ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 987 ผิวหนังหลุดลอกอีกแล้ว / ตอนที่ 988 ยังมีเคราะห์อีกหนึ่งอย่าง
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 987 ผิวหนังหลุดลอกอีกแล้ว / ตอนที่ 988 ยังมีเคราะห์อีกหนึ่งอย่าง
ตอนที่ 987 ผิวหนังหลุดลอกอีกแล้ว / ตอนที่ 988 ยังมีเคราะห์อีกหนึ่งอย่าง
ตอนที่ 987 ผิวหนังหลุดลอกอีกแล้ว
วิญญาณตระกูลไป๋หลี่พูดคุยกันอย่างคึกคัก
เกือบเที่ยงวันถัดมาเซี่ยเฉียวก็หยุดลง นางลุกขึ้นมาด้วยอาการโงนเงนเล็กน้อย ดวงตาทั้งคู่ของนางสับสน แล้วนางก็เช็ดหน้าผากตนเอง
แผ่นผิวหน้าสำหรับแปลงโฉมแผ่นใหญ่หลุดร่วงออกมาทันที
“…” ไป๋หลี่จี้และคนอื่นๆ พากันตกใจกัน
ผิวหนังหลุดแล้ว?
“ใบหน้านางเป็นของปลอม?!” วิญญาณตนหนึ่งอุทานด้วยความประหลาดใจ “น่ากลัวจริงๆ นางเป็นนักพรต หรือว่านางจะเป็นพวกนักพรตชั่วร้ายที่คอยดูดกินพลังแล้วเปลี่ยนผิวพรรณให้สดใสอ่อนวัยอยู่เสมอ”
ไป๋หลี่จี้กลอกตาใส่ลูกหลานที่ไม่เอาไหน “มันก็แค่ทักษะการปลอมตัวธรรมดา จะตื่นตระหนกไปทำไม”
“ท่านบรรพชนพูดถูก…” เหล่าวิญญาณพากันพยักหน้า
พวกเขาทั้งหมดแอบไปซ่อนข้างตู้ เสียงพูดคุยของพวกเขาเบาเหมือนยุง
ผิวหนังหลุดลอกออกมามากเกินไป เซี่ยเฉียวเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน นางจึงสั่งให้ใครสักคนนำอ่างน้ำขึ้นมาและล้างมันอยู่สักพัก
เมื่อเครื่องสำอางบนใบหน้าถูกล้างออก นางก็ต้องแต่งหน้าใหม่
เซี่ยเฉียวไม่ได้สนใจวิญญาณที่อยู่ข้างๆ มากนัก อย่างไรก็ตาม มีวิญญาณบางตนที่รู้จักตัวตนของนางอยู่บ้าง วิญญาณเหล่านี้ลึกลับฉับไว หากพวกเขารู้สึกสงสัยเกี่ยวกับนางจริงๆ นางหลบซ่อนอย่างไรก็คงไม่พ้น
“เจ้า…เจ้าอายุน้อยถึงขนาดนี้?!” ใบหน้าไป๋หลี่จี้อดสั่นเล็กน้อยไม่ได้
“อืม เพราะข้าอายุยังน้อยนี่แหละ พอแต่งตัวเป็นนักพรต คนอื่นก็ไม่เชื่อความสามารถของข้า ข้าก็เลยต้องเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์เล็กน้อย” เซี่ยเฉียวเอ่ยตามความจริง
ไป๋หลี่จี้รู้สึกเศร้าใจทันที “เจ้าอายุยังน้อยแค่นี้แต่สามารถวาดภาพเช่นนี้ออกมาได้ ก็น่าจะฝึกฝนศาสตร์นี้ให้เชี่ยวชาญกว่านี้ พยายามเรียนรู้จากอาจารย์นักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ของเจ้า จะไปศึกษาเต๋าทำไม…”
หากเด็กในครอบครัวของเขามีความสามารถอย่างนาง เขาจะให้นางเรียนโดยไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น!
