ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 997 ฉลาดขึ้นแล้ว / ตอนที่ 998 ยังไม่ทันแต่งก็ไม่เป็นที่โปรดปรานแล้ว
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 997 ฉลาดขึ้นแล้ว / ตอนที่ 998 ยังไม่ทันแต่งก็ไม่เป็นที่โปรดปรานแล้ว
ตอนที่ 997 ฉลาดขึ้นแล้ว / ตอนที่ 998 ยังไม่ทันแต่งก็ไม่เป็นที่โปรดปรานแล้ว
ตอนที่ 997 ฉลาดขึ้นแล้ว
บ้านใหญ่ๆ ก็เป็นแบบนี้เหมือนกันหมด ข้างบนมีแม่สามีพี่สะใภ้ ข้างล่างมีลูกหลานสายหลังสายรองนับไม่ถ้วน
เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ทั้งวี่ทั้งวัน
มารดาของเขาจากที่ไม่รู้อะไรก็ทนมากว่ายี่สิบแล้ว
“เอาล่ะ เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ รอให้ทางนั้นไปสืบเรื่องน้องสาวของเจ้ามาให้ชัดเจนก่อน คงต้องมีเรื่องรำคาญใจแน่” ฮูหยินใหญ่ก็ยังมีสภาพจิตใจที่ดีอยู่
โจวเว่ยจงทำความเคารพมารดาก่อนจะจากไปอย่างว่าง่าย
ฮูหยินใหญ่พูดไม่มีผิด สองวันถัดมาหญิงชราก็ให้สั่งคนไปรับตัวอวี๋เซียนที่บ้านตระกูลเซี่ย
ฮูหยินใหญ่ไม่อยากไป นางจึงบอกว่าล้มป่วยไม่ออกจากบ้าน พวกเขาก็ส่งพ่อบ้านใหญ่ในจวนไปจัดการโดยไม่มีเจ้านายไปด้วยสักคน
เซี่ยเฉียวยุ่งอยู่สองวันแล้วก็ยังตามหาวิญญาณตระกูลไป๋หลี่ไม่พบ นางจะไม่กลับบ้านไปตลอดก็ไม่ได้ ในเช้าเดียวกันนั้นเองที่นางมีเวลาว่างกลับบ้าน คนที่ตระกูลโจวส่งมาก็ถึงในเวลาไล่เลี่ยกันพอดี
บ่าวรับใช้ตระกูลเซี่ยเห็นนางกลับมาต้อนรับอย่างกระตือรือร้นราวกับว่าพวกเขาไม่เห็นรถม้าจากตระกูลโจวกระนั้น พวกเขารีบเข้ามาต้อนรับนางทันที
“คุณหนูใหญ่! ท่านกลับมาเสียที หลายวันมานี้นายท่านกินข้าวไม่ลงเลยทีเดียว บอกว่าท่านไม่อยู่บ้านแล้วรู้สึกไม่สบายใจ!” ปากยังหวานเสียด้วย
อันที่จริงแล้วพอคุณหนูใหญ่ไม่อยู่บ้าน แม่นางชุนเอ๋อร์ก็ดุขึ้นมาก พวกเขาไม่สามารถกินของที่นางทำได้แล้ว
ฝีมือของชุนเอ๋อร์ดี ห้องครัวก็มักจะเชิญนางมาช่วยทำอะไรกินอยู่บ้าง ทุกคนก็ถือโอกาสได้กินของอร่อยไปด้วย
แต่ตั้งแต่ที่คุณหนูใหญ่ไม่อยู่บ้าน ชุนเอ๋อร์ก็เอาแต่หน้าคำคร่ำเครียด นางไม่ได้เข้าครัวตั้งนานแล้วจนตนเองผอมไปตั้งมาก
พ่อบ้านตระกูลโจวชะงักไปเล็กน้อย เขารีบก้าวเข้าไปคำนับเซี่ยเฉียว “ที่แท้ก็เป็นแม่นางเซี่ยนี่เอง ขอให้ท่านอายุมั่นขวัญยืน ข้าน้อยมาจากจวนเฟิงหมิงปั๋วตระกูลโจว มาที่นี่วันนี้เพื่อมาเชิญตัวลูกพี่ลูกน้องแม่นางอวี๋กลับไป…”
“จากทางนั้นหรือ” เซี่ยเฉียวรับคำเรียบๆ “อ้อ”
จากนั้นเซี่ยเฉียวก็เข้าบ้านไปโดยไม่สนใจ
“…” พ่อบ้านตระกูลโจวอึ้งไปสักพัก เขาทำอะไรไม่ถูกเล็กน้อย
แม่นางเซี่ยผู้นี้หมายความว่าอย่างไรกันแน่ แต่ถึงอย่างไรนางก็…ตอบรับแล้ว?
