ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 967 ใช้จดหมายบอกความในใจ / ตอนที่ 968 คลื่นลูกใหม่
- Home
- All Mangas
- ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา
- ตอนที่ 967 ใช้จดหมายบอกความในใจ / ตอนที่ 968 คลื่นลูกใหม่
ตอนที่ 967 ใช้จดหมายบอกความในใจ / ตอนที่ 968 คลื่นลูกใหม่
ตอนที่ 967 ใช้จดหมายบอกความในใจ
คำพูดของจ้าวเสวียนจิ่งทำให้เซี่ยเฉียวหน้าแดงด้วยความเขินอาย แต่บนใบหน้านางมีเครื่องแปลงโฉมจึงมองอะไรไม่ออก มีเพียงแต่ใบหูเท่านั้นที่แสดงให้เห็นถึงอารมณ์ของนางออกมาเล็กน้อย
เขารู้อะไรมาจริงๆ จึงอยากให้นางสารภาพออกไปตามตรงให้หมดสินะ?
แต่ผู้ชายคนนี้…
เอาแน่เอานอนไม่ได้
ตอนที่นางยังไม่ได้บอกนางก็ยังเป็นศิษย์พี่ จะทำอะไรก็ได้ แต่หากพูดไปแล้ว ต่อไปเขาจะใจกว้างขนาดนี้หรือ
ยิ่งไปกว่านั้น เขาเป็นรัชทายาท ต่อไปเขาก็อาจจะเป็นฮ่องเต้ ซึ่งคงจะมีข้อเรียกร้องที่มีต่อภรรยาสูงขึ้นไปอีก ต่อให้ไม่อ่อนโยนและมีคุณธรรมสูงส่ง แต่ก็ต้องทำตัวเรียบร้อยและอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนสินะ?
เซี่ยเฉียวไม่ส่งเสียง
“มือของข้าข้างนี้เคยได้รับบาดเจ็บรุนแรง ถือดาบและโก่งธนูเป็นบางครั้งไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่หลังจากที่ออกแรงทุกครั้งแล้ว เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงอย่างเลวร้ายก็จะยิ่งเจ็บปวด ทุกคนรอบตัวข้ารู้ว่าข้ามีปัญหานี้ พวกเขาจึงดูแลข้าอย่างระมัดระวัง แต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ ศิษย์น้องก็ยิ่งรู้สึกว่าตนเองเป็นคนพิการคนหนึ่งจริงๆ”
จ้าวเสวียนจิ่งแสดงความอ่อนแอ
เขาถอนหายใจเล็กน้อย ก้มหน้า สีหน้าหม่นหมอง
พอเซี่ยเฉียวเห็นเช่นนั้น หัวใจของนางก็บีบรัดและรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย “ข้าเห็นว่าเจ้าก็ไม่ได้แตกต่างจากคนทั่วไป”
“ข้าอดทนยามอยู่ต่อหน้าแม่นางเซี่ย แล้วใช้มือซ้ายมากกว่า เพราะกลัวว่าแม่นางเซี่ยจะเห็นว่ามือขวาของข้าพิการและรู้สึกว่าข้าอ่อนแอไร้ความสามารถเหมือนคนอื่นๆ” จ้าวเสวียนจิ่งเอ่ย