เรื่องไร้สาระอื่นๆ ก็เป็นแค่เรื่องที่ทำให้สิ้นเปลืองเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์!
ไม่เพียงแต่ไป๋หลี่จี้เท่านั้นที่ไม่พอใจ แม้แต่คนตระกูลไป๋หลี่คนอื่นๆ เวลานี้ก็มองเซี่ยเฉียวด้วยสายตาท่าทางที่บ่งบอกว่าเสียดายของ
“หน้าที่หลักของข้าคือวิญญาณ ส่วนงานอดิเรกเป็นเรื่องรองคือเรียนหนังสือ” เซี่ยเฉียวเน้นย้ำ
เรื่องรอง…เรื่องรอง!?
ทุกคนในตระกูลไป๋หลี่ล้วนแต่รู้สึกโมโหขึ้นมาแล้วในเวลานี้
ใต้หล้านี้มีนักเรียนที่ยากจนไม่มีทางออกตั้งมากมายเท่าไร หากมีโอกาสได้เรียนหนังสือ พวกเขาต่างก็ต้องพยายามสุดชีวิตเพื่อไต่เต้าขึ้นไป!
แม้ว่าแม่นางน้อยจะเป็นสตรี แต่นางก็ยังสามารถพึ่งพาความสามารถของตัวเองเพื่อก้าวสู่การเป็นหญิงอัจฉริยะแห่งยุคสมัยได้นี่? ในประวัติศาสตร์นี้ใช่ว่าจะไม่มีสตรีผู้สูงศักดิ์ที่มีชื่อเสียงตกทอดมาตามยุคสมัยเสียหน่อย!
ช่างน่าเสียดาย น่าทอดถอนใจจริงๆ!
สายตาของวิญญาณทั้งกลุ่มเกรี้ยวกราดดุดันด้วยความไม่พอใจ
เซี่ยเฉียวกลับแต่งหน้าอย่างสงบ พอเสร็จแล้วนางก็สวมชุดคลุมเต๋ามอมแมม จากนั้นก็นำวิญญาณที่ยังมีชีวิตที่เก็บมาได้เมื่อวานออกไปจากหอส่องชะตาทันที
นางไม่ได้นอนมาทั้งคืน ตอนนี้ฝีเท้าของนางก็ไม่มั่นคง โชคดีที่ระยะทางไปจวนอ๋องค่อนข้างห่างออกไป หลังจากขึ้นรถม้าแล้วนางจึงสามารถงีบหลับได้สักพัก
“ท่านบรรพชน หากนางเป็นลูกของข้า…ข้าจะต้องหักขานางอย่างแน่นอน ข้ายอมปล่อยให้นางนั่งนอนอยู่บ้านไปไหนไม่ได้และบังคับให้นางเรียนหนังสือ…”
“หากไม่มีนางก็ไม่มีใครตามหาญาติให้พวกเจ้าแล้วนะ” ไป๋หลี่จี้ถอนหายในที่สุด
ทุกคนต่างก็มีโชคชะตาเป็นของตนเอง
แม่นางน้อยผู้นี้มีความคิดเป็นของตนเอง ในเมื่อนางชอบที่จะเป็นนักพรต คนอื่นๆ ก็ไม่มีเหตุผลอะไรจะมาห้ามนางได้ เขาเองไม่ใช่พวกคนแก่หัวโบราณ เขาพยายามยอมรับความคิดของคนหนุ่มสาวได้
“พอแม่นางน้อยจัดการเรื่องนี้เสร็จแล้ว คนที่ไม่มีความสามารถอะไรก็ให้นางส่งลงไปก่อน ส่วนคนที่มีความสามารถก็อยู่สั่งสอนชี้แนะนางก่อน” ไป๋หลี่จี้เอ่ยเสริม
ไม่ง่ายเลยที่จะได้พบเจอศิษย์ที่พึงพอใจ แต่การที่จะได้พบเจอศิษย์ที่มีพรสวรรค์สักคนนั้นยากยิ่งกว่า
ตอนที่ 988 ยังมีเคราะห์อีกหนึ่งอย่าง
ระหว่างทางไปจวนหย่งหลินอ๋องเซี่ยเฉียวงีบหลับไปครู่หนึ่ง แต่นางก็ไม่ได้ช่วยให้นางมีพลังขึ้นมามากนัก นางยังคงรู้สึกเหนื่อยล้าอยู่
เมื่อวานสาวใช้หวนเอ๋อร์ถูกส่งตัวกลับไปที่จวนอ๋องแล้ว และพระชายาก็ทราบเรื่องราวทั้งหมดแล้วด้วยเช่นกัน
พระชายาโกรธมาก นางสั่งให้คนลากตัวหวนเอ๋อร์ไปโบยยี่สิบไม้ทันที
หากบุตรสาวของนางรอดชีวิต นางก็อาจละเว้นชีวิตสาวใช้ที่ปิดบังความจริงผู้นี้ได้ แต่หากบุตรสาวนางต้องตาย…นางคงยอมไม่ได้แน่นอน!