แล้วนางจะออกมาเมื่อไร ไม่บอกอะไรหน่อยหรือ หรือว่านางจะเข้าไปช่วยเร่งให้…
แต่ไม่นางผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป เขาจึงไม่กล้าแสดงความไม่พอใจออกมา ได้แต่รออยู่ข้างนอกต่อไป
โชคดีที่เขารอไม่นาน อวี๋เซียนก็ออกมา
สีหน้าของนางสบายๆ นางยืนอยู่ที่หน้าประตูแล้วเอ่ย “ข้ารู้ว่าท่านย่าโจวเอ็นดูข้า แต่ก็แปลกมาก ตอนที่ข้ามาเมืองหลวงใหม่ๆ นั้นลำบากยากจนมาก ข้าสวมชุดซอมซ่อจะไปเยี่ยมคารวะท่านย่าโจว แต่ใครจะไปนึกว่าข้าจะถูกไล่ตีออกมา ตอนที่ข้าทั้งง่วงทั้งหิวกลับโชคดีที่ได้ตระกูลเซี่ยเชิญให้มาเป็นอาจารย์ของคุณหนูรอง ข้าจึงรอดชีวิตมาได้”
“?” พ่อบ้านมึนงงไปเล็กน้อย “เรื่องพวกนี้…ค่อยกลับไปคุยกันไหม”
แต่อวี๋เซียนไม่สนใจเขา “ถูกต้อง กลับไปค่อยคุยกัน นี่เป็นของขวัญที่ตระกูลเซี่ยช่วยเตรียมแทนข้า พวกเจ้าช่วยยกขึ้นรถหน่อย”
สิ่งของเหล่านั้นไม่ใช่ของมีราคาแพง แต่ล้วนแต่เป็นของชิ้นใหญ่บรรจุอยู่ในตะกร้าและหีบต่างๆ
มันหลอกคนได้จริงๆ
พ่อบ้านคิดแต่จะรับตัวคนไป เขาจึงไม่ได้คิดอะไรมาก และรีบขนของขึ้นรถไปทันที จากนั้นอวี๋เซียนก็ขึ้นรถม้าเดินทางไปที่บ้านตระกูลโจว
เซี่ยเฉียวมองส่งจากในเรือนสักพัก นางเองก็ไม่ได้กังวลร้อนใจอะไร กระทั่งมองอยู่นานนางก็ยังไม่เห็นพี่ชายใหญ่ นางก็เลยเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ “ของขวัญพวกนี้พี่ชายใหญ่เป็นคนจัดการหรือ ข้าไม่พบตั้งนาน ทำไมจู่ๆ เขาก็ฉลาดขึ้นอย่างนี้ได้”
การมอบของขวัญให้ตระกูลโจวอย่างเปิดเผยหน้าประตูบ้านเช่นนี้ทำให้ตระกูลโจวก็ไม่สามารถจับตัวนางกลับไปได้แล้ว
แม้ว่าจะมีข่าวลือออกไปเพียงเล็กน้อย ตระกูลโจวก็จะถูกคนวิพากษ์วิจารณ์ด่าสักพัก
นอกจากนี้ การที่อวี๋เซียนเอ่ยคำพูดพวกนั้นก่อนก็ทำให้คนอื่นรู้สึกได้แล้วว่าตระกูลโจวไม่จริงใจ และเป็นการบอกว่าในเมืองหลวงแห่งนี้อวี๋เซียนเชื่อใจตระกูลเซี่ยมากกว่า แม้แต่ของขวัญก็ยังให้ตระกูลเซี่ยเตรียมให้นาง…
“ข้าฉลาดมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เจ้านั่นแหละที่โง่มองไม่ออก” เซี่ยผิงกั่งกลอกตาใส่เซี่ยเฉียว แล้วเขาก็ยิ่งรำคาญ “เจ้าไปพักฟื้นที่หอส่องชะตาไม่ใช่หรือ ทำไมข้าดูๆ แล้ว…เจ้าไม่อ้วนขึ้นเลยเล่า ที่นั่นไม่มีข้าวกินหรือ”