น้ำเสียงของเขาต่ำลึกลงมาก
“แม่นางเซี่ยอาจจะเข้าใจว่ามือข้างนี้ของข้าแค่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ข้าควรบอกนางถึงอาการที่ร้ายแรงนี้หรือไม่ เรื่องที่ข้ากลัดกลุ้มก็คือเรื่องนี้” จ้าวเสวียนจิ่งถามนาง
เซี่ยเฉียวเองก็ไม่รู้
แต่นาง…
นางดูแลคนไม่ค่อยเป็น
ดังนั้นในเมื่ออีกฝ่ายคือนาง ปัญหานั้นก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่แล้ว “แม่นางเซี่ย…สุขภาพไม่ดี หากคบหาอยู่ด้วยกันไปจริงๆ เจ้าก็ต้องดูแลนางให้มากหน่อย บางคราวก็ให้นางดูแลมือให้เจ้าบ้างก็สามารถทำได้ นางเองก็คงไม่ได้รู้สึกว่าเจ้าอ่อนแออะไรขนาดนั้น หากมีเวลาไหนนางต้องการให้เจ้าลงมือก็คงจะไม่เกรงใจเจ้าหรอก”
ถูกต้อง
จะต้องให้หมอหลวงดูก่อน หากหมอหลวงบอกว่าสามารถใช้ได้ก็ไม่ควรที่จะปล่อยให้มือข้างนั้นกลายเป็นเครื่องประดับโดยไม่ใส่ใจดูแล
ในขอบเขตที่เป็นไปได้ ควรจะใช้มันอย่างไรก็ใช้ไปตามนั้น นางจะไม่สับสนและไม่ระมัดระวังมากเกินไป
“ศิษย์พี่พูดถูก แม่นางเซี่ยจะต้องเป็นอย่างนี้แน่” จ้าวเสวียนจิ่งเปลี่ยนอารมณ์ทันที “เช่นนั้นแล้ววันหน้าข้าจะส่งจดหมายไปบอกความจริงกับนาง ใช้จดหมายบอกความในใจ ก็ไม่รู้ว่าแม่นางเซี่ยเองจะยอมบอกความลับอะไรบางอย่างกับข้าบ้างหรือไม่”
“…”
เซี่ยเฉียวเป็นกังวล
ขอบคุณ บางที…ไม่ได้หรอก
เพราะมันแตกต่างกัน
ชื่อปรมาจารย์โม่เกี่ยวข้องกับการสะสมพลังชีวิตของนาง และชื่อปรมาจารย์อวิ๋นเวยเกี่ยวข้องกับการสะสมเงินของนาง…
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับจ้าวเสวียนจิ่ง อารมณ์ของเซี่ยเฉียวก็หวั่นไหวไปชั่วขณะ “จิตใจของฝ่าบาทนี้…ในท้องของเจ้ามีรังผึ้งอยู่สินะ?”
คุยกันมาตั้งนาน ยิ่งฟังก็เหมือนกับว่าเขากำลังเตือนนาง
“ศิษย์น้องไม่เข้าใจสิ่งที่ศิษย์พี่ใหญ่พูด ข้าเพียง…แค่เป็นห่วงเรื่องแม่นางเซี่ยเท่านั้น” จ้าวเสวียนจิ่งกึ่งยิ้มไม่ยิ้ม
แม่นางเซี่ย แม่นางเซี่ย…
ศิษย์น้องอกตัญญู!
