ยอดเซียนหญิงทำนายชะตา - ตอนที่ 959 แก้แค้น / ตอนที่ 960 สองงาน
ตอนที่ 959 แก้แค้น / ตอนที่ 960 สองงาน
ตอนที่ 959 แก้แค้น
เซี่ยเฉียวไม่ยอมทำการค้าที่ขาดทุนอยู่แล้ว
เจียงจิ้นลู่คอยสังเกตการกระทำของเซี่ยเฉียวตลอดเวลา พอเขาเห็นว่าคนผู้นั้นถูกจับกุมตัวไปแล้ว เขาก็นิ่งอึ้งไปทันที
ศิษย์พี่ใหญ่…หลอกลวงคนเก่งกว่าหมอดูเสียอีก แต่ในท้ายที่สุดนางกลับทำให้ทางการจับตัวเขาไปได้ โจรเรียกจับโจรชัดๆ!
เขายังนึกว่าศิษย์พี่ใหญ่จะหลอกเอาเงินจากหมอดูจนหมดตัว แล้วปล่อยให้เขาอดตายอยู่ข้างถนนเสียอีก แต่กลับวุ่นวายอยู่หลายวันเพียงเพื่อที่จะให้หมอดูคืนเงินให้คนครอบครัวนั้น…
นางเองกลับไม่ได้อะไรเลย!
ลำบากขนาดนี้เพื่อทวงหนี้ให้ครอบครัวนั้น?
เจียงจิ้นลู่รู้สึกละอายเล็กน้อย หลายวันนี้เขาคอยสอบถามกับศิษย์พี่เซียว และทราบว่าศิษย์พี่ใหญ่มีร้านอยู่ในเมืองหลวง ภายในร้านขายงานไม้แกะสลักราคาแพงอยู่ไม่น้อยเลย พอได้ฟังมากๆ เข้า เขาก็อดที่จะรู้สึกไม่ได้ว่าศิษย์พี่ใหญ่ค่อนข้างชอบเงินอยู่เหมือนกัน
พอได้มาเห็นความจริงในวันนี้แล้ว เขาก็รู้สึกว่าตนเองมีจิตใจต่ำช้า น่ารังเกียจเป็นพิเศษ
แต่สองวันมานี้เขาเองก็ได้ประสบการณ์คิดมากมาไม่น้อย
พอตกกลางคืนก็นอนไม่หลับ
หลังจากที่ศิษย์พี่ใหญ่บอกว่ามีวิญญาณติดตามเขาแล้ว ทุกๆ คืนเขาก็จะรู้สึกว่ารอบด้านมืดมนไปหมด บางครั้งก็มีอะไรเคลื่อนไหวเล็กน้อย ตอนที่เขานอนหลับก็รู้สึกเหมือนกับแขนขาถูกทับไม่สบายตัว เป็นอย่างนี้ติดต่อกันสามคืนจนแทบนอนไม่ได้
หลังจากสามคืนผ่านไปศิษย์พี่ใหญ่จึงบอกว่าวิญญาณนั้นจากไปแล้ว
เพราะคิดว่าเตียงของเขาไม่สบายพอ จึงรู้สึกเบื่อหน่ายและไม่อยากเป็นแขกอีกต่อไป
พอได้ยินเช่นนี้แล้วเขาจึงโล่งใจได้จริงๆ สักที
คืนนั้นเขาไม่ได้รู้สึกไม่ได้รู้สึกอึดอัดไม่สบายเหมือนคืนก่อนหน้าจริงๆ และก็นอนหลับสนิท พอเขาตื่นขึ้นมาก็แทบไม่มีความสงสัยใดๆ ในสิ่งที่ศิษย์พี่ใหญ่พูดอีก
ช่วงที่เซี่ยเฉียวอยู่ในป้อมเหมิงจยานี้นางก็ไม่ได้ว่าง นางเก็บวิญญาณไปไม่น้อย
ร่างกายของซังโหยวฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และหลังจากนั้นประมาณหนึ่งเดือนเขาก็เป็นปกติอย่างสมบูรณ์ แต่เขาก็ยังผอมอยู่เล็กน้อย ซึ่งภายในระยะเวลาไม่นานก็ไม่สามารถบำรุงกลับมาเหมือนเดิมได้ทันจริงๆ
