึกเปี่ยมไปด้วยพลัง กระทั่งตัวแปรผิดแผกเหล่านั้นก็ไม่อาจได้ยิน
“เช่นนั้น…ไม่เปลี่ยนคนเล่า!”
หานว่านเชียนหวาดกลัวเจ้าหลวงยิ่ง เขาไม่ต้องการถูกเจ้าหลวงพิฆาตอีกต่อไป!
หากถูกเจ้าหลวงพิฆาตอีกครั้ง เขาต้องไร้โอกาสเป็นผู้ชนะในท้ายที่สุดแน่นอน
“เปลี่ยนปู่เจ้าสิ ช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ไยจึงจะเปลี่ยนคนได้!”
อสูรร้ายสีเขียวด่าผ่านจิตสำนึก “มารดามันเถิด เจ้าสมควรตายจริง ๆ ก่อนหน้านี้ก็ทำตัวเป็นผู้ส่งสาร ตอนนี้กลับพูดว่าจะเปลี่ยนคน อันใดกัน เจ้าต้องการยั่วยุพวกข้าให้สังหารเจ้าหรือ?”
‘อ๊ากกก!’
หานว่านเชียนส่งเสียงกู่ร้องในใจ ใกล้เป็นบ้าแล้วจริง ๆ ความคิดหลบหนีของเขาเป็นอันต้องล้มเลิก ไม่เช่นนั้นพวกอสูรร้ายสีเขียวต้องสังหารเขาทิ้งอย่างแน่นอน!
เขาทำได้เพียงกัดฟันทนอยู่ที่นี่ต่อไป แสร้งทำเป็นทูตจากวิหารโบราณลึกลับ
‘อย่าตื่นตกใจ อย่าได้กลัว! ก่อนหน้านี้เป็นเพียงร่างแปลงย่อมมีพลังจำกัด ดังนั้นจึงถูกเขาพิฆาตได้! คราวนี้เป็นร่างต้นของข้า พลังทุกด้านอยู่ในจุดสูงสุด เช่นนั้นเขาจะพิฆาตข้าได้อย่างไร? ไม่มีทาง!’
หานว่านเชียนเอ่ยในใจ พยายามสงบสติอารมณ์ลงไม่แตกตื่น
หลังจากคิดอย่างถี่ถ้วนเล้ว เขาไม่สมควรเกรงกลัว อย่างไรเสียตัวเขาก็ได้รับการเสริมพลังทุกด้านจนแข็งแกร่งอย่างไม่อาจจินตนาการได้ ต่อให้เจ้าหลวงสามารถพิฆาตผู้อื่นก็ไม่มีทางพิฆาตเขาแน่นอน!
ตึง! ตึง! ตึง!
ขณะนั้นเอง เจ้าหลวงพลันมาถึง เขาไม่ได้พูดอันใดให้มากความ แต่โขกศีรษะให้หานว่านเชียนทันที
หานว่านเชียนบอกตนเองว่าไม่มีอันใด แต่เมื่อเห็นเจ้าหลวงโขกศีรษะทันทีที่มาถึงก็พลันอดรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาไม่ได้
“นี่มันสถานการณ์อันใด? มาถึงก็โขกศีรษะ!”
“หรือว่าเขาคิดโขกศีรษะเพื่อความปลอดภัย อ้อนวอนให้นายท่านจากวิหารโบราณลึกลับปล่อยเขาไป!”
ในสนามรบจักรวาลดวงดารา สิ่งมีชีวิตทั้งหมดถูกการกระทำของเจ้าหลวงดึงดูดสายตา
“เพื่อความอยู่รอดจึงยอมทำทุกอย่างเช่นนี้!”
มีตัวแปรผิดแผกค่อนแคะออกมา ทนรับท่าทางไร้จุดยืนของเจ้าหลวงไม่ได้
‘หือ? นี่ดูคุ้นเคยอยู่บ้าง เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง’
หลี่จิ่วเต้ามองไปทางร่างเจ้าหลวงแล้วคิดในใจ
เขารู้สึกเหมือนเคยเห็นเจ้าหลวงที่ไหนสักแห่ง แต่จำไม่ได้ว่าที่ใด
“เจ้าหลวง ไยจึงมาที่นี่!”
ด้านข้างหลี่จิ่วเต้า จักรพรรดิหมากล้อมหวงหลงมีสีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลใจ
หลังจากเห็นเจ้าหลวง เขาก็รู้ว่าเจ้าหลวงต้องการทำสิ่งใด นี่คือต้องการพิฆาตทูตวิหารโบราณลึกลับ!
สิ่งนี้ทำให้เขาอดกังวลขึ้นมาไม่ได้
นั่นคือทูตวิหารโบราณลึกลับ เช่นนั้นจะถูกพิฆาตได้อย่างง่ายดายเช่นไร เขากลัวว่าเจ้าหลวงจะถูกสังหารทิ้ง
“บิดาบุญธรรม บิดาบุญธรรมของข้า ข้าเป็นบุตรบุญธรรมของท่าน!”
เจ้าหลวงตะโกนระหว่างโขกศีรษะ
“นี่มันอันใดกัน?”
สิ่งมีชีวิตในวิหารมองมาด้วยความตกตะลึง
“หานว่านเชียน นี่คือบุตรบุญธรรมของเจ้าหรือ?”
จ้าวแดนฝังศพอดถามผ่านจิตสำนึกกับหานว่านเชียนไม่ได้
“บัดซบ เขาไม่ใช่บุตรบุญธรรมของข้า!”
หานว่านเชียนตอบกลับทันที
เขาจะมีบุตรบุญธรรมเช่นเจ้าหลวงได้อย่างไร หากมีจริงเขาคงถูกพิฆาตตายไปนานเรียบร้อยแล้ว
“เข้าใจแล้ว เช่นนั้นเขาเพียงต้องการให้เจ้าเป็นบิดาบุญธรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ ต้องการสร้างโอกาสในการมีชีวิตรอด”
กระเรียนขาวเอ่ย “ไม่อาจปล่อยให้เขาทำลายกฎได้ สังหารเขาเสีย หลังจากนั้นก็เตือนทุกคนว่าการตีสนิทเช่นนี้ไม่ได้รับอนุญาต ต้องถูกสังหารตายอย่างไร้ความปรานี!”
“ตกลง!”
หานว่านเชียนตอบรับ คิดสังหารเจ้าหลวงทิ้งเสีย
แผนการสำคัญของพวกเขาไม่อาจถูกเจ้าหลวงทำลายลงได้
………………..