พี่สาวคนโตก็ไม่ต่างอะไรกับมารดาไม่รู้หรือ
“พรุ่งนี้ข้าไม่อยู่ที่หอส่องชะตา หากเจ้าต้องการไปหาข้าก็ให้ไปที่จวนหย่งหลินอ๋อง ข้าจะไปดูท่านหญิงที่นั่นหน่อย” เซี่ยเฉียวเอ่ย
“ตกลง ของสิ่งนั้นสำคัญขนาดนี้ หากศิษย์น้องหาพบแล้วก็จะไปส่งให้ท่านด้วยตัวเอง จะได้ไม่หาย” จ้าวเสวียนจิ่งท่าทางเคร่งขรึมจริงจัง
เซี่ยเฉียวกลับถอนหายใจและขมวดคิ้วน้อยๆ “ข้ามักจะรู้สึกว่าช่วงนี้จะโชคไม่ดีเท่าไร แต่ข้าก็ไม่กล้าที่จะดูดวงของตัวเองเพราะไม่อยากจะให้มีตัวแปรมากเกินไป มันจะยิ่งยุ่งยาก”
เชื้อสายตระกูลไป๋หลี่นี้…
มีประโยชน์สำหรับนางมาก แต่มันมาอย่างกะทันหันเกินไปจนนางกลัวว่าจะมีอะไรผิดพลาด
ตอนที่ 968 คลื่นลูกใหม่
เซี่ยเฉียวมีลางสังหรณ์ไม่ดี
วิญญาณตระกูลไป๋หลี่นั้นค่อนข้างแข็งแกร่ง หากพวกเขาถูกจับไปโดยพวกสายมาร การที่นางจะตามพวกเขากลับมาก็คงยาก ดีไม่ดีก็อาจจะกลายเป็นศัตรูที่แข็งแกร่งที่นางไม่อาจจะเอาชนะได้ด้วย
“ร่างกายของศิษย์พี่มีโชคมังกรคอยคุ้มครอง แม้ว่าท่านจะโชคร้ายเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็จะไม่มีผลกระทบอะไรมาก ท่านทำใจให้สบายเถิด” จ้าวเสวียนจิ่งปลอบโยนนางอย่างอบอุ่น
อันที่จริงเซี่ยเฉียวก็แค่พูดไปเรื่อยเท่านั้น ไม่ได้ต้องการให้จ้าวเสวียนจิ่งมากังวลอะไรไปกับนางด้วย
“ยิ่งไปกว่านั้น ศิษย์พี่ความสามารถในการทำนายดวงชะตา จับวิญญาณ ทำพิธี ตั้งค่ายกลต่างๆ ก็เป็นที่หนึ่งในใต้หล้า ต่อให้ต้องพบอุปสรรค ท่านก็จะสามารถเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้อย่างแน่นอน” จ้าวเสวียนจิ่งครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะยกยอนางเพิ่มเติม
คำพูดของเขาทำให้คนฟังอดไม่ได้ที่จะยกหางด้วยความพึงพอใจ
“เป็นศิษย์อาจารย์เดียวกันก็จริง แต่คำพูดของเจ้าน่าฟังกว่าศิษย์น้องเจียงมากนัก” เซี่ยเฉียวแย้มยิ้ม “ถูกต้อง เรื่องอื่นนั้นข้าไม่กล้าพูด แต่ความสามารถในการทำนายดวงชะตาข้าเก่งจริงๆ แต่หากจะบอกว่าเป็นหนึ่งในใต้หล้านั่นออกจะเกินไปหน่อย ถึงอย่างไรข้าก็ยังมีอาจารย์ แม้ว่าข้าจะเป็นคลื่นลูกใหม่ที่เก่งกว่า แต่ก็ไม่อาจแสดงความอกตัญญูเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของอาจารย์ได้”
ในวงการนี้ก็ยังมีคนรุ่นเก่าอีกมาก
นางจะยืนข้างหลังพวกเขาหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก
พอเซี่ยเฉียวได้ยินที่จ้าวเสวียนจิ่งพูด นางก็รู้สึกคลายความกังวลลงไปมาก
ฟ้ามืดแล้ว เซี่ยเฉียวเองจะอยู่นานก็ไม่ดี นางจึงให้คนไปจัดห้องให้แล้วไปพักผ่อน