เดิมทีก็มีเนื้อมีหนังน้อยนิดอยู่แล้ว แต่หลายวันมานี้นางวุ่นวายเรื่องตระกูลไป๋หลี่จนเนื้อหดกลับเข้าไปอีกแล้ว
นางรู้สึกว่าเมื่อคืนนางพักผ่อนได้พอสมควร เช้าวันนี้นางมีสีหน้าที่ดีจึงได้กลับมา
ใครจะไปคิดว่าสายตาของพี่ชายใหญ่จะร้ายกาจขนาดนี้
ตอนที่ 998 ยังไม่ทันแต่งก็ไม่เป็นที่โปรดปรานแล้ว
เซี่ยผิงกั่งกวาดตามองนางสักพักก็ถอนหายใจ
“หากเจ้าไม่กินเนื้อบำรุงเข้าไปสักหน่อย ต่อไปพอแต่งกับรัชทายาทไปแล้ว ด้วยร่างกายของเจ้านี้ เจ้าจะมีลูกได้อย่างไร” เซี่ยผิงกั่งกังวลใจจริงๆ เขาหันไปเรียกพ่อบ้าน “วันนั้นทำอาหารดีๆ มามากๆ หน่อย”
“ขอรับ” พ่อบ้านเองก็ดีใจ
เซี่ยผิงกั่งเห็นบ่าวรับใช้ตื่นเต้นดีใจเช่นนั้นก็เกิดความรู้สึกสับสนปนเปขึ้นมาชั่วขณะ
ตอนที่น้องหญิงใหญ่ไม่อยู่บ้าน ค่าใช้จ่ายในบ้านเขาไม่มากเลย
แน่นอนว่า หากเทียบกับบ้านคนทั่วไปแล้ว บ้านเขาก็นับว่าหรูหราแล้ว แต่หากเทียบกับจวนขุนนางคนอื่นนั้นย่อมแตกต่างราวฟ้ากับเหว
นอกจากนี้ ก่อนที่เซี่ยซีจะเป็นคนจัดการเรื่องในบ้าน หลูซื่อก็ดูแลเรื่องในบ้านอยู่หลายปี นางก็ใจกว้างกับคนในจวนทั้งนายบ่าวอย่างเกินพอดี
ไม่เหมือนนังหนูเซี่ยซีที่งกมาก
เซี่ยซีไม่ได้ดูแลบ่าวรับใช้ไม่ดี นางจะปฏิบัติกับพวกเขาเหมือนเมื่อก่อน แต่สำหรับเขาและบิดาของเขามันต่างออกไป
สุราน้อยลงกว่าเมื่อก่อนครึ่งหนึ่ง บนโต๊ะประจำวัน มีอาหารประเภทเนื้อสัตว์ไม่เกินสองจาน ที่เหลือเป็นอาหารมังสวิรัติ และมีขนมผลไม้…
แต่ของพวกนั้นไม่ได้อิ่มท้อง พวกผู้ใหญ่อย่างเขามีใครบ้างที่ชอบ
อาหารมีประโยชน์พวกนี้เป็นสิ่งที่เซี่ยซีจัดการหลังจากที่นางถามท่านหมอมาแล้ว
เจตนาของนางดี แต่เขาเป็นผู้ชายตัวใหญ่ขนาดนี้ นางให้เขากินเนื้อสัตว์เล็กน้อยแค่นั้นทุกวัน เขาก็ขาดเนื้อสัตว์จนตาหมองคล้ำไปหมดแล้ว ทุกวันนี้เขามักจะใช้เงินส่วนตัวของเขาซื้อเนื้อข้างนอกเพื่อกินชดเชย
ก่อนหน้านี้เขาบอกให้พ่อบ้านสั่งห้องครัวให้ทำอาหารดีๆ มามากๆ หน่อย พ่อบ้านก็ทำหน้าตาท่าทางลำบากใจอย่างยิ่ง และเอาแต่บอกว่านังหนูเซี่ยซีไม่ยอม
แต่ทำไมวันนี้พอน้องสาวของเขากลับมาแล้ว คำกล่าวอ้างเช่นนั้นก็หายไปทันที!