ส่วนฝั่งตระกูลเหมิงก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่
ลูกชายแท้ๆ ของเหมิงเซี่ยนเต๋อทำให้เหมิงเซี่ยนเต๋อโกรธจนล้มหมอนนอนเสื่อ แล้วยึดกิจการของครอบครัวมาดูแลจัดการ แต่เขาเกลียดบิดาของเขาที่ถูกคุมขัง รังแก และข่มเหงเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา และทำให้ผู้หญิงที่เขารักต้องเสียสติเพราะถูกบีบคั้นกดดัน เขาจึงกระทำสิ่งต่างๆ ด้วยอคติ และไม่สนใจว่ากิจการที่อยู่ในมือของตนทำกำไรได้บ้างหรือไม่
เขาเพียงแต่ต้องการให้เหมิงเซี่ยนเต๋อเสียใจ
ทุกวันเขาจะมอบกิจการอย่างหนึ่งอย่างใดให้กับญาติตระกูลเหมิงของเขา
เชื้อสายตระกูลเหมิงมีมากมาย และในบรรดาคนพวกนั้นก็มีคนที่ไม่มีทรัพย์สมบัติอยู่มาก คุณชายใหญ่ตระกูลเหมิงก็จะเลือกพวกเขาขึ้นมาสักคนเพื่อมอบกิจการให้ เมื่อมอบให้เรียบร้อยแล้ว เขาก็จะพาคนผู้นั้นไปขอบคุณต่อหน้าเหมิงเซี่ยนเต๋อ
สิ่งที่เหมิงเซี่ยนเต๋อให้ความสำคัญมากที่สุดก็คือกิจการและทายาท
คุณชายใหญ่เหมิงจึงใช้สิ่งนี้มาทิ่มแทงเขาเป็นพิเศษ
ลูกสาวทั้งหมดของเขาที่เกิดจากการที่เขาถูกบังคับให้แต่งงานมีลูกถูกจัดให้แต่งงานออกไปทั้งหมดถายในเวลาหนึ่งเดือน คนที่พวกนางแต่งด้วยทั้งหมดก็เป็นพ่อค้าจากที่อื่น พวกนางทั้งหมดถูกส่งออกไปไม่เหลือเลยสักคน
ส่วนลูกชายที่เกิดจากภรรยาเอกอย่างเหมิงหยิน เขาก็เพียงแต่จัดการฝังอย่างลวกๆ
ฮวงจุ้ยหมุนย้อนกลับ เมื่อก่อนนายท่านผู้เฒ่าเหมิงกดขี่ลูกชาย แต่ตอนนี้กลับกันแล้ว หากเป็นเช่นนี้ อย่างไรเสียนายท่านผู้เฒ่าเหมิงก็อายุมากแล้ว เขาคงจะทนอยู่ต่อไปได้ไม่นาน
เดิมทีซังโหยวก็ยังคงไม่พอใจอยู่บ้าง แต่เมื่อได้ยินเรื่องสถานการณ์ของบ้านตระกูลเหมิงแล้ว เขาก็ไม่มีความคิดที่จะแก้แค้นอีกต่อไป
ต่อให้คนนอกอย่างเขาจะแก้แค้นอย่างไรก็เทียบไม่ได้กับการกระทำเหล่านั้นของคุณชายใหญ่ตระกูลเหมิงหรอก
เขาก็เลยช่างมัน
ส่วนเหมิงหยิน…
ซังโหยวเองก็รับรู้ถึงการมีอยู่ของวิญญาณตนนี้ แต่เขาก็รับหยกขาวนั้นไม่โดยไม่ลังเล
เดิมทีเซี่ยเฉียวมาที่ป้อมเหมิงจยาเพื่อรับอาจารย์ของนาง ตอนนี้ซังโหยวก็หายดีแล้ว พวกเขาศิษย์อาจารย์จึงควรเตรียมตัวกลับเมืองหลวงได้แล้ว
พวกเขายังไม่ได้ขายบ้านไป
แต่มอบหมายให้อาจารย์ใหญ่ของสำนักศึกษาแห่งหนึ่งในป้อมเหมิงจยา หากมีนักเรียนยากจนที่ไม่มีที่อยู่ พวกเขาสามารถอาศัยที่ที่นั่นได้ชั่วคราวและเล่าเรียนด้วยความสบายใจ