เช้าตรู่วันถัดมา เซี่ยเฉียวยังไม่ทันได้กลับบ้าน นางก็เดินทางไปยังจวนหย่งหลินอ๋องทันที
หลังจากที่นางหยิบเทียบเชิญออกมาแล้วก็ถูกเชิญให้เข้าไปข้างในอย่างสุภาพ
หย่งหลินอ๋องไม่ได้อยู่ที่จวน คนที่ออกมาต้อนรับเซี่ยเฉียวคือพระชายาอ๋อง
พระชายาอายุสี่สิบกว่าปีแล้ว แต่กลับยังดูอ่อนเยาว์ ท่าทางสง่างามร่ำรวย แต่อาจจะเป็นเพราะลูกสาวของนางอาการไม่ค่อยดี ดังนั้นเวลานี้พระชายาจึงดูไม่ค่อยสดใสเท่าไรนัก ยิ้มของนางดูฝืนๆ
“ท่านก็คือปรมาจารย์โม่? ท่านสูงส่งราวกับเซียนจริงๆ แค่มองก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนธรรมดา” พระชายาหย่งหลินอ๋องเอ่ยปากก็ยกยอนางทันที “ต้องลำบากปรมาจารย์โม่แล้ว อันที่จริงฆราวาสอย่างพวกเราก็ไม่อยากจะรบกวนปรมาจารย์เลย แต่บุตรสาวของข้ามีอาการไม่ค่อยดี หมอก็ไม่สามารถบอกสาเหตุได้ จึงต้องเชิญท่านปรมาจารย์มาช่วยดูสักหน่อยแล้ว”
ในเมื่ออีกฝ่ายอ่อนน้อมเช่นนี้แล้ว แม้ว่าจ้าวจยาหลิงจะเคยขัดแย้งกับนางมาก่อน ตอนนี้เมื่อเซี่ยเฉียวได้ยินคำพูดของมารดานาง นางก็อดที่จะรู้สึกเคารพนับถือขึ้นมาในใจไม่ได้
“พระชายากล่าวเกินไปแล้ว” เซี่ยเฉียวเองก็สุภาพมาก นางเอ่ยถามขึ้นมาก่อน “หมอว่าอย่างกันบ้างหรือ”
“เฮ้อ หมอพวกนั้นต่างก็บอกว่าบุตรสาวของข้า…เป็นไข้ใจเพราะความคิดถึง” พระชายามีสีหน้าขมขื่น “ไม่รู้ว่าไอ้สารเลวคนไหนที่มันเอาเรื่องนี้ไปพูด ทำให้ตอนนี้ในเมืองเต็มไปด้วยข่าวซุบซิบนินทา ต่อให้บุตรสาวของข้ากลับมาเป็นปกติได้ นางก็จะต้องอับอายเพราะข่าวลือเหล่านี้”
พระชายาหน้านิ่วคิ้วขมวดทันทีเมื่อนึกถึงเรื่องนี้
ชื่อเสียงของจวนหย่งหลินอ๋องนั้นก็ไม่ค่อยดีเท่าไรอยู่แล้ว
อดีตพ่อสามีของนางก่อนหน้านี้ก็เป็นท่านอ๋องผู้เฒ่า แต่เพราะท่านใช้ม้าลากบัณฑิตซิ่วไฉคนหนึ่งจนตาย จึงต้องชดใช้ด้วยชีวิต แต่เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดปัญหาวุ่นวายมากมาย และบัณฑิตใต้หล้าก็เต็มไปด้วยความมุ่งร้ายต่อจวนอ๋อง หากไม่ใช่เพราะฮ่องเต้เห็นแก่ความเป็นพี่น้องและดูแลจวนอ๋องของพวกนางเป็นพิเศษ จวนหย่งหลินอ๋องก็คงจะตกต่ำไปนานแล้ว
โชคดีที่บุตรชายของนางตั้งใจทำงานไม่ยอมน้อยหน้า
มีแต่บุตรสาวคนนี้เท่านั้น…
ที่ทำให้นางต้องคอยกังวลใจตลอดเวลา
“บุตรสาวของข้านิสัยเสียเพราะความเย่อหยิ่ง และบุคลิกของนางก็ไม่เหมือนกับพวกข้าสามีภรรยา นางมักจะ…เสียงดังสร้างปัญหาเล็กน้อย หากจะบอกว่านางแย่งชิงการแต่งงาน บางทีข้าผู้เป็นแม่ก็ยังพอจะเชื่อได้ แต่ไข้ใจเพราะความคิดถึง…ข้าว่ามัน…เหลวไหลไร้สาระ”