เวลานี้พระชายารู้สึกกระวนกระวายใจเต้นแรงทันทีที่ได้พบปรมาจารย์หลังจากที่ต้องทนทุกข์ทรมานมาทั้งคืน
“ปรมาจารย์ เป็นอย่างไรบ้างหรือ” พระชายาเอ่ยถามด้วยความระมัดระวัง
“ไม่เป็นไร เมื่อคืนข้ายุ่งทั้งคืน จึงรู้สึกว่าพลังไม่พอเท่านั้น” น้ำเสียงของเซี่ยเฉียวแหบแห้งไร้พลัง
พระชายาถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ลำบากท่านปรมาจารย์แล้ว ในจวนของพวกเรามีโสมป่าชั้นดีใช้บำรุงพลังปราณได้ ประเดี๋ยวข้าจะให้คนส่งไปให้ท่าน ท่านจะต้องรักษาสุขภาพร่างกายด้วยสิ”
เซี่ยเฉียวพยักหน้ารับอย่างไม่เกรงใจ “ขอบคุณมาก”
โสมป่าของจวนอ๋องย่อมต้องเป็นของชั้นยอดที่ได้หายากอย่างแน่นอน นางรับไว้ก็ดี จะได้นำไปทำยาเม็ดไว้กินทีหลังได้
นางค่อยรับเงินจากพวกเขาให้น้อยลง
จ้าวจยาหลิงในวันนี้ยังคงถูกมัดตัวไว้เนื่องจากนางยังคงเสียสติไม่รู้ตัว ดังนั้นตามร่างกายของนางจึงมีรอยฟกช้ำไม่น้อย ดูท่าทางน่าสงสารทีเดียว
คงจะดีหากนางเป็นแค่เด็กสาวอายุน้อยไร้เดียงสาธรรมดาๆ
แต่น่าเสียดายที่แม่นางน้อยผู้นี้เอาแต่ใจจนเสียคน
เซี่ยเฉียวปล่อยวิญญาณที่มีชีวิตออกมา
หลังจากที่เซี่ยเฉียวท่องมนต์ร่ายคาถา วิญญาณที่มีชีวิตก็คืนสู่ร่างของจ้าวจยาหลิง นางหยุดเคลื่อนไหวในทันที และมีอาการสับสนและหวาดกลัวเล็กน้อย
นางหันมาเห็นพระชายา “ท่านแม่!”
“ข้าฆ่าคน ข้าฆ่าคนตาย…ข้ากลัว!” จ้าวจยาหลิงร้องตะโกนออกมาทันที
เสียงนี้ทำให้พระชายาร้องไห้ด้วยความดีใจ และรีบพุ่งตัวเข้าหานางทันที “ไม่เป็นไรลูกรัก! คนผู้นั้นยังไม่ตาย! มันไม่ใช่ความผิดของเจ้า หมอนั่นเป็นคนชั่ว คนเลว เจ้าทำได้ดีมาก เจ้าทำถูกต้องแล้ว!”