ตอนที่ 960 สองงาน
ระหว่างทางที่เดินทางกลับ ด้วยเหตุที่พวกเขาพาของมากมายกลับไปด้วยการเดินทางจึงได้ค่อนข้างช้าจนกินเวลาถึงครึ่งเดือนกว่าจะถึงเมืองหลวง
การกลับเมืองหลวงของหลีซื่อเหยี่ยนส่งผลต่อพวกบัณฑิตมากที่สุด
ตามถนนทุกสายมีพวกบัณฑิตออกมามากกว่าเมื่อก่อน ไม่เพียงแต่คนที่ยังมีชีวิตอยู่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนที่ตายไปแล้วด้วย เซี่ยเฉียวเองก็เห็นพวกเขาไม่น้อยเลย
อย่างไรก็ตามบัณฑิตพวกนี้ต่างก็ถือว่าทำตัวเรียบร้อยและมีไหวพริบ แม้ว่าจะเป็นวิญญาณ แต่เมื่อเผชิญหน้ากับหลีซื่อเหยี่ยนพวกเขาก็จะมองจากที่ไกลๆ ไม่กล้าทะเล่อทะล่าบุ่มบ่ามเข้าไป
หลังจากเดินทางมานาน เมื่อเซี่ยเฉียวกลับไปถึงเมืองหลวงแล้ว นางก็ไปที่หอส่องชะตาก่อน ส่วนอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังนั้น ท่านมาถึงเมืองหลวงก็จะยุ่งกว่าเล็กน้อย
แต่ต่อให้ท่านจะยุ่งอย่างไร ก็ยังคงมีเวลาพบลูกศิษย์และศิษย์หลานของตนเองอยู่ดี
“นายท่าน ตอนที่ท่านไม่อยู่ มีงานเข้ามาประมาณหนึ่ง บางเรื่องข้าก็หาทางออกได้แล้ว แต่ที่เหลืออยู่สองเรื่อง ท่านลองดูเถอะ” ผู้ดูแลฉังเอ่ยด้วยความเคารพนบนอบ และเอาสมุดที่บันทึกไว้อย่างละเอียดมาให้เซี่ยเฉียวดู
งานที่พลาดไปช่วงนี้ไม่น้อยเลย
อย่างเช่น ครอบครัวหนึ่งถูกผีก่อกวน พวกเขามักจะได้ยินเสียงในตอนกลางคืน หรืออย่างเช่นคุณชายของบ้านหนึ่งเที่ยวเล่นในซ่องและล้มลงตอนไปเข้าห้องน้ำตอนกลางดึกจนเสียชีวิต เกรงว่าเขามีความคับข้องใจมากมายจึงอยากให้นางไปช่วยสวดส่งวิญญาณ
แต่งานเหล่านี้ล้วนเป็นงานที่ถูกขีดฆ่าออกไปแล้ว
ที่เหลืออยู่สองเรื่อง…
“จวนหย่งหลินอ๋อง?” เซี่ยเฉียวค่อนข้างตกใจ “ท่านหญิงไม่สบายหรือ”
ในบันทึกเขียนไว้ว่า คุณหนูใหญ่ของจวนหย่งหลินอ๋องล้มป่วย และพวกเขาได้รับการแนะนำจากหนิงเป่ยอ๋องให้มาหานาง
“ใช่แล้ว นายท่าน ช่วงนี้คนของจวนหย่งหลินอ๋องมาที่นี่ตั้งหลายครั้งหลายหน แต่ก็ต้องกลับไปด้วยความผิดหวังทุกครั้ง ดูเหมือนว่าคุณหนูของพวกเขาจะป่วยหนักเอาการ ไปหาใครก็รักษาไม่ได้” ผู้ดูแลฉังรีบเอ่ยทันที “ตอนที่ท่านไม่อยู่ ข้าก็ถามเขาไปหลายอย่าง คนจากจวนหย่งหลินอ๋องเองก็อึกอัก ดูเหมือนว่าคุณหนูของพวกเขาเริ่มผิดปกติไปหลังจากที่แต่งงานกับจอหงวนไปเมื่อต้นเดือน นางมักจะพูดกับตัวเอง สับสนเลอะเลือน หลายคนบอกว่านางป่วยเพราะโรคคิดถึงจึงได้เสียสติไป”