“กลับมาแล้วก็อยู่ที่บ้านไปสักพักเถอะ ที่บ้านขาดคนกินข้าวไปคนหนึ่งมันจืดชืดน่าเบื่อ” เซี่ยผิงกั่งเอ่ยหน้าด้านๆ
“เมื่อก่อนข้าก็ไม่ได้กินข้าวกับพวกท่านนี่?” เซี่ยเฉียวตอบไปตามเรื่อง นางมีคนทำครัวเล็กของตนเอง นอกจากตอนที่กินข้าวร่วมกับคนในครอบครัวแล้ว เวลาอื่นๆ นางก็กินร่วมกับชุนเอ๋อร์และท่านยายฟาง
เซี่ยผิงกั่งได้ยินเช่นนั้นก็จ้องมองนางอย่างดุดัน “ข้าเป็นพี่ชายใหญ่ของเจ้า ข้าพูดอะไรเจ้าก็ว่าตามนั้นก็พอแล้ว!”
“พี่ชายใหญ่ ท่านลืมแล้วหรือว่าดวงชะตาของข้าเป็นอย่างไร” เซี่ยเฉียวเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาจึงได้รั้นขนาดนี้
เซี่ยผิงกั่งได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกจุกอกทันที เขาอึดอัดไปหมดทั้งร่าง
ดวงชะตาของนางไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ พวกเขาเกี่ยวพันกันทางสายเลือดถึงอย่างไรก็ต้องถูกนางพิฆาต
มีกระดาษยันต์สะกดไว้ แต่มันก็สลายหายไปได้
“ต่อไปหากเจ้ามีลูกจะทำอย่างไร ไม่ใช่ว่าคลอดออกมาแล้วจะตายทันทีหรอกนะ” จู่ๆ เขาก็นึกถึงเรื่องที่สำคัญที่สุดขึ้นมาได้และเริ่มกังวลใจแล้ว
เซี่ยเฉียวเองก็ตะลึงไป
เรื่องนั้น…
ก่อนหน้านี้นางไม่เคยนึกถึงมันเลยจริงๆ
ในใจนางรู้สึกหนักอึ้ง “ข้าเองก็ไม่รู้ พี่ชายใหญ่ ท่านล่ะว่าอย่างไร ข้าแต่งกับรัชทายาท หากข้าไม่สามารถมีลูกได้…”
สามีภรรยาไม่ปรองดอง
สมาชิกราชวงศ์จะรับอนุภรรยาหรือไม่ใช่เรื่องง่ายๆ? หากรับอนุภรรยาคนแล้วคนเข้าบ้านมาเรื่อยๆ อย่างนั้นก็น่ารำคาญมาก
“แต่ไม่เป็นไรหรอก สุขภาพร่างกายข้าไม่ดี มีลูกไม่ได้ หากอยู่แล้วไม่สบายใจ ข้าก็แค่หลบซ่อนเอาก็ได้ พอถึงเวลานั้นก็ออกจากบ้านมาเป็นนักพรต ก็ค่อยบอกว่านางทำเพื่อขอพรให้ราชวงศ์ จ้าวเสวียนจิ่งก็คงจะไว้หน้านางบ้างและตอบตกลงกระมัง” พริบตาเดียวเซี่ยเฉียวก็คิดได้แล้ว
“เจ้ารู้จักเรียกชื่อรัชทายาทตรงๆ แล้ว” เซี่ยผิงกั่งรู้สึกโมโหนังหนูนี่จริงๆ “อีกแค่ไม่กี่เดือนก็จะถึงวันแต่งงานแล้ว หากคนอื่นได้ยินเจ้าเรียกอย่างนี้ พวกนางกำนัลอาวุโสที่ในวังส่งมาสั่งสอนเจ้าก็จะถูกลงโทษ อีกอย่าง เจ้าไม่ได้มีความรักความรู้สึกกับรัชทายาทสักนิดเลยหรือ ใกล้จะแต่งงานกับเขาอยู่แล้วยังจะคิดจะออกบวชอยู่อีก หากรัชทายาทรู้เข้า พระชายาเอกอย่างเจ้ายังไม่ทันได้แต่งเข้าบ้านก็จะไม่เป็นที่โปรดปรานแล้ว!”
เซี่ยผิงกั่งรู้สึกว่าหรือน้องสาวซื่อบื้อของเขาจะไม่เหมาะที่จะเข้าวังเป็นพระชายารัชทายาทเสียแล้ว?