นางไม่ได้ทำอะไรผิดจริงๆ
แม้ว่าเดิมทีจ้าวจยาหลิงจะมีความคิดชั่วร้ายอยู่ในใจ แต่เมื่อคิดดูให้ดีนางก็ยังไม่ได้ทำอะไรสำเร็จสักอย่าง
สำหรับนางแล้วเป้าอี้นั้นชั่วร้ายยิ่งกว่า
“ข้ากลัวจังท่านแม่…เขารังแกข้า ข้าเกือบจะ…” จ้าวจยาหลิงในตอนนี้ไหนเลยยังจะดูหยิ่งยโสและเอาแต่ใจอย่างที่เคยเป็นได้อีก
พระชายาสั่งให้บ่าวรับใช้คลายเชือกแล้วปลอบโยนบุตรสาวของนาง จ้าวจยาหลิงเผชิญกับความทุกข์ทรมานในใจอย่างใหญ่หลวง ข้างกายนางจึงต้องมีคนอยู่ด้วย
เซี่ยเฉียวมอบจี้หยกที่ทำจากหยกธรรมดาทั่วไปไว้ให้ชิ้นหนึ่ง “ใช้หล่อเลี้ยงบำรุงวิญญาณ ให้พกไว้สี่สิบเก้าวันแล้วจะดีเอง”
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์” พระชายารีบเอ่ยขอบคุณ
“ยังมีอีกเรื่อง…” เซี่ยเฉียวเหลือบมองจ้าวจยาหลิงเล็กน้อย “นางยังมีอีกหนึ่งเคราะห์”
“ท่านปรมาจารย์โปรดชี้แจง!” หัวใจของพระชายาเต้นไม่เป็นจังหวะขึ้นมาทันที
“ท่านวางใจได้ บุตสาวของท่านมีโหงวเฮ้งมั่งคั่งร่ำรวย ตามหลักแล้วนางจะได้แต่งงานกับสามีที่ไม่เลวเลย ตลอดชีวิตที่เหลือของนางจะปลอดภัยและไร้กังวล แต่ตอนนี้นางมีโชคร้ายที่ยังไม่ได้กำจัด นางจะต้องทำใจให้สบาย ไม่ผูกแค้น วิญญาณที่มีชีวิตของนางหลุดออกจากร่างจนเกือบจะเกิดเรื่องร้าย นางจึงเกิดความแค้นได้ง่าย หากไอแค้นนี้ผูกพันธนาการนาง ต่อให้นางมีโหงวเฮ้งดีอย่างไรก็ช่วยไม่ได้” เซี่ยเฉียวเอ่ย
เมื่อพระชายาได้ยินเช่นนั้น นางก็มองดูบุตรสาวด้วยความกังวล “หลิงเอ๋อร์ เจ้าฟังอยู่หรือไม่ โชคดีที่ครั้งนี้ท่านปรมาจารย์ช่วยเจ้าไว้ได้ ไม่อย่างนั้นชีวิตที่เหลือของเจ้านี้ก็จะต้องเป็นคนเสียสติไปตลอดแล้ว!”
จ้าวจยาหลิงดวงตาฝ้าฟาง
“คนข้างนอกต่างก็ลือกันว่าเจ้าเป็นไข้ใจเพราะผู้ชายคนหนึ่ง เจ้าลองคิดดูให้ดีว่า เจ้าได้ยินคำพูดเช่นนั้นแล้วสบายใจหรือไม่” พระชายาเองก็ไม่ได้ตามใจลูกแล้ว สาเหตุที่บุตรสาวของนางโตมาแบบนี้ส่วนใหญ่ก็เพราะนางถูกคนรอบข้างโอบอุ้มเอาใจมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยได้รับความสะเทือนใจใดๆ
ตอนนี้นางไม่ถือสาที่จะต้องพูดจะให้นางสะเทือนใจสักหน่อยเพื่อที่ว่าต่อไปนางจะได้รู้ความขึ้นมาบ้าง!