“แต่คนบ้านนี้รักลูกสาว ถึงอย่างไรพวกเขาก็ไม่เชื่อ ภายในช่วงเวลาสั้นๆ พวกเขาหาหมอมารักษานางไม่น้อย ทยอยกันเข้าไปทีละคน แต่พวกเขาก็ถูกขับไล่ออกมาทั้งหมด”
“นางป่วยเป็นอะไรกันแน่ก็ไม่มีใครดูออก ต่อมาหย่งหลินอ๋องก็ไปหาคนที่วัดอวี้ซวี ได้ยินมาว่านักพรตที่นั่นเองก็ปวดหัว ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรดี จึงได้แนะนำให้คนจวนอ๋องมาหาท่าน”
“…”
พอเซี่ยเฉียวได้ยินเช่นนั้นก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจ
นักพรตของวัดอวี้ซวีเองก็มีความสามารถไม่เบา
เพียงแต่ว่าเมื่อนักพรตเต๋ารุ่นเก่าๆ เหล่านั้นมีอายุมากขึ้นก็เริ่มเคร่งครัดมากขึ้นไปด้วย พวกเขามักจะถือศีล ไม่ชอบออกไปไหน ไม่ว่านั้นคนคนนั้นจะมีทรัพย์สินเงินทองหรืออำนาจมากมายเพียงใดก็ไม่สามารถเชิญพวกเขาออกมาได้
นักพรตที่ยุ่งเกี่ยวทางโลกก็เช่นหยวนฉังจื่อนั่นอย่างไรเล่า เขาเองก็มีความสามารถไม่เลว และสามารถแก้ไขปัญหาทั่วไปได้ง่ายๆ
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อวัดอวี้ซวีเป็นคนแนะนำนาง ก็คาดว่าข้างกายท่านหญิงคงจะมีวิญญาณอยู่แล้วล่ะ
“นี่เป็นเทียบเชิญจากจวนหย่งหลินอ๋อง พวกเขาบอกว่า ขอแค่ท่านกลับมา ไม่ว่าจะเป็นเมื่อไรให้ท่านไปได้เลย” ผู้ดูแลฉังเอ่ยอีก
เซี่ยเฉียวพยักหน้า “พรุ่งนี้ข้าจะไปดูหน่อย”
สิ่งที่นางสนใจไม่ใช่ชีวิตของจ้าวจยาหลิง แต่นางอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนางกันแน่
หากเป็นวิญญาณแค้นที่ร้ายกาจมาก นางก็จะต้องหาทางเก็บมันให้ได้ หากนางเพิกเฉยทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นวิญญาณแค้นก็จะไม่เป็นผลดีต่อการบำเพ็ญตนของนาง
“แล้วอีกเรื่องหนึ่งเล่า มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ไม่เห็นเขียนรายละเอียดเอาไว้” เซี่ยเฉียวชี้ไปที่รายการแล้วเอ่ยถาม
ผู้ดูแลฉังเอ่ยด้วยความลำบากใจ “เรื่องนั้น…ข้าเองก็ไม่รู้แน่ชัด มีคนคนหนึ่งเอาเทียบเชิญมาให้ และถามไถ่เรื่องความเคลื่อนไหวของท่านเช่นกัน ส่วนรายละเอียดว่าเป็นเรื่องอะไรนั้น เขากลับไม่ได้บอกไว้เลย ข้าเห็นคนผู้นั้น…ก็รู้สึกว่าเขาทำตัวลึกลับ ข้าน้อยก็เลยลงบันทึกไว้เพื่อกันไม่ให้ลืมรายงาน”